“พอจะกินได้ไหมสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารอ่อนไว้ให้กินแล้วจะได้กินยา”เป็ครั้งแรกที่นิลตาพูดกับพระพายแบบนี้ถึงจะไม่สบายอยู่แต่ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างตอบคำของนาง
“ขอบคุณครับ” นอกจากดีใจแล้วยังเขินสายตาทุกคนที่มุ่งความสนใจมาหาตนด้วยตอนนี้คนในบ้านมองเขาต่างจากเดิม
“ขอโทษนะที่ทำให้พลาดไปดูหนัง” เห็นชินวุฒิมองอยู่พระพายจึงพูดกับเขาทางนั้นยังมองพี่ชายอย่างสับสนตอบกลับมาว่า
“กว่าพ่อกับแม่จะหาเวลาว่างได้นายทำเสียหมด”
“…”
“น้องกำลังชวนพายไปดูหนังเป็เพื่อนน่ะ” ศานต์ช่วยอธิบายแทนคนไม่กล้าพูดชินวุฒิก้มหน้าอายที่เคยทำตัวไม่ดีกับพระพาย
“เอาละวันหลังค่อยไปดูหนังตอนนี้กินข้าวก่อน”
คนพี่ยิ้มแล้วก้มหน้าทานข้าวต้มเมื่อได้ยินเสียงบิดาบอกกินไปไม่กี่คำชินวุฒิก็พูดขึ้นกลางโต๊ะอาหารอีกว่า
“ทำไมนายต้องทำอย่างนี้”
พระพายหยุดมือที่กำลังตักข้าวเงยหน้ามองคนถามสักพักก่อนก้มลงอีก
“นายเป็น้องไง” แค่คำ ๆนี้ก็ทลายกำแพงที่ขวางกั้นความเป็พี่น้องของทั้งสองลงได้สิ้นเชิงชินวุฒิถึงกับไม่มีแรงจับช้อนก้มหน้าน้ำตาคลอ
“แต่ฉันทำไม่ดีกับนายตั้งเยอะนะเราเป็ลูกคนละแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันั้แ่เด็ก”
“แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนความจริงที่ว่าเราเป็พี่น้องกันได้” ศานต์กับนิลตาไม่พูดอะไรฟังเด็กสองคนคุยกัน “มันมีเยอะที่พี่น้องไม่ถูกกันแต่เราไม่จำเป็ต้องเป็อย่างนั้นมันไม่มีความสุขหรอกแบบนั้นน่ะฉันถึงได้พยายามไง”
ตอนนี้ชินวุฒิหมดความอดทนฟุบหน้าลงกับโต๊ะอาหารร้องไห้สะอื้นจนพ่อแม่พี่ชายใ
“ชิน” นิลตาเรียกเสียงแ่จะยื่นมือไปลูบลูกชายแต่ศานต์ส่งสายตาห้ามไว้
“จากนี้ก็ดีกันนะลูกไม่มีอะไรเสียหายเลยเป็เื่ดีซะอีก”ผู้เป็พ่อน้ำตาคลอแต่ยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง เขายื่นมือไปแตะกลางหลังชินวุฒิ
“ไม่ต้องร้องแล้วลูกลุกไปกอดพี่เขาสิ” เด็กชายไปตามที่พ่อบอกทั้งที่ยังไม่เช็ดน้ำตาเข้าไปกอดพระพายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่รอให้พี่ได้ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ
