ตอนที่ 28 มีรูมเมทแล้วเปลี่ยนไป (1)
“พวกเธอควรรู้ไว้ ต่อให้เป็นทหารใหม่ที่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ถูกถอดจากทะเบียนได้ พวกเธออย่าคิดว่าได้ขึ้นทะเบียนทหารแล้วจะอยู่โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้อย่างสบายใจ การถอดทะเบียนทหารของพวกเธอสำหรับพวกเรามันง่ายเหมือนดีดนิ้ว! เพราะพวกเธอทุกคนเป็นแค่มือใหม่!” หัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กกล่าว
เหล่านักเรียนใหม่เผยสีหน้ากลัดกลุ้ม หัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กพูดได้ไม่ผิดเลยจริงๆ
เขามองความเงียบงันของนักเรียนใหม่ด้วยความพึงพอใจ ไม่มีคำพูดไร้สาระให้มากความอีก ไม่นานครูฝึกทั้งยี่สิบคนก็ทยอยมาถึง
บรรดาครูฝึกต่างหน้าเขียวเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มเรียนเพียงสิบเก้ากลุ่ม
พวกนักเรียนใหม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินเพียงหัวหน้าฝ่ายหน้าละอ่อนพูดว่า “พวกคุณเลือกคนสิบเก้าคนออกมาช่วยเหลือมือใหม่พวกนี้”
หนึ่งในครูฝึกลองเสี่ยงถาม “หัวหน้าฝ่าย แบ่งกลุ่มเรียนที่เด็กเยอะที่สุดออกเป็นสองส่วนไม่ได้เหรอ”
อีกฝ่ายยิ้มตาหยีพูดว่า “คุณคิดว่าไงล่ะ”
ครูฝึกคนนั้นถอยกลับไปทันที
นักเรียนใหม่เห็นแล้วต่างประหลาดใจ หรือว่าหัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กคนนี้จะเก่งกาจมากกันนะ
พวกเขาไม่รู้จริงๆ ว่าหัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กคนนี้คือพลเอกเบอร์โนมือสังหารเซิร์กหมายเลขหนึ่ง ในฤดูกาลที่เซิร์กออกอาละวาด พลเอกเบอร์โนจะนำยอดฝีมือของเขาลงสนามรบ ป้องกันไม่ให้ดาวเคราะห์ที่ตกเป็นเป้าหมายของเซิร์กถูกยึดครอง
ในสนามรบเบอร์โนสังหารเซิร์กอย่างไร้ความปรานี เขาชอบกุดหัวพวกเซิร์กไปพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะฮ่าๆ น่าขนลุกด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดและรอยยิ้มพิลึก จึงถูกผู้คนขนานนามว่านรกของเซิร์ก
เมื่อพลเอกคนนี้เริ่มความรุนแรงขึ้นมาก็ไม่มีใครหยุดยั้งได้
เขารับตำแหน่งเสริมเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง เฉพาะช่วงเวลานี้ของทุกปีเขาถึงจะมีเวลามาฝึกฝนนักเรียนใหม่ เพราะในเวลานี้เซิร์กจำเป็นต้องพักฟื้นและรอการรุกรานรอบต่อไป
“เอาละ! พวกคุณเริ่มได้!” หัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กพูดอย่างเย็นชา
เริ่มเหรอ เริ่มอะไร เหล่านักเรียนใหม่งงงวย
ไม่นานก็เห็นว่าครูฝึกบนเวทีลงมือต่อสู้กันหนักหน่วง เหล่านักเรียนใหม่ตะลึงงันไปทันใด นี่...นี่ทำอะไรกันเหรอ
สำหรับถังอวี่ แม้การลงมือของครูฝึกบนเวทีจะตระการตามาก แต่รู้สึก...เหมือนเสแสร้งแกล้งทำนิดๆ ใช่ไหมนะ
ถึงไม่รู้ว่าเขาตาฝาดหรือเปล่า แต่เขาก็รู้สึกเช่นนี้ ทว่าทางด้านเฉิงเวยซึ่งอยู่ข้างๆ กลับเฝ้าดูอย่างเพลิดเพลิน แถมบางครั้งยังออกความเห็นของตัวเองด้วย
ไม่ใช่แค่เฉิงเวย นักเรียนใหม่ที่ดูแข็งแรงบางคนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน
“นายดูสิ! ครูฝึกคนนั้นฝีมือไม่เลวเลย!”
