ท่ามกลางเมืองหลวงที่วุ่นวาย ควันและฝุ่นฟุ้งกระจายกลบภาพของก้อนเมฆไปจนหมด เสียงรถบีบแตรดังสนั่นไปทั่วอย่างเป็ปกติเชกเช่นทุกวัน ในขณะที่รถติดไฟแดงสุดท้ายนั้นเอง
"นี่จิว ตื่นได้เเล้ว ไกล้จะถึงโรงเรียนแล้ว" เสียงของเด็กนักเรียนชายพูดปลุกสาวน้อยที่กำลังเคลิ้มหลับอยู่ที่เบาะหลังคนขับ
"อื้ออ... ถึงเเล้วหรอพี่" ดวงตาน้อยๆค่อยเปิดออกเพื่อรับแสง
"ยัง แต่ก็ไกล้เเล้วล่ะ" เด็กชายที่ดูเหมือนจะเป็พี่กล่าว
"เฮ้ เจมส์ จิว นี่เป็วันเปิดเทอมวันเเรกของลูกๆนะ ตื่นตัวกันหน่อยสิ ฮ่าๆ" คุณพ่อที่กำลังขับรถอยู่นั้น ก็พูดเเซวทั้งคู่พร้อมหัวเราะไปด้วยเบาๆ
"ผมมอหกเเล้วพ่อ คนที่ต้องตื่นน่ะ ต้องเป็จิวสิ ฮ่าๆ ยินดีต้อนรับสู่มอหนึ่งอย่างเป็ทางการ" เจมส์ ผู้เป็พี่หันไปหยอกล้อกับน้องสาวของเขา
"นั่นสิ! ว่าแต่ว่า เพื่อนของหนูที่นี่จะเป็เเบบไหนกันนะ พวกเขาจะชอบตุ๊กตาบาบี้เหมือนหนูมั้ย?" สาวน้อยกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้น
"จะยังไงก็ช่าง พยายามมีเพื่อนที่ดีเข้าไว้ นั่นแหล่ะสิ่งสำคัญหล่ะ" พ่อกล่าวในขณะที่มือกำลังหมุนพวงมาลัย
"ใช่ เพราะมันจะเเตกต่างจากประถมนิดหน่อย" เจมส์กล่าว
"ยังไงหรอพี่?" จิวเอ่ยถามพร้อมใช้สองมือเขย่าเเขนของพี่ชายด้วยความสงสัย
"เดี๋ยวก็รู้น่า ฮ่าๆ" เจมส์ยังคงหยอกล้อน้องสาวของเขาต่อไป
"อ้าว มันยังไงอ่าพี่เจมส์... พ่อมันเป็ยังไงอ่า" จิวหันไปถามคุณพ่อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"ฮ่าๆ ก็ตามนั้นแหล่ะ" พ่อได้เเต่หัวเราะเบาๆ
"อ้าว ถึงเเล้ว!"
ไม่นานนัก สามพ่อลูกก็เดินทางมายังที่หมาย นั่นก็คือ โรงเรียนมัธยมกรุงเทพพิทยาคม มันเป็โรงเรียนที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็อีกหนึ่งโรงเรียนมัธยมเเนวชั้นหน้าในเขตกรุงเทพนี้เลย
"เย้ ถึงซะที หนูนั่งจนเมื่อยตูดหมดเเล้ว!" จิวกล่าวด้วยความดีใจ
"อย่าพูดคำว่าตูด" เจมส์กล่าวในขณะที่เขานั้นกำลังปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยให้จิว
"ขอโทษค่ะ" จิวกล่าวขอโทษก่อนที่จะเปิดประตูรถเเละะโลงไปท่ามกลางเด็กมากมายที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่
"เอาล่ะจิวน้อยของพ่อ พ่อขอให้วันนี้เป็วันเเรกที่ดีที่ลูกจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่..." พ่อที่ลงตามมาทีหลัง เขาไม่รอช้าก้มลงเเละจับไหล่จิวผู้เป็ลูกสามก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาเเต่เปี่ยมไปด้วยความรัก
"โอเคค่ะพ่อ" จิวฉีกยิ้มออกมาให้ผู้เป็พ่อ
"ส่วนเจมส์"
"ครับพ่อ?"
"ฝากดูแลจิวด้วยนะ"
"ครับพ่อ"
ครับพ่อ...
ครับพ่อ........
