ถังเฟยหู่ที่สวมใส่หน้ากากอาวุธจิตวิญญาณครึ่งใบหน้ากำลังขยับร่างกายทุกส่วนของตนด้วยความยากลำบากเพื่อปีนป่ายขึ้นไปด้านบนของเสาหินโบราณแต่ด้วยขนาดอันใหญ่โตของมันกลับทำให้เขารู้สึกราวกับตนไม่สามารถมองเห็นจุดหมายปลายทางได้เลยแม้แต่น้อย
และยิ่งเขาขึ้นไปสูงเท่าไหรก็ยิ่งสร้างภาระให้กับร่างกายมากเท่านั้นพลังอันลึกลับที่กดมันยังร่างของเขาพยายามขัดขวางและสร้างความยากลำบากให้เขาทุกชั่วขณะแม้เขาจะอยู่ในทะเลจึงทำให้ไม่มีเหงื่อไหลออกมาชโลมกายแต่เขารับรู้ได้อย่างแน่นอนถึงความร้อนที่ถ่ายเทออกไปจากร่างเพราะการโหมแรงใช้กำลังอย่างต่อเนื่อง
แต่เขาก็ยังคงไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะยอมแพ้เพียงเท่านี้เมื่อเขาหันหลังกลับไปก็พบว่าเขาได้ขึ้นมาสูงหลายลี้แล้ว คนของทั้งสองสำนักด้านล่างกลับดูเล็กจ้อยราวกับมดเพียงเท่านั้นด้วยความสูงขนาดนี้หากเขาพลาดตกลงไป ไม่ต้องคิดถึงพลังอันลึกลับของบททดสอบอันนี้เพียงร่างกายของคนธรรมดาก็เละเป็นเต้าหู้เสียแล้ว
ยิ่งเมื่อผนวกกับแรงดึงอันพิสดารอันลึกลับที่บังเกิดขึ้นเมื่อร่างกายห่างออกจากเสาหินโบราณแห่งนี้ร่างของเขาที่ถูกดึงลงไปคงยิ่งรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าด้วยแรงและความเร็วที่พุ่งลงไปเช่นนั้นคงหนีไม่พ้นความตายที่หลงเหลือเพียงเลือดกองหนึ่ง
นิ้วทั้งห้าของเขาที่ใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กอย่างต่อเนื่องปลายนิ้วของเขาออกแรงบีบเพื่อยึดเกาะไปยังพื้นผิวอันขรุขระของเสาหินโบราณตรงหน้าเขาได้ปีนขึ้นไปต่อเนื่องกว่าหลายวันจนผ่านความสูงกว่าหนึ่งร้อยลี้จากพื้นเบื้องล่างมาได้แล้วร่างกายของเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เขาไม่มีเวลาแม้แต่ที่จะหยุดพัก
เขาได้มองขึ้นไปเบื้องบนก็พบว่าเงาดำทั้งเก้าด้านบนยิ่งห่างไกลขึ้นไปอีกเมื่อเห็นดังนั้นแล้วเขาจึงได้เร่งรีบปีนขึ้นไปด้วยความเร็วมากกว่าเดิมกล้ามเนื้อทุกส่วนของเขาถูกพลังอันลึกลับจู่โจมเข้ามาตลอดเวลายิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหรก็ยิ่งลำบากมากเท่านั้น แต่เขากลับหาได้หวาดกลัวเรื่องเหล่านั้นไม่กลับกัน!เขากลับเผยรอยยิ้มอันน่ายินดีออกมา!