“รอวันนี้นานมากเลย” พระพายพูดให้ได้ยินกันสองพี่น้อง มือเขาแตะอยู่บนต้นแขนชินวุฒิ “พี่ขอโทษที่เข้ามาทำให้ชีวิตนายเปลี่ยนไปพี่ไม่ได้คิดจะแย่งอะไรไปจากนายเลยขอแค่ได้ใช้เวลาร่วมกันและได้บอกคนอื่นอย่างภาคภูมิใจว่ามีน้องชายอยู่คนนึงเขาเก่งมากเลย”
ชินวุฒิยังร้องไห้ยืนกอดพระพายอยู่อย่างนั้นหัวสมองเขาคิดหาคำพูดมากมายมาอธิบายความรู้สึก
“ขอโทษที่เคยทำตัวไม่ดีนะฉันไม่เคยคิดในมุมของนายเลยคิดแต่ว่าชีวิตตัวเองต้องเปลี่ยนไปเพราะนายคิดแต่ว่านายจะมาแย่งพ่อไป แต่ไม่เคยคิดว่านายก็ต้องจากแม่มาอยู่กับพวกเราไม่เคยคิดเลยว่าที่ผ่านมานายไม่เคยอยู่กับพ่อ แต่นายก็ยังไม่โกรธที่ฉันทำตัวแย่ ๆใส่ พยายามทำดีด้วยมากมาย ขอโทษนะ ต่อไปฉันจะไม่เกลียดนายแล้วฉันยอมรับนายแล้วห้ามเกลียดฉันนะ”เสียงของชินวุฒิเบาทั้งยังสั่นเครือถึงพ่อกับแม่ได้ยินก็ฟังไม่รู้เื่มีแต่พระพายที่รับรู้ เขากอดตอบน้องลูบหลังไปมา
“ถือว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า” ผู้เป็พ่อยิ้มกว้างลุกไปกอดลูกสองคนเปลี่ยนบรรยากาศซึ้งของเด็ก ๆเป็เสียงหัวเราะ
ชินวุฒิอายปล่อยพระพายแล้วเงยหน้ามองพ่อครู่หนึ่งแล้วมุดหน้ากับอกเขาไม่สบตาใครเด็กน้อยออกแรงศีรษะดันผู้เป็พ่อกลับที่ของตัวเอง
“เป็หนุ่มแล้วยังจะทำแบบนี้อีกดูสิคุณแม่กับพี่พายหัวเราะใหญ่แล้ว”
“ชินไม่เห็นชินไม่ได้ยิน”ศานต์ก้มหอมหัวเขาอย่างมันเขี้ยวจับตัวลูกชายที่สูงเกือบเท่าตัวเองออกมานั่งเก้าอี้
“ไม่ต้องอายหรอกน่าครอบครัวเดียวกันขอบใจนะลูก คุณด้วย” พูดกับลูกแล้วก็ไม่ลืมภรรยาที่มองอยู่
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกชินก็ส่วนชินฉันก็ส่วนฉัน”คนเป็แม่ยังไม่ยอมรับว่าตนใจอ่อนว่าเสียงเข้มแต่หน้ายิ้ม
“กินข้าวกันต่อเถอะลูกดูสิร้องไห้ตาแดงหมดเลย”นางหยิบทิชชูยื่นไปเช็ดหน้าลูกรักก่อนตักกับข้าวให้เขาเห็นพระพายทานแต่ข้าวต้มไม่ค่อยมีรสชาติจึงแกะปลาสลิดทอดใส่ถ้วยของเขาบ้าง
“กำลังป่วยอยู่ทานเยอะๆ”
“ขอบคุณครับคุณแม่”ใจคนรับเต้นแรงตื้นตันจนบอกไม่ถูกเขาคิดว่าหากตอนนี้ต้องกราบเท้านิลตาในฐานะแม่ก็ไม่ตะขิดตะขวงใจเลย