"จ... เจน เจน!!" เสียงของต๋องะโลั่นโรงอาหาร
เจนที่ได้สติก็ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเองนั้นล้มลงไปนอนกับพื้นในสภาพที่คิ้วซ้ายของเธอมีแผลเเตก
"แก! ฆ่าน้องสาวฉัน อีนังปีศาจ!" เสียงของชายแทรกเข้ามาในหูของเจนที่กำลังค่อยๆได้ยินขึ้นเรื่อยๆ เจนมีอาการมึนงงก่อนที่เจนนั้นจะพยายามมองหาเ้าของเสียง
"แก! ฉันจะฆ่าแก!" เจนหันไปหาเ้าของเสียง คนคนนั้นก็คือเจมส์ ที่กำลังถือเก้าอี้เหล็กตัวเดียวกับที่เจนใช้มันปริดชีพจิวผู้เป็น้องสาว ก่อนเดินตรงมาจะใช้มันทำร้ายเจน
"จับเขาไว้ก่อน เร็ว!" เสียงของผู้ชายร่างสูงใหญ่อายุรายสี่สิบที่ใส่เสื้อวอร์มดูทรงเหมือนเป็ครูพละ ได้สั่งให้นักเรียนที่นั่นเข้าห้ามเจมส์ที่กำลังคลั่ง!
"เจน เป็อะไรมากปะวะเนี่ย!" ต๋องวิ่งเข้าไปดูอาการของเจนที่กำลังมึนงงเพราะถูกของเเข็งฟาดที่ศรีษะ
"ปล่อยกูนะเว้ย! กูจะฆ่ามัน!" เสียงของเจมส์นั้นยังคงดังลั่นสนั่นไปทั่วโรงอาหารด้วยอารมณ์ที่เเค้นสุดขีด
"เห้ย พวกเธอจับตัวเจนไว้ก่อน!" ครูใหญ่สั่งให้นักเรียนที่นั่นเข้าควบคุมตัวเจนที่ไม่มีเเม้เเต่เเรงจะขัดขืน
"อย่าทำร้ายเธอนะเว้ย!" ต๋องโดนกระชากตัวให้เเยกออกจากเจน ก่อนที่นักเรียนสามถึงสี่คนจะเข้าไปล็อคเเขน ขาเเละคอของเจนไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
"หมอกำลังเสียเืมากเเล้ว มีใครพอที่จะปฐมพยาบาลได้บ้าง!" ครูใหญ่ะโหาคนที่พอจะช่วยหมอที่โดนจิวทำร้ายจนอาหารสาหัส
"หนูค่ะ" เด็กสาวผมสั่นคนหนึ่งยกมือรับอาสาในการปฐมพยาบาลให้หมอด้วยท่าทีที่ไม่มั่นใจซักเท่าไหร่
"โอเค ส่วนที่เหลือใครไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือไม่ได้มีหน้าที่ช่วยอะไรตรงนี้ กลับขึ้นห้องไป! ส่วนครูเชอร์รี่ โทรหารถกู้ภัย กับตำรวจเดี๋ยวนี้เลย เร็ว!" ครูใหญ่ทำการสั่งการทุกอย่าง ทุกคนนั้นก็ดูเหมือนจะทำตามเเบบไม่ขัดขืนอะไร
"ครูคะ คือหนูทำไม่ได้!" เด็กนักเรียนสาวที่อาสาจะปฐมพยาบาลให้หมอก็น้ำตาไหลออกมาเพราะเธอไม่เคยเห็นใครมีแผลที่ฉกรรจ์หนักเเบบนี้
"กลัวอะไรอยู่เล่า ห้ามเืก่อน!" ครูใหญ่เเสดงอาการหงุดหงิดก่อนจะตวาดใส่เธอไป
เด็กนักเรียนสาวจำใจทำการห้ามเืให้หมอ ในขณะที่ครูเชอร์รี่ก็กำลังโทรหาทั้งกู้ภัย โรงพยาบาล หรือ ตำรวจ กลับไม่มีใครรับสายเลยเเม้เเต่สายเดียว
"เออ ครูใหญ่คะ ไม่มีใครรับสายเลย!" ครูเชอร์รี่กล่าว
"อะไรวะ เวลานี้เเม่งกลับไม่มีใครอยู่เลยหรือยังไง!" ครูใหญ่เริ่มโมโห
"งั้น ผมขออาสาพาเขาไปโรงพยาบาลเองครับ!" ชายวัยหกสิบที่เป็ภารโรงของโรงเรียน อาสาจะนำพาตัวหมอไปส่งโรงพยาบาล
"โอเค ตามนั้นละกัน!" ในขณะที่ครูใหญ่ตัดสินใจในหลายๆเื่อยู่ จู่ๆก็มีเสียงเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์นั้นบินผ่านโรงเรียนของพวกเขาไป มันทำให้ทุกคนที่นั่นเริ่มตระหนักว่า ข้างนอกนั้นกำลังเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นเเน่!
