หุบเขาใหญ่ตั้งตระหง่านปกคลุมด้วยเมฆหมอกดำทะมึน หนทางเข้าเต็มไปด้วยกับดักนานัปการ หากมีผู้ใดเผลอล่วงล้ำเข้าไปก็ยากนักที่จะรอดกลับออกมาได้ นามนั้นคือ 'หุบเขาหมื่นผี'
และที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะในอดีตได้มีชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะมากมายที่พยายามจะขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อทำลายพรรคมารซึ่งตั้งอยู่ยอดเขา ทว่า...ก็มิมีผู้ใดเคยทำได้แม้แต่คนเดียว แถมยังต้องทิ้งชื่อ ทอดกาย นอนกลายเป็ผีอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตลอดกาล
แต่คงไม่ใช่กับสองแม่ลูกสกุลซูเป็แน่ ซูอิ๋งอิ๋งนั้นทราบทางลับมาจากซูอี้หนานสามีเมื่อนานมาแล้ว นางจึงพาบุตรชายขึ้นเขามาโผล่ในพรรคมารได้อย่างปลอดภัย ทว่า…
บางสิ่งที่ซูอิ๋งอิ๋งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ลิ่วอี้ปายและคนของนางมาดักรอเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"โอ้ ดูสิวันนี้มีใครมาเยือนพรรคมารของข้า คู่รักจอมยุทธผู้โด่งดังซูอี้หนานกับซูอิ๋งอิ๋ง ๆ นี่เอง" ลิ่วอี้ปายกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มสว่างสดใส แม้นดูคล้ายจะเป็มิตรแต่ซูอิ๋งอิ๋งก็ทราบดีว่าแอบแฝงความแสร้งหลอกลวงอยู่สิบสองส่วน ประมุขพรรคมารอย่างนางมีหรือ จะยิ้มต้อนรับชายผู้ที่เคยทำให้ตนเองเ็ปทรมานอย่างแสนสาหัสได้
"ไม่เจอกันนานเลยนะอี้หนาน ท่านสบายดีหรือ" ซูหยวนเย่ในร่างบิดาที่ได้ยินคำถามก็สะดุ้งเฮือก เพราะมันมิรู้จะทำตัวเช่นไร ซูอิ๋งอิ๋งมารดาพลันต้องใช้ศอกสะกิดให้มันรีบเล่นบทซูอี้หนานบิดา เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
"อะ…อ๋อ ขะ…ข้าสบายดี แล้วจะ...เ้าสบายดีใช่หรือไม่"
"ข้ารึ? แน่นอนย่อมสบายดี หากไม่นับเื่ในวันนั้น ที่ท่านทำให้ข้าต้องถูกลงโทษให้ถูกขังถึงเจ็ดปี" วาจาของลิ่วอี้ปายทำให้ซูอิ๋งอิ๋งมั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าความแค้นของนาง ที่มีต่อซูอี้หนานนั้นยังมิได้จางหายไป ซู่อิ๋งอิ๋งจึงไม่รีรอพลันเอ่ยถามออกมาตรง ๆ
"เ้าพูดเื่นี้ขึ้นมาก็ดีแล้ว เช่นนั้นข้าขอถามอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม เป็เ้าใช่หรือไม่ ที่โกรธแค้นสามีข้า ถึงขนาดส่งคนชุดดำไปเล่นงานพวกเรา ตอบมา…! แล้วพวกเราจะได้สะสางความแค้นกันให้จบ ๆ ในวันนี้เลย"
