ตอนที่ 26 บรรพชนขุดเหมืองในซอกหลืบแดน์ มุ่งหน้าไปยังดินแดนจงโจว
ผู้าุโินั้นมาจากพื้นพิภพเทียนชิง ซึ่งก็คือโลกเบื้องล่างที่กู้ฉางเกออาศัยอยู่ในยามนี้
เื่นี้ผู้าุโิมิเคยบอกกล่าวให้เขารู้มาก่อน
นี่จึงเป็เหตุผลที่ตัวตนเดิมของกู้ฉางเกอได้ทำการสืบเสาะหาข้อมูลและตัดสินใจพาผู้าุโิติดตามมาด้วย
การที่กู้ฉางเกอนึกถึงเื่นี้ขึ้นมาได้ ก็ต้องขอบคุณซูชิงเกอที่เอ่ยถึงเื่ดินแดนจงโจว
ด้วยฐานะของผู้าุโิ การเดินทางไปทำธุระที่ดินแดนจงโจวก็ย่อมสะดวกขึ้นมาก
“เช่นนั้น ชิงเกอจะไปเตรียมการเื่นี้เอง”
กู้ฉางเกอพยักหน้าอย่างพึงใจ
เขาไว้วางใจในความสามารถของนาง
หลังจากที่ซูชิงเกอออกไปแล้ว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นในความว่างเปล่า “ผู้าุโิ ท่านได้ขึ้นสู่แดน์จากดินแดนจงโจวเมื่อสามหมื่นปีก่อนใช่หรือไม่”
ห้วงอากาศเกิดการสั่นไหว ก่อนที่ร่างของผู้าุโิจะปรากฏขึ้น
เขาแสดงความเคารพและกล่าวว่า “เรียนคุณชาย เมื่อสามหมื่นปีก่อน บ่าวชราผู้นี้ได้ขึ้นสู่แดน์จากดินแดนจงโจวแห่งพื้นพิภพเทียนชิง ตอนนั้นทุกสิ่งในแดน์ล้วนแปลกใหม่สำหรับข้า แต่ที่สิ่งที่ข้าไม่คาดคิดกลับเป็การที่ถูกลัทธิอันยิ่งใหญ่ในแดน์จับไปเป็ทาสแรงงานขุดเหมือง”
“แต่ระหว่างทางโชคดีที่ได้พบกับผู้าุโของตระกูลที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเอาไว้ จึงรอดพ้นจากขุมนรกนั้นมาได้ มิเช่นนั้นก็คงจะสิ้นชีพในเหมืองนั้นไปนานแล้ว”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็อดทอดถอนใจมิได้
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในโลกเบื้องล่างต่างเข้าใจว่าการทะยานขึ้นสู่แดน์นั้นเป็เื่ดี
แต่แท้จริงแล้วกลับตรงกันข้าม
ผู้บำเพ็ญเพียรจากโลกเบื้องล่างที่ไร้ผู้อุปถัมภ์ เมื่อขึ้นสู่แดน์ไป ก็มักถูกเหล่าลัทธิใหญ่และตระกูลโบราณจับตัวไปใช้แรงงานอย่างไร้ศักดิ์ศรี บังคับไปขุดเหมืองและสิ้นชีพไปอย่างไร้เกียรติ
บรรดากลุ่มอำนาจเก่าแก่ในดินแดนจงโจวที่มีความเกี่ยวพันกับ์นั้น ในสายตาของผู้าุโิ แท้จริงเป็เพียงภาพลวงตาเท่านั้น
บรรพชนในอดีตของพวกเขา บัดนี้คงกำลังขุดเหมืองในซอกหลืบใดซอกหลืบหนึ่งของแดน์ให้ผู้อื่นอยู่ก็เป็ได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกสำนึกและซาบซึ้งในบุญคุณของตระกูลกู้เป็อย่างมาก
กล่าวได้ว่าเขานั้นโชคดีนักที่ได้พบกับผู้มีพระคุณจากตระกูลกู้
“อีกสามวันข้าจะเดินทางไปยังดินแดนจงโจว ท่านก็ถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนตระกูลเดิมของตนเองเสียด้วยเลย”
กู้ฉางเกอกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง
ในเมื่อได้ลงมายังโลกเบื้องล่างทั้งที ผู้าุโิย่อมต้องอยากทราบว่าลูกหลานผู้สืบสกุลของเขาจะเป็อย่างไรบ้าง
เพียงแต่ด้วยสถานะของเขา หากมิใช่เพราะได้รับอนุญาตจากกู้ฉางเกอ เขาก็มิอาจเดินทางไปไหนเองได้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้าุโิก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง “ขอบพระคุณคุณชายที่กรุณาเมตตาข้าน้อย”
กู้ฉางเกอโบกมือกล่าวอย่างเรียบง่าย
“ผู้าุโิมิต้องเกรงใจ ถือว่าเป็การแวะไปตามทางเท่านั้น“
แม้ตัวตนจะถูกกำหนดให้มีสถานะเป็ตัวร้ายที่คอยขัดขวางผู้ครองชะตาฟ้าลิขิต แต่ก็หาใช่ผู้ที่ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีไม่
ผู้าุโิมิใช่คนอื่นไกล
เื่เล็กน้อยเช่นนี้ มิเพียงแต่จะทำให้ผู้าุโิภักดีต่อเขายิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็การแสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเฉลียวฉลาดของเขาอีกด้วย
กู้ฉางเกอจะมองข้ามเื่นี้ไปได้อย่างไร
...
