“พวกเจ้ารู้หรือไม่ พี่สาวของนางคือผู้ใด ยอมๆ เสียเถิด หากยังมิอยากมีเรื่อง”
ในกลุ่มนั้นยังมีชาวบ้านที่ยืนฟังอยู่หลายคนนัก หลายคนคือคนที่ได้รับการบริจาคจากคุณหนูไป๋และร้านคาเฟยหลงอยู่หลายครา จึงกล่าวเตือนออกมาด้วยความหวังดี
“แล้วเช่นไร ไปฟ้องสิข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน อีกทั้งข้ามีเรื่องจะประกาศเจ้าค่ะ” ไป๋ฮวาเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่ายๆ
เหล่าผู้คนมากมายเอง ก็มารวมตัวกันเพื่อรอฟังว่าเจ้าของร้านคาเฟยหลงจะกล่าวอันใดออกมา
“นับแต่นี้ไป ‘ไป๋ฮวา’ ไม่ใช่สิ ‘แม่นางฮวาเออร์’ จะเป็นสมาชิกของตระกูลเป่ยแห่งแคว้นจ้าว สกุลเป่ย เป่ยฮวาเท่านั้น รบกวนทุกท่านช่วยขยายข่าวด้วยนะเจ้าค่ะ”
“พวกเจ้าเหล่าขอทานน้อยทั้งหลาย ใครขยายข่าวแล้ว มารับเงินคนละ 50 อีแปะจากร้านคาเฟยหลิง เหลิ่งจิ่งเจ้าดูแล” หยางคงเอ่ยออกมา
“ขอรับนายท่าน” เหลิ่งจิ่งพี่ใหญ่ของกลุ่มขอทานน้อยที่ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยหลงจู้ของร้านคาเฟยหลงเอ่ยตอบรับทันที
ยามที่เอ่ยจบประโยคนั้น สีหน้าของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป
ไป๋ฮวาที่ยามนี้ ยังคงยืนนิ่ง ด้วยมิคิดว่าอีกฝ่ายจักใจดีและเมตตาตนเองมากเพียงนี้ ก็อดที่จะซาบซึ้งไม่ได้
‘นางช่าง ไม่เหมือนใครจริงๆ แต่ก็นั้นสิ คนจากภพอื่นจะเหมือนคนอื่นได้เช่นไร’ ไป๋ฮวาทำได้เพียงคิดในใจ มิมีใครสามารถได้ยินความคิดและเข้าถึงจิตใจของนางได้ นั้นเพราะสิ่งที่ติดตัวนางมา
ถัดมาย่อมเป็นสีหน้าของคนในตระกูลจ้าวคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่บรรดาข้ารับใช้ เหล่าองครักษ์ ที่เลื่อมใสในตัวคุณหนูของตนยิ่งนัก
กระทั่งจินหลงและหยางคงเองก็อดที่จะส่งกระแสจิตไปมิได้
‘เจ้าจะถูกใจใครแล้วยกชื่อแซ่ให้ทุกครั้งมิได้เป่ยจิน’
‘ได้สิ ข้าเลี้ยงนางเอง ทำไมจะมิได้ หึ’
‘...’
หากถามว่านางทำเช่นนี้แล้ว จักมีใครตักเตือนหรือดุด่านางหรือไม่ ตอบเลยว่า
“ได้ เช่นนั้นข้าจวินเทียนหลง ประกาศรับรองเอง” บุรุษคลั่งรักแห่งพิภพ ย่อมยกตำแหน่งนี้ให้ใครมิได้ นอกจากเขา
คนรักเอ่ยเช่นไร จวินเทียนหลงพร้อมที่จะสนับสนุนเสมอ ไม่เถียง ไม่แอะสักคำ นางว่าดี ย่อมดี นางว่าได้ ย่อมได้
นั้นมิใช่คุณชายจวินเทียนหลง จากหอประมูลเซี่ยงจ้าวหลงหรอกรึ เช่นนั้นก็มีอำนาจพอที่จะรับรองได้แน่นอน
“ยินดีด้วยคุณหนูเป่ยฮวา”
“ใช่ๆ ยินดีด้วย”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวลือเรื่องแม่นางเป่ยฮวาอดีตคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไปถูกตาท่องใจนายท่านแห่งหอประมูลเซี่ยงจ้าวหลงเข้าให้ ถึงกับให้เจ้าของร้านคาเฟยหลงแบ่งแซ่ให้ใช้ ด้วยกลัวหญิงคนรักของตนจะมิมีสกุลให้ใช้ก่อนแต่งเข้า
เรื่องราวที่เล่าลือกันไปนี้ เรียกเสียงหัวเราะ ความขบขันแก่เป่ยจินเป็นอย่างยิ่ง แต่คนที่จะมิมีอารมณ์ร่วมด้วยคงจักเป็น เป่ยฮวา และจวินเทียนหลง
ที่สำคัญยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่ง ต้าเฟยเฉิง เจ้าหมอนี่มาเกี่ยวอันใดกับเขาด้วย หลังจากที่ข่าวลือไปได้ไม่นาน
