กระท่อมน้อยปลายนา
จ้าวลี่ถิงคุณหนูรองสกุลจ้าว เมื่อคราวนางอายุได้สิบหนาวก็ถูกไล่ออกจากจวนใหญ่ให้มาอยู่ที่กระท่อมน้อยปลายนากับมารดาผู้เป็อนุก้นครัว ซึ่งไม่เป็ที่ยอมรับของฮูหยินและอนุคนอื่น ๆ ทำให้สุดท้ายมารดาของนางก็ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้กับคนดูแลม้า ทำให้บิดาผู้หูเบาไล่มารดาและลูกสาวอย่างนางออกจากจวนโดยที่ไม่คิดสอบสวนหาความจริงอะไรเลย แถมเขายังคิดว่านางอาจเป็บุตรของชู้ที่ฮูหยินสร้างเื่ใส่ร้าย เพื่อจะได้ไม่ต้องทนเห็นทั้งคู่อยู่ขัดหูขัดตาพวกนาง และหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน มารดาผู้น่าสงสารก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่หวนกลับ
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมน้อยเพียงลำพังมานานนับปีจากความเมตตาของป้าหลินหลงที่มีพื้นที่นาติดกันได้แวะเวียนเอาของกินมาให้เสมอ แถมยังเคยออกปากชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่เรือนของนางในหมู่บ้าน แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะปฏิเสธความหวังดีนั้นด้วยไม่อยากไปเป็ภาระให้ลำบากไปมากกว่านี้
จนอยู่มาวันหนึ่งท่านป้าหลินหลงผู้ใจดีก็ได้พาท่านยายเหวินซูมาแนะนำให้กับจ้าวลี่ถิงได้รู้จัก ทำให้นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาหญิงสาวก็อาศัยอยู่กับท่านยายเหวินซูในกระท่อมของนางที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่กับมารดา ตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกันมาไม่ว่าสิ่งใดที่หญิงชรารู้ ท่านก็จะสอนให้หญิงสาวทั้งหมด รวมไปถึงนาบัวกว่าสองไร่ที่อยู่หลังกระท่อมก็เกิดจากฝีมือสองยายหลานช่วยกันลงมือปลูก จนตอนนี้ผ่านมาจะสิบปีแล้วนาบัวของพวกนางก็ได้ขยายออกไปเกือบยี่สิบไร่เห็นจะได้
ตอนนี้จ้าวลี่ถิงอายุได้ยี่สิบหนาว งานหลักของหญิงสาวในทุกวันคือออกไปช่วยท่านยาเก็บดอกบัวไปขายในตลาด ซึ่งอยู่ในตัวหมู่บ้านซินหยาน หมู่บ้านของชาวนาที่นี่ ทุกเช้าจะมีพ่อค้าคนกลางจากตัวเมืองเดินทางมารับผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านเข้าไปขาย และดอกบัวของทางไร่ทั้งคู่ก็ได้รับการตอบรับเป็อย่างดี และนี่ก็ทำให้สองชีวิตที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเืแต่อย่างใดอยู่กันได้อย่างไม่ลำบาก
เมื่อนำดอกบัวไปส่งในตลาดแล้ว สองยายหลานก็พากันมาถอนหญ้าออกจากต้นอ่อนของบัวที่ทั้งคู่พากันช่วยกันปลูกไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
หลังจากขึ้นมาพักกินข้าวเที่ยงเสร็จก็พากันกลับไปลงมือทำงานต่อ และแสงแดดแก่ ๆ ใน่บ่ายก็ทำให้จ้าวลี่ถิงเกิดปวดหัว คลื่นไส้ อยากอาเจียน แถมยังกระหายน้ำมาก ๆ ทั้งที่ก่อนลงมา นางก็ดื่มน้ำไปไม่น้อยแล้วแท้ ๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นดูแสงจ้าของแสงตะวันในยามบ่ายก็ให้เกิดโลกหมุน รู้สึกเหมือนจะวูบ หญิงสาวจึงรีบพาตัวเองเดินกลับขึ้นไปนั่งพักบนคันนาเพื่อให้หายเหนื่อย