วันต่อมาพระพายตื่นนอนกลางวันประมาณสี่โมงเย็นเขากินยาตามที่หมอสั่งทำให้ง่วงนอนทั้งวันชายหนุ่มได้ยินเสียงลูกบาสกระทบผนังมาสักพักแล้วคิดว่าชินวุฒิกำลังเล่นอยู่คนเดียว จึงลุกไปล้างหน้าเปลี่ยนชุดลงไปหาเขา
“ไม่มีสมาธิแบบนี้ในสนามโดนคนอื่นเตะแล้วนะ” ยืนดูน้องชายสักพักจึงเอ่ยขึ้น
“เก่งจริงก็มาโยนเอง” ชินวุฒิรับลูกที่เด้งจากผนังกลับมาโยนให้พระพายชายหนุ่มเลี้ยงลูกสองสามทีโชว์ลีลานิดหน่อยแล้วค่อยโยนเมื่อลูกบาสกลิ้งกลับมาก็จับโยนลงแป้นอีกประมาณสิบกว่าครั้งได้
“โทษทีนะวันนี้เหนื่อยแล้ว” เขาโยนมันคืนน้องชายยืนดูชินวุฒิเลี้ยงลูกทำสมาธิแล้วค่อยเล็งเป้าหมาย
“เยส” เด็กหนุ่มว่าเมื่อลูกของตนเข้าเป้าสักทีจะได้ไม่ขายหน้าพระพาย
“กลับมาโฟกัสได้เร็วดีนี่”
“เมื่อกี้ยังไม่เอาจริงเฉยๆ หรอก” เขาวางท่าตอบเผลอมองหน้าพี่ชายแล้วแอบยิ้ม “นายยังไม่หายดีมาเล่นบาสกับฉันทำไม เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก”
“ยังไม่หายดีแต่ฉันต้องมาทวงบางอย่างกับนาย”
ฝ่ายน้องชายคิ้วขมวด“ทวงอะไรฉันไม่เคยยืมเงินนายสักหน่อย”
“ทวงคำว่าพี่ไงนายไม่ยอมเรียกฉันว่าพี่สักทีเมื่อวานปล่อยไปได้แต่วันนี้มารอฟังแล้วนะ”
“ไม่มีทางฉันไม่เรียกนายว่าพี่หรอก” คนน้องเขินหน้าแดงแสร้งโมโห “เรียกแบบนี้จนชินแล้ว”
“ไม่มีมารยาทฉันเป็พี่นายนะ” พระพายมองค้อนแต่ไม่ได้โกรธอะไร
“เป็พี่ก็ต้องตามใจน้องสิ”
“ชิ” ชายหนุ่มส่ายหัวก่อนกอดคอชินวุฒิเข้าไปนั่งในบ้านด้วยกัน “นายนี่มันเอาเปรียบฉันจริง ๆ” คนถูกกล่าวหาหัวเราะแขนข้างที่ติดลำตัวพี่โอบกลางหลังเขา
“เดี๋ยวคืนนี้ฉันเอาเกมส์ไปเล่นห้องนายดีกว่ามาแข่งกันดูไหม”
“จะเข้าห้องฉันเรียกพี่ก่อนสิ”
“จะเข้าแต่ไม่เรียกมีอะไรไหม” พูดล้อแล้วแลบลิ้นหัวเราะคิก ๆรีบสลัดตัวให้หลุดจากพระพายวิ่งเข้าบ้านไปก่อน
“ใครถึงก่อนของว่างเป็ของคนนั้นตามมาเร็ว” ทั้งคู่ชอบทานอะไรเหมือน ๆกันเวลาเจอของโปรดแต่ละทีจะจ้องหน้าหยั่งเชิงกันว่าใครจะหยิบก่อน ตอนมาแรก ๆพระพายยอมให้ แต่ตอนแกล้งแข่งกันเขาเปิดศึกแย่งกับชินวุฒิจนอีกฝ่ายระแวงไปแล้ว
“ชักช้าจังเลยฉันกินหมดก่อนแล้วนะ” ชินวุฒิร้องออกมาจากห้องนั่งเล่น ั้แ่เช้าเขาก็ดีดแบบนี้บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแต่ไม่รู้พ่อแม่และป้าแม่บ้านจะคิดว่าดีกว่าเดิมไหมวุ่นวายกันทั้งพี่ทั้งน้อง
