*ชี้แจง เควินสูง186นะครับ ขอแก้ไข*
แล้วเวลาก็ผ่านไป
เควินกับริสะที่เฝ้ามองเนตรมาตลอดก็เริ่มสงสัยว่าเนตรอาจจะเพี้ยนไปนิดหน่อย เขาพูดคนเดียวมาชั่วโมงนึงแล้ว
"เขาอาจจะยัง...เอ๋อ เหนื่อยนิดหน่อย!"
เควินพูดงั้นแล้วหันมาริสะด้วยหน้าเพลียๆ
"ฉันหวังแค่ว่าเขายังไม่ได้บ้านะ และนายเควิน นายต้องคอยดูแลเขา ส่วนฉันจะไปนอน!"
เธอพูดแบบนั้นและเดินขึ้นไปชั้นสองทันที ทิ้งให้ผู้ชายอย่างเควินเป็คนจัดการ
เควินที่ไม่รู้จะทำอะไร เขาได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ห่วงๆ เขาหวังแค่เพื่อนสนิทของเขาจะไม่ได้เป็บ้าไปเสียก่อน
(เอาล่ะ ลองเข้าคุยด้วยดีกว่ามั้ยเนี่ย)
เขาคิดได้ดังนั้นก็ค่อยๆ เดินไปหาเนตรที่กำลังพูดคนเดียวและขยับมือไปมาในอากาศ
"เอ่อ...นายสบายดีไหม?"
เขาถามออกไปเพราะเป็ห่วงอาการของเพื่อนสนิท
"อะไร นี่นายยังไม่นอนอีกเหรอ?"
เขาตอบกลับ โดยที่ยังขยับมือไปมาในอากาศและไม่หันมา
"อ่าาาช่ายย...แล้วนายกำลังทำอะไรอยู่หรือเปล่า?"
เควินพูดเสียงลากยาว และยิ่งเป็ห่วงเนตรมากขึ้น
ด้านเนตรที่กำลังสนุกกับของเล่นใหม่ที่แต่เขาเท่านั้นที่มองเห็น ในสายตาเขามีหน้าต่างสถานะของตัวเขาเองแสดงอยู่
มันบอกค่าต่างๆ ในร่างกายของเขาแทนเป็ตัวเลขและช่องเก็บของที่แสดงให้เห็นว่าในตัวเขาเก็บอะไรไว้บ้าง
และอีกต่างๆ มีทั้งหน้าต่างสกิล เศวส ข่าวสาร เกือบจะทั้งหมดคือสิ่งที่อดัมได้บอกเขาในระดับที่ 1
"เสียงนายดูแปลกไปนะ ไม่สบายหรือเปล่า?"
"เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่สงสัยอะไรนิดหน่อย"
เควินทำใจสู้เดินมานั่งข้างเนตร ในระหว่างที่เขากำลังใช้มือสำรวจหน้าต่างระบบอยู่
เนตรที่สังเกตเห็นว่สเพื่อนของเขาแปลกไปและเขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเขานั้นแหละอาจจะเป็สาเหตุที่ทำเ้านี่แปลกออกไป
ไม่มีใครเข้าใจหรอก หากว่าเห็นใครบางคนขยับมือไปมาในอากาศทั้งที่มันไม่มีอะไรเลย แถมยังพูดกับมันอีก ถ้าไม่บ้าก็อาจจะมีโลกส่วนตัวที่สูง
แต่ฉันไม่ใช่ทั้งสองแบบนั้นแหละ คงต้องแก้ความเข้าผิดของเ้านี่ก่อนสินะ
"เควิน...ฉันเชื่อใจนายได้ไหม?"
เนตรหยุดขยับมือและหันไปหาเควินด้วยใบหน้าจริงจัง น้ำเสียงของเขาทำให้เควินจริงจังไปกับมันด้วย
"แน่นอนที่สุด เล่าทุกอย่างออกมาเลย!"
เนตรไม่เข้าใจว่าทำไหมเควินต้องขึ้นเสียงตอนพูดกับเขา และสีหน้าของเ้านี่มันจะจริงจังเกินไปหรือเปล่า
"คือที่จริงแล้ว...."
แล้วเนตรก็เล่าทุกอย่างให้กับเควินได้ฟังทั้งหมด
ผ่านไป 30 นาที
เควินที่นั่งฟังจนจบก็ทำหน้าอึ้งไปเลย หลังจากที่ฟังเื่ทุกอย่างจนจบ เขาทำหน้าเหมือนกับเด็กที่พึ่งรู้ว่าซานต้าไม่มีจริงและลุงซานต้าในวันคริสต์มาสก็คือลุงแก่ๆ
"โอเคไหมเพื่อน?"
