คำพูดของลุงเกริกเื่ 'ทางด่วนสายความโกรธ' และ 'อนุสัย' ยังคงดังอื้ออึงอยู่ในสมองของธรรม ชายหนุ่มเจน Z ยืนนิ่งอยู่กลางสวนหลังบ้าน ปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ตามที่ลุงสอน เขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็จาง ๆ ที่หลังมือของลุงเกริก มันเรียบเนียนจนแทบมองไม่เห็น ผิวพรรณของชายวัยหกสิบปีตรงหน้าดูอิ่มเอิบและสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"ลุงเกริกครับ..." ธรรมเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงความก้าวร้าวลดลงไปกว่าครึ่ง "ลุงพูดเหมือนลุงเคยเห็นไอ้ระบบประสาทลัดวงจรพวกนี้มาก่อนในชีวิต"
เกริกหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ แววตาอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความเมตตาทอดมองไปที่ยอดไม้ "ธรรมเอ๋ย... ก่อนที่ลุงจะมายืนสอนเธอด้วยความสงบและคิดอะไรเป็ระบบแบบนี้ ลุงเคยเป็ ‘คนป่วยใกล้ตาย’ ที่จิตใจเน่าเฟะและไร้สติยิ่งกว่าเธอหลายเท่า"
วิศวกรเฒ่าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนาม ชวนหลานชายย้อนความหลังในวันที่เขาเปลี่ยนผ่านจากชีวิตคนทำงานสู่การเกษียณ ยามนั้นร่างกายและจิตใจของเขาพังทลายไม่ต่างจากเครื่องจักรที่ขาดการหยอดน้ำมันและมีสนิมเกาะกินจากภายใน เกริกกลายเป็มนุษย์เ้าอารมณ์ขั้นวิกฤต หงุดหงิดโกรธง่ายกับทุกเื่ รอบตัวมีแต่พลังงานลบจนภรรยาและเพื่อนร่วมงานไม่มีใครอยากเข้าใกล้ สมองที่เคยปราดเปรื่องในการคำนวณกลับเสื่อมถอย ความจำแย่ลงอย่างน่ากลัว
มีวันหนึ่งเขาโกรธลูกน้องในโรงงานมากจนหน้ามืด เขาพยายามจะนั่งนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์ตามที่คนทั่วไปบอก แต่นับยังไม่ทันถึงสิบ สมองก็เดือดพล่านจนลืมตัวเลข ควบคุมสติไม่ได้ แถมยังบวกเลขหลักหน่วยในใจเพื่อคิดค่าแรงงานง่าย ๆ ไม่ได้เลย สายตามืดมัวมองอะไรก็พร่าเลือนไปหมด ราวกับระบบประสาทส่วนกลางถูกชัตดาวน์
ความเครียดและอารมณ์โกรธที่หลั่งสารเคมีพิษอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมาทุกวัน ส่งผลต่อกายภาพอย่างรุนแรง พลังงานชีวิตถดถอยจนแทบไม่มีแรงก้าวเดิน ค่าน้ำตาลในเืพุ่งไปที่ 120 mg/dL และความดันโลหิตสูงลิ่ว ระบบย่อยอาหารและการเผาผลาญพังทลายโดยสิ้นเชิงจนลมหายใจมีกลิ่นเหม็นอับคล้ายหนูตาย ผายลมมีกลิ่นเน่าเสีย และเหงื่อที่ไหลออกมาเหม็นฉุนกึกคล้ายแอมโมเนียจนน่ารังเกียจ ผิวพรรณแห้งกร้านสากคราด เส้นผมกระด้างไร้คราวมเงางาม และเมื่อเกิดอุบัติเหตุมีแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ แผลนั้นจะอักเสบเรื้อรังเป็หนองและหายช้าเป็สัปดาห์ ๆ เพราะ 'วิบากกรรมจากการเลือกกินของหวานและการปล่อยให้อารมณ์ลบครอบงำ' มันเข้าไปเปลี่ยนประจุไฟฟ้าในกระแสเืและน้ำเหลืองให้กลายเป็กรดและข้นเหนียวอุดตันท่อลำเลียง
"ตอนนั้นลุงเกริกแก้ปัญหายังไงครับ? ยาหมอก็เอาไม่อยู่เหรอ?" ธรรมถามด้วยความทึ่ง แววตาของเด็กหนุ่มสั่นไหว ไม่เคยคิดว่าลุงผู้แสนอบอุ่นและเป็ที่พึ่งของครอบครัวตรงหน้าจะเคยมีอดีตที่มืดมนและพังทลายขนาดนี้
"ยามันแก้ที่ปลายเหตุธรรมเอ๋ย ลุงเลยกลับมาศึกษาหลักพุทธสติและจิตวิทยาพฤติกรรมอย่างจริงจังในฐานะวิศวกร" เกริกตอบพลางชี้ไปที่สมอง "ลุงมองว่า ‘กรรม’ คือ ‘การกระทำซ้ำจนเกิดผลลัพธ์’ อารมณ์โกรธ ลมหายใจเหม็น ผิวแห้ง แผลหายช้า มันคือผลลัพธ์ของฟันเฟืองที่หมุนผิดทิศ ลุงจึงใช้พุทธสติเข้าจับ... ทุกครั้งที่จิตมันจะะเิโกรธ ลุงไม่ห้ามมัน ไม่กดทับมัน แต่ลุงใช้สติ ‘ตามรู้’ อาการเดือดปูด ๆ ในอก รู้เท่าทันความเคยชินโบราณที่สมองมันสั่งการอัตโนมัติ ลุงเข้าไปตัดสวิตช์ไฟก่อนที่เครื่องยนต์จะะเิ"
"ควบคู่ไปกับการ ‘กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี’ ลุงตัดน้ำตาล ทานผักใบเขียวเพื่อปรับประจุไฟฟ้าผิวเซลล์ และฝึกสติตั้งมั่นในทุกอิริยาบถ ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน... ระบบกลไกข้างในก็รีเซ็ตตัวเองใหม่หมด กลิ่นเหม็นตัวหายไป ความจำกลับมาเฉียบคม บัดนี้ลุงบวกเลขในใจได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ และความดันก็นิ่งสนิทเหมือนเครื่องยนต์เบนซินป้ายแดง"
เกริกยื่นมือไปตบหัวไหล่หลานชายเบา ๆ แต่อบอุ่น "วิบากกรรมทางนิสัยและโรค NCDs มันไม่ใช่คำสาปที่แก้ไม่ได้หรอกธรรม มันคือพิมพ์เขียวที่ตั้งค่าไว้ผิด และในเมื่อลุงรีเซ็ตมันได้... เธอก็รีเซ็ตมันได้เหมือนกัน เริ่มจากการวางชาไข่มุกแก้วนั้น แล้วหันมาส่องกระจกดูสภาวะเครื่องยนต์ของตัวเองในตอนนี้ซะ!"