เพียงชั่วพริบตา เวลาสามวันก็ล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ณ น่านฟ้าเบื้องนอกของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน
เรือบินขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราวิจิตรงดงามกำลังลอยอยู่กลางอากาศ เปล่งประกายระยิบระยับด้วยอักขระเวทที่ส่องแสงพร่างพราย
ภายในประดับประดาด้วยลวดลายแกะสลักอันวิจิตร งดงามด้วยตำหนักสูงและหอคอย์ ตั้งตระหง่านเรียงรายแทรกตัวอยู่ท่ามกลางหมอกเมฆ พร้อมด้วยเสียงธารใสไหลริน กอปรกับกลิ่นหอมละมุนของบุปผาอันน่ารื่นรมย์ สะท้อนถึงความหรูหราเกินบรรยาย
เรือบินลำนี้เป็ผลงานที่ขุมกำลังอำนาจในดินแดนตงฮวงร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อมอบให้เป็พาหนะส่วนตัวของกู้ฉางเกอด้วยค่าก่อสร้างที่นับว่าแพงล้ำค่า
ทุกอณูพื้นที่ล้วนสะท้อนถึงความหรูหราและมั่งคั่ง
แม้แต่เหล่าศิษย์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ที่ได้พบเห็นก็ยังต้องตะลึงงัน
ยิ่งมิต้องกล่าวถึงเหล่าผู้ฝึกตนธรรมดาทั้งหลาย
เรือบินที่หรูหราเพียงนี้ ทั้งชีวิตอาจมิได้เห็นกันหลายครา
“ทุกท่านช่างมีน้ำใจยิ่งนัก…”
กู้ฉางเกอแย้มยิ้มบางเบา
การโอ้อวดเช่นนี้
เขาพึงใจยิ่งนัก
“เป็เพียงสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น ขอเพียงทำให้คุณชายพอใจ พวกข้าย่อมยินดี”
บรรดาเ้าสำนัก เ้าแห่งตระกูล และผู้นำของเหล่าขุมอำนาจใหญ่ต่างพากันหัวเราะด้วยความยินดี
เมื่อเห็นว่าคุณชายกู้แสดงความพึงพอใจเช่นนี้ พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มไปด้วย
เพราะเห็นได้ชัดว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้หาใช่คนที่รักความเรียบง่ายอันต่ำต้อยไม่
เมื่อเทียบกับการสร้างยานเวทอันหรูหราเช่นนี้แล้ว การได้รับความโปรดปรานจากคุณชายผู้นี้ย่อมสำคัญกว่านัก
“เชิญคุณชายก่อนเถิด”
จากนั้น เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่เสวียนก็กล่าวเชื้อเชิญด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
นอกจากซูชิงเกอแล้ว เขาก็นับได้ว่าเป็ผู้ติดตามคนสำคัญของกู้ฉางเกอ
แต่ถึงแม้คำว่าผู้ติดตามคนสำคัญ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ “สุนัขรับใช้” อาจจะฟังดูมิไพเราะนัก
แต่ถึงกระนั้น ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างก็เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน
กู้ฉางเกอพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นนำไปเป็คนแรก
ส่วนเหล่าผู้ติดตามที่เหลือก็เดินตามหลัง โดยเว้นระยะห่างออกมาหลายก้าว มิมีผู้ใดอาจหาญกล้าก้าวเดินเคียงเขา
ผู้คนที่ร่วมเดินทางไปยังดินแดนจงโจวในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็ยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากทั่วทุกมุมของดินแดน
ไม่ว่าจะเป็เทพบุตรและเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักหยางซวี องค์หญิงแห่งราชวงศ์เทพสุริยัน และทายาทแห่งตระกูลเซียวโบราณ…
ก็ล้วนแต่เป็ผู้โดดเด่นในรุ่นเยาว์แห่งดินแดนตงฮวงทั้งสิ้น
แต่กระนั้น ถึงแม้จะเป็ผู้โดดเด่นเพียงใด ยามเผชิญหน้ากับกู้ฉางเกอ พวกเขากลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลยิ่งกว่าตอนอยู่ต่อหน้าผู้าุโเสียอีก
