Stage 8
กิจกรรมตามล่า “ลอร์ดอินเฟอร์โน่” (จบ)
“นี่มันยังไงกันคะเนี่ย จวนจะครบห้านาทีอยู่แล้วแต่ยังไม่เห็นมีใครกล้าออกมาสู้กับบอสของพี่เลยซักคน” วารีเปรยด้วยน้ำเสียงร้อนรนร่างสูงเพรียวยืนเท้าเอวมองร่างปีศาจสีแดงตัวโตร่วม 18เมตรเบื้องหน้าแล้วส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“จะสู้กับบอสระดับนี้มันก็ต้องมีการวางแผนกันบ้างไม่ใช่แค่ทะเล่อทะล่าวิ่งออกมาแล้วจะชนะได้หรอกนะ วารี” คนถูกว่ากระทบแค่นเสียงตอบคล้ายๆหึก่อนตวัดดวงตาสีเขียวอ่อนไปยังตึกสูงที่หล่อนจำได้ว่าเห็นกลุ่มผู้เล่นบ้าระห่ำชุดหนึ่งหนีเข้าไปลี้ภัยอยู่ข้างในได้ครู่ใหญ่แล้ว
“หนูว่าป่านนี้พวกนั้นคงจะหนีออกไปกันหมดแล้วมั้งคะ” เสียงหวานว่า รอยยิ้มดูแคลนฉายวูบ
“เอาน่า ทำใจเย็นๆ ก่อนสิเดี๋ยวก็มีคนออกมาท้าสู้เองแหละ”
“แต่นี่มันก็นานแล้วนะคะหนูก็กลัวว่าบอสของพี่มันจะเป็หมันก่อนน่ะสิ”วารี่เอ่ยแย้งแล้วถอนใจเบาๆ “แล้วผู้เล่นกลุ่มอื่นไปไหนหมดคะหรือพอโดนฆ่าล้างบางไปชุดหนึ่งก็กลัวเสียจนไม่กล้าออกมาสู้แล้วรึไง”
คิ้วเข้มกระตุกขึ้นเล็กน้อยกับถ้อยคำดังกล่าวธาดาจึงเรียกบานหน้าต่างข้อมูลสีขาวอมเทาที่มีพื้นหลังว่า GM ออกมาให้วารีดูในจอภาพปรากฏสัญญาณหลายช่องคล้ายโทรทัศน์พกพาขนาดย่อมหนึ่งในนั้นแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนร่วมสิบกำลังตั้งขบวนเดินทัพออกมาจากเมืองพร้อมด้วยอาวุธครบมือ
“นี่เป็ภาพสถานการณ์สดจากเมืองทริสทานที่อยู่ใกล้ดันเจี้ยนนี้ที่สุด” ธาดาเปรยเสียงราบเรียบ “สงสัยคงเพิ่งจะได้ออกเดินทางจากเมืองหลวงใหม่อีกรอบละมั้งเล่นตายแบบคาที่เสียแบบนั้นกว่าจะทำเื่ย้ายออกจากโรงพยาบาลได้คงใช้เวลาไปโขแหม...ว่าแต่คราวนี้ขนอาวุธมากันเพียบเลยแฮะ”
พูดจบใบหน้าคมคายก็ระบายรอยยิ้มบางเบาดูเหมือนหลังจากที่เสียท่าให้ลอร์ดอินเฟอร์โน่ไปหนหนึ่งเพลย์เยอร์เหล่านี้จะตระหนักได้ถึงพิษสงอันร้ายกาจของาาปีศาจอัคคีตัวนี้ถึงได้ขนยุทโธปกรณ์มากันจนแทบหมดคลังแสง!