นั่นเพราะสภาวะเช่นนี้กลับทำให้เขาสามารถฝึกฝนความแข็งแกร่งของร่างกายไปได้ด้วยแม้แต่วิชาดัชนีเหล็กซึ่งเป็นวรยุทธ์ระดับสี่ซึ่งสำเร็จไปนานแล้วกลับเริ่มมีพัฒนาการที่เหนือขึ้นไปกว่าขอบเขตสูงสุดของวิชานี้ด้วยความชำนาญและความเข้าใจทำให้เขาบัญญัติขอบเขตใหม่ของวิชาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็หาใช่ว่าจะไม่มีเลยในยุทธภพในโลกอันกว้างใหญ่สิ่งต่างๆมากมายได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่มากก็น้อยมีคนหลายคนที่ฝึกวิชาเดิมๆซ้ำไปมาจนสามารถทำให้วิชาเหล่านั้นทลายขีดจำกัดของผู้บัญญัติวิชาและก้าวล้ำหน้าไปได้แต่ส่วนมากสิ่งเหล่านั้นจะเกิดกับวรยุทธ์ในขั้นที่ไม่สูงมากนัก
เพราะวรยุทธ์ในขอบเขตที่ยิ่งสูงเท่าไหรก็ยิ่งทำความเข้าใจบรรลุ หรือแม้แต่ฝึกให้สำเร็จได้ยากมากแล้วการที่จะบรรลุเกินขอบเขตของผู้บัญญัติวิชายิ่งยากเข้าไปอีกราวกับปีนป่ายขึ้นสวรรค์ก็ไม่ปานซึ่งการที่ถังเฟยหู่สามารถทำความเข้าใจและพัฒนาวิชาดัชนีเหล็กให้ก้าวหน้าขึ้นจึงไม่แปลกมากเท่าไหรนัก
หลังจากที่ถังเฟยหู่ปีนข้ามผ่านระดับความสูงสองร้อยลี้ในที่สุดคนของสองสำนักเบื้องล่างก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว มู่หยงหลินที่เป็นผู้นำของกลุ่มสำนักแปดดาราได้นำพาผู้คนส่วนหนึ่งของสำนักปีนขึ้นไปบนเสาหินโบราณส่วนคนที่ไม่อาจข้ามผ่านความกลัวของตนมู่หยงหลินก็หาได้บังคับพวกเขาเหล่านั้นขึ้นไปเพราะไม่ว่าอย่างไรหากมีคนทำพลาดและพลัดตกลงมาจากเสาหินโบราณขณะปีนอยู่คงหนีไม่พ้นชะตากรรมแห่งความตายซึ่งมู่หยงหลินไม่ต้องการเห็นศิษย์น้องของตนตายไปเช่นนั้นส่วนทางด้านสำนักเสียงสวรรค์เองที่แยกย้ายออกเป็นหลายกลุ่มก็เริ่มปีนเสาหินโบราณเช่นกัน
ส่วนหยางถิงนั้นมิได้ปีนเสาหินโบราณขึ้นไปตามคนอื่นนางกลับอยู่ด้านล่างเพื่อดูแลศิษย์พี่น้องที่ตัดสินใจไม่ปีนขึ้นไปอีกทั้งนางยังมีอีกเหตุผลซึ่งนั่นก็คือการรอคอยถังเฟยหู่อยู่ที่นี่เมื่อเข้ามายังแดนลับทะเลปีศาจสิ่งแรกที่เจ้าจะเห็นย่อมต้องเป็นเสาหินโบราณที่แทงขึ้นด้านบนราวกับค้ำห้วงทะเลแห่งนี้ไว้
เพราะเหตุนั้นหากถังเฟยหู่ยังมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ไม่ว่าอย่างไรก็มีโอกาสมากกว่าหลายส่วนที่จะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้หยางถิงกวาดสายตาของนางออกไปมองสถานที่รกร้างโดยรอบเพื่อพยายามตามหาเงาร่างที่คุ้นเคยของศิษย์น้องแต่พวกนางได้เดินทางมาถึงนานหลายวันแล้วแต่กลับไม่เห็นวี่แววของถังเฟยหู่แม้แต่น้อย
สีหน้าของหยางถิงเต็มไปด้วยความกังวลใจนางทอดสายตามองออกไปไกลสุดขอบฟ้าเท่าที่สายตาของนางจะสามารถมองได้เพื่อที่จะสามารถเห็นทุกสิ่งได้อย่างถนัดตานางได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง “ศิษย์น้องถัง…เจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่นะ…”
แต่หยางถิงกลับหาได้รู้ไม่ว่าคนที่นางกำลังตามหากลับอยู่ใกล้เพียงเอื้อม เหนือขึ้นไปด้านบนของห้วงทะเลปีศาจแห่งนี้ที่ความสูงสองร้อยลี้ของเสาหินโบราณอันน่าพิศวง ร่างเงาของถังเฟยหู่ยังคงขยับร่างกายเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง
