ตอนที่ 3 กลัว
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ปัง!
เสียงการพังประตูทำให้ชายหญิงที่กำลังหลับอยู่บนเตียงต้องตื่นขึ้น ส่วนเด็กน้อยยังคงหลับฝันดี ดูเหมือนว่าเสียงของประตูที่บังคับให้เปิดออกจะไม่สามารถทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้
แตกต่างจากสองสามีภรรยาที่แสดงสีหน้ากังวลใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เจนจับไปที่ต้นแขนของทอมด้วยความกลัว
“อยู่ที่นี่ ดูเมอร์ลินเอาไว้เดี๋ยวฉันจะกลับมา”
หลังจากพูดจบเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงไม้แล้วก้าวออกไปจากห้องอย่างระมัดระวัง
บ้านไม้หลังนี้เป็เพียงบ้านชั้นเดียวที่มีห้องหับไม่มาก อย่างไรก็ตามมันก็ยังถูกแบ่งออกเป็สัดส่วน
ทันทีที่ทอมเปิดประตูห้องนอนออกไป แสงสว่างของคบเพลิงก็สว่างโร่
คนกลุ่มหนึ่งกำลังบุกรุกบ้านของเขา!
แสงสว่างนั้นทำให้ดวงตาของทอมพล่ามัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมามองเห็นอย่างชัดเจน
แน่นอนว่าคนกลุ่มนั้นล้วนเป็ใบหน้าที่เขาคุ้นเคย และหนึ่งในนั้นที่มีอำนาจก็ก้าวออกมา
คนคนนี้ไม่ใช่ทหารของทางการ แต่กลับเป็ชายในชุดคลุมนักบวชที่เขาคุ้นเคย
“นี่มันหมายความว่ายังไงกันหลวงพ่อปีเตอร์ ทำไมท่านถึงพาคนมาบุกรุกบ้านของฉัน” ทอมกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวล
แน่นอนว่าคำพูดของเขานั้นดังเข้าหูของเจนเช่นกัน
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้น เวลานั้นดูเหมือนว่าเธอจะรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่รอช้า เจนรีบปลุกเมอร์ลินให้ตื่นขึ้นทันที
“เมอร์ลิน ... เมอร์ลิน ...”
เด็กน้อยตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
มือบางรวบตัวของเด็กน้อยเข้ามากอด เธอมอบความอบอุ่นพร้อมกับน้ำตา
อย่างไรก็ตามเธอไม่มีเวลามากนัก เธอรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วพูดกับเด็กน้อยอย่างจริงจัง
“เมอร์ลินฟังแม่นะ ลูกรีบวิ่งเข้าไปหลบที่เล้าหมูก่อน เดี๋ยวแม่จะตามออกไป”
เธอรีบเหยียดกายลุกขึ้น ก่อนที่จะเปิดหน้าต่างแล้วนำตัวของเด็กน้อยออกไป
เล้าหมูที่ว่าอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก อย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็สถานที่ที่สามารถหลบให้พ้นตาได้
“แม่ ... เกิดอะไรขึ้น?” เมอร์ลินเอ่ยถามออกมาด้วยสติไม่เต็มตื่นมากนัก
ตัวของเขาถูกเจนอุ้มข้ามหน้าต่างออกไป
ยังไงเขาก็อายุเจ็ดขวบแล้วพอจะรู้อะไรอยู่บ้าง ไม่ต้องเอ่ยถึงความเฉลียวฉลาดของเขา เขาสามารถอ่านออกเขียนได้หลังจากได้รับการสั่งสอนจากโบสถ์ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมกับคณะประสานเสียงร้องเพลงสรรเสริญของโบสถ์
เรียกได้ว่าเขาได้ฉายแววความฉลาดที่โดดเด่นเหนือกว่าเด็กทั่วไป กระทั่งหลวงพ่อคนเก่ายังเคยเอ่ยปากจะเขียนจดหมายแนะนำให้เขาไปร่ำเรียนศาสนายังโบสถ์ในเมืองอีกด้วย
หากเขาประสบความสำเร็จยิ่งกว่าก็จะสามารถเข้าไปร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยศาสนา ศึกษาศาสตร์แห่งเทววิทยา (ศาสตร์ที่ว่าด้วยเื่ของพระเ้าและความสัมพันธ์ระหว่างพระเ้ากับมนุษย์) ณ เมืองหลวงของอาณาจักร ผู้ที่สามารถจบจากมหาวิทยาลัยศาสนาได้ก็จะมีโอกาสกลายเป็นักบวชฝึกหัดเช่นเดียวกับปีเตอร์ที่ถูกส่งมายังโบสถ์ในหมู่บ้านแห่งนี้
แม้แต่หลวงพ่อปีเตอร์ผู้มาใหม่ก็ยังเอ่ยปากชมเื่ความฉลาดของเมอร์ลิน
เด็กน้อยถูกเจนอุ้มข้ามหน้าต่างแล้วเอ่ยกำชับ
“ไปที่เล้าหมูเร็วเข้า”
ทว่าเมอร์ลินยังคงหยุดนิ่งไม่ไปไหน
“แม่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เจนเม้มปากทั้งน้ำตา เธอไม่อาจอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้เมอร์ลินฟังได้
“รีบทำตามที่แม่บอกเร็วเข้า ... เมอร์ลิน ... ไป ...”