“ต่อให้ขนกันมาเยอะกว่านี้ก็ไม่ระคายผิวมันหรอกสักแต่ใช้จำนวนมากเข้าสู้แบบนี้ เห็นทีทั้งชาติก็คงจะล้มบอสตัวนั้นไม่ได้” หญิงสาวร่างบางแค่นเสียงดูถูกนิดๆแล้วเบือนหน้ามองไปยังตึกใหญ่ฝั่งตรงข้ามที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเธอนัก
ผิดกับคนพวกนั้นลับลับ มีกันแค่สามคนแท้ๆ กลับสามารถปั่นหัวลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้ขนาดนั้น
จะว่าไปพวกเขาวางแผนกันนานเกินไปรึเปล่า...หวังว่าคงไม่ได้ปอดจนเผ่นหนีไปแล้วจริงๆหรอกนะ
วารีคิดในใจก่อนดวงหน้าสวยจะเงยหน้าขึ้นสบตากับธาดาอย่างมีความหมาย
“ไม่ต้องห่วง”จีเอ็มหนุ่มขยับยิ้มตอบ “พี่มั่นใจว่าพวกนั้นต้องออกมาสู้แน่เชื่อสิ ดีไม่ดีอาจจะชนะก่อนที่เ้าผู้เล่นกลุ่มนี้จะเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยซ้ำไป”
“ว่าไงนะ!” เสียงะโหนึ่งดังคับห้องประชุมชั่วคราวจนเกิดเสียงสะท้อนไปทั่วดวงตาสีน้ำตาลอมทองของวิศนะเหลือบไปสบตากับวรัญญาวูบหนึ่ง แล้วจึงหันกลับไปมองสาวน้อยร่างเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังฉีกรอยยิ้มกว้างขวางพลางผงกหัวยืนยันเสียจนคนมองแอบนึกสะท้านใจอย่างไรพิกล
“ไม่มีทาง แผนนี้บ้าระห่ำเกินไปค่ะ คุณเมษาฉันว่ายังไงต้องไม่สำเร็จแน่ๆ” วรัญญากล่าวแย้งออกมาเป็คนแรกดวงหน้าสวยปรากฏรอยกังวล
“อย่าห่วงไปเลยน่าฉันมั่นใจว่าแผนการของฉันไม่มีวันพลาดชัวร์ๆ”
“แต่ เมย์ ฉันว่าแผนนี้มันออกจะ...” วิศนะท้วงเสียงอ่อย เพียงแค่คิดเขาก็เหงื่อแตกซิกๆ แล้ว
“นายน่ะหุบปากไปเลย วินเซนต์!” เมษาหันมาขึ้นเสียงใส่แทบจะทันที “นายเป็คนบอกให้ฉันช่วยนายสู้กับเ้าลอร์ดอินเฟอร์โน่เองนะถ้าไม่ใช้แผนการระดับนี้แล้วคิดเหรอว่าเ้าบอตัวนั้นมันจะยอมอยู่เฉยๆให้เรากระทืบโครมๆ ได้ง่ายๆอีกอย่าง...คนที่จะทำเื่แบบนี้ได้มันมีแต่นายเท่านั้นแหละ!”
“แต่ว่าคุณเมษาคะ...” อีกเสียงยังไม่วายเอ่ยค้านจนคนถูกเบรกเข้าหลายๆ รอบชักจะมีน้ำโห!
โธ่เอ๊ย ทำมาเป็ปากเก่ง! ทั้งคู่เลยทีแรกก็ช่วยกันออกรับแข็งขันว่าจะขอสู้กับบอสนั่นอย่างนู้นอย่างนี้พอไอ้เราคิดแผนให้เสร็จดันพากันเบ้หน้าหนีไปตามๆ กันเชียวนะยะ!
เมษาคิดในใจอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะถลึงตาจ้องหน้าไล่ไปทีละคนเสียจนถูกสายตาพิฆาตต้องยอมแพ้ก้มหน้างุดๆ อย่างอับจนด้วยคำพูดไปโดยปริยาย
“ว่าไง ยังข้องใจอะไรกับแผนของฉันอยู่มั้ย”
เท่านั้นแหละทั้งสองคนก็รีบส่ายหน้าพร้อมกันจนคอแทบหลุด
ก็คุณพี่เล่นจ้องซะดุขนาดนั้น ใครเขาจะกล้าเถียงกันล่ะครับ!