“ก็ฉันป่วยอยู่นี่นา”
ตอนเย็นหลังอาบน้ำเสร็จนิลตาไปห้องลูกตามปกติแต่กลับไม่เจอชินวุฒิในห้องของเขานางจึงออกมากะไปดูข้างล่างแต่ได้ยินเสียงดังมาจากห้องพระพายก่อน
“เฮ้ยจริงด้วยนายชอบยัยพี่ญาจริงๆ ด้วย”ไม่ถึงสองวินาทีลูกรักก็เปิดประตูถือรูปสกุณาที่ถ่ายติดวุฒิการศึกษามัธยมหกที่มอบให้พระพายเป็ที่ระลึกออกมาเด็กหนุ่มเห็นมารดาก็รีบเข้าไปบอกนาง
“ชินเอาคืนมานะ”พระพายตามออกจากห้องร้องเรียกน้องชายพอเห็นนิลตาก็รีบเหยียบเบรคตัวเองอย่างแรงเขายืนอ้าปากเหวอฟังเ้าน้องชายนินทาต่อหน้าต่อตา
“คุณแม่ๆ พายชอบพี่ญาจริง ๆ ด้วยครับ”บอกเสร็จแล้วฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนอึ้งวิ่งเข้าห้องตัวเองหยิบโทรศัพท์โทรหาสกุณา
“ตามน้องไปเถอะ”นิลตาว่าโดยไม่แสดงอารมณ์จนพระพายวิ่งเข้าห้องลูกชายแล้วจึงหลุดหัวเราะออกมา
“เด็กพวกนี้จริงๆ เลย”
“ไหนว่าจะไปหาลูกทำไมกลับมาเร็วจังคุณ” ศานต์ออกจากห้องอาบน้ำมาเห็นภรรยากำลังนั่งยิ้มอยู่บนเตียงจึงเอ่ยถาม
“ฉันไปหาชินที่ห้องแต่เขาไปอยู่ห้องพระพายแหน่ะจากนั้นก็วิ่งไล่กันออกมา แกล้งพระพายไปถึงไหนแล้วไม่รู้” พูดแล้วหัวเราะเบา ๆ
“พอดีกันชินก็ไปจุ้นเลยตอนนี้น่าจะกำลังป่วนหัวใจพระพายกับน้องญาแล้วละ”
“โอ้!จุ้นจริงด้วย คราวนี้พายคงไม่ต้องรออีกแล้ว” ศานต์มีความสุขฟังเื่ราวของลูก ๆ จากภรรยาเขารีบเปลี่ยนไปใส่ชุดนอนแล้วมานั่งข้างนิลตาบนเตียง
“ความผิดในอดีตของผมในที่สุดก็ลงเอยด้วยดีสักทีขอบคุณที่ใจกว้างนะ” แขนแข็งแรงโอบภรรยาเข้ามาชิดโน้มหน้าจูบหน้าผากนาง
“ผมไม่ได้คิดอะไรกับเข็มนานแล้วไม่มีคนอื่น ผมอยู่กับคุณแค่คนเดียว ตอนนี้ผมหวังแค่ได้ดูลูก ๆเติบโตไปพร้อมกับคุณ บั้นปลายชีวิตเราเป็คุณปู่คุณย่า คุณฝันแบบเดียวกับผมไหม”
“คุณไม่ต้องมาพูดซึ้งหรอกพูดมาตั้งมากมายก็ไม่เคยเอ่ยคำว่ารักจนฉันปลงแล้วฉันเห็นเด็กสองคนมีความสุขฉันก็มีความสุขไปด้วยแค่คิดว่าถ้าพระพายเป็ลูกฉันคงดี”
“ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดของเราถ้าคุณเห็นเขาเป็ลูกเขาก็เห็นคุณเป็แม่”