เนตรถามออกไปในขณะที่เอามือส่ายไปมาที่ด้านหน้าเควินที่เขาไม่ตอบสนองอะไรเลย
"อ่าาา เหมือนสมองของฉันมันกำลังรีเซ็ตตัวเองน่ะ"
(น่าสนใจ)
ไม่กี่นาทีต่อมา เควินก็กลับมาเป็สภาพเดิม เขาเลิกทำหน้าเอ๋อ และถอดหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับลุกขึ้นและหันมาเนตรด้วยใบกน้าที่จริงจัง
"ฉันจะช่วยนายเอง"
"อ่า ดีใจนะที่ได้ยินจากปากนาย"
"นี่เควินนายไปตามริสะมาหน่อย ฉันอยากจะบอกยัยนั่นด้วย แล้วพวกเราจะไปลงไปที่ห้องลับพร้อมกัน"
"เข้าใจแล้ว"
เควินเดินออกไปและขึ้นไปตามริสะที่ชั้นสอง
สาเหตุที่เนตรบอกเื่นี้กับเควินก็ไม่มีอะไรมาก เขาก็แค่ระบายมันออกมา ทั้งเื่สุดเชื่อเหลือ รวมถึงเื่สาเหตุที่ป๊กับม๊าของเขาที่ตายในกองไฟ
(ไม่นึกเลยว่าจะเป็รัฐบาลอเมริกากับพวกกลุ่มผู้ก่อการร้าย)
(จากข้อมูลที่อดัมรวบรวมมาบอกกับฉัน ป๊ากับม๊าคือผู้รับผิดชอบโปรเจคลับของทางรัฐบาล ก่อนจะถูกหักหลังจากพวกเขา)
(ส่วนกลุ่มผู้ก่อการร้ายพวกเขามีชื่อเรียกอย่างเป็ทางการเมื่อไม่กี่ปีก่อน)
"Evolution"
(กลุ่มแนวรบคลั่งลัทธิที่เชื่อว่าพระเ้า้าสร้างโลกใหม่และจะเหลือไว้แค่มนุษย์ที่ถูกเลือกเท่านั้น)
"ปัญญาอ่อนเป็บ้า แต่ไม่ว่าพวกมันจะเป็รัฐบาลอเมริกาหรือพวกคลั่งลัทธิ ฉันจะตามล่าพวกแกให้หมดทุกคน!"
แววตาของเนตรเปลี่ยนไปเป็ดำมืดอีกครั้ง เขารู้สึกโกธรมาก จนหัวใจเต้นรัว เขาอยากหาพวกมันให้เจอเร็วๆ เพื่อจะได้แก้แค้นกับสิ่งที่พวกมันทำกับครอบครัวเขา
"พวกเรามาแล้ว"
"มีไรอะ? ฉันพึ่งจะข่มตาหลับได้ไม่กี่นาทีเองนะ"
เควินกับริสะมากันพร้อมแล้ว และเนตรก็เล่าเื่ที่เคยเล่าให้เควินฟัง คราวนี้เขาเล่าให้ริสะฟังบ้าง
แล้วก็เหมือนเดิมอาการเดียวกันเหมือนกับของเควิน ริสะเธอทำหน้าเหวอและไม่ตอบสนองอะไร จนเธอกลับมาได้เอง
"จริงเหรอที่คนะพวกนั้นเป็คนอยู่เื้ัที่ทำเื่ชั่วพวกนั้น?!"
"คิดว่าใช่นั่นแหละ ไม่ว่าความจริงจะเป็ยังไง ฉันก็ไม่สนอยู่แล้วก็แค่ต้องหาตัวพวกมันให้เจอและเค้นความจริงออกมาแล้วหลังจากนั้นค่อยคิดต่อว่าจะทำยังไงกับพวกมัน"
"อย่างที่เนตรบอกนั่นแหละ ถ้าเธอไม่อยากยุ่งด้วยพวกเราสองคนก็ไม่ว่าหรอกนะ เพราะมันอันตรายเกินไป"
ริสะพอฟังเื่เธอก็รู้สึกเดือดอยู่ในน้อยๆอยู่แล้ว พอได้รู้ข้อมูลเธอก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าจะช่วยเนตรตามหาคนเลวพวกนั้น
"ฉันเอาด้วย"
"มั่นใจแล้วนะ?"
เนตรเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง
"แน่นอนที่สุด พวกนายไปไหน ฉันไปด้วย!"
เนตรรู้สึกดีใจมากที่เพื่อนของเขาไม่ปฏิเสธเขา แถมยังพร้อมช่วยเขาอย่างเต็มที อันที่จริงเขาหวังแค่ว่ามีใครรับฟังปัญหาแค่นั้นก็พอ แต่นี่มันเหนือคาดกว่านั้น
"ขอบใจนะ ทั้งสองคน"
หลังจากซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อน ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะลงไปที่ห้องใต้ดิน
"มาสิ พวกเราจะลงไปห้องใต้ดินกัน"
ตามลูกศรที่อดัมเป็คนให้มันพามาที่สนามหลังบ้าน เมื่อฉันััตรงที่ลูกศรหยุดอยู่คนไกลก็ทำงาน พื้นดินที่เหยียบอยู่เริ่มเปิดออกแล้วมีบันไดลึกลงไปด้านล่าง
ที่ลึกสุดมีประตูบานใหญ่สีดำและหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เมื่อฉันััที่ประตูก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากหน้าจอ
"ยินดีต้อนรับสู่รังลับ!"
ใช่แล้ว มันเสียงที่ฉันคุ้นเคย มันเป็เสียงที่ฉันไม่อยากจะให้มันหายไป เสียงของป๊ากับม๊าที่กำลังมีความสุข
(พวก...)
เควินที่เข้าใจความรู้สึกพวกนั้นดี เพราะเขาเองก็เสียครอบครัวไปั้แ่ยังเด็กเหมือนกัน
เนตรพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้ ไม่ให้ร้องไห้ออกมาต่อหน้าเพื่อนทั้งสอง แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปด้านใน
ในความมืดค่อยๆ สว่างขึ้นตามแสงไฟที่เปิดขึ้นมาทีละดวง ที่อยู่ตรงกลางห้องมันคือโฮโลแกรมสามมิติขนาดใหญ่ที่แสดงทุกอย่างรอบตัวบ้าน ถัดไปที่กำแพงห้องคือกองเอกสารที่มีมากมายอยู่บนโต๊ะและอย่่งสุดท้ายที่ด้านหลังสุดของห้อง มันคือคลังที่เก็บอาวุธหลากหลายจำพวก
[ผมยินดีต้อนรับสู่ฐานลับสุดยอด!]