หลังจากพันธสัญญาเืและเหล็กกล้าระหว่าง เซน และ บัลร็อกอส ถูกสถาปนาขึ้น มหานครในเงามืดก็เข้าสู่ยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด พลังงานความร้อนมหาศาลจากร่างกายของัาถูกถ่ายโอนผ่านระบบท่อส่งพลังงาน "ไฮเปอร์-คอนดักเตอร์" เข้าสู่โรงงานผลิตอัตโนมัติเฟส 2 ทำให้กำลังการผลิตของเมืองพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า
แต่เซนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขารู้ดีว่าการตั้งรับอยู่ใต้ดินเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำมาซึ่งชัยชนะที่เบ็ดเสร็จ การลอบส่งหน่วย "ทมิฬ" ลงมาของภาคินคือหลักฐานว่าโลกเบื้องบนจะไม่ยอมปล่อยให้เขาสร้างอาณาจักรอย่างสงบ
"กริม เอริน มานี่สิ" เซนเรียกที่ปรึกษาทั้งสองมาที่หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องปฏิบัติการที่ตอนนี้เต็มไปด้วยชิ้นส่วนโลหะสีดำทะมึนที่ส่องประกายสีแดงจางๆ ของแมกมา
"นี่คือโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา" เซนเคาะนิ้วลงบนแผนผัง 3D "ในเมื่อพวกมันพยายามจะฝังเราไว้ใต้ดิน เราก็จะใช้ดินนี่แหละเป็อาวุธพุ่งกลับขึ้นไปหาพวกมัน!"
[เริ่มการก่อสร้าง: ยานรบยุทธศาสตร์ใต้ดิน - 'ดิ อะบิสซัล เดรดนอต' (The Abyssal Dreadnought)]
[ผสานเทคโนโลยี: ระบบขุดเจาะความร้อนสูง + เกราะมานาศิลาเหล็ก + เครื่องยนต์ขับเคลื่อนพลาสม่า]
วิศวกรรมที่ผสานกับตำนาน
หัวใจของยานรบลำนี้ไม่ใช่เครื่องยนต์กลไกเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการ "ติดอาวุธให้ตำนาน" เซนร่วมมือกับบัลร็อกอสในการสร้างห้องควบคุมพิเศษที่ติดตั้งอยู่บนส่วนหลังของัั์ ซึ่งถูกหุ้มด้วยเกราะโลหะผสมนิวเคลียร์-เซรามิกที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากการพุ่งทะลุชั้นหินแข็ง
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเกราะของข้าจะแข็งแกร่งและเบาสบายได้ขนาดนี้" บัลร็อกอสคำรามเบาๆ ขณะที่หุ่นยนต์นาโนบอทนับล้านตัวกำลังทำการเชื่อมต่อประสาทััของมันเข้ากับระบบเล็งเป้าหมายอัตโนมัติของยาน
ยานเดรดนอตลำนี้มีความยาวกว่า 200 เมตร รูปทรงเพรียวลมคล้ายปลาฉลามเหล็ก หัวขบวนเป็สว่านเจาะเลเซอร์แรงดันสูงที่ใช้พลังงานพลาสมาในการละลายหินให้กลายเป็ของเหลวก่อนจะพุ่งผ่านไป ตัวยานติดตั้งป้อมปืนพลาสมา 24 จุด และที่สำคัญที่สุดคือ 'อู่เก็บโดรน' ที่สามารถปล่อยโดรนรุ่น 'วอสป์' ออกมาได้คราวละหลายร้อยตัว
"เอริน เ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคต้องตรวจสอบระบบรักษาความดันในห้องผู้โดยสารให้ดี" เซนสั่งการ "ยานลำนี้จะพุ่งผ่านชั้นหินด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงจี (G-Force) จะมหาศาลมาก"
เอรินพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น "ระบบ 'แรงโน้มถ่วงจำลอง' พร้อมทำงานค่ะท่านเซน! และข้าได้ติดตั้งระบบพรางตัวด้วยการหักเหแสงจากไอความร้อน ทำให้เรดาร์เวทมนตร์ของพวกอัศวินแสงตรวจจับเราไม่ได้จนกว่าเราจะโผล่พ้นดิน!"
การทดสอบเขี้ยวเล็บ
ขณะที่การสร้างดำเนินไป กริมได้รับหน้าที่ฝึกสอนอดีตทาสและคนแคระให้กลายเป็ "หน่วยนาวิกโยธินใต้ดิน" พวกเขาไม่ได้สู้ด้วยดาบหรือคันธนู แต่สู้ด้วย 'ชุดเกราะจักรกลจู่โจม V3' (Power Armor) ที่ติดตั้งปืนกลมานาและใบเลื่อยความถี่สูง
"จำไว้! เราไม่ได้ไปเพื่อฆ่าแกงผู้บริสุทธิ์" กริมะโก้องในลานฝึก "เราไปเพื่อทำลายโครงสร้างอำนาจที่กดขี่เรา! ใครขวางทางเดินของเครื่องจักร... มันผู้นั้นต้องหลีกไป!"
