ภายในห้องทำงานของหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย หลิวฉี่ิยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน และเอ่ยถามไป๋อวี้เจียวด้วยความขุ่นเคือง
“หัวหน้าไป๋ คุณจะปล่อยเซียวเจิ้งไปจริง ๆ เหรอครับ?”
ไป๋อวี้เจียวเงยหน้าขึ้น แล้วกล่าวว่า
“เขาผ่านการทดสอบของแผนกรักษาความปลอดภัย และไม่ได้ทำความผิดร้ายแรง ฉันไม่มีเหตุผลที่จะไล่เขาออกหรอกนะ”
“แต่ว่าเ้านั่นมันใช้เส้นสายนะครับ!” หลิวฉี่ิกำหมัดแน่น กล่าวด้วยความไม่พอใจว่า
“แถมเมื่อกี้นี้ เขาก็เพิ่งจะออกไปข้างนอกกับถังิด้วย ไม่รู้ว่าไปทำอะไรกัน”
“เื่นั้นฉันรู้อยู่แล้ว”
ไป๋อวี้เจียวยกถ้วยชาเก๊กฮวยขึ้นมาจิบเพื่อคลายร้อน จากนั้นกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ
“เมื่อเช้าแผนกการเงินมาขอยืมตัวคนของฉัน บอกว่าจะไปทวงหนี้ ฉันก็เลยให้ถังิไปช่วย”
“งั้นนั่นก็เป็งานของถังิ เซียวเจิ้งจะออกไปด้วยทำไม? ผมว่าเขาจะต้องสมคบคิดกับถังิ เอางานมาบังหน้า แต่ความจริงแล้วออกไปเที่ยวเล่นกันแน่เลยครับ” หลิวฉี่ิตั้งข้อสงสัยอย่างร้ายกาจ
แต่ไป๋อวี้เจียวโบกมือขัดจังหวะการใส่ความของหลิวฉี่ิ เธอขมวดคิ้วมุ่น
“ฉันรู้ว่านายเกลียดเซียวเจิ้ง ฉันเองก็ไม่อยากให้แผนกรักษาความปลอดภัยเกี่ยวข้องกับการใช้เส้นสายเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้ เซียวเจิ้งมีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานในแผนกรักษาความปลอดภัย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ใช้เส้นสายในทางที่ผิด ฉันหวังว่านายจะไม่มีอคติต่อเขามากจนเกินไป เื่นี้มันส่งผลต่อการตัดสินใจและความกระตือรือร้นในการทำงานของนายได้นะ”
อคติและความคิดต่อต้านของไป๋อวี้เจียวไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เซียวเจิ้งโดยตรง เธอเพียงแค่ไม่ชอบให้แผนกอื่นใช้เส้นสายยัดคนเข้ามาในแผนกรักษาความปลอดภัยเท่านั้น
ในตอนนี้ เมื่อความสามารถของเซียวเจิ้งได้รับการยืนยัน ไป๋อวี้เจียวจึงไม่มีอคติต่อเขามากเท่าแต่ก่อน ในความคิดของเธอ จะจ้างใครนั้นไม่ใช่เื่สำคัญ ขอเพียงแค่เป็คนที่มีความสามารถ มีคุณสมบัติที่จะทำงานในแผนกรักษาความปลอดภัยได้ก็เพียงพอ
“แต่ว่า.....”
“หยุดพูดได้แล้ว” ไป๋อวี้เจียวเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
“หน้าที่ของนายคือรักษาความปลอดภัยของซินอ้าว ไม่ใช่มาประเมินเพื่อนร่วมงาน ไปทำงานได้แล้ว!”
