"ท่านเ้าเมืองโต โปรดระงับโทสะด้วย ข้าน้อยยอมรับผิด ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ต่อท่าน เพื่อช่วยท่านยึดครองเมืองหลางเกีย" เมื่อชางซีเห็นท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารของโตซาง ก็ใจนทำอะไรไม่ถูก รีบขอขมาและขอสวามิภักดิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทว่าโตซางกลับไม่หวั่นไหว เขาชูกระบี่ก้าวไปข้างหน้า แล้ววาดเท้าเตะชางซีจนล้มคว่ำลงกับพื้น จากนั้นจึงใช้เท้าเหยียบลงบนร่างของเขา
"เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าต้องขอขมา ตอนที่เ้าฆ่าทูตของข้าและเหยียดหยามข้าต่อหน้ากองทัพทั้งสองฝ่าย เ้าเคยคิดหรือไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นนี้ ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายเกินไปแล้ว ภายใต้บัญชาของข้าโตซาง ไม่้าคนโฉดที่กลับกลอกเช่นเ้า!"
โตซางตวาดด้วยน้ำเสียงดุดัน ในขณะที่ด่าทอ กระบี่ยาวในมือก็ฟันลงมาด้วยความโกรธแค้น
"อย่า! อย่าทำข้า!!"
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวน เืสาดกระจาย แขนข้างหนึ่งของชางซีถูกฟันจนขาดสะบั้น
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่านายท่านกระทำการทารุณต่อศัตรู ได้รับแต้มโเี้ 10 แต้ม ขณะนี้นายท่านมีแต้มโเี้รวม 18 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวตามคาด โตซางรู้สึกสะใจยิ่งนัก เขาคำนวณว่าตอนนี้มีแต้มโเี้ 18 แต้ม และมีแต้มเมตตา 40 กว่าแต้ม หากทำการแปลงแต้ม จะได้รับแต้มเมตตาอย่างน้อย 60 กว่าแต้ม ขอเพียงหาวิธีได้รับแต้มเมตตาเพิ่มอีก 20 กว่าแต้ม ก็จะสามารถอัญเชิญิญญาวีรชนที่มีค่าสถานะด้านใดด้านหนึ่งสูงกว่า 80 ได้อีกหนึ่งตน ถึงเวลานั้นความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นอีกระดับ
"มานี่ ลากมันลงไป ห้ามเืและรักษาาแให้มัน อย่าปล่อยให้มันตายเด็ดขาด" โตซางก้าวกลับขึ้นไปยังแท่นสูง แล้วโยนกระบี่ที่เปื้อนเืคืนให้หมู่หลาน
ฮวาหมู่หลาน ขมวดคิ้วเรียวพลางกล่าวว่า "นายท่าน คนผู้นี้ชั่วช้าเกินไป เหตุใดไม่ฆ่าให้ตายเสียจะได้จบเื่ จะเก็บชีวิตสุนัขของมันไว้ทำไมเ้าคะ?"
"เ้าไม่เข้าใจ ข้าเก็บมันไว้เพราะมีประโยชน์" ดวงตาของโตซางฉายแววเ้าเล่ห์
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางบอกหมู่หลานว่า ที่เขาเก็บชางซีไว้ก็เพื่อรอให้ถึงเดือนหน้า แล้วฟันแขนอีกข้างของมันทิ้ง เพื่อที่จะได้รับแต้มโเี้อีกครั้ง
ชางซีก็เหมือนกับบิฮองเป็เหมือน ‘ตู้เอทีเอ็ม’ ส่วนตัวของโตซาง หากเก็บชีวิตสุนัขของพวกมันไว้ ก็จะสามารถรีดแต้มโเี้ออกมาได้เรื่อย ๆ โตซางจะ ‘ตัดใจ’ ฆ่าพวกมันลงได้อย่างไร
หลังจากจัดการชางซีเสร็จ โตซางจึงสั่งให้เหล่าขุนพลแยกย้ายกันไปเก็บกวาดสนามรบ ปลอบขวัญชาวจี๋ชิว เพื่อเตรียมการมุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อไปเพื่อยึดครองเมืองไคหยางซึ่งเป็ศูนย์กลางการปกครอง
เหล่าขุนพลประสานมือลาถอยออกไป ภายในโถงใหญ่จึงเหลือเพียงโตซางและฮวาหมู่หลาน โตซางตั้งใจจะบอกให้หมู่หลานไปพักผ่อนด้วย แต่ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าที่ไหล่ของนางมีเืซึมออกมา
"หมู่หลาน เ้าาเ็หรือ?" โตซางเริ่มกังวลขึ้นมาทันที
ฮวาหมู่หลานชะงักไป นางเหลือบมองที่ไหล่จึงเพิ่งนึกขึ้นได้แต่กลับตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า "ตอนสู้รบถูกลูกธนูถากิัไปเล็กน้อย ข้าพันแผลไว้ลวก ๆ แล้ว เมื่อครู่น่าจะเป็ตอนที่จัดการเ้าโจรชางจนแผลปริออก ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ"
"ช่างเป็สตรีแกร่งจริง ๆ เืไหลขนาดนี้ยังไม่เห็นเป็เื่..."