"รู้สึกใจคอไม่ดีเลย" ครูเชอร์รี่บ่นออกมาเบาๆ
"เอ้า อย่าช้า พวกเ้าช่วยน้าเขาเเบกหมอไปโรงบาลก่อน เร็วเข้า" ครูใหญ่สั่งนักเรียนอีกกลุ่ม
"เเล้วนังเจนนี่ จะทำยังไงกับมันดีครับครูใหญ่?" นักเรียนชายคนที่กำลังควบคุมตัวเจนอยู่นั้น ก็เอ่ยถามขึ้นมา
"เออ... เอามันไปขังที่ห้องเรียนสี่ก่อน ล็อคหน้าต่างประตูให้เเน่นหนาล่ะ เดี๋ยวก็คงติดต่อตำรวจได้เอง" ครูใหญ่กล่าวก่อนที่เจนนั้น จะถูกควบคุมตัวไปขังไว้ที่ห้องเรียนที่สี่
"อย่าทำร้ายเธอนะ!" ต๋องะโออกไปใส่ครูใหญ่ที่กำลังกุมขมับเครียดอยู่
"หุบปาก! เป็ห่วงเป็ใยมันเหลือเกิน!" ครูใหญ่ที่กำลังเครียดหนัก ก็หันไปต่อว่าต๋อง
"ครูครับ เเต่ว่า..." ต๋องพยายามจะอธิบาย
"แต่ว่าอะไรมึง? มึงจะบอกว่าไอ้ที่ลุกขึ้นมาทำร้ายหมอเป็ซอมบี้อะไรงี้ง้ะ? ถ้าจะแก้ตัวให้แฟนมึงเเบบนั้น มึงหุบปากไปจะดีกว่า!" เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งได้ทำการต่อว่าต๋อง
"เจนไม่ใช่แฟนกู! เเล้วมึงเสือกเชี่ยไรด้วย!" ต๋องสวนกลับไปทันที
"เชี่ยเอ๊ย!" เด็กนักเรียนคนนั้นไม่รอช้า ตรงเข้ามาต่อยหน้าต๋องอย่างเเรงจนต๋องนั้นล้มลงไป
ปั้ก!!
"เห้ย! หยุดทะเลาะกันได้เเล้ว" ครูใหญ่เริ่มโมโหในขณะที่เหตุการณ์นั้นวุ่นวายเเละตึงเครียด
"ครูใหญ่คะ ดูนี่!" ในขณะที่ทุกอย่างกำลังวุ่นวาย ครูเชอร์รี่ได้ยื่นมือถือให้ครูใหญ่ดู
"คืออะไร?" ครูใหญ่ถาม
"ถ่ายทอดสด จากทุกช่องทางข่าวสารเลยค่ะ" บนจอมือถือนั้นเป็ภาพของกลุ่มชายใส่ชุดทหารกำลังนั่งแถลงการอะไรบางอย่าง
"ไหน เปิดเสียงให้สุดเลยสิ" ครูใหญ่กล่าว
"~ สวัสดีพี่น้องประชาชน พวกเรากลุ่มรักษาความสงบแห่งชาติ บัดนี้พวกเราได้เข้าควบคุมอำนาจเป็การชั่วคราว เนื่องจากวิกฤตที่เลวร้ายบางอย่าง ส่งผลให้ตอนนี้กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเรานั้น ถูกปิดชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดระยะเวลา สำหรับใครที่อยู่จังหวัดที่ไกล้กลับกรุงเทพ เเนะนำให้ออกห่างจากตัวเมืองกรุงเทพด่วน หรือท่านใดที่พยายามจะมาที่นี่ ก็งดไปก่อน เเละสำหรับใครที่อาศัยอยู่ที่นี่ กลับเข้าไปในบ้าน ล็อคประตูให้แน่นหน้า อย่าให้ใครเข้ามาในบ้าน รอจนกว่าทีมช่วยเหลือจะไปถึง..."
เสียงของชายที่คุ้นเคยถูกส่งออกสื่อทั่วประเทศ ถึงวิกฤตบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น สีหน้าของทุกคนที่นี่นั้นงุนงงมาก ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่
"รัฐปะาหรอ?" ครูใหญ่กล่าวด้วยความสงสัย
"ไม่ใช่หรอก" ต๋องลุกขึ้นพร้อมพูดออกมา
"เเล้วมันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันเเน่?" ครูใหญ่เเละทุกคนยังคงสงสัย
"มันเลวร้ายกว่านั้น เเละมันฟังดูบ้าเหมือนในหนัง เเต่มันจริง... ในตอนนี้ กรุงเทพเราเกิดโรคระบาด" ต๋องกล่าวด้วยอาการสั่นกลัวที่จะพูดถึงมัน...
"โรคระบาด? โรคระบาดอะไร?"