“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้ไหมกรณีของฉันมันต่างจากชินแต่ฉันจะพยายามทำดีกับเขา ขอแค่ต่อไปเขาช่วยดูแลชินก็พอ”
“ขอบคุณนะตาผมสัญญาจะรักลูกให้เท่ากัน ทุกอย่างของผมเป็ของพายกับชินเท่ากันคุณอย่ากังวลไปเลยนะ”
“ฮัลโหล…”พระพายตามไปห้องชินวุฒิไม่ทันถึงสองวินาทีก็ได้ยินเสียงสกุณาจากมือถือน้องเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มกำหมัดเข่นเขี้ยวไอ้น้องบ้า
“พี่ญาๆ พายมีอะไรจะพูดด้วยน่ะ”
“นี่แกแกล้งอะไรพายอีกหรือเปล่าไอ้ชิน” เสียงสดใสแต่แสบแก้วหูแว้ดใส่น้องชายพระพายชินวุฒิยื่นโทรศัพท์ออกห่างจากตัวเองเพราะเปิดลำโพงอยู่
“แกล้งอะไรไม่อัปเดตข่าวเหรอว่าเขาดีกันแล้ว”
“อ๋อถ้าเขาไม่ป่วยแกก็จะไม่ยอมดีด้วยใช่ไหมแล้วมีอะไรถึงโทรหาฉันเนี่ย ไม่อยากคุยกับแกนะฉันไม่ว่าง”
“ความจำเสื่อมรึไงบอกว่าพายมีเื่อยากคุยด้วยไงเอ้านี่คุยกันเองเลย” โยนโทรศัพท์ใส่มือพี่ทันทีพระพายรับไว้ด้วยความใได้ยินเสียงหญิงสาวที่รักในนั้นแล้วทำตัวไม่ถูก
“ฮัลโหลพาย”
“ญาเอ่อ…”
“มีอะไรอยากคุยกับญาเหรอหรือไอ้ชินมันแกล้งบอกมาเลยเดี๋ยวช่วยจัดการให้”
“แกล้งหนักเลยแหละแต่เป็สิ่งที่พายอยากทำอยู่พอดีตอนแรกว่าจะพูดต่อหน้าแต่ในเมื่อชินก่อเื่แล้วบอกตอนนี้เลยก็ได้”
“หืม” เสียงทางนั้นฟังดูสงสัยเต็มที
พระพายหลับตากลั้นใจสารภาพความรู้สึกที่มีต่อสกุณา“พายชอบญานะ”
“อ้ออื้อ” สกุณาใสมองหยุดประมวลผลชั่วขณะ
“พายชอบญามานานแล้ววันนั้นตั้งใจจะบอกแต่เสียดายเป็ลมไปก่อน”
หญิงสาวเงียบไปนานจนคนสารภาพรักใจไม่ดี“ยัยพี่ญายังมีชีวิตอยู่เปล่า”ชินวุฒิเข้ามาแทรกบทสนทนาช่วยพี่ชาย
“ญาพายขอโทษนะถ้าญาลำบากใจลืมมันไปเถอะนะ”
สกุณาได้สติส่ายศีรษะเร็วๆ “ไม่ ๆ ไม่ลำบากใจเลย”
“จริงเหรอแล้วญาชอบพายบ้างไหม” กลั้นใจถามกลับไปอีกรอบชินวุฒิลุ้นตามใจจดใจจ่อเขาจ้องมือถือเอาใจช่วยพี่ชาย
“…ทุกวันนี้เราก็เป็เหมือนแฟนกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้างั้นเป็แฟนกันจริงๆ ก็ได้”
น้องชายดีใจนำหน้าไปแล้วแต่พระพายกลับไม่มั่นใจนึกว่าเธอตอบไปตามสถาการณ์ “แล้วตกลงญาชอบพายหรือเปล่า”
