บทที่ 6 ฉันสามารถตัดสินใจเองได้แล้ว (รีไรต์)
หลินเนี่ยนออกจากบ้านตระกูลหวงมาก็ไปขึ้นรถสาธารณะ เธอต้องไปที่สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรักษาบ้านเอาไว้ ห้ามให้จางชุ่ยฟางมาเอาเปรียบ
เธอรีบไปที่สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ สำนักงานที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปได้มีขนาดประมาณสองประตูกว้าง โต๊ะทำงานเก่า ๆ ที่อยู่ด้านในจัดเรียงกันเป็เคาน์เตอร์ยาว โดยมีพนักงานเฝ้าอยู่สองสามคน
คนที่มาทำเื่ก็มีไม่น้อย หลินเนี่ยนต่อแถวอยู่ตรงที่คนน้อยที่สุด รอให้ถึงคิวเธอแล้วจึงพูดกับพนักงานเสียงดังฟังชัด “สวัสดีค่ะ ฉันมีบ้านหลังหนึ่งว่างอยู่ อยากจะทำเื่ให้สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์เช่าโดยไม่เสียเงินเป็เวลาห้าปี เพื่อเอาไว้ช่วยเหลือครอบครัวของผู้สละชีพให้ก้าวผ่านความยากลำบากนี้ค่ะ”
ทันทีที่เธอปริปากก็ทำให้ทุกคนอ้ำอึ้งทันที
ทรัพยากรที่อยู่อาศัยกำลังขาดแคลนมากเชียวนะ!
เด็กคนนี้โง่เกินไปแล้ว…ถุย! จิตสำนึกของเธอสูงส่งมากไปหน่อยมั้ง!
“แม่หนู เื่นี้เป็เื่ใหญ่ ผู้ใหญ่รู้เื่ไหม?”
หลินเนี่ยนยืดอกผายไหล่ผึ่งเอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “พี่คะ ฉันอายุครบสิบหกปีบริบูรณ์แล้ว สามารถทำงานได้แล้ว เื่นี้ฉันตัดสินใจเองได้ค่ะ!”
“พ่อฉันก็เป็ผู้สละชีพเหมือนกัน ฉันเลยอยากสานต่อความฝันของพ่อที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยเหลือคนที่้า ถึงแม้พลังของฉันจะน้อยนิด แต่ผู้ยิ่งใหญ่เคยบอกไว้ ประกายไฟเพียงจุดเดียวก็สามารถลุกไหม้ทั้งทุ่งหญ้าได้!”
“ตอนนี้ฉันไม่ขาดแคลนที่อยู่ บ้านหลังนี้ปล่อยไว้ก็ว่างอยู่อย่างนั้น ให้พวกคุณยืมเพื่อเอาไปช่วยเหลือคนยากลำบาก บ้านหลังนี้ถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด!”
“แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่เอาอะไรเลย หลังจากนี้อีกห้าปี ฉันจะแต่งงาน แล้วตอนที่ฉันแต่งงาน ฉันจะขอบ้านหลังนี้คืน ไม่อย่างนั้นฉันกับแฟนจะไม่มีที่ซุกหัวนอน!”
เื่นี้พนักงานที่รับเื่ตัดสินใจเองไม่ได้ จึงไปเรียกหัวหน้าของพวกเขามา
“หัวหน้ากู้คะ คุณหลินเนี่ยนคนนี้แหละค่ะที่จะให้สำนักงานยืมบ้านฟรี ๆ”
มีคนซื่อบื้อมาที่สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ เฮอะ! หญิงสาวผู้มีจิตสำนึกสูงส่งคนหนึ่งต่างหาก ไม่นานพนักงานจากห้องอื่นก็มามุงดูหลินเนี่ยนไม่น้อย
มาดูว่าคนจิตสำนึกสูงส่งคนนี้หน้าตาเป็ยังไง ทำให้ห้องทำงานเล็ก ๆ นี้เต็มไปด้วยผู้คนอย่างรวดเร็ว