พอลิ่วอี้ปาย ได้ยินนางก็ทำตาโต พร้อมเผยรอยยิ้ม
"ข้าหรือ? ที่ส่งคนไปเล่นงานพวกเ้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผิดแล้ว…ผิดแล้วซูอิ๋งอิ๋ง แม้นข้าจะเ็ปที่อี้หนานทรยศ แม่นข้าจะทรมานที่ถูกจองจำ แต่ก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรเช่นนั้น เพราะลึก ๆ แล้วข้ายัง….." ลิ่วอี้ปาย จ้องมาที่ร่างของซูอี้หนาน พร้อมนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
"ช่างเถอะ เื่ที่เ้าสงสัย หาใช่ฝีมือข้า ไม่ว่าเ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม" ลิ่งอี้ปายกล่าวด้วยแววตา และน้ำเสียงหนักแน่น ซูหยวนเย่ที่เห็นจึงเอ่ยกระซิบถามกับมารดา
"ท่านแม่คิดว่านางพูดโกหกหรือไม่"
"แม่คิดว่านางพูดความจริงหยวนหยวน แม้นนางจะมีนิสัยโเี้ชั่วร้าย แต่ก็เป็คนตรงไปตรงมา ทำอะไรเปิดเผย หากเป็ฝีมือนางจริง คงเล่นงานพวกเราไปนานแล้ว"
"เช่นนั้นพวกเราควร…" ซูหยวนเย่กระซิบถามต่อ แต่ซูอิ๋งอิ๋งยกมือขึ้นมาห้าม ก่อนจะพลันหันไป
ทางลิ่วอี้ปาย
"ดูท่าทางจะไม่ใช่เ้าจริง ๆ สินะ งั้นข้าขออภัยด้วย เมื่อหมดธุระแล้ว เราสองแม่ลูกขอตัว" ซูอิ๋งอิ๋งกล่าวจบก็พลันหมุนกายหันหลัง และเตรียมจะกลับออกไปยังทางที่เข้ามา ทว่า...ในยามนั้น นางก็โดนคนของพรรคมารเข้ามาขวางเสียก่อน
"น่าขันยิ่งนัก พวกเ้าคิดว่าที่นี่คือที่ใด คิดอยากจะเข้ามาก็เข้า คิดจะออกก็ออกไปได้ง่าย ๆ งั้นรึ"
"เมื่อเ้าไม่ใช่ผู้ลงมือเล่นงาน แถมไม่คิดแค้นอี้หนานอีกแล้ว ไยจึงไม่ปล่อยพวกเราไป ยัง้าสิ่งใดอีก หากไม่ตอบให้ชัด เห็นที่ข้ากับอี้หนานคงต้องใช้กำลังฝ่าออกไป" ซูอิ๋งอิ๋งหันกลับมา ก่อนแค่นเสียงกล่าว พร้อมชี้กระบี่ไปลิ่วอี้ปายด้วยท่าทางโกรธจัด
"อย่าใจร้อนวู่วามไปซูอิ๋งอิ๋ง ที่ข้ารั้งให้พวกเ้าทั้งสองอยู่ก่อน มิใช่ประสงค์ร้าย แต่มีบางสิ่งจะมอบให้ต่างหาก" คำกล่าวของลิ่วอี้ปาย ทำเอาสองแม่ลูกถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
"สิ่งใดกัน? "
"พวกเ้าอยากได้เบาะแสของกลุ่มคนชุดดำมิใช่หรือ เื่นั้นข้าช่วยเ้าได้นะ อย่าลืมสิว่า ทั่วแผ่นดินมีคนของพรรคมารอยู่เต็มไปหมด ขอเพียงข้าออกคำสั่งครั้งเดียว สิ่งที่้าก็จะมาปรากฏอยู่ตรงหน้า"
