“อิอิ ไม่ต้องกลัวไป สาวๆ ฉันเป็คนอ่อนโยนอยู่แล้ว”
หม่าอูส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับถูมือไปมา สองตาจ้องมองเทียนจือหม่านเหมือนกับเป็เครื่องเอกซเรย์ แต่ครูใหญ่สื่อรีบเข้ามายืนขวางนักเรียนหญิงเอาไว้ พูดว่า “น้องชาย เลือกคุณครูสองคนนี้ไปแทนดีกว่านะ พวกเธอสวยกว่าเด็กนักเรียนตั้งเยอะ”
“ผลัวะ”
ในทันใดนั้น ผู้เป็ครูใหญ่ก็มีอันถูกตบจนหน้าหันล้มลงไปนอนกองกับพื้น หม่าอูเดินเข้าไปเตะซ้ำ ก่อนสบถว่า “ถ้าแกยังไม่หยุดปาก ฉันจะฆ่าแก ถ้าแค่นี้แกยังเจ็บไม่พอ ฉันจะทำแบบนี้กับแกทุกวัน เข้าใจไหม”
พูดจบ หม่าอูก็หันกลับไปมองที่เทียนจือหม่านอีกครั้ง แต่คราวนี้หวังเอ้อโกวรีบเข้ามายืนขวางเด็กสาว พูดด้วยความตื่นกลัวว่า “พี่ชาย อย่ายุ่งกับเด็กนักเรียนของผมเลยนะ พี่เอาเงินไหม ครอบครัวผมมีเงินเยอะแยะ เดี๋ยวได้ออกไปเมื่อไหร่ผมจะให้พี่ห้าแสน หรือจะเอาล้านนึงก็ยังได้”
“พ่องดิ ออกไปได้มึงก็แจ้งตำรวจสิวะ…”
หม่าอูผลักหวังเอ้อโกวกระเด็นไปพ้นทาง และเดินตรงเข้าไปจับตัวเทียนจือหม่าน แต่ที่เหลือเชื่อก็คือหวังเอ้อโกวกลับผลักซงเจี่ยเหวินออกมาข้างหน้าอีกครั้ง ชี้มือไปที่เธอและะโว่า “นี่คือคุณครูสอนภาษาจีนของโรงเรียนเรา รับรองว่าลีลาสุดยอด พาเธอไปสิ แล้วพี่จะต้องพอใจแน่”
“หวังเอ้อโกว ทำไมเป็คนแบบนี้ ฉันอุตส่าห์อยู่ข้างคุณ…”
ซงเจี่ยเหวินไม่เคยคิดเลยว่าหวังเอ้อโกวจะหันมาแว้งกัดเธอ คุณครูสาวกรีดร้องและะโเข้าไปตบหน้าด้วยความโกรธแค้น แต่หวังเอ้อโกวกลับเตะเธอจนล้มลงนอนบนพื้น พูดอย่างเดือดดาลว่า “ฉันชอบเธอจริงๆ นะ แต่เธอมันหน้าไม่อายอ่อยได้แม้แต่กับเซี่ยปู้เอ้อร์ ในสายตาฉันเธอมันก็แค่อีตัวคนนึง”
“หวังเอ้อโกว แกอยากตายใช่ไหม…”
ซงเจี่ยเหวินยกมือกุมท้องร้องออกมาด้วยความเ็ป ชายหน้าบากหัวเราะด้วยความชอบใจ พูดว่า “คุณครูอย่างพวกแกนี่ช่วยเปิดโลกให้ฉันจริงๆ เอาล่ะ พวกเธอสองคนตามเรามาดีกว่า ตอนเป็เด็กฉันเชื่อฟังครูมากนะ ฮ่าๆๆ”
ดวงตาของทุกคนจ้องมองไปที่ซงเจี่ยเหวิน คุณครูสาวหยุดร้องไห้ทันที และหันกลับมามองเพื่อนร่วมงานกับเด็กนักเรียนอย่างไม่อยากเชื่อ เป็จังหวะเดียวกับที่ครูใหญ่พูดเสียงเศร้าว่า “ครูซง คุณน่าจะเสียสละสักหน่อยนะ ยังไงเื่พวกนี้คุณก็ถนัดอยู่แล้ว จะปล่อยให้เด็กนักเรียนต้องเดือดร้อนได้ยังไง”
“หมายความว่าไงคะ เื่แบบนี้เหรอ เห็นฉันเป็อีตัวหรือไง ฉันเป็อีตัวใช่ไหม?”