"อาถิงเ้าเป็อะไรไปเหรอ" ท่านยายเหวินซูเห็นหลานสาวเดินเซพาตัวเองขึ้นไปนั่งพักบนคันนาก็ให้เกินเป็ห่วงไม่น้อย
"ข้ารู้สึกปวดหัวเ้าค่ะ" หญิงสาวหันไปบอกกับท่านยาย ก่อนจะเดินไปหาคันนาเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะจากอาการที่เป็ตอนนี้หากนางยังไม่รีบไปให้ถึงที่หมาย มีหวังคงได้ล้มหน้าคว่ำกับน้ำในนาบัวนี้เป็แน่
"สีหน้าของเ้าไม่ดีเลย ยายว่า.... อาถิง!!!! เสี่ยวถิง" ท่านยายเหวินซูยังกล่าวไม่ทันจบก็ต้องใ เมื่อจู่ ๆ หลานสาวที่นั่งหน้าซีด ปากแห้ง ๆ เหมือนคนขาดน้ำก็ได้ล้มนอนหมดสติไปต่อหน้าต่อตา หัวใจหญิงชราถึงกับหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ไม่ว่าจะทั้งเรียกและตบหน้าเรียกสติหญิงสาวก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับเลยสักนิด
"ท่านหมอ ท่านหมอช่วยหลานข้าด้วย" หญิงชราวัยหกสิบกลาง ๆ ก้มลงไปช้อนเอาร่างหมดสติของหลานสาววิ่งกลับไปที่เรือนพักของตนด้วยความทุลักทุเล ด้วยร่างกายของนางในยามนี้มิใคร่อำนวย แต่เพื่อหลานสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของนางไม่ว่าจะเ็ปร่างกายสักเพียงใดนางก็ยังยืนหยัดฝืนทนพาหลานกลับไปให้ได้
กว่าทั้งคู่จะมาถึงก็กินเวลาไปนานพอสมควร กระนั้นเมื่อว่างร่างไร้การตอบสนองใด ๆ ลงบนแคร่ไม้ไผ่ข้างเรือนพักได้ หญิงชราก็รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากป้าหลินหลงให้ช่วยไปตามท่านหมอมาดูอาการหลานสาวให้ เพราะตอนนี้ตนก็เหมือนจะเป็ลมไม่ต่างกัน จนป้าหลินหลงต้องรีบหายาหอมมาให้ทั้งดมและดื่มอย่างรวดเร็ว เมื่อหายาหอมมาให้ยายได้นางก็ไม่ลืมะโบอกสามีให้ไปจัดการธุระของยายเหวินซูที่มาขอความช่วยเหลือพวกตนต่อ
เมื่อท่านยายเหวินซูอาการดีขึ้นมาบ้าง ทั้งสองก็รีบกลับไปดูอาการของจ้าวลี่ถิงที่นอนหมดสติบนแคร่ไม้ต่อ ครั้งมาถึงป้าหลินหลงคนสำคัญของทั้งสองมาเห็นสภาพก็รู้สึกใจคอไม่ดี เพราะตัวของหญิงสาวนั้นซีดจนน่าใจหาย ก่อนจะเดินเอามือไปแตะตรงจมูกเพื่อดูว่านางยังหายใจอยู่หรือไม่ แต่ผลที่ได้ก็ทำเอาหญิงสาววัยสี่สิบเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นดินข้างแคร่ไม้อย่างรวดเร็ว
"ท่านยาย อาถิง...อาถิงนาง...อาถิงนางไม่หายใจแล้ว นางสิ้นใจแล้วท่านยาย" ป้าหลินหลงว่า นางไม่อยากยอมรับเลยจริง ๆ ว่าคนดี ๆ เช่นจ้าวลี่ถิงจะจากไปั้แ่อายุยังน้องเช่นนี้ ส่วนท่านยายเหวินซูเอาแต่ส่ายหัวปฏิเสธสิ่งที่อีกคนบอก ที่ผ่านมาหลานสาวของตนยังดี ๆ อยู่เลย นางเพียงเป็ลมแดดเท่านั้น