"มันคือสิ่งที่เจนนั้นกลัวมาตลอด เจนคุยเื่นี้กับผมมาหลายอาทิตย์เเล้ว เื่นี้..." ต๋องกล่าวไม่ทันจบ
"เห้ย! เอาจริงดิ? ซอมบี้เนี่ยนะ เหลวไหลว่ะ" นักเรียนชายคนหนึ่งพูดเเทรกเข้ามา
"เเล้วไงต่อ?" ครูใหญ่มีท่าทีสนใจในสิ่งที่ต๋องพูด เขาเริ่มถามต่อโดยไม่สนใจเสียงค้าน
"ก็... เจนบอกว่า หลังจากโลกร้อนขึ้น จะเกิดโรคระบาด เเละมันรุนเเรงมาก เเบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันเลวร้ายจนสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้นับล้าน หรือ มากกว่านั้น..."
"ครูใหญ่ครับ เราฟังมันมามากพอเเล้วนะครับ ฟังดูยังไงก็เป็ไปไม่ได้ ซอมบี้หรอ! ให้ตายสิ มึงมันติดอยู่ในนิยายสยองขวัญเเบบกู่ไม่กลับเเล้ว ทั้งมึงทั้งนังนั่น!" นักเรียนชายที่ต่อยต๋องพูดด้วยท่าทีโมโห
"ไอ้แม็ก ทำไมมึงถึงทำตัวเป็ว่าตัวเองรู้ดีไปซะทุกอย่าง" ต๋องพูดด้วยน้ำเสียงที่สุขุม ในขณะที่เเม็กนั้นจะหันไปหากลุ่มนักเรียนทุกคน
"เพราะอะไรมึงรู้มั้ย? เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็ไปได้! เราที่นี่ ครึ่งโรงเรียน ที่ฟังคำเพ้อเจ้อของนังนั่นจนหูชา มันเพ้อเจ้อถึงโลกที่ลังจะเเตกดับ เเละมันเองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าไม่มีใครชอบหน้ามันซักคน มันจะไปมีเหตุผลอะไรอีกเล่าต๋อง ที่มันจะไม่ใช้โอกาสเเบบนี้เเก้เเค้นเรา"
"แก้เเค้นอะไรวะ!?" ต๋องถาม
"มันพยายามจะขู่ให้พวกเรากลัวไง"
"หยุดนะ!" ครูใหญ่ะโห้ามเพื่อยุติการถกเถียงกันของทั้งคู่!
ตูม!!
ทันทีที่สิ้นเสียงครูใหญ่ จู่ๆก็มีเสียงะเิขึ้น เสียงมันดังลั่นไปทั่วบริเวณไกลไปหลายกิโล ทำให้ทุกคนที่ได้ยินเสียงก็ต่างพากันก้มอย่างอัตโนมัติ บางคนก็ถึงกับลงไปนอนราบกันเพื่อนโดนสัญชาตญาณ
"เสียงมาจากทางปั๊มน้ำมันตรงข้ามโรงเรียน!" ครูเชอร์รี่กล่าว
"เอาไงดี? ดูทรงไม่ใช่เื่บังเอิญเเล้วนะครับ!" ครูพละร่างใหญ่กล่าว
"... นัท! ไปหน้าโรงเรียน ปิดประตูทั้งหมด อย่าให้มีใครออกไป หรือเข้ามา!" ในความคิดการตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายของครูใหญ่ นางได้สั่งให้ครูนัท ครูพละร่างใหญ่มุ่งหน้าไปที่หน้าโรงเรียน เพื่อไปปิดทางเข้า
"ที่เหลือ ตามครูมาหลังโรงเรียน เราจะไปปิดทางออก เร็ว!" ครูใหญ่สั่งการให้กลุ่มนักเรียนจำนวนห้าคน หนึ่งในนั้นคือเเม็ก เพื่อไปทำการปิดทางออก
ทุกคนเเตกตื่นวิ่งออกไปจากโรงอาหารกันบางส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่นี่ ต๋องที่ทำอะไรไม่ถูก ก็เหลือบไปเห็นเจมส์ที่กำลังนั่งกอดศพน้องสาวของเขาอยู่ ก่อนที่เขาจะหันมาสบตาของต๋อง ภายในใจของต๋องนั้นเสียใจให้กับเจมส์ เพื่อนร่วมชั้นปี เเต่ว่าสถานการณ์นั้นก็บีบบังคับสุดๆ ต๋องต้องตัดใจวิ่งออกไปเพื่อช่วยเหลืออะไรซักอย่างข้างนอกนั่น! เเทนที่จะเข้าไปหาเจมส์ที่ส่งสายตาอันเศร้าโศกมาที่เขา
"ฉันเสียใจนะเพื่อน!" ต๋องนึกในใจ ก่อนจะวิ่งออกไป ปล่อยให้เจมส์นั้นนั่งกอดศพผู้เป็น้องสาวพร้อมน้ำตาที่ไม่มีท่าทีที่จะหยุดไหล...
"ฝากดูแลจิวด้วยนะ"