บางคน้าเข้าไปคารวะเขา แต่เพียงจะเอ่ยปากก็ยังสั่นเครือด้วยความเคารพยำเกรง
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว กู้ฉางเกอกลับพบว่า ฉู่เสวียนผู้ติดตามอันภักดีของเขานั้นกลับมีความสามารถที่โดดเด่นกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง
“เย่เฉินใกล้จะถึงคราวสุดท้ายแล้ว แล้วต่อไปผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตจะเป็ผู้ใดกันนะ”
กู้ฉางเกอกล่าวพึมพำกับตนเอง
“คุณชายว่าอย่างไรหรือ”
ซูชิงเกอที่กำลังนวดบ่าให้เขาพลันชะงักด้วยความสงสัย เหตุใดเขาถึงได้พูดอะไรที่นางฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว
“ชิงเกอ เ้าอยากติดตามข้ากลับไปยังแดน์หรือไม่”
กู้ฉางเกอยิ้มพลางเอ่ยถาม
ทุกครั้งยามที่ได้ยินเื่เล่าเกี่ยวกับแดน์ ซูชิงเกอมักจะแสดงความสนใจเป็พิเศษ
ทว่าครานี้ สีหน้านางกลับดูสงบนิ่งยิ่ง
“คุณชาย ท่านล้อข้าเล่นด้วยคำถามนี้เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วกัน”
“น่าเบื่อเสียจริง”
กู้ฉางเกอส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะโอบกอดนางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล
เขาหลงใหลนักกับท่าทางปากแข็งของซูชิงเกอที่แฝงความขุ่นเคืองไว้เช่นนี้
คงจะจริงดังว่า
ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด การหยอกเย้าสตรีล้วนเป็ธรรมชาติของบุรุษอยู่วันยังค่ำ
ตูม!
ไม่นานนัก เบื้องนอกอากาศพลันปั่นป่วน เกิดพายุหมุนั์พัดกระหน่ำขึ้น
เรือบินขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราก็เปล่งประกายเจิดจรัส อักขระเวทหมุนวนสะท้อนระยิบระยับกดทับฟากฟ้า
ก่อนจะเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งตรงไปยังดินแดนจงโจว
…
ดินแดนจงโจวนั้นอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยพลังิญญาแห่งสรรพชีวิต ผู้คนล้วนมีพร์ เป็ศูนย์รวมของสายเืัทั่วทั้งแผ่นดิน
นอกจากสำนักศักดิ์สิทธิ์และราชวงศ์ที่มีมาแต่โบราณแล้ว ยังมีตระกูลใหญ่และอาณาจักรน้อยใหญ่มากมาย
อีกทั้งตามขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีสิ่งมีชีวิตจากยุคาที่ทรงพลังแข็งแกร่งและคอยปกป้องคุ้มครองดินแดนแต่ละพื้นที่
นอกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว ในดินแดนจงโจวนั้นยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆ อีกที่อุบัติขึ้นมาแต่โบราณกาล
ในเวลานั้น ณ สำนักอริยะวิถี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตศูนย์กลางเทวา ในดินแดนจงโจว
ภายในห้องอันเงียบสงบ เหล่าศิษย์ชายหญิงกำลังนั่งฟังผู้าุโอธิบายถึงวิชาล้ำค่าด้านการบำเพ็ญเพียร
ผู้าุโผู้นี้ยังคงอ่อนวัย สวมอาภรณ์ยาวสีเทา รูปโฉมงดงามประหนึ่งเทพธิดา
ใบหน้าประทินด้วยแป้งบางเบา ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยก เส้นผมดำขลับดุจเมฆหมอก
แม้อาภรณ์ยาวจะหลวมโคร่ง แต่ก็ยังมิอาจปกปิดเรือนร่างอันอรชรไว้ได้มิด
นับเป็ความงดงามอันหาตัวจับยากในโลกหล้าอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น ดวงตาคู่งามของนางพลันมีประกายเ็า ก่อนจะโยนแผ่นหยกในมือไปกระทบโต๊ะไม้ของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่เบื้องล่าง
“หลินเทียน เ้ายังกล้าคิดจะหลับในชั้นเรียนของข้าอีกหรือ”