หญิงชราเดินน้ำตานองหน้ามานั่งลงข้างร่างบางและซีดไม่มีเืไหลเวียน ก่อนจะก้มลงไปฟังเสียงการเต้นของหัวใจ ทั้งยังจับชีพจรที่ข้อมือขาวและเย็น สุดท้ายก็ต้องปล่อยโฮออกมาเสียงดังกว่าเดิม ทั้งยังเขย่าร่างบางเต็มแรงหวังปลุกให้นางตื่นขึ้นมาพูดคุยกับตนเหมือนอย่างเคย
"ไม่จริง อาถิงยังไม่ตาย อาถิงเป็ลมเท่านั้น อาถิง...อาถิงตื่นมาคุยกับยายก่อนลูก อาถิงนอนนานไม่ดีนะลูก ตื่นมาคุยกับยายเร็ว ๆ อีกไม่นานท่านหมอก็คงจะมาถึงแล้ว อาถิงตื่นสิ เ้าอย่าเล่นเช่นนี้ ตื่น...อาถิงตื่น"
ป้าหลินหลงเห็นสภาพของหญิงชราก็รีบลุกขึ้นไปจับตัวนางเอาไว้ เพราะต่อให้พวกตนทำอะไร คนที่จากไปแล้วก็คงไม่ตื่นขึ้นมาอยู่ดี
"ข้ารู้ว่าท่านรักนางมาก แต่นางไม่อยู่กับเราแล้ว อาถิงคงได้ไปอยู่กับมารดาของนางแล้ว"
"ไม่ ข้าไม่ยอม อาถิง.... ท่านหมอ ท่านหมอรีบมาดูอาการหลานข้าเร็วเ้าค่ะ ช่วยอาถิงของข้าด้วย" ท่านยายเหวินซูที่หันไปเห็นท่านหมอเดินตามหลังหยางถงสามีของหลิงหลงมาก็รีบลุกออกไปดึงแขนของท่านหมอเฒ่ามาดูอาการหลานสาวอย่างรวดเร็ว
ท่านหมอที่เดินมาเห็นสภาพก็ได้เพียงแต่ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง เขามาถึงช้าไปเสียแล้ว
"ท่านยายทำใจเสียเถอะ หลานของท่าน นางจากไปแล้ว" สิ้นคำท่านหมอเฒ่า ท่านยายเหวินซูก็เป็ลมล้มพับไปต่อหน้าทุกคน ทำเอาพากันใจไม่ดีใหญ่ กลัวว่านางจะเป็อะไรอีกคน หยางถงที่แข็งแรงกว่าใครเพื่อนจึงรีบเข้าไปอุ้มหญิงชราไปนั่งพิงเสาเรือน เพื่อให้ท่านหมอเข้ามาช่วยดูอาการให้
ขณะทุกคนกำลังวุ่นวายใจกับท่านยายเหวินซูอยู่นั้น ร่างไร้ล้มหายใจของจ้าวลี่ถิงก็กลับมามีเืฝาดอีกครั้ง ก่อนนางจะค่อย ๆ ลืมตาเพื่อดูโลกใบใหม่ที่ตนเองต้องมาใช้ชีวิต เมื่อปรับสายตาได้แล้ว นางก็รีบลุกขึ้นทันที ซึ่งก็พอดีกับท่านยายเหวินซูฟื้นได้สติ
"อาถิง!!!!....อาถิงนางยังไม่ตาย" ท่านยายเหวินซูว่าพลางชี้นิ้วให้กับทุกคนดู ทั้งสามที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันหันตามมือของหญิงชราไป ก่อนจะพากันใกันกับสิ่งที่เห็น
ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็รีบยิ้มทักทายทุกคนโดยไม่รู้ตัวเลยว่าก่อนหน้านั้นร่างที่ตนเข้ามาอยู่นี้เป็อะไร เหตุใดตนจึงสามารถเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ แต่ยิ้มได้ไม่นานนางก็หมดสติลงไปอีกครั้ง....ซึ่งนี่ก็ทำเอาทั้งสี่คนที่เห็นพากันแตกตื่นกันหนักกว่าเดิม
ท่านหมอที่มีสติก่อนใครเพื่อนก็รีบเข้าไปตรวจดูอาการอย่างเร่งด่วน สักพักท่านก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา และบอกว่านางเพียงนอนหลับไปเท่านั้น เมื่อได้ยินท่านหมอกล่าวมาเช่นนั้นก็พลอยให้ทั้งสามสบายใจขึ้นมาไม่น้อย
ครั้นไม่มีเื่อะไรแล้ว ลุงหยางถงก็ไปส่งท่านหมอกลับโรงหมอของท่านตามหน้าที่ ส่วนสตรีทั้งสองก็พากันนั่งรออาถิงของทั้งนางฟื้น......