ตอนนี้ผมไวต่อเื่เหรียญมากเป็พิเศษ เลยมองมันอยู่นานกว่าปกติ
แล้วสิ่งที่ผมพบกลับทำให้ต้องตกตะลึง
เหรียญนั้น...คือเหรียญที่ผมดึงออกมาจากปากของเสี่ยวอวี่เมื่อวานและจางเฉียงเอากลับมาที่ห้องพัก
ทั้งที่จางเฉียงบอกว่าจะเอาเหรียญนั้นไปซื้อโจ๊กในตอนเช้าแต่ไอ้หมอนั่นทำไมถึงเอาเหรียญมาวางบนโต๊ะผมอีกล่ะ
แล้วยังมีช็อกโกแลตอีก...ไม่ใช่ว่าจางเฉียงกินไปแล้วเหรอ ทำไมมันถึงกลับมาอยู่ที่เดิม
หรือว่าผมจำผิด?
ไม่...เป็ไปไม่ได้
คำอธิบายเดียวคือจางเฉียงซื้อช็อกโกแลตใหม่มาแล้ววางไว้ที่เดิม แต่ผมไม่คิดว่าหมอนั่นจะกินของของผมแล้วยังซื้อคืนมาให้
ความรู้สึกไม่ดีบางอย่างเริ่มคืบคลานเข้ามาในใจผมราวกับจะมีเื่เลวร้ายเกิดขึ้น
โดยเฉพาะเหรียญที่เสี่ยวอวี่เคยคาบไว้ซึ่งถูกวางทับบนช็อกโกแลต
ผมหยิบช็อกโกแลตขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดความรู้สึกประหลาดทำให้ผมเริ่มกังวล
ด้วยความกระวนกระวาย ผมค่อยๆแกะกระดาษห่อช็อกโกแลตออก แล้วกัดมันเบาๆ หนึ่งคำ แต่ทันทีที่ช็อกโกแลตััลิ้นผมรู้สึกเหมือนร่างกายเย็นวาบไปครึ่งตัว
ช็อกโกแลตในปากไม่มีรสขม ไม่มีรสหวานหรือแม้แต่กลิ่นหอมของช็อกโกแลต
มันไร้รสชาติสิ้นดีราวกับกำลังเคี้ยวเทียนขี้ผึ้ง
ในเสี้ยววินาทีนั้นผมเบิกตากว้างด้วยความใ รีบคายช็อกโกแลตไร้รสออกจากปากทันที
ผมหันไปมองเตียงของจางเฉียงและช็อกโกแลตในมือด้วยสีหน้าหวาดกลัว
บรรยากาศในห้องพักเหมือนจะเย็นะเืและวังเวงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ผมเคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดไว้ว่า ของที่โดนสิ่งไม่สะอาดกินเข้าไปจะไม่มีรสชาติ
เมื่อนึกถึงพฤติกรรมแปลกๆของจางเฉียงเมื่อคืน ร่างกายของผมก็เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมา
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น
เป็ข้อความแจ้งเตือนในกลุ่ม ผมเหลือบมองคร่าวๆและสะดุดตาเข้ากับคำว่า ‘ข่าวมรณกรรม’
มันคือข่าวการเสียชีวิตที่ถูกส่งในกลุ่มของชั้นเรียนพวกเราเอง
ความรู้สึกไม่ดีแผ่ซ่านไปทั่วจนผมใจสั่นรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหวาดกลัว
ทันทีที่ผมเปิดข้อความอ่านร่างกายของผมก็เย็นวาบไปทั้งตัว
[เพื่อนร่วมชั้น จางเฉียง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ปี 20xx เวลา 18.00 น. ที่ทะเลสาบชุ่ยหลิ่วในมหาวิทยาลัย ด้วยอายุ 20 ปี...]
ข้อความแจ้งข่าวการเสียชีวิตถูกส่งมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาของเรา
ข้างล่างเต็มไปด้วยข้อความตอบกลับจากเพื่อนร่วมชั้นว่า ‘ขอให้ไปสู่สุคติ’
หลังจากอ่านข่าวนี้จบขนทั่วร่างของผมลุกชันไปหมด
เมื่อวานตอนที่จางเฉียงกลับมาก็น่าจะประมาณหกโมงเย็น
เขายังพูดอยู่เลยว่าได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขาที่สะพานเสี่ยวไป๋ซึ่งสะพานนั้นอยู่ข้างทะเลสาบชุ่ยหลิ่ว
เป็ไปได้สูงว่า...นั่นคือ่เวลาที่เขาเสียชีวิต
แล้วเมื่อคืน...คนที่บอกว่าหนาวจนต้องยืมผ้าห่มและยังมานั่งหายใจใกล้ๆ เตียงผม...จางเฉียง...นั่นมันผี!