“โอ้ยไม่ชอบได้ไงเขาตกลงเป็แฟนแล้ว” ชินวุฒิพูดพลางส่ายหน้าเหนื่อยใจส่วนสกุณาที่อยู่ปลายสายพยักหน้าเห็นด้วยกับเขาเป็ครั้งแรก
“ชอบรอพายบอกชอบญามานานแล้ว”รอยยิ้มของหนุ่มสาวที่อยู่กันคนละที่คลี่กว้างบิดตัวเขินเหมือนอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า
“จริงเหรอดีใจจัง”
“อื้มรีบหายไวๆ เอาดอกไม้มาให้ด้วยนะจะรอ”
“ได้สิอยากได้ดอกอะไร” สกุณาไหล่ตก นี่เธอต้องบอกทุกอย่างเลยเหรอ
“อะไรก็ได้แค่นี้ก่อนนะญาจะทำรายงานต่อ”หญิงสาวรีบวางสายกรีดร้องถือโทรศัพท์ะโดีใจหน้าโต๊ะอ่านหนังสือยิ้มเขินไปมาพลางจุ๊บ ๆ โทรศัพท์ไอโฟน4S ตั้งหลายครั้ง
“ขอบใจฉันซะสิพี่ชาย” ชินวุฒิทำเสียงหวานล้อเลียนพระพายเมื่อรับโทรศัพท์ตัวเองกลับชายหนุ่มแก้มแดงมองค้อนชินวุฒิยื่นมือไปยีผมเขาหลายที
“ฉันจะช่วยกินผักที่นายไม่ชอบสามวันก็แล้วกันขอบใจนะ ตอนนี้นายกลับห้องได้แล้วฉันต้องคิดว่าญาชอบดอกไม้อะไร” พระพายดีใจจนลืมไปแล้วว่าตนอยู่ในห้องน้องชายรู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนชินวุฒิลากแขนออกจากห้องไปเคาะห้องบิดามารดาป่าวประกาศว่าเขาขอสกุณาเป็แฟนแล้ว
ศานต์หัวเราะลูบผมลูกชายคนเล็กอย่างมันเขี้ยว “แสบจริงๆ เลยนะเราน่ะ”
เรือนใหญ่ของไร่คุณอนันต์วุ่นวายจัดงานทานข้าวระหว่างครอบครัวมินาและผู้มีอิทธิพลประจำจังหวัดหญิงสาวอายุสิบหกที่กลับมาเยี่ยมบ้าน่ปิดเทอมเบื่อเสียงดังจอแจออกไปเดินเล่นข้างนอกเธอเดินไปเรื่อยจนถึงบ้านดอกเข็ม นางกำลังเก็บผักอยู่
“ป้าเข็มทำอะไรอยู่คะ”
“อ้าวน้องมิมาได้ไงจ๊ะ” ดอกเข็มรีบเงยหน้าขึ้นทักหญิงสาวเวลานี้มินาน่าจะเตรียมตัวต้อนรับแขกที่เรือนใหญ่ไม่ใช่หรือ
“ที่บ้านเสียงดังน่ะค่ะมิเลยออกมา”
“อ๋องั้นเข้ามานั่งเล่นในบ้านก่อนสิ” หญิงสูงวัยเชื้อเชิญอย่างดี
“คุณป้าอยู่คนเดียวเหงาไหมคะพี่พายมาเยี่ยมบ้างหรือเปล่า” สองปีแล้วที่ไม่ได้ยินใครพูดถึงพระพายเธอเองก็พยายามจะลืมให้ได้แต่พอมาเห็นสถานที่ ๆ เขาเคยอยู่มันอดคิดถึงไม่ได้
“เหงานิดหน่อยจ้ะพี่พายเข้าเรียนแล้วไม่ค่อยว่างเลยจะมาแต่ละทีต้องรอปิดเทอม ปิดเทอมหน้าไม่รู้จะได้มาหรือเปล่าได้ยินว่าจะไปซัมเมอร์ต่างประเทศ”
“เขาคงมีความสุขดีนะคะ” มินรู้สึกน้อยใจเมื่อคิดว่าเขามีความสุขจนลืมตนไปแล้ว