“ว้าว! นายดูขาของครูฝึกผมแดงนั่นสิ! ถ้าโดนฉันคงกระดูกหักแน่”
“กระบวนท่าของเขาประหยัดแรงมาก! สมกับเป็นครูฝึกเลย…”
ถังอวี่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เขาไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรดีกับความวุ่นวายข้างบน อีกอย่างเขายังก็รู้สึกถึงความขัดแย้งอยู่เสมอ
ถังอวี่เพิ่งคิดแบบนี้ก็ได้ยินหัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กพูดขึ้นเบาๆ ว่า “ผู้แพ้จะได้จับฉลากก่อน”
หมายความว่ายังไง ถังอวี่มึนงง เขาไม่ได้สังเกตเลยว่ารอบบริเวณมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยินหัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กพูดประโยคนี้
เขาเพิ่งพูดจบ การเคลื่อนไหวของบรรดาครูฝึกก็รุนแรงเฉือดเฉือนในทันที ดูท่าทางเหมือนต้องการจัดการอีกฝ่ายให้ล้มลง!
ถังอวี่ “...” ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกขัดแย้ง ที่แท้เมื่อครู่ครูฝึกเหล่านี้กำลังแสดงละครอยู่งั้นเหรอ
แต่…
“ว้าว! ครูฝึกคนนั้นเก่งมาก!”
ถังอวี่ “...” มีแค่เขาคนเดียวที่แปลกเพื่อนเหรอ
หลังจากที่เหล่าครูฝึกเอาจริง ไม่นานผู้แพ้คนแรกก็ปรากฏตัว เห็นครูฝึกคนนั้นเดินหน้าเขียวช้ำไปหยิบกระดาษโน้ตตรงหัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กออกมาใบหนึ่ง ก่อนจะโชว์ให้นักเรียนใหม่ดู บนนั้นเขียนเลข ‘8’
ครูฝึกคนนี้ดูแลกลุ่มเรียนชั่วคราวหมายเลขแปด
มีคนแรกแล้วก็ต้องมีคนที่สอง ใบหน้าเขียวช้ำทยอยกันมาหยิบกระดาษโน้ต ส่วนครูฝึกที่เหลือกลับยิ่งต่อสู้ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง กลุ่มเรียนทั้งหมดถูกแบ่งสรรกันเรียบร้อยแล้ว ครูฝึกที่สู้ชนะจมูกบวมช้ำจนดูไม่ได้ เห็นชัดว่าครูฝึกที่แพ้ต่างระบายความโกรธลงกับเขา
หัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กเหลือบมองครูฝึกผู้ใบหน้าผิดรูปจนแม้แต่พ่อแม่ก็จำไม่ได้ แล้วจึงพูดกับคนด้านล่าง
“กลุ่มเจ็ดแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม”
ตัวแทนกลุ่มเจ็ดถึงกับอึ้ง แบ่งกลุ่มเรียนของพวกเขาออกเป็นสองกลุ่มงั้นเหรอ
ครูฝึกที่ต่อสู้ชนะคนนั้นก็อึ้งเช่นเดียวกับนักเรียนของกลุ่มเจ็ด จากนั้นสีหน้าก็ยิ่งดูย่ำแย่กว่าเดิม แม้จะปรากฏไม่ชัดเจนบนใบหน้าเขียวช้ำของเขาก็ตาม
ครูฝึกกลุ่มอื่นกลับแอบหัวเราะ โดยเฉพาะครูฝึกที่แพ้เป็นคนแรก รอยยิ้มเปล่งประกายเหลือล้น
เหล่านักเรียนใหม่ข้างล่างมองไม่เห็น แต่ครูฝึกทุกคนที่อยู่บนเวทีต่างเห็นสภาพของกลุ่มเรียนอย่างชัดเจน กลุ่มเจ็ดเป็นกลุ่มเรียนที่ถังอวี่อยู่พอดี มีจำนวนคนมากที่สุดจนเกือบจะพันคน เพราะตำแหน่งของพวกเขาอยู่ตรงกลางพอดี
หัวหน้าฝ่ายหน้าเด็กบอกให้แบ่งเป็นสองกลุ่มก็ต้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คนที่อยู่ถึงตอนนี้ไม่ใช่คนโง่ ครึ่งหลังจึงแบ่งออกเป็นกลุ่มเรียนเล็กๆ หนึ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ
ถังอวี่และเฉิงเวยถูกแยกออกจากรูมเมททั้งสามคนของเฉิงเวยพอดี