“ครับ หัวหน้าไป๋”
หลิวฉี่ิเดินออกไปยังห้องทำงานของตัวเองด้วยความไม่พอใจ
ระหว่างทาง เขาบังเอิญเจอเซียวเจิ้งที่เพิ่งกลับมาถึงบริษัท ผู้ชายคนนี้สวมใส่ชุดลำลอง กำลังเดินทอดน่อง สูบบุหรี่และพูดคุยกับถังิอยู่บนทางเดินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อเห็นแบบนั้น หลิวฉี่ิก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด และอดไม่ได้ที่จะเดินตรงเข้าไปตำหนิอย่างรุนแรง
“เซียวเจิ้ง ทำไมนายถึงไม่สวมเครื่องแบบในเวลางาน? ถ้านายไม่อยากทำก็ไสหัวออกไป ขาดนายไปสักคน แผนกรักษาความปลอดภัยก็ไม่เป็ไรหรอก”
“หลิวฉี่ิ นายพูดจาแบบนี้ได้ยังไง?” ถังิออกมารับหน้าแทนเซียวเจิ้งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“นายออกคำสั่งกับคนของฉันได้ั้แ่เมื่อไหร่? อย่าคิดนะว่าได้รับคำชมจากหัวหน้าไป๋เข้าหน่อย แล้วจะแอบอ้างบารมีของหัวหน้าไป๋ได้ ฉันจะบอกอะไรให้ นายไม่ได้แอ้มฉันหรอก”
“ถังิ! นายคือตัวการที่ทำให้แผนกรักษาปลอดภัยเกิดความเสื่อมเสีย สักวันฉันจะรายงานเื่นี้กับหัวหน้าไป๋!” หลิวฉี่ิะโเสียงดัง
“ทำตัวอย่างกับผู้หญิงที่ถูกผู้ชายฟันแล้วทิ้งไปได้” เซียวเจิ้งกล่าวหยอกเย้าติดตลก
“ตัวใหญ่ขนาดนี้ ใจกว้างหน่อยไม่ได้หรือไง?”
ไม่รู้เป็เพราะว่าถูกพลังอันแข็งแกร่งของเซียวเจิ้งขัดขวาง หรือเป็เพราะถูกกล่าวหาอย่างไร้เหตุผล สีหน้าของหลิวฉี่ิพลันบึ้งตึง จากนั้นกล่าวออกมาด้วยความโเี้ว่า
“ระวังตัวให้ดีเถอะ อย่าพลาดตกลงมาอยู่ในกำมือของฉันก็แล้วกัน ฉันไม่ปล่อยนายไปแน่”
เมื่อพูดจบ หลิวฉี่ิก็เดินจากไป โดยไม่ให้โอกาสเซียวเจิ้งได้ตอบโต้
“หมอนี่มันกวนบาทาชะมัด” ถังิกล่าวเย้ย
เซียวเจิ้งเพียงคลี่ยิ้ม ไม่ได้ร่วมวงต่อว่าอีกฝ่าย
ถ้าหากคนทั่วไปมาทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแบบนี้ คงจะรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายใจ จิตใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเป็กังวล แต่เซียวเจิ้งนั้นแตกต่างออกไป ถึงนิสัยของเขาจะี้เีเข้าเส้น แต่เขาก็ยังโหยหาชีวิตที่น่าตื่นเต้นและหลุดกรอบไปจากความธรรมดา
.......
เมื่อหลานซินกลับมาถึงบริษัท เธอก็จัดการกับเอกสารเร่งด่วน 2 – 3 ฉบับ เดิมทีเธอตั้งใจว่ารอให้งานเสร็จก่อน เธอถึงจะไปสารภาพผิดและรายงานเื่นี้ให้เ้านายฟังอย่างละเอียด แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะได้รับสายโทรศัพท์จากห้องทำงานของประธานตอน 5 โมงเย็น
“หวังลิ่วติดหนี้พวกเรา 20 ล้านหยวนไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาถึงคืนเงินมา 25 ล้านหยวนล่ะ?”
