จื่อหลานวางค่ายกลแปดทิศหลังจากเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลมู่ตัวเธอนั้นได้รับเงินหนึ่งแสนหยวนเพื่อปรับฮวงจุ้ยบ้านให้เป็มงคลก่อนไปดูหลุมศพ เธอได้ซื้อยันต์ในร้านสะดวกซื้อจาก์มาในราคาห้าหมื่นหยวนชุดนึงมีแปดใบ
"ฉันจะเป็จุดเชื่อมต่อของสรรพสิ่งพวกคุณช่วยขยับออกไปหน่อยเพราะฉันต้องดูดพลังหยางหยินให้สมดุล"
จื่อหลานพูดขึ้นจากนั้นนั่งอยู่ตรงกลางขัดสามาธินั่งตรงกลางท่องคาถา พร้อมส่งพลังวิญญานหรือกำลังภายในส่งเข้าไปในยันต์ที่ตอนนี้ลอยวนไปมาก่อนจะลอยไปติดทิศทางตัวบ้านแต่ละแห่งที่เป็มงคล 'วูบบบ'
"พ่อครับปรมาจารย์หลินเธอสุดยอดมาก"
"ฉันบอกแกแล้วต่อไปบอกเมียแกด้วยให้เชื่อเธอ"
"ผมรู้แล้วครับตามที่ปรมาจารย์บอกว่าจะช่วยเื่สืบทายาทเป็เื่จริงไหมครับ" มู่เหวินรู้สึกโลกทั้งใบเต็มไปด้วยความสุขเขารอมานานมากแล้ว รอจนลูกบุญธรรมอายุได้16ปีแล้ว ภรรยาของเขารู้ข่าวต่างเต็มไปด้วยความหวัง
"จริงไหมแกก็ดู" มู่เหวินได้ยินเสียงพ่อทำให้เขามองดูปรมาจารย์ที่ตอนนี้ลอยตัวเหมือนเล่นกล เขาได้แต่อ้าปาก ตาค้างในตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าสิ่งที่หมอไม่รู้สาเหตุย่อมมีความหวังอีกครั้ง
"ผมเชื่อแล้วครับพ่อ"
ผ่านไป1ชั่วโมง
จื่อหลานเดินออกมาจากโถงใหญ่ของบ้านที่พวกเขาไล่ทุกคนออกไปจนหมดเธอตรวจมองสิ่งต่างๆได้แต่พยักหน้าพอใจ
"บ้านหลังนี้อยู่แล้วร่มเย็น เปี่ยมด้วยโชคลาภมั่งคั่งก้าวหน้า ฉันได้ปรับฮวงจุ้ยในตัวบ้านและนอกบ้านแล้วขอให้โชคดีนะคะ แล้วก็พวกคุณมีกระดาษ พู่กันเอ่อปากกาไหมคะ"
"มีๆ" มู่เหวินรีบไปนำมาให้จื่อหลานเขียนลงในกระดาษเป็สมุนไพรที่สามารถหาได้ทั่วไปเธอพูดขึ้น
"หลังจากที่ฉันไปปรับฮวงจุ้ยหยินร่มรื่นในสุสานคุณต้มยานี้กินทั้งคุณและภรรยาหลังจากค่ำคืนผ่านพ้นไปคุณจะได้ลูกชาย และในอนาคตคุณจะได้ลูกสาวและลูกชายอีกหนึ่งคน"
"ขอบคุณครับปรมาจารย์หลิน"
"เรียกฉันว่าจื่อหลานก็พอค่ะแล้วก็นี่ของคุณตานำไปบำรุงตัวเองหน่อยนะคะ ดูแล้วตับจะมีปัญหา"
"เธอนี่ไม่ต้องตรวจแต่ก็รู้เลยว่าฉันมีปัญหากับตับจริงๆ"
"จริงเหรอครับพ่อทำไมผมไม่รู้ล่ะ"
"ระยะสองฉันคิดว่ามันไม่ได้เป็อะไรมากแค่กินยาและไปหาหมอเลยไม่บอกใคร"
"แต่คุณควรบอกฉันไม่ใช่เหรอคะ" หญิงวัย53ปีใบหน้าอิ่มสุข สวมชุดกี่เพ้าสีน้ำเงิน เครื่องประดับเป็มุกเม็ดเล็กถูกประคองเดินมาจื่อหลานจ้องมองทำให้เธอเดินเข้าไปที่กำไลหยกสีขาวขุ่น
"คุณนายไม่ควรใส่กำไลที่มีพลังแห่งความตายแบบนี้สุขภาพจะแย่เอานะคะ"
"นี่เธอเป็ใครกันทำไมถึงมาแช่งคุณนายใหญ่แบบนี้"
"ฉันเป็แค่หมอดูเท่านั้น" จื่อหลานพูดขึ้นหญิงที่ดูคล้ายเป็แม่บ้านกำลังจะพูดต่อแต่ถูกสายตาเย็นของมู่หวาง ทำให้เธอหดคอลง
"กำไลมีปัญหาคุณถอดทิ้งซะ"
"ฉันพึ่งได้จากหลูจวงมามันสวยดี คุณก็อย่าโบราณเชื่อคนอื่นง่ายๆเลย"
"คุณไม่เชื่อแต่ผมเชื่อปรมาจารย์หลิน"
"จริงครับแม่ผมเห็น...เอ่อ" จื่อหลานเดินมาแตะที่ไหล่เขาทำให้คุณนายใหญ่ใและโวยวายขึ้น
"เ้าใหญ่นี่แกคิดมีชู้เหรอเมียแกรู้ไหมเนี่ยนี่มันยังไงกันโตแล้วไม่รู้จักคิดหรือว่าอยากมีลูกฉันจะหาสะใภ้คนใหม่ให้ไม่ใช่เอาผู้หญิงที่ไหนก็ได้มาทำเมีย!"