ทันใดนั้น ซงเจี่ยเหวินยันกายลุกขึ้นยืนและชี้หน้าตัวเองด้วยความโมโห แต่หวังเอ้อโกวพูดอย่างไร้เยื่อใยว่า “ถึงเธอจะไม่ใช่อีตัว แต่เธอก็เคยนอนกับผู้ชายมาแล้วนับไม่ถ้วน เพิ่มอีกคนสองคนจะเป็อะไรไป อีกอย่างเธอก็เก่งเื่อย่างว่าอยู่แล้ว ยังไงฉันก็ขอเลือกเธอ”
“ฉัน...ฉันก็ขอเลือกเธอด้วยคน...”
เทียนจือหม่านอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะยกมือขึ้น และกระตุ้นให้หม่าอูพาตัวซงเจี่ยเหวินไป หลังจากที่คุณครูและนักเรียนที่เหลือมองตากันแล้ว พวกเขาก็พากันยกมือขึ้นทีละคน แต่ก็ก้มหน้ามองพื้น ไม่มีใครกล้าสบสายตาอันร้อนแรงของซงเจี่ยเหวินเลยสักคน
“นี่พวกแก…”
ซงเจี่ยเหวินส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลนองหน้า ต้ายุ้ยโถวจ้องมองเธอพูดด้วยความแค้นว่า “สมน้ำหน้า! เซี่ยปู้เอ้อร์ช่วยคุณไว้ตั้งกี่ครั้ง แต่คุณหลอกให้เขาไปตาย นี่แหละคือค่าตอบแทนที่คุณหลอกใช้เซี่ยปู้เอ้อร์”
“ยังขาดไปอีกคนนะ”
ชายหน้าบากยกนิ้วขึ้นมาชี้เด็กนักเรียนหญิงทีละคน พวกเธอต่างพากันหลบอยู่ด้านหลังคุณครูทันที แล้วในทันใดนั้น อู๋เสียก็ขยับออกมาด้านหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “พี่ใหญ่คะ ฉันจะไปกับพี่เอง ฉันเป็คุณครูสอนวิชาชีววิทยา แต่ลีลาก็ไม่แย่!”
“อย่าไปเลยนะครับ ครูอู๋”
ต้ายุ้ยโถวอยากจะดึงตัวเธอเข้ามากอด แต่อู๋เสียโบกมือพูดว่า “ไม่เป็ไรจ้ะ ครูยอมเสียสละ ครูจะให้เด็กนักเรียนต้องมาทรมานไม่ได้ พวกเธอยังเด็กและมีอนาคตที่สดใส เด็กๆ จ๊ะ คุณครูทำเพื่อพวกเธอนะ!”
“ฉันไปด้วยคน ฉันก็ปล่อยให้นักเรียนต้องเดือดร้อนไม่ได้เหมือนกัน”
คุณครูผู้หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นยืนถอดแว่นตาออกและเริ่มปลดกระดุมเสื้อ แต่หม่าอูเดินเข้ามาถ่มน้ำลาย พูดว่า “ป้าคิดว่าตัวเองเป็เด็กหรือไง หน้างี้ย่นยิ่งกว่าแม่กูอีก ถอยไป!”