ปลายสายคือน้ำเสียงเ็าของหลินฮั่วอินที่ไม่มีวี่แววของความแปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียว แม้ว่าข่าวนี้จะเป็เื่ที่น่ายินดีก็ตาม เธอก็ยังคงไม่แสดงอารมณ์ออกมา และใช้น้ำเสียงที่สงบเยือกเย็นเอ่ยถามหลานซินผู้รับผิดชอบเื่นี้
“25 ล้านหยวนเหรอคะ?” หลานซินกล่าวด้วยความสับสน
“ตามสัญญา หวังลิ่วติดหนี้พวกเราอยู่ 20 ล้านหยวน ถึงจะนับรวมความสูญเสียทั้งหมดใน่ 6 เดือนที่ผ่านมา เขาก็ต้องจ่ายให้พวกเราแค่ 20.8 ล้านหยวนเท่านั้นนะคะ”
นี่คือคำอธิบายจากปากของหลานซิน ในใจของเธอรู้สึกแปลกใจมาก จนไม่สามารถหาคำ ๆ ไหนมาอธิบายอารมณ์ในตอนนี้ได้
เสี่ยลิ่วเป็ฝ่ายคืนเงินมาเองเหรอ? มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน? ดูท่าทีแข็งกร้าวของหลิวเม่ยเข้าสิ เสี่ยลิ่วตั้งใจที่จะไม่จ่ายหนี้ชัด ๆ อย่าว่าแต่คืนเงินมาเองเลย ถึงเธอจะตามทวงหนี้ถึงหน้าประตูทุกวัน มันก็ยากที่จะเอาเงินคืนกลับมาได้
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หลานซินตกอยู่ในภวังค์ความคิด
“ฉันจะตรวจสอบเื่นี้ด้วยตัวเอง เธอไม่ต้องยุ่งแล้ว”
หลังจากที่หลินฮั่วอินพูดจบ เธอก็วางสายโทรศัพท์ ไม่กล่าวยืดเยื้อให้มากความ
หลานซินวางสาย ใบหน้าสวยของเธอฉายชัดถึงความประหลาดใจ และพยายามนึกถึงรายละเอียดทุกอย่างตอนที่เจรจากับหลิวเม่ย
“เกิดปัญหาขึ้นตรงไหนกันแน่? จู่ ๆ เสี่ยลิ่วจะยอมคืนเงินได้ยังไง? ขอให้หลิวเม่ยมาออกหน้าก็ต้องเสียเงินไม่ใช่เหรอ? เสี่ยลิ่วไม่ใช่คนโง่ เขาจะใช้เงินฟุ่มเฟือยขนาดนี้ไปทำไมกัน? เพื่อให้เื่ง่าย ๆ ซับซ้อนขึ้นมางั้นเหรอ?”
หลานซินใช้ไหวพริบอันยอดเยี่ยมของเธอกลั่นกรองทุกรายละเอียดที่น่าสงสัย และสุดท้ายสายตาของเธอก็จับจ้องไปที่เซียวเจิ้งอย่างอาจหาญ
หรือว่าจะเป็เขา?
ถ้าหากไม่ใช่ งั้นใครจะทำให้เสี่ยลิ่วเปลี่ยนความคิด และเป็ฝ่ายคืนเงินมาเองแบบนี้ล่ะ?
หลานซินยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา และกดโทรหาถานลี่ ผู้ช่วยของเธอ
“เสี่ยวลี่ เข้ามาข้างในหน่อย”
“ค่ะ คุณหลาน”
ถานลี่เดินเข้ามาในห้องทำงาน เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการหลานที่มักจะดูสงบสนิ่ง มีสีหน้าซับซ้อนขึ้นมา เธอก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คุณหลาน มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก” หลานซินส่ายหน้า แล้วกล่าวออกมา
“ไปเอารายชื่อและข้อมูลของพนักงานในแผนกรักษาความปลอดภัยมาให้ฉันที อย่าให้คนนอกรู้เื่นี้นะ”
“ค่ะ”
ถานลี่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เธอทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากหลานซินอย่างเคร่งครัด
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ถานลี่ก็นำข้อมูลทั้งหมดของพนักงานในแผนกรักษาความปลอดภัยมาให้เธอ รวมไปถึงประวัติส่วนตัวของเซียวเจิ้ง คนที่เธอให้ความสนใจมากที่สุด
“เซียวเจิ้ง เป็ชาวเมืองิจู อายุ 25 ปี เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนอันดับหนึ่งของเมืองิจู.......”
อ่านข้อมูลโดยย่อของเซียวเจิ้งไป หัวใจของหลานซินก็เต้นเร็วขึ้น เธอยังคงก้มหน้าอ่านต่อไป
“เข้าร่วมกองทัพ หลังจากที่ลาออกจากโรงเรียนมัธยมปลาย.........”
ข้อมูลสั้น ๆ นี้ได้รบกวนจิตใจที่เคยเงียบสงบของหลานซิน
เป็เขาจริง ๆ!