และโดยที่เขาไม่รู้ตัวพื้นฐานทางร่างกายของเขายิ่งเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมพลังกายของเขาถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยอุปสรรคที่ถูกสร้างโดยเสาหินโบราณแห่งนี้จนเมื่อผ่านความสูงระดับห้าร้อยลี้มาได้จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
ด้วยร่างกายของเขาที่สูญเสียพลังอย่างต่อเนื่องจึงถูกบีบคั้นให้ใช้พลังปราณเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างต่อเนื่องและผลพวงนั้นทำให้พลังปราณทั้งหมดที่ถูกใช้ไปจำต้องดึงดูดพลังวิญญาณของห้วงทะเลปีศาจมาเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นพลังปราณภายในร่างอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
กระบวนการทั้งหมดที่ถูกบังคับให้ใช้ปราณทั้งหมดและเติมเต็มตันเถียนอย่างต่อเนื่องนั้นราวกับเป็นการฝึกตนประเภทหนึ่งเช่นกันความหนาแน่นของลมปราณรวมถึงขอบเขตที่สะสมได้ถูกขลัดเกลาอย่างต่อเนื่องด้วยเวลาตลอดหลายวันที่เขาปีนป่ายขึ้นไปบนเสาหินโบราณแห่งนี้
ซึ่งหลังจากผ่านความสูงห้าร้อยลี้มาได้ก็ทำให้ขอบเขตการฝึกตนของเขาก้าวเข้าสู่ปราณขั้นเก้าระดับสูงอย่างสมบูรณ์ถังเฟยหู่ถึงกับดีใจเป็นยกใหญ่ สำหรับเขาที่บังเอิญหลงเข้ามาในแดนลับทะเลปีศาจแห่งนี้กลับเหมือนเป็นโชคใหญ่จากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปานเขาเร่งรีบปีนป่ายและใช้พลังกายออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเผาผลาญปราณทั้งร่างของตน
อีกทั้งบางคราเขายังใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารของลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อพยายามพัฒนาขอบเขตของวิชาแต่ดูเหมือนว่านอกจากความชำนาญแล้วก็ไม่ค่อยมีสิ่งใดก้าวหน้าเสียเท่าไหร
หลังจากนั้นก็ได้ผ่านไปอีกถึงกว่าครึ่งเดือนถังเฟยหู่ได้ก้าวผ่านความสูงระดับแปดร้อยลี้มาได้ด้วยความยากลำบากแต่ผลของมันก็ช่างคุ้มค่ามากยิ่งนัก นั่นเพราะสภาวะโดยพื้นฐานของร่างกายส่วนมากถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดอีกทั้งขอบเขตพลังของเขายังก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล
ถังเฟยหู่คาดเดาว่าหากเขาสามารถข้ามผ่านความสูงหนึ่งพันลี้ไปได้อาจจะทำให้เขาสามารถเข้าสู่ขอบเขตปราณขั้นเก้าระดับสุดยอดเลยก็ได้แม้การฝึกตนเช่นนี้จะแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก แต่อาจจะเป็นเพราะพลังลึกลับที่ถูกกดทับมายังร่างของผู้ปีนป่ายบนเสาหินโบราณแห่งนี้จะเพิ่มตามความสูงที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้
นั่นจึงทำให้ผู้ปีนป่ายเสาหินโบราณแห่งนี้ถูกบีบคั้นให้พัฒนาความสามารถของตนเองอยู่ตลอดเวลาหาไม่แล้วก็คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รอคอยอยู่เบื้องหลังไม่มีทางที่คนผู้หนึ่งจะปีนเสาหินโบราณแห่งนี้แล้วจะชินชากับพลังที่กดทับมาเพียงเท่านั้นยิ่งสูงขึ้นก็มีแต่ยิ่งยากลำบากขึ้นเท่านั้นและหากปล่อยมือทั้งสองข้างรวมถึงทิ้งร่างกายของตนออกห่างจากเสาหินโบราณแห่งนี้ก็จะถูกพลังอันลึกลับเหล่านั้นดึงรั้งสู่ความตาย!