ในวินาทีนั้นเองทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นในหัวของผม
เขาตายแล้ว แต่กลับมาอีกครั้ง...และที่แย่ที่สุดเขายังเอาเหรียญนั้นมาให้ผมอีก!
มันเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นสาดลงมาทั้งตัวทำให้ผมรู้สึกเย็นวาบั้แ่หัวจรดเท้า
แล้วผมจะอยู่ในห้องพักนี้ต่อไปได้ยังไง
ผมหันหลังเตรียมจะวิ่งออกจากห้องทันทีด้วยความตื่นตระหนกแต่พอถึงหน้าประตู สติที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็รั้งผมไว้
ผมหันกลับไปมองเหรียญที่อยู่บนโต๊ะอีกครั้ง
การตายของจางเฉียง...ผมไม่คิดว่ามันจะเป็อุบัติเหตุ
ตอนที่เขากลับมาเมื่อวาน เขาถือเหรียญนี้มา
ตอนนี้เหรียญนั้นก็ถูกวางไว้บนโต๊ะของผมแถมยังอยู่บนช็อกโกแลตที่เขากินไปแล้ว
หรือว่านี่คือ...เขาจ่ายเหรียญหนึ่งหยวนเพื่อซื้อช็อกโกแลตจากผม?
ถ้าผมหนีไปโดยไม่จัดการกับเหรียญนี้ บางที...ผมอาจจะเจอเื่เลวร้ายเหมือนจางเฉียงก็ได้
ผมไม่อยากเสี่ยงกับเื่นี้
แม้จะกลัวจนใจสั่นแต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยให้ความกลัวครอบงำจนไม่สามารถคิดอะไรได้
ผมรีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะและหยิบเหรียญนั้นขึ้นมา
ถ้านับจาก่เวลาที่จางเฉียงมาขอช็อกโกแลตจากผมเหรียญนี้มาอยู่ในมือผมยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมต้องกำจัดมันภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้
ถ้าทำได้เื่นี้ก็คงจะไม่เกี่ยวข้องกับผมอีกต่อไป...เหมือนกับตอนที่เสี่ยวอวี่ให้เหรียญกับผมแล้วบอกให้ใช้มันให้หมดภายในหนึ่งวัน
ไม่ว่าจะยังไงก็ตามเหรียญนี้ต้องไม่อยู่กับผมอีกต่อไป
เพื่อนนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต่างมองผมด้วยสายตาแปลกๆ
แต่ผมไม่ได้สนใจพวกเขาเพราะไม่มีใครหรอกที่จะเชื่อในสิ่งที่ผมเผชิญ สิ่งที่ผมเห็น คนเดียวที่จะช่วยตัวเองได้ก็คือผมเท่านั้น
พอผมลงมาถึงด้านล่างของตึกท้องฟ้าก็เริ่มมืดสลัว
ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยกำลังอาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มแดงของพระอาทิตย์ตกดิน
นักศึกษาที่เดินผ่านไปมา บ้างก็พูดคุยบ้างก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคั้นในใจอย่างหนัก
เหลือเวลาเพียงแปดนาที ก่อนจะถึงหกโมงเย็นซึ่งเป็เวลาที่จางเฉียงเสียชีวิตเมื่อวาน
ถ้าผมสามารถใช้เหรียญนี้ให้หมดภายในแปดนาทีทุกอย่างก็คงจะจบลงด้วยดี...ใช่ไหม
หอพักอยู่ใกล้ประตูฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัยด้านนอกนั้นเป็สตรีตฟู้ด
แต่ก่อนเวลาผมใช้เหรียญที่เสี่ยวอวี่เอามาคืนผมก็มักจะมาซื้อของที่ถนนสายนี้เสมอ