"ช่วยหรือ? นางมารอย่างเ้าเนี่ยนะ ดูไม่น่าไว้ใจเป็อย่างยิ่งว่ามา เ้า้าสิ่งใดตอบแทน"
"เฉลียวฉลาดสมเป็ จอมยุทธ์หญิงอันดับหนึ่งจริง ๆ ข้ามิได้้าอันใดมากมาย ก็แค่จะขอยืมสามีเ้าสักสองสามคืนเท่านั้นเอง" คำตอบของ ลิ่วอี้ปายทำเอาซูอิ๋งอิ๋งนิ่งอึ้งตะลึงงัน
"จะ เ้าจะบ้าหรือ! ระ...เื่เช่นนั้น มะ...มาขอกันง่าย ๆ ได้อย่างไร"
"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ก็ข้าเป็นางมาร มิมีสิ่งใดที่ข้า้าแล้วจะไม่ได้ เ้าเลือกได้นะ ว่าจะให้ตัวเขากับข้า หรือพวกเ้าจะอยู่เป็แขกข้าที่นี่ไปเรื่อย ๆ แต่อย่าคิดจะใช้กำลังฝ่าออกไปเด็ดขาด เพราะเ้าเพียงลำพังคงจะไม่ไหว"
"คนเดียวที่ไหนกัน เ้าไม่เห็นรึว่าข้างกายข้าคือผู้ใด เขาเป็ถึงจอมยุทธ์อันดับหนึ่งเชียวนะ"
"ย่อมเห็นแน่นอน แต่เ้าคิดหรือ ว่าข้าจะมองไม่ออก อี้หนานยามนี้ดูไม่ใช่คนเดิม เขาคงจะเกิดเหตุบางอย่างใช่หรือไม่" คำที่เปล่งออกมาจากปากของลิ่วอี้ปาย เสียดแทงหน้าอกของซู่อิ๋งอิ๋งราวกับลูกดอกจากคันธนู เมื่อถูกมองออกจึงจำเป็ต้องพูดออกไป
"ชะ ใช่แล้ว ตอนพวกเราถูกทำร้ายจนตกเขาดูเหมือนศีรษะของอี้หนานจะไปกระแทกกับก้อนหิน มันก็เลยทำให้ความจำของเขาขาด ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเื่วรยุทธ์ที่ฝึกฝนมา" ซูอิ๋งอิ๋งกล่าวแต่มิใช่ความจริงทั้งหมด เพราะนางเองก็ไม่แน่ใจว่า ต่อพูดเื่น่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับซูหยวนเย่ลิ่วอี้ปายจะเชื่อหรือไม่
"ข้าคิดแล้วไม่มีผิด เพราะซูอี้หนานคนที่ข้ารู้จักมีท่าทางองอาจน่าเกรงขามมากกว่านี้เป็ไหน ๆ ช่างเถิด ว่าแต่เ้าจะตัดสินใจเช่นไร คิดใช้กำลังฝ่า ออกไป หรือจะให้ตัวเขากับข้า จนกว่าจะสืบเื่ของพวกชุดดำสำเร็จ"
แม้นซูอิ๋งอิ๋งจะรู้ดีว่าผู้ที่อยู่ในร่างไม่ใช่สามีนาง แต่การจะให้ร่างของสามีตนเองไปหลับนอนกับหญิงอื่นมันก็ดูจะกระไรอยู่ ส่วนเ้าซูหยวนเย่นั้นรู้สึกตื่นเต้นสุดขีด ที่จะได้ร่วมรักกับสาวงามรุ่นมารดาเช่นลิ่วอี้ปาย แต่มันก็ต้องเก็บข่มความรู้สึกเอาไว้ ไม่แสดงออกนอกหน้านอกตา แถมยังแกล้งเล่นละครไปตามน้ำอีกด้วย ทว่า…ไอ้ละครปลอม ๆ เื่นี่นี่แหละที่นำพาความซวยมาสู่ซูอิ๋งอิ๋งมารดามัน
"น้องหญิงข้าทราบว่าเ้าลำบากใจ ข้าเองก็ลำบากใจเข่นกัน หากจะโทษก็โทษที่ยามนี้ข้าอ่อนแอไร้ฝีมือ มิอาจพาเ้าออกไปได้" ซูอิ่งอิ๋งงุนงงที่จู่ ๆ บุตรชายในร่างสามีก็พลันหันมาทำหน้าเศร้าสร้อยพร้อมกล่าวด้วยเสียงแ่เบา แต่ด้วยสติปัญญาของนาง ซูอิ๋งอิ๋งจึงรีบต่อบทอย่างรวดเร็ว