ถังเฟยหู่ได้โคจรสายเลือดที่กลายพันธุ์ของตนเองด้วยญาณแห่งโลหิตเพื่อใช้วิชาสายเลือดดวงตาออกมาดวงตาสีม่วงดำกลับแปรเปลี่ยนไปคล้ายตาของเหยี่ยวและเรืองรองด้วยแสงปราณสายตาของเขาทอดยาวออกไปเพื่อสำรวจสถานะการณ์ต่างๆของผู้ที่กำลังปีนเสาหินโบราณแห่งนี้เหมือนกับเขา
เบื้องล่างอันห่างไกลนั้นคือเงาร่างของคนจากสำนักแปดดาราและสำนักเสียงสวรรค์ที่กำลังปีนขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่ก็มีคนผู้หนึ่งที่สามารถปีนขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วเหนือกว่าผู้อื่นยิ่งนัก
ซึ่งคนผู้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมู่หยงหลินแห่งสำนักแปดดาราชายผู้นี้ได้ปีนขึ้นมาจนถึงระดับความสูงสามร้อยลี้แล้วถังเฟยหู่ได้ดึงรั้งสายตาของตนเองกลับมาก่อนที่จะมองขึ้นไปสำรวจด้านบนในตอนนี้เขาไม่สามารถเห็นเงาร่างทั้งเก้าที่นำขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้เลยเขายังไม่แน่ใจว่าคนเหล่านั้นไปถึงยอดแล้วหรือว่าคนพวกนั้นได้ปีนอยู่อีกฝั่งของเสาหินโบราณซึ่งเป็นจุดอับสายตาจึงทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นกันแน่
“…มีแต่ต้องก้าวไปข้างหน้าเท่านั้นแล้วเมื่อขึ้นหลังเสือก็ยากจะลงได้แต่เมื่อข้าได้ขึ้นเสือตัวนี้มาแล้วก็ขอใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ก็แล้วกัน!”ถังเฟยหู่เอื้อมมือออกไปและใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กจากนิ้วทั้งห้าเพื่อคว้าจับไปยังส่วนที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก
แม้นิ้วทั้งห้าของเขาจะใช้ออกด้วยดัชนีเหล็กตลอดเวลาก็ตามทีแต่พลังลึกลับของเสาหินโบราณที่บดทำลายร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้นิ้วทั้งห้าของเขาบาดเจ็บอยู่เหมือนกันแต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งร่างเขาเอาไว้ได้
ส่วนผู้อื่นด้านล่างนั้นเมื่อบาดเจ็บเช่นเดียวกันกับถังเฟยหู่เพราะหักโหมร่างกายของตนเพื่อปีนป่ายขึ้นไปกลับหาได้เลือกวิธีการเช่นเดียวกันไม่พวกเขาจะหยุดร่างไว้สักหลายวันที่จุดเดิมเพื่อพักฟื้นร่างกายและรักษาอาการบาดเจ็บอย่างยากลำบาก
นั่นจึงทำให้ความเร็วการเดินทางของถังเฟยหู่เป็นไปอย่างรวดเร็วเหนือกว่ามู่หยงหลินที่อยู่ในขอบเขตเหนือกว่าหลายขั้นซึ่งถังเฟยหู่เองก็ยังคงเดินทางขึ้นไปด้านบนด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกันความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนกับตอนที่ฝึกฝนร่างกายด้วยลมปราณเก้าเยือกแข็งภายใต้น้ำตกสภาวะโดยรอบต่างทุบทำลายร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลาซึ่งเขาจำต้องเหนือกว่าพลังที่กดทับลงมาเหล่านั้นตลอดเวลาข้อกระดูกของเขาต่างเลือนลั่นปานฟ้าร้อง กล้ามเนื้อบีบรัดด้วยความเจ็บปวด
ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ในที่สุดร่างของเขาก็ได้มาถึงยังระดับความสูงเก้าร้อยลี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ขอบเขตพลังปราณของเขาบรรลุเข้าสู่ปราณขั้นเก้าระดับสุดยอดโดยสมบูรณ์…รวดเร็วกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีกแต่ในตอนนั้นเองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น เขาค้นพบถึงไอวิญญาณแปลกประหลาดจากเสาหินโบราณ
“…นี่มันอาคมเช่นนั้นเหรอ?” ถังเฟยหู่กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ แต่ในตอนนั้นเองที่พื้นผิวของเสาหินโบราณได้เกิดลำแสงอาคมสีฟ้าเรืองรองออกมาในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่เผยสีหน้าจริงจังออกมา เขาไม่ทราบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นหรือว่านี่จะเป็นกับดักที่เจ้าของแดนลับทะเลปีศาจสร้างขึ้นกัน!
พริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่พลันโคจรลมปราณขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เส้นสายอาคมบนเสาหินโบราณได้ขยับเคลื่อนไหวและเข้าปกคลุมร่างกายของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็วราวกับพวกมันมีชีวิตพวกมันคล้ายกับรยางค์หรือเถาวัลย์ที่เข้ารัดร่างเขา
“บ้าเอ้ย! เป็นกับดักจริงๆอย่างงั้นเหรอ!”ถังเฟยหู่พยายามฉุดกระชากแขนข้างขวาของตนอย่างแรงเพื่อจะให้หลุดออกจากการพันธนาการนี้แต่เขาไม่อาจขยับตัวอะไรได้มากนักเพราะร่างของเขาอย่างไรก็อยู่เหนือพื้นเบื้องล่างถึงกว่าเก้าร้อยลี้!
แต่การดิ้นรนของถังเฟยหู่ดูจะไม่เป็นผลเสียเท่าไหรนัก และในช่วงเวลานั้นเองที่เส้นสายอาคมสีฟ้าเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วมันได้พุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาอย่างไม่อาจป้องกันได้!
เส้นสายอาคมเหล่านั้นพุ่งเข้าสู่ใจกลางของตันเถียนอย่างรวดเร็วและบุกรุกเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาอาคมสีฟ้าเรืองรองราวกับคลื่นทะเลอันบ้าคลั่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงมันบุกรุกเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาจากนั้นจึงค่อยพุ่งเข้าใส่จุดหนึ่งในห้วงวิญญาณของเขาเป้าหมายของมันก็คือตรารูปมังกรวารีสีฟ้ากระจ่าง เส้นสายอาคมสีฟ้าได้หน่วงเหนียวเกี่ยวพันตราสีฟ้านั้นไว้ในตอนนั้นเองที่ญาณแห่งวารีนั้นได้ดึงดูดเอาเส้นสายอาคมเหล่านั้นเข้ามาอย่างกระหาย!
ญาณแห่งวารีในรูปตรามังกรวารีสีฟ้ากระจ่างได้เปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองออกมา บัดนี้ภายในห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่ได้สงบลงอีกครั้งพร้อมกับเส้นสายอาคมจากเสาหินโบราณที่ได้จากหายไปเป็นที่เรียบร้อย
ถังเฟยหู่ได้เผยรอยยิ้มของตนออกมาอย่างดีใจหลังจากสำรวจภายในห้วงวิญญาณของตนเอง“ญาณแห่งวารีของข้ากลับเข้มแข็งขึ้น! นี่มิใช่กับดักกลับแต่เป็นของรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถท้าทายบนทดสอบของผู้สร้างได้! ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก!!” ชายหนุ่มรู้สึกยินดีเป็นยิ่งนักนั่นเพราะหากเขาปีนต่อไปเรื่อยๆย่อมได้รับสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าแน่
มือทั้งสองของถังเฟยหู่พลันตะกุยออกไปทางด้านบนเพื่อเร่งรีบปีนต่อไปในครานี้เขากลับรวดเร็วมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียอีก ในตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าเสาหินโบราณแห่งนี้เป็นเหมือนบททดสอบบางประเภทที่มอบรางวัลให้แก่ผู้สำเร็จ
เพียงแต่ไม่ทราบว่าเมื่อปีนต่อไปเรื่อยๆรางวัลที่เสาหินโบราณมอบให้แก่เขายังจะเป็นการเพิ่มพลังให้แก่ญาณแห่งวารีอีกหรือไม่หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่มีค่ามากยิ่งกว่า ในตอนนั้นเองที่ปราณมรณะภายในกายของเขาได้ปะทุขึ้นมารอยสักมารแห่งเคล็ดกายหยาบมารพลันปรากฏขึ้นมาบนร่างของเขา
กายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจวังวนมาร!