“หม่าอู ฉันขอเด็กนักเรียน แกเลือกที่เหลือไปก็แล้วกัน”
ดวงตาหื่นกระหายของชายหน้าบากจ้องมองไปที่เทียนจือหม่าน หม่าอูะเิเสียงหัวเราะและเดินเข้าไปจับตัวซงเจี่ยเหวิน คุณครูสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียง หม่าอูบีบก้นเธอเต็มมือและพูดว่า “ใจเย็นๆ เก็บแรงกับเสียงของเธอเอาไว้ใช้ทีหลังเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือนนะ”
“ฮื่อๆ”
ซงเจี่ยเหวินได้แต่นิ่งเงียบและร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น เธอมองทุกคนด้วยสายตาอ้อนวอน แต่ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองเธอเลย หม่าอูพูดพร้อมกับหัวเราะว่า “ฉันไม่ได้แตะต้องผู้หญิงมาสี่ปี วันนี้มีคุณครูกับเด็กนักเรียนมากองให้อยู่ตรงหน้า ใครก็ได้ช่วยจับตัวเด็กคนนั้นมาให้ฉันหน่อย เดี๋ยวฉันเสร็จแล้ว จะให้ต่อคิว”
“ฮ่าๆ ไม่มีปัญหาครับลูกพี่”
จ้าวหงซินเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวผมยาวคนหนึ่ง เด็กสาวที่เหลือภายในห้องส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว จ้าวหงซินพูดอย่างรำคาญว่า “ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวพวกเธอก็โดนผู้ชายเอาอยู่แล้ว โดนเร็วหน่อยสัก 2 - 3 ปีจะเป็อะไรไป กัดฟันมากับฉันเถอะนะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
“ไม่นะคะ ครูจ้าว ได้โปรดเถอะ…”
เด็กสาวพยายามหลบหนีอย่างตื่นกลัว แต่จ้าวหงซินก็ลากตัวเธอมา เด็กสาวร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครในห้องกล้าออกหน้า มีเพียงครูใหญ่สื่อที่โดนถีบลงไปบนพื้นอีกรอบ ร้องขอความเห็นใจว่า “อย่าเลยนะ เห็นแก่เด็กนักเรียนเถอะ”
“มานี่ มานวดให้ฉันหน่อย”
จังหวะนั้น ชายหน้าบากกระดิกนิ้วเรียกเทียนจือหม่าน เด็กสาวยืนตัวแข็งทื่อทันที หวังเอ้อโกวอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่ออีกฝ่ายเล็งปืนมาที่เขา หวังเอ้อโกวก็ก้มหน้าลงด้วยความกลัวและปล่อยมือออกจากเทียนจือหม่านแต่โดยดี
“เร็วเข้าสิ ไม่ได้ยินหรือไง”
ชายหน้าบากส่งเสียงเรียกอีกครั้ง เทียนจือหม่านเดินเข้ามาหาเขาด้วยตัวที่สั่นเทาและมีน้ำตานองหน้า ชายหน้าบากลากแขนเด็กสาวดาวโรงเรียนเข้ามา และลูบไล้สะโพกของเธอแ่เบา “สาวน้อย ปีนี้เธออายุเท่าไหร่แล้ว มีแฟนหรือยังจ๊ะ”
“ฉันมีแล้ว!”
เทียนจือหม่านเงยหน้าที่ซีดขาวตอบ และหันกลับไปมองหวังเอ้อโกวอย่างอ้อนวอน แต่ถึงกระนั้น หวังเอ้อโกวก็ไม่กล้าออกมาสู้กับปืนทั้งกระบอก และที่อีกห้องหนึ่งขณะนี้ ทุกคนได้ยินเสียงร้องไห้ครวญครางปานจะขาดใจของซงเจี่ยเหวินกับเด็กนักเรียนหญิงที่ถูกพาตัวไปด้วยกัน
“หวังเอ้อโกว เมื่อตอนบ่ายไหนว่าตัวเองคือวีรบุรุษ หนูอุตส่าห์นึกชื่นชม ที่แท้ก็เป็วีรบุรุษจอมปลอม…”
ทันใดนั้น หลี่เสว่จู๋ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าแข็งกร้าว ชี้มือไปยังกลุ่มผู้ชายที่ขี้ขลาด พูดว่า “คุณเคยดุด่าว่าเซี่ยปู้เอ้อร์เป็คนไม่เอาไหน แต่พวกคุณไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเขาเลย อย่างน้อยเซี่ยปู้เอ้อร์ก็ยังกล้าเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่น ถึงเขาตาย เขาก็จะไม่ยอมให้มีใครมาทำอะไรพวกเราได้”
“ฉันจะฆ่าแก…”
โดยที่ไม่มีใครคาดคิด คุณครูผู้ชายร่างผอมบางคนหนึ่งคำรามเสียงดัง และวิ่งออกมาพร้อมกับมีดทำครัวที่ถือแน่นอยู่ในมือ เขาพุ่งเข้าไปหาชายคนนั้นเหมือนคนบ้า ชายหน้าบากผลักเทียนจือหม่านออกไปและชักปืนเตรียมจะยิง ในพริบตานั้น หลี่เสว่จู๋หันกลับมาะโใส่เขาทันที
“เปรี้ยง!”
