“สร้างปล่องควันไว้้าอย่างนี้ใช่ไหมหรานเอ๋อ” กู้เผยถามกู้เสี่ยวหราน
“ใช่แล้วเ้าค่ะ พี่รองปล่องควันยังไม่ตรงเลยเ้าค่ะ ท่านเอียงมาด้านขวาอีกนิดนึงสิเ้าคะ”
กู้เผยกำลังยุ่งอยู่กับการก่อเตาอบตามแบบร่างที่กู้เสี่ยวหรานวาดขึ้นมาให้เขาดูเมื่อหลายวันก่อน ทีแรกเขาก็ไม่นึกสนใจกับเตาอบนี้สักเท่าไหร่ แต่พอน้องสาวบอกว่าเตานี้สามารถทำขนมและอาหารอร่อยๆ ได้อีกหลายอย่าง เขาจึงช่วยน้องสาวลงมือสร้างเตาอบด้วยตัวเองมาหลายวันแล้ว จนตอนนี้เหลือแค่ติดตั้งปล่องควันและฉาบดินรอบเตาให้สวยงามเตาอบก็จะเสร็จเรียบร้อย
“พวกเ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ” ถังเซี่ยหยูเดินเข้ามาถาม หลายวันแล้วที่เขาเห็นกู้เผยกับกู้เสี่ยวหรานมาขลุกอยู่หลังห้องครัว เพียงแต่เขาต้องเข้าเรียนกับท่านตาเหอจึงปลีกตัวมาดูไม่ได้ จังหวะเหมาะที่วันนี้ท่านตาเหอกับท่านปู่กู้อนุญาตให้พวกเขาหยุดเรียนได้หนึ่งวัน เขาก็เลยเดินออกมาดูว่าสองคนพี่น้องกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
“อ้าว...เซี่ยหยู วันนี้เ้าไม่มีเรียนหรือ” กู้เผยทักถังเซี่ยหยู
“วันนี้ได้หยุดเรียนหนึ่งวัน ว่าแต่เ้ากำลังทำอะไรอยู่ล่ะ”
“หรานเอ๋อบอกว่าสิ่งนี้คือเตาอบ นางจะเอาไว้ทำอาหาร หรานเอ๋อบอกว่าถ้าข้าช่วยนางสร้างเตานี่เสร็จ นางจะทำขนมพิเศษให้ข้ากิน” กู้เผยยิ้มอย่างดีใจ
“ให้ข้าช่วยเ้าด้วยดีไหม” ถังเซี่ยหยูหันไปส่งยิ้มให้กู้เสี่ยวหราน “ข้าก็อยากกินของอร่อยเหมือนกัน”
กู้เสี่ยวหรานยิ้ม “ได้สิเ้าคะ สร้างเตาอบเสร็จเร็วเท่าไหร่ พวกท่านก็จะได้กินของอร่อยเร็วขึ้นเท่านั้น”
เมื่อรู้ว่ากำลังจะมีของอร่อยให้กิน เฉินเฟยเทียน เฉินอี้หลิง ถังฮั่ว และกู้หยวน ต่างก็มาช่วยกู้เผยสร้างเตาอบจนเสร็จ
กู้เสี่ยวหรานยิ้มอย่างดีใจ นางเดินวนไปรอบเตาอบเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง “สวยงามอย่างไร้ที่ติเลยเ้าค่ะ ข้ารับรองว่ามีเตาอบนี้แล้ว ข้าจะทำของอร่อยๆ ให้พวกท่านกินทุกวันเลย”
“แต่อาหารที่เ้าทำก็อร่อยอยู่แล้วนี่ ยังมีอร่อยกว่านี้อีกหรือ ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยนึกเบื่ออาหารที่เ้าทำเลยสักมื้อ อาหารของเ้าอร่อยกว่าในวังหลวงเป็ไหนๆ” เฉินเฟยเทียนพูดขึ้น
“นั่นสิหรานเอ๋อ อาหารของเ้าอร่อยมาก แม้แต่ปลาในแม่น้ำเ้าก็เอามาปรุงอาหารได้อร่อยกว่าพ่อครัวที่ตำหนักของข้าเสียอีก ข้าอยากพาเ้ากลับไปอยู่ที่ตำหนักของข้าจริงๆ” เฉินอี้หลิงพูดขึ้น แต่พอเขาพูดจบประโยคบรรยากาศโดยรอบกลับไม่สนุกเหมือนเดิมแล้ว
“ใครจะอนุญาตให้เ้าพาน้องสาวของข้าไปอยู่ที่ตำหนักของเ้ากัน ต่อไปอย่าได้พูดเช่นนี้อีก หากมีคนอื่นมาได้ยินเข้าชื่อเสียงของหรานเอ๋อจะไม่เสียหายแย่หรือ” กู้หยวนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
เฉินอี้หลิงที่ทำหน้างงอยู่สักพักก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป “ไม่ใช่ๆ พวกเ้าอย่าเข้าใจข้าผิด ข้าแค่หมายถึงว่าฝีมือการทำอาหารของหรานเอ๋อดีกว่าพ่อครัวหลวงเสียอีก ข้าหมายถึงแค่นี้จริงๆ”