โตซางทอดถอนใจในใจ แต่เขากลับประคองหมู่หลานไว้อย่างแ่เบา และกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "าแนี้หากไม่รีบรักษา หากติดเชื้ออาจกลายเป็แผลฉกรรจ์ได้ จะไม่ใส่ใจได้อย่างไร ข้าจะพยุงเ้ากลับห้องเพื่อรักษาแผล ทายาและพันแผลใหม่"
ฮวาหมู่หลานไม่มีทางเลือก จึงถูกลากกลับห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อประตูห้องปิดลง โตซางก็นำกล่องยาออกมา และตั้งใจจะทายาพันแผลให้นางด้วยตนเอง
"คุณชาย ให้ข้าทำเองเถิดเ้าค่ะ" ใบหน้าของฮวาหมู่หลานเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกขัดเขิน เพราะการเปลี่ยนยาจำเป็ต้องถอดเสื้อผ้า ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณของนางถูกโตซางมองเห็น
"แค่รักษาแผลเอง เ้าเป็คู่หมั้นของข้าแล้ว มีอะไรต้องอาย" โตซางกล่าวพลางนั่งลงด้านหลังนาง และยื่นมือไปหมายจะถอดเสื้อตัวนอกของนางออก
มือของฮวาหมู่หลานดึงเสื้อไว้ตามสัญชาตญาณ หลังจากขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ถอนหายใจเบา ๆ และจำต้องปล่อยมือในที่สุด
เสื้อผ้าที่เปื้อนเืถูกโตซางค่อย ๆ ถอดออกอย่างแ่เบา ไหล่หอมกรุ่นที่เปื้อนเื แผ่นหลังขาวเนียนดุจหยกค่อย ๆ ปรากฏแก่สายตาของเขาจนถึง่เอวคอดกิ่ว
ฮวาหมู่หลานที่หันหลังให้โตซาง ในตอนนี้ร่างกายท่อนบนทั้งหมดได้เข้ามาอยู่ในสายตาของเขา บนแผ่นหลังขาวผ่องดุจหิมะ เหลือเพียงเส้นด้ายสีแดงเส้นเล็ก ๆ ที่ยึดผ้าพันอกเอาไว้ไม่ให้หลุดร่วง
ก่อนหน้านี้โตซางเคยบังเอิญเห็นความงามโดยไม่ตั้งใจ แต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นร่างกายอันอ้อนแอ้นขาวราวหิมะของนางในระยะใกล้เช่นนี้
แม้จะเป็เพียงด้านหลัง แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของโตซางสั่นไหว
"คุณชาย ท่านมองอะไรอยู่ เหตุใดจึงยังไม่เปลี่ยนยาอีกเ้าคะ?" ฮวาหมู่หลานที่หันหลังอยู่ ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของโตซาง ใบหน้าของนางยิ่งแดงก่ำ สองมือโอบกอดอกไว้แน่นราวกับกลัวว่าผ้าพันอกสีแดงจะเลื่อนหลุดลงมา
"จะเปลี่ยนเดี๋ยวนี้แหละ แต่ต้องเช็ดตัวเ้าให้สะอาดก่อน" โตซางดึงสติกลับมา พยายามระงับไฟในใจ ใช้ผ้าไหมชุบน้ำค่อย ๆ เช็ดคราบเืที่ไหล่และแผ่นหลังของนาง
ในขณะที่เช็ดปลายนิ้วของเขาอาจจะจงใจหรือไม่ได้จงใจเลื่อนผ่านิัของฮวาหมู่หลาน ััที่รู้สึกคันยุบยิบและซ่านสยิวทำให้หัวใจของฮวาหมู่หลานเต้นรัว ใบหน้าแดงระเรื่อและใบหูเริ่มร้อนผ่าว
ในใจของนางมีความคิดสับสนวุ่นวายประดังเข้ามาดุจคลื่นั์ นางได้แต่กัดริมฝีปากสีชาดแน่น พยายามขจัดความปั่นป่วนในจิตใจออกไป
โตซางตั้งใจจัดการอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เช็ดคราบเืจนสะอาด ทายาและใช้ผ้าพันแผลพันรอบาแจนเรียบร้อย