ฟู่ชิวสือที่ตามมาตลอดทางมองหลินเนี่ยนที่ตกเป็เป้าสายตาของทุกคน ถึงแม้หญิงสาวจะมีใบหน้าบวมช้ำ เสื้อผ้าบนตัวถูกปะชุนไปทั่ว แถมยังหลวมโพรกอีกต่างหาก
แต่ถึงอย่างนั้น เธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ยังคงเหมือนตะวันดวงน้อยที่ส่องแสงสว่างไปรอบ ๆ
สภาพเหนื่อยล้าของเธอตอนอยู่ที่ลานบ้านราวกับแมวน้อยที่ตื่นตระหนกไม่หายหลังจากถูกรังแก แต่สุดท้ายกลับออกไปขึ้นรถสาธารณะแล้วกล้าไปหาไอ้หลอที่หอวัฒนธรรมคนเดียว ใจกล้าบ้าบิ่นสุด ๆ แถมยังกล้าอ้างนามแฝงของเขาอีก
ทั้ง ๆ ที่ลูกของผู้สละชีพไม่จำเป็ต้องไปลำบากที่ชนบท แต่เธอกลับยินยอมไปด้วยตนเอง
ตอนนี้ยังปล่อยบ้านให้สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ได้ยืมอีก ถึงจะฟังดูเด็ดเดี่ยวและองอาจผึ่งผาย แต่ฟู่ชิวสือรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีแผนการบางอย่าง
เดิมทีฟู่ชิวสือเพียงแค่ตอบตกลงเื่ศิษย์ของคุณตา และมาดูหญิงสาวคนนี้ให้จบ ๆ ไป แต่ตอนนี้ เขากลับอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เขาอยากรู้ว่าหญิงสาวที่น่าสนใจคนนี้มีกี่หน้ากันแน่ เธอจะสามารถทำเื่ประหลาดใจอะไรให้เขาได้เห็นอีก
อีกอย่าง เขาอยากรู้ด้วยว่าหญิงสาวคนนี้รู้จักไอ้หลอได้และรู้นามแฝงของเขาได้ยังไง
“ดี!”
“แม่หนูคนนี้พูดได้ดี!”
หัวหน้ากู้เดินเข้าไปยื่นมือให้หลินเนี่ยน หญิงสาวรีบยื่นมือเข้าไปจับมือของเขาไว้พร้อมเขย่าแรง ๆ สองที “สานต่อความปรารถนาในการทำงานให้กับประชาชนของพ่อ เป็สิ่งที่คนเป็ลูกควรทำค่ะ!”
พนักงานที่ดูแลหลินเนี่ยนกล่าวกับหัวหน้ากู้ว่า “หัวหน้ากู้คะ เมื่อครู่นี้ฉันตรวจสอบบ้านของคุณหลินเนี่ยนแล้วค่ะ บ้านหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ อีกอย่างตั้งอยู่ใจกลางเมืองด้วย ถ้าจัดแบ่งดี ๆ สามารถรองรับบ้านที่มีสมาชิกเจ็ดถึงแปดคนได้สองบ้านค่ะ”
“ก่อนหน้านั้นว่างอยู่จริง ๆ ค่ะ!”
หัวหน้ากู้ถามหลินเนี่ยนยิ้ม ๆ “คุณเสี่ยวหลินครับ ทำไมตอนนี้คุณถึงคิดจะให้ยืมบ้านหลังนี้ล่ะ”
หลินเนี่ยนไม่รู้จะตอบอย่างไร “แต่ก่อนแม่ฉันไม่ยอมค่ะ แต่ตอนนี้ฉันอายุครบสิบหกแล้ว สามารถตัดสินใจเองได้แล้วก็เลยมา”
หัวหน้ากู้เลิกคิ้ว “หมายความว่าคุณตัดสินใจเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแม่งั้นเหรอ?”
หลินเนี่ยนปั้นหน้ามึนงง แล้วกะพริบตามองเขาอย่างไม่รู้เื่รู้ราว “หา ฉันอายุสิบหกแล้วยังตัดสินใจเองไม่ได้อีกเหรอคะ”
“นี่เป็บ้านของฉันนะ!”