“เอาล่ะๆ ต่อไปเ้าก็ระวังคำพูดหน่อย ปีนี้หรานเอ๋ออายุครบสิบสองปีแล้ว อีกไม่กี่ปีนางก็จะเข้าพิธีปักปิ่น ถ้าเกิดใครมาได้ยินเข้า อาจจะเกิดการเข้าใจผิดได้ว่าตระกูลกู้ของเราจะส่งนางเ้าตำหนักอ๋อง” กู้หยวนอธิบาย
“ข้าขอโทษด้วยขอรับพี่ใหญ่ ต่อไปข้าจะระวังคำพูดให้มากกว่านี้” เฉินอี้หลิงรีบรับคำและใช้มือทำท่าปิดปากตัวเองไว้
“พวกท่านอย่าเพิ่งคิดเป็จริงเป็จังกันนักเลยเ้าค่ะ วันนี้พวกท่านไม่มีเรียนกันใช่ไหมเ้าคะ อยากตามข้าไปเล่นสนุกที่แม่น้ำสักหน่อยไหมล่ะ” กู้เสี่ยวหรานรีบพูดเปลี่ยนบรรยากาศ
“เ้าจะไปดูบริเวณที่เ้าวางไม้ไผ่สานไว้ใช่ไหม” ถังเซี่ยหยูถาม
กู้เสี่ยวหรานเอียงศีรษะมองเขา ก่อนที่จะหรี่ตาถาม “ท่านรู้ได้ยังไงหรือเ้าคะพี่เซี่ยหยู ท่านแอบสะกดรอยตามข้าหรือ”
“ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น บังเอิญว่าวันก่อนข้ากับอาฮั่วไปฝึกยุทธ์กันในป่าท้ายหมู่บ้าน ก็พอดีกับที่พวกเราเห็นเ้าถือไม้ไผ่สานเดินไปที่ริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้านพอดี ข้าเห็นว่าเ้าเดินไปทางนั้นแค่คนเดียวก็กลัวว่าเ้าจะได้รับอันตราย ก็เลยแอบตามเ้าไปเงียบๆ เท่านั้นเอง ข้าไม่ได้สะกดรอยตามเ้าจริงๆ นะ” ถังเซี่ยหยูรีบอธิบาย
“ข้าล้อเล่นเ้าค่ะ ความจริงวันนั้นข้าก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าท่านเดินตามข้า” กู้เสี่ยวหรานส่งยิ้มทะเล้นให้เด็กหนุ่ม “ของที่ข้าถือไปที่แม่น้ำเรียกว่าลอบดักปลา[1] เ้าค่ะ เช่นนั้นก็ไปกันเถอะไปดูว่ามีของดีติดอยู่ในลอบของข้าหรือเปล่า ไม่แน่เย็นนี้พวกเราอาจจะมีของอร่อยกินก็ได้นะเ้าคะ”
“นี่คือลอบที่เ้าว่าหรือหรานเอ๋อ ดูเหมือนจะมีอะไรอยู่ข้างในนั้นด้วยนะ” เฉินเฟยเทียนชี้ลงไปในแม่น้ำอย่างตื่นเต้น
“พี่รอง รีบกู้ลอบขึ้นมาเร็วเ้าค่ะ วันนี้ข้ารู้สึกว่าพวกเราจะมีของอร่อยกินกันจริงๆ” กู้เสี่ยวหรานมองดูอย่างตื่นเต้นเช่นกัน ตอนที่นางยังท่องเที่ยวเพื่อไปเรียนรู้วัฒนธรรมการกินของแต่ละประเทศในภพที่แล้ว ชาวบ้านในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง[2] จะนิยมใช้วิธีวางลอบเพื่อดักสัตว์น้ำมาเป็อาหาร นางอาศัยความทรงจำเดิมเพื่อให้ช่างสานไม้ไผ่ในหมู่บ้านช่วยสานลอบดักปลาให้ ไม่คิดว่าวิธีนี้จะได้ผลจริงๆ
“ตัวประหลาดอะไรเนี่ย! พวกเ้าอย่าไปจับมันนะ ข้าไม่เคยเห็นสัตว์หน้าตาประหลาดเช่นนี้มาก่อนเลย” เฉินอี้หลิงะโขึ้นคนแรกเมื่อเขามองเห็นสัตว์ที่อยู่ในลอบ
ทุกคนที่เหลือต่างก็มองไปในลอบกันเป็ตาเดียว มีเพียงกู้เสี่ยวหรานที่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “เย้! ในที่สุดข้าก็จะได้กินกุ้งแล้ว พวกพี่ๆ เร็วๆ เ้าค่ะ ข้ายังมีลอบอยู่อีกหลายอัน พวกท่านรีบช่วยกันกู้ขึ้นมาเร็ว วันนี้ข้าจะทำเมนูใหม่ให้กิน รับรองว่าพวกท่านจะต้องติดใจแน่นอนเลยเ้าค่ะ”
“อาหารใหม่ของเ้าชื่อว่าเมนูหรือ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย” ถังเซี่ยหยูถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปมองเฉินอี้หลิง “เ้าเคยได้ยินมาก่อนไหมอี้หลิง”
“ท่านอย่ามัวสงสัยอยู่เลยเ้าค่ะพี่เซี่ยหยู รีบทำตามที่ข้าบอกเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันกลับไปทำมื้อเย็นกันพอดี”