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น โตซางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จิตใจเริ่มผ่อนคลาย ภาพที่เห็นตรงหน้าคือลำคอระหง ไหล่หยกและแผ่นหลังขาวเนียนเอวบางที่สะอาดบริสุทธิ์ดุจหยกงาม
ในฐานะบุรุษ เมื่อเห็นทัศนียภาพอันงดงามเช่นนี้ มีหรือที่ใจของโตซางจะไม่หวั่นไหว เขาอดไม่ได้ที่จะประคองไหล่หอมกรุ่นของนางไว้เบา ๆ แล้วก้มลงจุมพิตที่ลำคอระหงของนางอย่างแ่เบา
ร่างกายของฮวาหมู่หลานสั่นสะท้านราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ใบหน้าที่เ็าและงดงามพลันเปลี่ยนเป็สีแดงฉานด้วยความเขินอาย หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงจนแทบจะะโออกมาจากทรวงอกที่ชูชัน
[ติ๊ง... ระบบตรวจพบว่าฮวาหมู่หลาน เกิดแต้มเมตตา 10 แต้ม ขณะนี้นายท่านมีแต้มเมตตารวม 53 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบ บ่งบอกว่าในขณะนี้ฮวาหมู่หลาน เกิดความรู้สึกรักใคร่ขึ้นมา โตซางแอบดีใจและตัดสินใจที่จะรุกต่อ หากสามารถจัดการหมู่หลานได้ในตอนนี้ ก็ไม่ต้องรอจนถึงวันแต่งงาน
เมื่อความคิด ‘ชั่วร้าย’ ผุดขึ้น โตซางจึงจุมพิตลำคอระหงของนางต่อไป พร้อมกับสอดมือจากด้านหลังโอบกอดเอวบางของนางไว้ และค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นไปอย่างแเี เพื่อเตรียมเข้ายึดครองยอดเขาหิมะที่ตั้งตระหง่านทั้งสองข้าง
หัวใจของฮวาหมู่หลานเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น จิตใจและร่างกายเริ่มเลื่อนลอย ภายใต้การปลอบประโลมของโตซาง กำแพงในใจของนางแทบจะพังทลายลง
ทันใดนั้น สติสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็วูบขึ้นมาดุจสายฟ้าแลบในหัวของนาง
"ดึกมากแล้ว คุณชายรีบไปพักผ่อนเถิดเ้าค่ะ หมู่หลานเองก็เหนื่อยแล้ว" ฮวาหมู่หลานลุกขึ้นยืน สลัดตัวออกจากการเกาะกุมของโตซาง สองมือรีบดึงเสื้อตัวนอกที่พาดอยู่ที่เอวขึ้นมาปกปิดความงดงามทั้งหมดไว้อย่างมิดชิด
"ขาดอีกนิดเดียวแท้ ๆ ..."
โตซางจนใจ จึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะจัดการฮวาหมู่หลานในคืนนี้ เขาย้ำให้นางพักผ่อนให้เต็มที่แล้วจึงถอนหายใจเดินจากไป
เมื่อประตูห้องปิดลง เหลือเพียงฮวาหมู่หลาน เพียงลำพัง
นางระบายลมหายใจยาวเหยียด แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง ลมหายใจยังคงหอบกระชั้น ใบหน้ายังมีสีแดงระเรื่อไม่จางหาย ในหัวเต็มไปด้วยภาพที่โตซางเล้าโลมเมื่อครู่ ความรู้สึกที่ทำให้ใจสั่นสะท้านนั้นยังคงวนเวียนไม่ไปไหน
"คุณชาย..." ท่ามกลางความงามที่เ็านั้น ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ พร้อมกับดวงตาที่หลุบต่ำลงอย่างขัดเขิน