เซนเฝ้าดูการฝึกด้วยสายตาที่พอใจ เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นเป็ 20 จากการบริหารจัดการทรัพยากรและการสร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับตำนาน ทำให้เขาสามารถปลดล็อกทักษะใหม่: [Industrial Telepathy] — ความสามารถในการสั่งการเครื่องจักรทุกตัวในรัศมี 1 กิโลเมตรด้วยความคิด
"ระบบ... รายงานความพร้อมของกองเรือ"
[กองเรือใต้ดิน: ดิ อะบิสซัล เดรดนอต (1 ลำ - พร้อม 95%)]
[ยานสนับสนุน: 'สไปเดอร์-เจาะทำลาย' (10 ลำ - พร้อม 100%)]
[จำนวนโดรน: 1,200 หน่วย]
[กำหนดการบุก: อีก 48 ชั่วโมง]
ความเงียบก่อนพายุ
ในคืนสุดท้ายก่อนการบุก เซนเดินขึ้นไปบนยอดหอคอยกระจายสัญญาณที่มองเห็นเมืองใต้ดินทั้งหมด บัดนี้มันดูเหมือนมหานครในอนาคตมากกว่าคุกใต้ดิน แสงไฟจากบ้านเรือนและโรงงานส่องสว่างสะท้อนกับผนังถ้ำที่ถูกขัดเงา เอรินเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับถือพิมพ์เขียวดิจิทัลในมือ
"ท่านเซน... ท่านคิดว่าคนบนนั้นจะยอมรับเราไหม?" เธอถามเบาๆ "หรือเราจะกลายเป็เพียง 'ปีศาจจากนรก' ในสายตาของพวกเขาตลอดไป?"
เซนมองออกไปในความมืด "ความจริงมักถูกเขียนโดยผู้ชนะ เอริน ถ้าเราชนะ เราคือผู้ปลดปล่อย ถ้าเราแพ้ เราคือปีศาจ แต่ข้าไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อให้ใครมายอมรับ ข้าทำเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครจะสามารถกดขี่คนของเราได้อีก"
เขาหยิบเหรียญตราประจำตัวเก่าของเ้าชายแห่งอาณาจักรแสงออกมา แล้วโยนมันลงไปในบ่อแมกมาเบื้องล่าง "เซนคนเดิมตายไปในหลุมนี้แล้ว... ตอนนี้เหลือเพียง 'สถาปนิก' ผู้ที่จะสร้างโลกใหม่เท่านั้น"
วันแห่งการพิพากษา: การทะยานสู่พื้นผิว
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เซนก้าวเข้าสู่ห้องควบคุมหลักของยานเดรดนอต บัลร็อกอสคำรามกึกก้องเป็สัญญาณเริ่มเดินเครื่อง
"เริ่มระบบขุดเจาะ! เป้าหมาย: ลานพิธีกรรมหน้าพระราชวังแสง!"
วี๊นนนนนนนนนนน!
หัวเจาะพลาสมาเริ่มหมุนด้วยความเร็วสูงจนเกิดแสงสว่างจ้า ยานลำมหึมาเริ่มเคลื่อนที่เข้าสู่ผนังถ้ำด้านทิศตะวันออก แรงสั่นะเืทำให้อาณาจักรใต้ดินสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ยานเดรดนอตและขบวนยานสนับสนุนจะพุ่งหายเข้าไปในชั้นหินมุ่งตรงสู่เบื้องบน
ทาง้าดิน... ที่พระราชวังแสง ภาคินกำลังจัดงานฉลองชัยชนะ (จอมปลอม) จากการที่เขาประกาศว่าได้ "กวาดล้างพวกฏใต้ดินด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์" เรียบร้อยแล้ว
"แด่อาณาจักรที่ไร้รอยราคี!" ภาคินชูแก้วไวน์ทองคำขึ้นท่ามกลางเหล่านักบวชและอัศวิน
ทว่า... พื้นดินใต้ลานพิธีกรรมกลับเริ่มร้อนจัดและสั่นะเือย่างรุนแรง แก้วไวน์ในมือภาคินร่วงหล่นแตกกระจาย แผ่นดินเริ่มปริแยกออกพร้อมกับควันสีดำและไอร้อนที่พุ่งขึ้นมาสูงเสียดฟ้า
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
หัวเจาะั์สีดำทะมึนพุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมากลางลานพิธี เศษหินและฝุ่นตลบอบอวล และสิ่งที่ตามมาคือเสียงคำรามที่ทำให้ใจคนหยุดเต้น ัศิลาลาวาขนาดมหึมาที่สวมเกราะเหล็กกล้าทั้งตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ พร้อมกับยานรบที่ดูเหมือนปีศาจโลหะ
เซนยืนอยู่บนหัวเรือที่โผล่พ้นดินมาครึ่งลำ เสียงของเขาดังกังวานผ่านระบบขยายเสียงที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง
"ภาคิน... ข้ากลับมาทวงคืนค่าเช่าที่ ที่เ้าใช้ 'แสงสว่าง' ของเ้าหลอกลวงผู้คนมานานเกินไปแล้ว!"
กองทัพโดรนวอสป์นับพันพุ่งออกจากตัวยานราวกับฝูงผึ้งมรณะ ปิดบังท้องฟ้าจนกลายเป็ความมืดมิดในยามเที่ยงวัน... การปฏิวัติแห่งเหล็กและไฟได้เริ่มขึ้นแล้ว!