“ประเทศชาติกำหนดไว้ว่าอายุสิบหกปีก็สามารถร่วมกองทัพ ทำงานได้แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันอายุสิบหกแล้วยังต้องให้ผู้ใหญ่มาตัดสินแทนล่ะ”
หัวหน้ากู้ถูกหลินเนี่ยนถามจนไม่รู้จะตอบอย่างไร “เอ่อ…”
“แต่เื่ใหญ่แบบนี้ยังไงก็ควรปรึกษาแม่ก่อน”
หลินเนี่ยนกล่าวอย่างจริงจัง “ถ้าปรึกษาก็ไม่มีโอกาสแล้วค่ะ! บ้านหลังนี้จะว่างแบบนี้ต่อไป ถ้าเป็แบบนี้ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาที่พักให้ครอบครัวผู้สละชีพได้”
“พ่อฉันเป็ผู้สละชีพเหมือนกัน ฉันเข้าใจความยากลำบากของครอบครัวผู้สละชีพดี ฉันแค่อยากให้ครอบครัวผู้สละชีพสักสองสามบ้านได้มีชีวิตสุขสบายก็เท่านั้น”
“หัวหน้ากู้ทำให้ฉันสมปรารถนาเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้เลยเหรอคะ”
พูดจบ หลินเนี่ยนก็หุบยิ้มทันที พร้อมเผยสีหน้าผิดหวังบนใบหน้าอ่อนวัย
หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ อยากทำความดีแต่ถูกปฏิเสธแบบนี้คงต้องรู้สึกเสียใจอยู่แล้ว
เมื่อเหล่าพนักงานเห็นแบบนี้แล้วจึงอดใจไม่ไหว พากันเอ่ยปากบอกให้เธอไปปรึกษากับแม่ดี ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าเื่นี้ถูกแม่ของเธอรู้เข้าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกของเธอสั่นคลอนได้
หลินเนี่ยนก้มศีรษะ เอ่ยอย่างดื้อดึง “ฉันคิดดีแล้ว ถ้าแม่รู้ อย่างมากก็แค่ด่าฉัน แต่การที่ฉันโดนด่าสามารถแลกมาด้วยความเป็อยู่ของครอบครัวผู้สละชีพเป็เวลาห้าปีได้สักสองสามครอบครัว ฉันว่ามันคุ้มค่ามาก!”
“แม่ฉันดีกับฉันค่ะ ฉันเป็สายเืเพียงคนเดียวของแม่กับพ่อ และนี่เป็ของต่างหน้าเพียงอย่างเดียวที่พ่อทิ้งไว้บนโลกนี้ ถ้าแม่รู้ เธอก็แค่จะอารมณ์เสีย แต่ถ้าเื่เกิดขึ้นไปแล้วเธอก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”
หลังจากที่หลินเนี่ยนพูดมาถึงขนาดนี้ เธอก็เงยหน้ามองหัวหน้ากู้อย่างคาดหวัง
หัวหน้ากู้เองก็ลำบากใจเหมือนกัน หากแต่ในใจนึกยินดี ถึงกระนั้นก็กลัวว่าในอนาคตครอบครัวของหญิงสาวจะมาเอาเื่ได้ ทำให้เื่ดีกลายเป็เื่ร้าย
ฟู่ชิวสือมองหลินเนี่ยนอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเดินฝ่าฝูงชนไปตรงหน้าหัวหน้ากู้ พลางพูดขึ้นว่า “หัวหน้ากู้ ถ้าเื่นี้ถูกต้องตามกฎหมายประเทศชาติ ผมคิดว่าสำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ควรจัดการเื่นี้ตามกระบวนการปกติ!”
“เพราะนี่เป็เื่ดี”
หลินเนี่ยนมองไปยังฟู่ชิวสือด้วยความสงสัย ชายหนุ่มที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นสวมชุดเครื่องแบบสีเขียวทหาร ตัวสูงอกผายไหล่ผึ่ง ใบหน้าเ็าทว่าหล่อเหลา ดวงตาของเขาดั่งนกอินทรีแฝงด้วยเสน่ห์อันชั่วร้าย ทั้งยังให้ความรู้สึกถึงความยุติธรรม
เขาไม่จำเป็ต้องพูด เพียงแค่กวาดตามองแวบเดียวก็สามารถมองทะลุคนได้ทันที
หลินเนี่ยนมีความรู้สึกราวกับว่าแผนการลับที่วางมาทั้งหมดไร้ประโยชน์ทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
รู้สึกผิดแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้
หลินเนี่ยนหลบตาเขาแล้วก้มศีรษะลง
หัวหน้ากู้มึนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพลันเปลี่ยนน้ำเสียงกล่าวว่า “ถ้างั้นก็จัดการตามกระบวนการแล้วกัน เสี่ยวจ้าว ทำสัญญาเช่าให้คุณหลินเนี่ยนที”
“ส่วนคุณหลินเนี่ยน ผมจะให้เวลาคิดอีกหนึ่งเดือน ภายในหนึ่งเดือนนี้ถ้าอยากเปลี่ยนใจก็มายกเลิกสัญญากับผมได้เสมอ”
“แต่หลังจากหนึ่งเดือน ผมจะปล่อยบ้านออกไป ถึงตอนนั้นจะเปลี่ยนใจไม่ทันแล้วนะ!”
หลินเนี่ยนเงยหน้าเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เธอหันไปโค้งคำนับให้หัวหน้ากู้ “ขอบคุณค่ะหัวหน้ากู้! คุณวางใจได้เลย ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่นอนค่ะ!”