รอยสักมารบนร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปคลื่นวังวรอันแปลกประหลาดที่ครอบคลุมไปยังแขนทั้งสองข้างพลังกายของเขาพลันเพิ่มขึ้นกว่าแปดเท่า แต่พลังของหมึกปีศาจตัวเขาไม่อาจใช้ได้นานมากนักพลังปราณมรณะจะถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็วราวกับถังน้ำที่มีรูขนาดใหญ่และทำให้น้ำรั่วตลอดเวลา
ปราณมรณะของเขาก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับน้ำในถังและกายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจก็เป็นเหมือนรอยรั่วขนาดใหญ่ มือทั้งสองของถังเฟยหู่พลันคว้าจับออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อปีนป่ายสู่จุดที่สูงยิ่งขึ้นไปกายหยาบมารของเขาใช้ได้ในเวลาไม่นานจากนั้นจึงค่อยสิ้นสูญไปพร้อมกับปราณมรณะที่หมดลงเขาจำต้องรอคอยให้ปราณมรณะฟื้นกลับคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่งจึงค่อยใช้ออกอีกครั้ง
ถังเฟยหู่เริ่มกลับมาใช้ปราณของตนอีกครั้งพลังทั้งหมดล้วนใช้ออกมาอย่างหมดสิ้นและถึงแม้พลังทุกหยาดหยดจะหมดแล้วก็ตามเขาก็ยังคงใช้แรงกายแรงใจของตนเพื่อต่อต้านอุปสรรคตรงหน้าเพื่อรอคอยพลังทั้งหมดกลับคืนอีกครั้ง!
กระบวนการทั้งหมดยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิมพลังถูกส่วนถูกใช้ไปและเติมเต็มเข้าไปใหม่ด้วยพลังวิญญาณอันมหาศาลของห้วงทะเลปีศาจพลังของเขายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆแต่มิใช่เพียงถังเฟยหู่เท่านั้นที่พลังของเขาเพิ่มขึ้นคนอื่นที่ปีนป่ายขึ้นมาต่างก็เพิ่มพลังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
มู่หยงหลินหรือแม้แต่คนของพรรคอสูรที่ลอบเข้ามาต่างก็ได้รับประโยชน์จากเสาหินโบราณแห่งนี้เช่นกันเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปกว่าสองเดือนอย่างรวดเร็ว ร่างของถังเฟยหู่ได้ปีนป่ายขึ้นไปเรื่อยๆไม่หยุดพร้อมกับขอบเขตพลังที่เพิ่มขึ้นปลายนิ้วทั้งสิบของเขาต่างห่อหุ้มไว้ด้วยพลังที่เปลี่ยนนิ้วของเขาเป็นสีโลหะผสมเงิน
วิชาดัชนีเหล็กของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากมายนักนิ้วของเขาที่เมื่อใช้วิชานี้จะคล้ายกับเป็นโลหะกลับกลายเป็นสว่างขึ้นและคล้ายกับเงินเขาได้ทลายขีดจำกัดของวิชาดัชนีเหล็กมากขึ้นอีกหลายก้าวในตอนนี้วรยุทธ์นี้ดูคลับคล้ายว่าใกล้จะเหนือกว่าขั้นสี่เข้าไปทุกทีถังเฟยหู่เชื่อว่าหากเปลี่ยนนิ้วทั้งหมดให้กลายเป็นสีเงินได้ก็จะเท่ากับสำเร็จวิชาใหม่