"ทะ...ท่านพี่อย่าโทษตัวเองเลย ข้าก็มีส่วนผิดที่พาท่านมาหาที่นี่ ในเมื่อไม่มีทางเลือก งะ...งั้นก็ยอมทำตามเงื่อนไขเถิด ไม่ต้องห่วงข้า"
ภาพที่สองคู่รักพูดจาเป็ห่วงเป็ใยกัน นั้นบ่งบอกถึงความรักความผูกพันเป็อย่างยิ่ง ซึ่งในความเป็จริงลิ่วอี้ปายควรจะรู้สึกอิจฉา ทว่า...เปล่าเลย นางมองด้วยแววตาสงบนิ่งก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
"เห็นพวกเ้ารักใคร่กลมเกลียวกันแล้วทำให้ข้ารู้สึกละอายใจยิ่งนัก เช่นนั้นข้าเปลี่ยนใจดีกว่า"
"เปลี่ยนใจรึ เ้าจะยอมปล่อยพวกข้าไปหรือ" ซูอิ๋งอิ๋งตาโตพร้อมเผยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นออกมา
"ปล่อยหรือ เ้าเข้าใจผิดแล้ว เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น ที่ว่าเปลี่ยนใจหมายถึง ข้าจะไม่ให้อี้หนานมานอนกับข้าเพียงผู้เดียว แต่จะให้เ้ามาร่วมเตียงด้วยอีกคนต่างหาก
"จะ...เ้าว่าไงนะ!"
"ตื่นใอันใด ก็แค่ชายหนึ่งหญิงสองร่วมหาความสุขบนเตียงด้วยกัน เ้าเป็ภรรยาของอี้หนาน ส่วนข้าก็เป็อดีตหญิงคนรักของเขา พวกเราหาใช่คนอื่นไกล"
"ตะ...ตะ...แต่..." ซูอิ่งอิ๋งปากคอสั่นด้งยความลนลาน ส่วนเ้าซูหยวนเย่นั่นตัวแข็งทื่อ ด้วยความตื่นใสุดขีดพร้อมคิดในใจ
"นี่ข้ากับท่านแม่กำลังจะ..."
"เ้าดูใกว่าที่ข้าคิดนะซูอิ๋งอิ๋ง หรือมีสิ่งใดปกปิดข้าอีกกันแน่"
ไม่ จะให้นางรู้ไม่ได้ว่า ผู้ที่อยู่ในร่างอี้หนานคือหยวนหยวน หากรู้ลิ่วอี้ปาย คงไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยข้ากับเขาไว้อีกต่อไป
"ไม่มี ข้าไม่มีสิ่งใดปิดบังเ้า ก็แค่ในิดหน่อย"
"โอ้ ดูมีพิรุธจริง ๆ ด้วย แต่ก็ช่างเถอะ มันไม่สำคัญอีกแล้ว เช่นนั้นข้าจะให้คนนำพวกเ้าไปยังห้องพัก อยู่ให้สบายไม่ต้องกังวลใด ๆ เื่กลุ่มคนชุดดำข้าจะเร่งสืบข่าวให้ ส่วนเื่การแลกเปลี่ยน ไว้คืนนี้ข้าจะไปทวงที่ห้องของพวกเ้าเอง" ลิ่วอี้ปายกล่าวจบ ก็ยกมือให้คนของนางสองสามคน มาพาสองแม่ลูกไปยังห้องพัก ซูอิ๋งอิ๋งยามนี้นิ่งเงียบ ไม่กล้าจะสบตา หรือพูดอะไรกับบุตรชายในร่างสามีแม้แต่น้อย ส่วนเ้าซูหยวนเย่หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะะเิออกมานอกอกอยู่รอมร่อ
จบบท