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับที่ชายหน้าบากล้มลงไปบนพื้น กระแทกถูกชามเซรามิคตกแตก หลังจากนั้นหลี่เสว่จู๋ส่งเสียงกรีดร้องออกมา เธอล้มลงไปอยู่บนพื้นข้างชายหน้าบาก เกิดเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด ก่อนที่ร่างของครูผู้ชายที่ถือมีดจะค่อยๆ ทรุดลงไปบนพื้น และมีเืไหลทะลักออกมาจากรูบนหน้าอก
“แม่งเอ๊ย วอนนักนะมึง...”
ชายหน้าบากลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าดุร้าย พร้อมกับดึงกรรไกรออกมาจากท้องของตนเอง เขาจ้องมองหลี่เสว่จู๋ด้วยดวงตาแดงก่ำ ในที่สุดเด็กสาวก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาแล้ว แต่เธอก็ยังกัดฟันพูดว่า “ฆ่าฉันสิ ต่อให้ฉันกลายเป็ผี ฉันก็จะไม่ปล่อยแกไป”
“อยากตายใช่ไหม? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
ทันใดนั้น ชายหน้าบากถ่มน้ำลายออกมา ก่อนที่จะจิกผมลากเธอขึ้นไปบนเตียง หลี่เสว่จู๋ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ ชายหน้าบากก็กดแผ่นหลังของเธออย่างแรง ในขณะเดียวกันนั้นก็ถอดเข็มขัดที่กางเกงของตนเองออกด้วยความเดือดดาล “ฉันอุตส่าห์ละเว้นเธอไว้คนนึง แต่เธอกล้าลองดีกับฉัน ฉันจะทำให้เธอได้รู้ว่าเมื่อลองดีกับฉันแล้ว จะต้องเจอกับอะไร!”
“พี่ชาย อย่าทำแบบนี้เลยนะ เธอยังเด็กอยู่เลย”
ครูใหญ่สื่อเดินตัวสั่นออกมาข้างหน้า หวังเอ้อโกวอาศัยจังหวะนั้นดึงตัวเทียนจือหม่านกลับไป ชายหน้าบากหันมาเล็งปืนใส่พวกเขาและะโว่า “คุกเข่าลงกับพื้นเดี๋ยวนี้ ถ้าเห็นใครลุกขึ้นมาอีก กูจะเป่าหัวแม่งให้กระจุย”
“ได้สิ พี่ชาย คุกเข่า พวกเราคุกเข่าเร็ว…”
ครูใหญ่สื่อคุกเข่าลงด้วยสีหน้าเศร้าหมอง หวังเอ้อโกวและคนที่เหลือรีบคุกเข่าลงพร้อมกันทันที ทันใดนั้น ชายหน้าบากก็กระชากกางเกงซึ่งเป็ยูนิฟอร์มโรงเรียนของหลี่เสว่จู๋ลงอย่างแรง ในที่สุด หลี่เสว่จู๋ก็ไม่ต่างไปจากผู้หญิงธรรมดาทั่วไป เธอพยายามขัดขืนอยู่บนเตียงและได้แต่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างหมดทางสู้