มือข้างซ้ายของถังเฟยหู่ที่นิ้วเปลี่ยนเป็นสีโลหะเข้มผสมกับสีเงินได้ยึดเกาะไปยังพื้นผิวของเสาหินโบราณตรงหน้าขาทั้งสองยันผิวหินตรงหน้าไว้เพื่อช่วยในการทรงตัวและมืออีกข้างหนึ่งปล่อยออกไปเพื่อที่เขาจะเอี้ยวร่างของตนมาด้านหลังได้สายตาของเขากวาดผ่านไปโดยรอบเพื่อพยายามสำรวจสถานการณ์ต่างๆ
แต่ในตอนนี้เขาไม่อาจจะสามารถเห็นใครได้สักคนอาจจะเป็นเพราะจุดที่เขาปีนนั้นอยู่คนละฟากฝั่งกับพวกคนที่เหลือ เขาได้แต่ใช้วิชาตาเหยี่ยวพันลี้เพื่อคาดเดาความสูงที่เขาได้ปีนขึ้นมาแล้ว“ดูเหมือนว่าข้าจะปีนขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งพันเจ็ดร้อยลี้แล้ว”เขากล่าวเสร็จก็ได้หันขึ้นไปมองยังด้านบนแต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นจุดหมายปลายทางราวกับว่าเสาต้นนี้มีความสูงเทียมฟ้าก็ไม่ปาน
หนึ่งพันเจ็ดร้อยลี้…
ถังเฟยหู่ได้คว้ามือออกไปด้านบนและออกแรงถีบส่งร่างของตนเพื่อขึ้นสู่จุดที่สูงขึ้นไปด้านบนในตอนนี้พลังฝึกตนของเขาอยู่ในขอบเขตปราณขั้นสิบระดับต่ำการฝึกตนของเขาระหว่างการปีนเสาหินโบราณนับว่ามีความเร็วในการพัฒนาสูงที่สุดในหมู่คนที่กำลังปีนขึ้นไปด้านบน
หนึ่งพันเจ็ดร้อยยี่สิบลี้…
หนึ่งพันเจ็ดร้อยสี่สิบลี้….
หนึ่งพันเจ็ดร้อยหกสิบลี้…..
.
.
หนึ่งพันแปดร้อยลี้!!! ในที่สุดเขาก็มาถึงจุดที่หนึ่งพันแปดร้อยลี้ซึ่งในตอนนั้นเองที่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น เส้นสายอาคมสีฟ้าได้พุ่งออกมาจากเสาหินโบราณและเข้าเกี่ยวพันกับร่างของเขาเส้นสายสีฟ้าแทรกซึมเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาผ่านทางจุดตันเถียนเหมือนกับตรงจุดความสูงเก้าร้อยลี้ไม่มีผิดเพี้ยน
เส้นสายอาคมเหล่านั้นถูกตรารูปมังกรวารีสีฟ้าดูดกลืนเข้าไปอย่างตระกละตระกลามญาณแห่งวารีในกายของถังเฟยหู่พลันกล้าแข็งขึ้นอีกหลายส่วน ในตอนนั้นเองเมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นลงถังเฟยหู่ได้ดีใจอย่างลิงโลดเขาในตอนนี้ย่อมต้องยินดีอย่างแน่นอนที่พลังของตนเองกล้าแข็งขึ้น
“ดูเหมือนว่าเงื่อนไขของการได้รับรางวัลจากเสาหินโบราณแห่งนี้ก็คือความสูงที่ปีนขึ้นไปได้ตามที่คิดไว้ในตอนแรก…แต่ดูเหมือนว่าเงื่อนไขของการได้รับจะมีมากกว่านั้นหากคาดเดาไม่ผิดคงจะเป็นเรื่อง…ความสูงเก้าร้อยลี้นั่นครั้งแรกข้าได้รับการเพิ่มพูนขึ้นของพลังญาณวารีที่ความสูงเก้าร้อยลี้ต่อมาเมื่อข้าปีนขึ้นไปอีกเก้าร้อยลี้จนมาถึงยังจุดแห่งนี้ก็ยังได้รับอาคมเพิ่มพูนพลังญาณวารีจากเสาหินโบราณอีกครั้งหึๆๆ แม้ไม่ทราบว่าเสาหินแห่งนี้จะมีความสูงมากเท่าไหร แต่หากที่ข้าคิดเป็นจริง…ไม่ทราบว่าญาณแห่งวารีจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงไหนกัน!”