เจนแกะมือน้อยที่เกาะอยู่ขอบหน้าต่างออกแล้วรีบปิดหน้าต่างไม้ลงทันที
ปัง!
เมอร์ลินยังคงหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะวิ่งไปทางเล้าหมูตามคำสั่งของเจน
เนื่องจากผู้คนไปออกันอยู่หน้าบ้านจึงไม่มีใครสังเกตเห็นถึงการเคลื่อนไหวของเด็กน้อย
เมื่อรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญคือแม่มด พวกเขาไม่กล้าที่จะแตกแถวแยกตัวออกจากกลุ่ม การมีอยู่ของหลวงพ่อปีเตอร์นั้นทำให้พวกเขาอุ่นใจ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้กระจายตัวโอบล้อมทั้งบ้าน แต่ไปกระจุกอยู่ที่หน้าบ้านเท่านั้น
เมอร์ลินรีบวิ่งไปที่คอกหมู่ตามคำสั่งของเจน เสื้อผ้าของเขาเปรอะเปื้อนโคลนเช่นเดียวกับพวกหมู
เด็กน้อยฉลาดพอที่จะรู้ว่าทำไมมารดาของเขาถึงให้มาหลบอยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงไม่ทำให้เจนผิดหวัง ร่างเล็กทำตัวกลมกลืนกับพวกหมูแล้วจับจ้องมองไปที่บ้านของเขา
แสงของคบเพลิงทำให้หัวใจของเด็กน้อยเต้นรัวแรง
ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้น
“เจนยอมมากับพวกเราซะ พวกเราจะไต่สวนอย่างยุติธรรม”
“ดีมากยกมือขึ้นแล้วค่อยๆ เดินมาทางนี้”
“ไม่พวกแกจะเอาตัวภรรยาฉันไปไหนไม่ได้ ... เจนหลบอยู่ข้างหลังฉันไว้”
“ทอมหยุดต่อต้านเถอะ ถ้าเมียนายไม่ได้เป็แม่มด เธอจะกลับมาอย่างปลอดภัย”
เนื่องจากเสียงที่พวกเขาพูดคุยนั้นดังมากและบ้านไม้หลังนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่ป้องกันเสียงให้เล็ดลอดออกมาแต่อย่างใด
บทสนทนาที่ดังออกมาจากตัวบ้านทำให้ดวงตาของเด็กน้อยเบิกกว้างขึ้น
“มะ ... แม่มด!” ดวงตาเล็กๆ นั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง
เขารีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียงดังออกไป ไม่เช่นนั้นผู้คนจะรู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่นี่
เมอร์ลินนั้นคุ้นเคยกับโบสถ์เป็อย่างดี และเขารู้ดีว่าโทษของการกล่าวหาว่าเป็แม่มดนั้นหมายความว่าอย่างไร
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมู่บ้านนี้จับผู้ต้องหาที่เป็แม่มด เด็กน้อยกระทั่งเคยอยู่ในเหตุการณ์ตัดสินโทษที่เผาร่างแม่มดที่ลานกว้างกลางหมู่บ้านมาแล้ว
ดังนั้นแล้วเมื่อแม่ของเขาถูกกล่าวหาว่าเป็แม่มดเขาจึงใเป็อย่างมาก น้ำใสๆ นั้นไหลออกมาจากตาอย่างไม่หยุดยั้ง มือน้อยที่ปิดปากพยายามจะปิดกั้นเสียงสะอื้นที่เปล่งออกมา
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมเจนถึงต้องให้เขาหนีมาที่คอกหมูแห่งนี้
ตอนนั้นเองเด็กน้อยก็ได้ยินเสียงของเจนที่เอ่ยออกมา
“ฉันจะไปกับพวกคุณ ฉันยินดีร่วมมือกับการสืบสวนของทางโบสถ์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง”
แม้เมอร์ลินไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็คาดเดาได้ว่าแม่ของเขากำลังเดินออกไปให้จับกุมอย่างกล้าหาญ
ทว่าเสียงของทอมก็ดังขึ้นมาติดๆ
“ไม่ ฉันจะไม่ยอมให้เจนไปไหนทั้งสิ้น พวกคุณมันบ้าเกินไปแล้วเจนไม่มีทางเป็แม่มดอะไรนั่น ฉันไม่ยอมให้เจนไปกับพวกคุณ”
ทันทีที่เสียงของทอมจบลง เสียงของการต่อสู้ก็เข้ามาแทนที่
ดวงตาของเมอร์ลินเบิกกว้างขึ้นเมื่อรับรู้ว่าบิดาของตนกำลังถูกทำร้าย เสียงกรีดร้องของทอมนั้นเหมือนกับมีดที่กรีดหัวใจของเขา
แต่ร่างกายของเขากลับเหมือนถูกแช่แข็งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
นั่นเพราะ ...
เขากำลังกลัว ...