ผมไม่เข้าใจเลยว่า ‘เหรียญ’ นี้มันมีความพิเศษอะไร แต่พ่อค้าแม่ค้าที่เคยรับเหรียญพวกนี้ไปก็ยังคงสบายดีไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา
สิ่งที่ผมต้องทำตอนนี้ก็คือทำเหมือนทุกครั้งเอาเหรียญนี้ไปซื้อของอะไรก็ได้เพื่อใช้มันให้หมด
คิดได้ดังนั้น ผมก็กำเหรียญในมือวิ่งออกจากประตูทิศตะวันตกทันที
พอถึงถนน ผมเห็นว่าผู้คนพลุกพล่านไปหมด
ด้วยความที่เป็่เวลามื้อเย็นร้านอาหารทุกร้านเต็มไปด้วยผู้คน และบางร้านก็มีคิวรอ
ถนนสองข้างทางไม่มีร้านขายของชำมีแต่ร้านเครื่องดื่มและร้านอาหารตามสั่ง
แต่ว่า...ตอนนี้เหลือเวลาแค่สี่นาทีก่อนจะถึงหกโมงเย็น
จะซื้ออะไรไม่สำคัญแล้วสิ่งสำคัญคือผมต้องใช้เหรียญในมือให้หมดทันที
ผมกวาดตามองไปรอบๆแล้วก็เห็นที่มุมถนนไม่ไกลมีรถเข็นขายหมึกย่างอยู่ร้านหนึ่ง
ร้านนี้แทบไม่มีคนเลย
เวลาสี่นาทีคงจะเพียงพอผมถือเหรียญในมือแล้วรีบวิ่งตรงไปทันที
ตรงหน้าผมมีคู่รักคู่หนึ่งกำลังจ่ายเงินกันอย่างอ้อยอิ่ง
ผมมองเวลาที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆใจแทบจะขาดด้วยความร้อนรน
ในที่สุดตอนที่เหลือเวลาอีกสามนาทีก็ถึงคิวผมเสียที
ผมหยิบหมึกหนึ่งไม้ขึ้นมาอย่างเร่งรีบแล้วพูดว่า“ลุงครับ รีบหน่อย ผมรีบ ย่างแบบดิบๆไม่ต้องใส่เครื่องปรุง!”
พ่อค้าซึ่งเป็ชายวัยกลางคน รูปร่างท้วมผมบนหัวเหลือเพียงไม่กี่เส้นซ้ำยังมันเยิ้ม
เขาได้ยินคำพูดของผมก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองผมั้แ่หัวจรดเท้า แล้วในที่สุดก็เผยยิ้ม ก่อนตอบกลับมาว่า
“ได้เลย!”
พูดจบ พ่อค้าก็หยิบหมึกไปวางบนกระทะร้อน
เสียงหมึกที่กำลังย่างดัง “ซู่ซ่า” แต่ความเร็วในการย่างของพ่อค้ากลับช้าจนน่าหงุดหงิดแถมยังดูเหมือนตั้งใจถ่วงเวลาอีกด้วย
ผมมองเวลาที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วใจแทบจะหลุดออกมาจากอกด้วยความร้อนรน
ผมพยายามจะยื่นเงินให้ก่อนด้วย้าจะจ่ายล่วงหน้าแต่พ่อค้ากลับบอกให้รอ
โชคดีที่ใน่ไม่กี่วินาทีสุดท้ายของเวลาที่เหลือหมึกก็ย่างเสร็จ
พ่อค้าหยิบหมึกที่ย่างเสร็จแล้วยื่นให้ผมพลางพูดว่า“สามหยวน”
ผมเตรียมเงินไว้ล่วงหน้าแล้วเป็ธนบัตรสองใบและเหรียญหนึ่งเหรียญ
ตราบใดที่พ่อค้าคนนี้รับเงินจากผมการซื้อขายย่อมเป็อันเสร็จสิ้น และเหรียญนี้ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับผมอีกต่อไป
ไม่ว่าเหรียญนี้จะโชคดีหรือโชคร้ายมันก็จะจบลงตรงนี้ ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันอีกแล้ว...
แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดที่สุดก็เกิดขึ้น พ่อค้าคนนั้นกลับไม่ยื่นมือมารับเงินทันทีเขาหยิบผ้าข้างตัวขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ พร้อมกับมองมาที่ผมด้วยสายตายิ้มแย้มเหมือนมีเลศนัยและพูดว่า “ไม่รับเงินสด สแกนคิวอาร์โค้ดแทนได้ไหม”