"เงียบ!!!" มู่หวางมองดูแล้วเื่ไปกันใหญ่ทำให้เขาต้องตัดบทภรรยาที่ปากร้ายทั้งที่เมื่อคืนเขาได้บอกเธอแล้วว่ามีหญิงสาวอายุน้อยช่วยลูกให้นักลงทุนมาลงทุนมหาศาลและร่วมมือกันลงทุนโดยที่เขาไม่เสียอะไรยังมีแต่ได้กับได้ อีกอย่างเขาเล่าเื่ของเธอให้ภรรยาฟังว่าหญิงสาวคนนี้เป็คนช่วยทำให้เขาเจอลูกชายคนแรกปมในใจคลายลงเธออยากผูกมิตรกับหญิงสาวอายุน้อยมากความสามารถไม่ใช่เหรอ
"คุณตา คุณน้าพาฉันไปสุสานเถอะค่ะเสร็จงานจ่ายเงินคือจบ" จื่อหลานเธอไม่อยากผูกมิตรกับคนที่ดูถูกเธอ
"แม่หนูหลินฉันขอโทษ"
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณตาในเมื่อฉันได้เตือนแล้วไม่เชื่อก็ไม่มีวาสนาร่วมกัน"
"ดะ เดี๋ยวก่อนเธอคือคนที่ช่วยบริษัทของเราเหรอ"
ลู่เซียงเมิง ถามขึ้นเธอเป็คนฉลาดย่อมรู้ดีว่าคืออะไรถึงแม้ไม่ได้คำตอบเธอดึงกำไลออกจากแขนทันที "เพล้ง" "ซู่" ควันดำกำลังลอยหนีแต่ถูกปราณบริสุทธิ์ของจื่อหลานจับไว้และชำระเป็ปราณหยินบริสุทธิ์ซึมซับเข้าร่างกายตัวเองพลังจิติญญาของเธอ้าฟื้นฟู
"ดีนะคะที่คุณเชื่อฉันเร็วผงกระดูกของิญญาอาฆาตอาจจะทำให้คุณพบเจอความทุกข์ก่อนตายอย่างมัน"
"ฮึก! หญิงแก่คนนี้สำนึกผิดแล้วปรมาจารย์ยกโทษให้ฉันได้ไหมขอร้องล่ะช่วยลูกชายฉันที"
"อย่าห่วงเลยค่ะฉันช่วยคนเพราะความเชื่อ" จื่อหลานพูดช่วยคนจากความเชื่อคือพลังศรัทธาที่เธอได้รับเป็พลังิญญา เธอได้เงินเหมือนได้ลาภสองชั้นแบบนี้มันดีจริงๆ
"ขอบใจมากที่เธอให้อภัยหญิงแก่เช่นฉันเย็นนี้ทานข้าวด้วยกันเถอะนะ"
"ถ้าคุณยายอยากได้หลานรอฉันกลับมาแล้วจะร่วมโต๊ะด้วยนะคะ" ลู่เซียงเมิงรู้สึกดีใจเป็อย่างมากลูกชายเธอยังไมาถึง40 ยังพอมีเวลาที่จะมอบหลานให้เธอ ทำให้เธอรีบจับมือหญิงสาวแล้วพูดอย่างเป็กันเองจนเมินสองพ่อลูกทันที
"ได้ๆยายจะรอ" จื่อหลานมองดูแล้วจิตใจผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลวร้ายมากเมื่อรู้ตัวแล้วขอโทษตัวเธอย่อมให้อภัยถึงไม่อยากผูกมิตรมากแต่ตระกูลมู่พอมีประโยชน์ให้เธอหาเงินไม่น้อย