เมื่อคิดได้ดังนั้นยิ่งทำให้ถังเฟยหู่รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักเขาอยากจะรีบปีนขึ้นไปให้สูงยิ่งกว่านี้! สูงยิ่งกว่าผู้ใดและรับผลประโยชน์ทั้งหมดของเสาหินแห่งนี้!จุดหมายต่อไปของเขาคือความสูงสองพันเจ็ดร้อยลี้! หากเขาไปยังจุดนั้นและยังได้รับอาคมจากเสาหินโบราณอีกครั้งนั่นก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์สิ่งที่เขาได้คิดไว้
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่เหนือกว่าความสูงของจุดที่ถังเฟยหู่ปีนอยู่ถึงเกือบกว่าห้าเท่าร่างเงาของคนทั้งเก้าจากพรรคอสูรได้ปีนขึ้นไปจนถึงความสูงหนึ่งหมื่นลี้เหนือพื้นเบื้องล่างพวกเขาแต่ละคนต่างก็มีอาคมสีฟ้าเจือจางปกคลุมร่างกันไว้แม้พวกเขาจะได้รับความลำบากจากพลังลึกลับของเสาหินที่กดทับลงมาแต่ดูคล้ายว่าน้อยกว่าผู้อื่นที่ปีนป่ายขึ้นมาบนเสาหินนี้ยิ่งนัก
ที่เอวของแต่ละคนห้อยป้ายหยกสีฟ้ารูปมังกรไว้และเป็นหยกพวกนั้นที่ได้ปล่อยอาคมเจือจางปกคลุมร่างของพวกเขาไว้ พลังที่กดดันลงมาบนร่างของศิษย์พรรคอสูรได้บรรเทาเบาบางลงไปกว่าหลายส่วนเช่นกันและอาจเพราะเหตุผลนั้นจึงทำให้พลังฝึกตนของพวกเขาไม่ได้เพิ่มสูงเทียบเท่ากับถังเฟยหู่
ในตอนนั้นเองที่ชายตาเหยี่ยวหมิงเจ๋อได้ตวัดสายตาของตนออกไปสอดส่องผู้คนที่อยู่ด้านล่างเขาพบเห็นเพียงแต่มู่หยงหลินและคนของสำนักแปดดาราเท่านั้นเขากลับไม่พบเห็นร่างของถังเฟยหู่เลยแม้แต่น้อย
หมิงเจ๋อได้เผยรอยยิ้มเหยียดหยันออกมา“พวกซื่อหลิงโง่เง่า คิดจะไปยังวังเจ้าสมุทรด้วยพลังของตน ช่างน่าขัน!พวกเราต้าเซี่ยมีร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกเจ้ายังพยเจอความยากลำบากถึงเพียงนี้เหอะ! มีหวังพวกเจ้าคงได้ตายก่อนไปถึงเป็นแน่!”
อีกหลายคนในกลุ่มต่างก็ยิ้มเยาะเย้ยผู้คนด้านล่างเฉกเช่นเดียวกันยกเว้นก็เพียงแต่ซินถงผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มนางยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งอันงดงามเช่นเดิม นางหาได้สนใจคำพูดของลูกน้องตนเองไม่นางสนใจก็เพียงแต่ภารกิจที่ได้รับมาในครั้งนี้ก็เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ต้องช่วงชิงมรดกกลับมาให้ได้
นั่นเพราะนี่คือเหตุของการคงอยู่ของพรรคอสูร! เพื่อช่วงชิงมรดกของบรรพชนแห่งพรรคอสูรกลับคืนมาและเพื่อความรุ่งโรจน์นับพันนับหมื่นปีของแผ่นดินต้าเซี่ย!!