เซียวเจิ้ง คนที่เธอเจอเมื่อตอนเที่ยง คือเซียวเจิ้งที่เธอไม่เคยลืมตลอดหลายปีที่ผ่านมา! เขาคือขุนศึกตัวน้อยแห่งโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเมืองิจู!
8 ปี
หลานซินไม่ได้เจออดีตเพื่อนร่วมชั้นคนนี้มานานถึง 8 ปีแล้ว
ใช่แล้ว หลานซินกับเซียวเจิ้งเป็เพื่อนร่วมชั้นกัน และเธอยังนั่งอยู่ข้างหลังเขาด้วย ถ้าเซียวเจิ้งไม่ได้ลาออกจากโรงเรียนกลางคัน หลานซินมั่นใจมากว่าผู้ชายที่ชาญฉลาดคนนี้จะต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดได้
ความจริงแล้วหลานซินเรียนอยู่ในระดับชั้นที่สูงกว่า เธอไม่มีโอกาสที่จะกลายเป็เพื่อนร่วมชั้นของเซียวเจิ้งได้เลย หากไม่ใช่เพราะว่าเธอยอมแพ้ให้กับผลคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย และเลือกที่จะเรียนซ้ำชั้น
และเหตุผลที่หลานซินเรียนซ้ำชั้น นั่นก็เป็เพราะว่าเซียวเจิ้ง นักเรียนหัวขบถที่มีชื่อเสียงโด่งดังของโรงเรียน คนที่มีนักเรียนหญิงในโรงเรียนจำนวนนับไม่ถ้วนแอบชอบเขา
หลานซินก็เป็หนึ่งในนักเรียนหญิงจำนวนนับไม่ถ้วนเ่าั้ เธอดูธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยแม้แต่นิดเดียว
หลานซินในสมัยเรียนนั้นสวมชุดนักเรียนธรรมดา ๆ ไม่เข้าใจเื่แฟชั่น ไม่รู้จักการแต่งหน้าแต่งตัว ถึงเธอจะเป็คนสวยมาั้แ่เกิด แต่มันก็เป็เื่ยากที่จะดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามได้ และไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ว่า ระยะเวลา 3 ปีในชั้นเรียนของเซียวเจิ้ง เขาอยู่ในชั้นเรียนที่ทดลองนำเด็กหัวกะทิมารวมตัวกัน ทำให้หลานซินไม่มีอะไรโดดเด่นเลย แม้กระทั่งในด้านการเรียน
เธอแอบติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเซียวเจิ้งอย่างเงียบงันราวกับเป็แฟนคลับตัวน้อย ๆ พอเขาโดดเรียนและไปเจอผู้อำนวยการโรงเรียนเข้า เธอก็รู้สึกเป็ห่วง พอเขาสอบได้ที่หนึ่ง เธอก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจแทนเขา มีหลายครั้งที่เธอรวบรวมความกล้า แอบใส่นมและผลไม้เข้าไปในลิ้นชักของเซียวเจิ้ง เธอทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนขโมยเพราะกลัวว่าจะถูกคนอื่นจับได้ และเมื่อเห็นว่าเซียวเจิ้งกินของว่างที่เธอแอบเอาไปวางไว้ให้ เธอก็รู้สึกดีใจมากเป็พิเศษ
นี่ก็คือหลานซินในสมัยเรียน และเซียวเจิ้ง บุคคลผู้โด่งดังในตอนนั้น
ชีวิตของพวกเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ข้างหลังเขาก็ตาม เธอและเขาคล้ายกับคนที่อยู่กันคนละโลก อยู่ห่างไกลกันเหมือนถูกคั่นด้วยูเานับพันลูก
ความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลานซินในตอนนั้น คือได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับเซียวเจิ้ง นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอเรียนซ้ำชั้นอย่างกล้าหาญ
เธอชอบเซียวเจิ้ง
ชอบความฉลาดของเซียวเจิ้ง ชอบความยึดมั่นในความถูกต้องของเซียวเจิ้ง ชอบมองเขาวิ่งอยู่ในสนาม ชอบมองท่าทีภาคภูมิใจของเขาเมื่ออยู่หน้าชั้นเรียน บ่อยครั้งที่เขานอนหลับในชั่วโมงเรียนและถูกอาจารย์จับได้ เขาสามารถแก้โจทย์ปัญหาทั้งหมดของอาจารย์ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงโจทย์ที่ทำให้เพื่อนร่วมชั้นหลายคนต้องเกาหัวและขมวดคิ้ว