“เขาก็บอกว่าตัวเองมีความสุขดีแหละแต่่เวลามีปัญหาก็มีเหมือนกันแค่ไม่ได้บอกใครแล้วน้องมิล่ะจ๊ะไปอยู่เมืองนอกสบายดีหรือเปล่า เข้ากับเพื่อน ๆ ที่นั่นได้ไหม”
“สนุกดีค่ะมิมีเพื่อนจากหลายประเทศเลย เลิกเรียนเร็วด้วยมีเวลาพักผ่อนเยอะมากมิชอบไปดูละครเวทีกับไปชอปปิ้งถ่ายรูปค่ะ”
“น่าสนุกนะมีโอกาสเก็บประสบการณ์เยอะ ๆ นะจ้ะ” ดอกเข็มฟังเด็กสาวเล่าเพลิน
“แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไปจะชอบพามิไปเที่ยวดูธรรมชาติไปที่ชนบทอะไรแบบนี้ค่ะมิไม่ชอบเลย”
“คุณพ่อคุณแม่เราเป็เ้าของไร่นี่จ้ะคงอยากให้น้องมิซึมซับเื่พวกนี้ไว้”
“เื่นั้นเข้าใจค่ะแต่คุณพ่อไม่เข้าใจว่าเวลาไหนเที่ยวเวลาไหนทำงาน”หน้าน้อยยู่เข้าหากันยามบ่นผู้เป็พ่อ
“เข้าใจไม่เข้าใจอะไรกันจ้ะมาหลบอยู่นี่เองแม่ตามหาตั้งนาน” มัสยามาตามลูกสาวกลับไปแต่งตัวต้อนรับแขกเด็กสาวเห็นมารดามาตามแล้วมุ่ยหน้าไม่อยากไป
“หลานแค่ออกมาแก้เบื่อตอนนี้ต้องกลับไปกับแม่แล้วนะน้องมิ” ดอกเข็มพูดกับเพื่อนพร้อมหันไปบอกหลานสาว
“งั้นมิไปก่อนนะ” เธอบอกแล้วลุกไปอย่างอิดออด
มินาอยู่ข้างกับพ่อแม่ปั้นยิ้มต้อนรับพ่อเลี้ยงอดิศักดิ์อดีตนายพลวัยเกษียณเพื่อนต่างวัยของอนันต์วันนี้เขาพาหลานชายมาทำความรู้จักกับมินา
“จำน้องมิได้ไหมต้นสมัยก่อนเคยไปบ้านปู่ได้เล่นกับต้นด้วย” ชายสูงวัยหันไปถามหลานชายวัยยี่สิบเอ็ดเขาจำมินาวัยเด็กไม่ได้หรอกแต่ถ้าเป็เธอตอนนี้คงจำไม่ลืม
“จำได้ครับน้องมิโตขึ้นแล้วสวยมากเลย”
“ขอบคุณที่ชมค่ะมิจำพี่ไม่ได้เลยคงไม่โกรธนะคะตอนนั้นมิยังเด็กมาก” เธอเป็คนช่างพูดช่างคุยใครๆ ต่างก็เอ็นดู
อนันต์กระแอมกลัวลูกสาวจะพูดอะไรตรงกว่านี้ “น้องยังเด็กอยู่ต่อไปถ้าเจอที่ไหนฝากต้นดูแลด้วยนะ”
ปรเมศรับอนันต์อย่างดีแล้วหันไปยิ้มให้มินาอีกท่าทางถูกใจที่เธอคนสวยวัยละอ่อน
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”หากไม่ติดว่าตอนนี้มินาอายุแค่สิบหกแล้วยังต้องกลับไปเรียนต่ออีกเขาคงเริ่มสานสัมพันธ์แล้วไม่คิดว่าเด็กสาวที่คุณปู่อยากให้มาทำความรู้จักจะน่ารักขนาดนี้
‘ก็ดีต่อไปก็ไม่ต้องห่วงว่าคนที่ต้องถูกจับแต่งงานจะขี้เหร่’