เมื่อได้ยินว่ากู้เสี่ยวหรานจะทำอาหารอร่อยให้พวกเขากินกันเย็นนี้ ทั้งหกหนุ่มก็รีบกู้ลอบขึ้นมา และในลอบทั้งหมดก็เต็มไปด้วยกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่
ทั้งหมดสนุกสนานอยู่กับการจับกุ้งโดยที่ไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกชายหญิงคู่หนึ่งแอบดูอยู่ แต่พฤติกรรมของทั้งสองก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาขององครักษ์ลับไปได้เช่นกัน ในเมื่อพวกเขายังไม่ได้ลงมือทำร้ายองค์ชายสามและคุณชายคุณหนูท่านอื่น องครักษ์ลับเ่าั้ก็ยังไม่จำเป็ต้องเปิดเผยตัวตนเช่นกัน
“พวกเราคอยจับตาดูสองคนนี้ไว้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าพวกเขามาแอบดูองค์ชายของเราด้วยเหตุผลใด อีกอย่างสองคนนี้ก็ไม่มีวรยุทธ์ ดังนั้นพวกเรายังไม่ต้องรีบลงมือ” องค์รักษ์หนึ่งบอกกับเพื่อนองครักษ์คนอื่น “แต่พวกเราก็จะประมาทไม่ได้ ต่อไปนี้นอกจากองค์ชายสามแล้ว รอบๆ บ้านของอาจารย์เหอและอาจารย์กู้ พวกเราก็ต้องคอยตรวจสอบความเรียบร้อยด้วย ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนที่เข้ามาเรียนกับอาจารย์เหอ พวกเราก็ต้องคอยตรวจสอบให้ดี”
“เราต้องส่งข่าวกลับไปขอกำลังเสริมมาอีกหรือไม่ พี่ใหญ่...ท่านอย่าลืมที่ฝ่าาทรงกำชับพวกเราไว้สิ หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นกับองค์ชายสาม พวกเราคงแบกรับความผิดไว้ไม่ไหว” องครักษ์สองพูดเสียงเครียด
องค์รักหนึ่งทำท่าคิด “ข้าขอนำเื่นี้ไปปรึกษาองค์ชายสามก่อนก็แล้วกัน เพราะถึงยังไงข้าก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจ พวกเ้าไปปฏิบัติหน้าที่กันก่อนเถอะ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง”
“ว่าแต่พี่ใหญ่...” องครักษ์สองทำท่าทางลังเล
“เ้ามีอะไรก็รีบพูดมา” องครักษ์หนึ่งถามเสียงดุ
“ท่านว่าคุณหนูกู้จะทำอาหารใหม่เผื่อพวกเราด้วยไหมขอรับ”
“นี่มันใช่เื่ที่เ้าควรจะกังวลไหม” องครักษ์หนึ่งเปลี่ยนมากระซิบ “แต่ไหนแต่ไรคุณหนูกู้ก็ใจดีกับพวกเรามาตลอด คราวนี้พวกเราคงได้กินอาหารใหม่เหมือนทุกทีนั่นล่ะ”
มื้อเย็นวันนั้นจึงประกอบไปด้วยอาหารที่ทำจากกุ้งแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งคั่วพริกเกลือ กุ้งทอดกระเทียม และกุ้งนึ่งซีอิ๊ว โดยไม่ต้องให้มีคนคอยเตือน เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นทุกคนก็มานั่งประจำที่ของตนกันอย่างพร้อมเพรียง และอาหารทุกจานก็ถูกกวาดจนเรียบเหมือนเช่นทุกวัน
____________________
[1] ลอบ เป็เครื่องมือดักจับสัตว์น้ำ ลักษณะเป็ทรงกระบอก มีความยาวั้แ่ 1–2 เมตร ลอบเกือบทุกชนิดมีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ มีรูปทรงกระบอกแนวนอน ปากตัด ปลายตัดที่ปลาย้างอนขึ้นเล็กน้อยทำจากไม้ไผ่เหลาเป็เส้นเท่าๆ กัน แล้วนำมาผูกติดกับโครงไม้รูปวงกลมมัดด้วยเชือก ไม้ไผ่แต่ละซี่จะมีระยะห่างแต่ละซี่ประมาณ 1–3 เิเ ลอบนอนใช้ในบริเวณที่น้ำไหล ไม่ต้องใช้เหยื่อล่อ
[2] ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง มีด้วยกัน 6 ประเทศ คือไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้