เธอคงจะไม่มีทางได้พูดคุยกับเซียวเจิ้ง ถ้าหากเธอไม่ถูกพวกอันธพาลนอกโรงเรียนลวนลาม และได้เซียวเจิ้งที่บังเอิญผ่านมาเห็นช่วยเหลือเอาไว้
เดิมทีเธอคือเด็กสาวที่มีความประพฤติดี และมาจากครอบครัวนักวิชาการ เื่การเรียนและการทำงานของเธอถูกพ่อแม่จัดเตรียมให้อย่างพิถีพิถัน
เรียนซ้ำชั้น? หลานซินผู้เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนชั้นนำมาตลอดไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน ตอนที่เธอร้องขอครอบครัวว่าจะเรียนซ้ำชั้น พ่อแม่ของเธอที่พอใจในคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูกสาว ต่างก็รู้สึกงุนงงเป็อย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็หวังว่าเธอจะไม่กดดันตัวเองมากเกินไป
ไม่ใช่ว่าหลานซินไม่เคยคิดที่จะสารภาพรักกับเซียวเจิ้ง แต่ว่าเธอไม่มีความกล้าพอและรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เธอจะสารภาพรักไปทำไม? นักเรียนซ้ำชั้นที่มีอายุมากกว่า มีสิทธิ์อะไรไปเผยความในใจให้ขุนศึกตัวน้อยผู้แสนโด่งดังได้รับรู้? ผู้หญิงที่รายล้อมอยู่รอบตัวเขา มีทั้งคนที่เรียนเก่ง มีเกรดเฉลี่ยสูสีกับเขาได้ นอกจากนี้ยังมีดาวโรงเรียนที่มีหน้าตาน่ารัก งดงาม ดูทันสมัย
หลังจากที่ได้รับข่าวอันน่าะเืใจว่าเซียวเจิ้งลาออกจากโรงเรียนกลางคัน หลานซินก็รู้สึกผิดหวังและเสียใจเป็อย่างมาก เธอฝืนใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ิจู ถึงนี่จะเป็เื่ที่สำคัญมากก็ตาม แต่สำหรับหลานซินผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยมนั้นรู้สึกว่ามันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่
ใน่หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้างกายหลานซินมีผู้ชายที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเข้ามาจีบอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็คนที่มีหน้าตาหล่อเหลา มีเงินทอง หรือมีฐานะทางบ้านที่ดีเข้ามา หลานซินก็ไม่เคยเหลียวมองพวกเขาเลย ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะคาดหวังว่าเธอจะคบหาดูใจ และสร้างครอบครัวกับใครสักคน เธอก็มักจะปฏิเสธโดยอ้างว่ากำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน
เธออยู่เป็โสดมา 26 ปี ไม่ใช่ว่าไม่เหงาและไม่โหยหาความรัก แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในหัวใจของเธอมาเนิ่นนาน เขาคือผู้ชายที่ไม่ว่าใครก็เทียบไม่ได้
ในที่สุดวันนี้เธอก็ได้พบกับเขาด้วยความบังเอิญ และอยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน 8 ปีที่ไม่ได้พบเจอกัน รูปร่างหน้าตาของเซียวเจิ้งดูเปลี่ยนไปมาก
ดูเหมือนว่าจิตใจและปณิธานในอดีตของเขาจะหายไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น สายตาและรอยยิ้มของเขาก็ยังทำให้เธอใจเต้นรัวได้เหมือนในอดีต
เพียงแต่ว่า......
สิ่งที่ทำให้หลานซินรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลยก็คือ ผู้ชายที่เคยเป็ที่โปรดปรานของพระเ้า เด็กนักเรียนหัวกะทิที่แม้แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ยังให้ความสำคัญ ตอนนี้เขากลายมาเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ใช้แรงงานหาเลี้ยงชีพได้ยังไง?
ใน่หลายปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขากันแน่?