ต้าเฟยเฉิงผู้นี่ ถึงกับวิ่งโร่ออกมาจากวังเพื่อมานั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดในร้านของนางมาครึ่งวันเต็มๆ แล้ว
“จวินเทียนหลงสหายของท่านเกิดบ้าอะไรขึ้นมา มานั่งทำหน้ายักษ์ที่ร้านข้าเช่นนี้” เป่ยจินเอ่ยถามออกไป
หากนางหันไปมองสักนิด จะเห็นว่าคนที่นางเพิ่งเอ่ยปากถามออกไป มิได้สนใจ ทำเพียงนั่งนิ่งๆ เช่นกัน
“นี่พวกท่านกังวลเรื่องข่าวลือเช่นนั้นหรือ” เป่ยจินถามออกไป เมื่อเห็นทั้งสามเอาแต่นั่งหน้าบึ้งตึง ไร้เสียงการสนทนากันดังเช่นปกติ
“จินเออร์ เจ้ามิรักมิหวงพี่เลยหรือ” เทียนหลงตัดพ้อออกไป เมื่อเห็นว่าคนรักของตนมิสนใจใยดีกับข่าวเหล่านี้
เขาเพียงมาหนางที่ร้าน แต่ชาวบ้านกลับเอาไปล่ำลือ ว่าเขามาเยี่ยมเยียนหญิงนางอื่นเช่นนี้ มันชั่งน่ากำจัดทิ้งเสียให้หมด
“โถ่ เรื่องแค่นี้เอง ข้าใจกว้างเจ้าค่ะ” เอ่ยจบก็ลุกไปนั่งใกล้ๆ อีกฝ่ายทันที
“โถ่ จินเออร์ พี่ไม่นึกสนุกด้วยหรอกหนา” ด้านบุรุษคลั่งรัก เมื่ออีกฝ่ายมานั่งใกล้ก็ทำเพียงถอนหายใจออกมาและเอ่ยออกไปเช่นเดิม
“ข้าเย้าท่านเล่นเจ้าค่ะ อีกทั้งท่านเองก็มิได้ทำเช่นนั้น กลับเป็นข้าต่างหากที่ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นมา ข้าต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ” นางเอ่ยออกไป
ยามมาขบคิดแล้วก็เป็นจริงดั่งที่อีกฝ่ายพูด แม้ฮวาเออร์จะมิกล่าวสิ่งใดออกมา แต่ยามนี้ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปก่อนย่อมต้องปลอดภัยและง่ายดายกว่าในการดำเนินชีวิตของฮวาเออร์
“เช่นนั้น ควรจะเป็นข้าเสียมากกว่าที่เป็นบุรุษในข่าวลือ” ต้าเฟยเฉิงที่มัวแต่นั่งนิ่งๆ มานานเอ่ยออกมา
“เจ้าพูดดั่งว่าตนเองจะให้แซ่นางใช้ เช่นนั้นหรือ”
คนโดนถามได้แต่นั่งนิ่ง ส่วนคนที่โดนพาดพึงถึงกับใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อบางเบา ฮวาเออร์นั้น มิคิดอาจเอื้อมไปกว่านี้
นางมิได้อยากเป็นภรรยาเอก นางอยากเป็นภรรยาเดียวของบุรุษที่ตนเองรัก แต่เช่นไรแล้ว ใจเจ้ากรรมดันไม่เชื่อฟังเสียนี่
ณ ป่าม่านหมอก
ในขณะ เดียวกันนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องครวญครางดังลั่นมาจากด้านในของชายป่า เหล่าพรานป่าที่ล่าสัตว์และเหล่าชาวยุทธ์ถึงกับล่าถอยออกมา
เสียงฝีเท้าที่วิ่งดังไปมา ยิ่งทำให้ชาวเมืองผวา ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังหลายร้อยปีก่อน ที่เหล่าบรรพชนเคยเล่ากันไว้ว่า หากต้นไม้วิเศษนั้นมีอายุครบ กี่ร้อยปี จักเกิดการฆ่าฟันกัน แย่งชิงผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ เหล่าสัตว์ทั้งหลาย จะรับรู้ได้ถึงการกำเนิดนั้น และจะเกิดอาการคลุ่มคลั่งแบ่งแย่งผืนป่ากัน
แน่นอนว่าเหตุการณ์ณ์เหล่านี้ เป็นเพียงปรากฎการณ์เริ่มต้น เพื่อบ่งบอกให้รับรู้เมื่อสิ่งนั้นใกล้จะเกิดขึ้น ผ่านไป เจ็ดวันเจ็ดคืน เหล่าสัตว์ป่าจะสงบลงและต้องรอไปอีก 3 เดือน ผลไม้จะหล่นลงมา เมื่อนั้นการแย่งชิงครั้งยิ่งใหญ่จึงจะเริ่มต้น