“ถ้างั้นฉันจะขอทวนแผนการทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งนะ” พูดจบ เมษาก็ดีดนิ้วเรียกหน้าต่างข้อมูลของตัวเองออกมาเสียงหวานสั่งให้อัลจำลองภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกประกอบคำอธิบายตลอดทาง
“อันดับแรกเราจะแบ่งกันออกเป็สองทีม” เธอว่าพลางยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว “โดยทีมที่หนึ่งจะคอยดึงดูดความสนใจของศัตรูเอาไว้ตลอดเวลาอีกนัยหนึ่งก็คือเป็เหยื่อล่อนั่นเอง ซึ่งนั่น...ก็คือทีมของนายกับวรัญญาเข้าใจมั้ย วินเซนต์” วิศนะเหลือบไปมองสาวน้อยข้างตัวแล้วหันมาพยักหน้าหงึก
“เข้าใจแล้ว”
“ดี” เมษายิ้ม “นายเป็คนที่มีความไวสูงที่สุดในทีม ในกรณีที่บินได้อยู่ ฉันอยากให้นายบินวนไปรอบๆอย่าอยู่เป็เป้านิ่งให้โจมตีเด็ดขาดแล้วถ้าหากพลังงานของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คใกล้หมดเมื่อไหร่ให้นายรีบปล่อยตัววรัญญามาอยู่กับฉันให้ว่องเลยเข้าใจมั้ย”
“แล้วตัวฉันล่ะ ต้องทำไงต่อ” วิศนะยกมือถาม
“ก็ทางใครทางมันสิยะ”
“เฮ้ย!”
“ล้อเล่นน่า” เมษายิ้มหน้าเป็“นายก็ใช้ความคล่องตัวกับสกิละโไกลนั่นเอาตัวรอดไปพลางๆก่อนก็แล้วกัน”
“ตัดหางปล่อยวัดกันชัดๆ เลยนี่หว่า” วิศนะได้แต่แยกเขี้ยวบ่นกระปอดกระแปดยิ่งพอเหลือบไปเห็นแม่นักวางแผนส่งยิ้มเ้าเล่ห์มาให้ด้วยแล้วก็ได้แต่ถอนใจเฮือก
จริงอยู่ที่เขามั่นใจว่าแผนของเมษาเป็แผนการที่ยอดเยี่ยมแต่ครั้นจะให้เขาวิ่งหลบเ้าบอสตัวนั่นนานๆโดยไม่มีปีกมารอัคคีคอยช่วยมันก็น่ากลัวเอาเื่อยู่เหมือนกันนะ!
“มีอีกเื่หนึ่งที่นายต้องทำนะ วินเซนต์” เมษาพูดต่อ “ในกรณีที่ลอร์ดอินเฟอร์โน่คิดจะยิงท่าไม้ตายออกมาละก็พวกเราต้องรีบมาเกาะกลุ่มรวมกันและใช้ผ้าพันคอนั่นดูดพลังเสียให้เกลี้ยงเลยนะมันจะส่งผลดีทั้งในการตั้งรับและเติมพลังให้กับบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คของนายไปในตัว”
“จ้าๆ ฉันเข้าใจแล้ว”วิศนะขานตอบอย่างเซ็งๆพลางนึกขึ้นมาได้ว่าลำพังตัวเขาคนเดียวต้องทำหน้าที่ถึงสามอย่างด้วยกัน ทั้งบินทั้งเป็ตัวล่อ แถมยังต้องคอยอุ้มวรัญญาโฉบไปโน่นมานี่อีก มิหนำซ้ำถ้าหากไอ้บอสเถือนนั่นนึกอยากพ่นไฟใส่เมื่อไหร่ก็ต้องรีบบินถลามาคุ้มกันให้อีก
ใช้งานชาติความเป็ชายตูคุ้มจริงๆ เลยว้อย ผู้หญิงพวกนี้เนี่ย!!!
“แล้วฉันละคะ ต้องทำอะไรบ้าง คุณเมษา” คราวนี้วรัญญาเป็ฝ่ายยกมือถามบ้าง
“ง่ายนิดเดียวเอง”เมษาตอบพลางยิ้มแป้น ไม่นานก็ล้วงมือหยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากหน้าต่างไอเท็มซึ่งก็คือะเิไฟ กับก้อนผลึกเวทมนตร์ธาตุน้ำ (MarineCrystal) พอเห็นสิ่งตรงหน้าเ้าหล่อนก็พอจะเข้าใจแผนการของเมษาได้ลางๆ
“คุณจะให้ฉันมิ๊กซ์ไอเท็ม ให้เหรอคะ”
“โอ้ ฉลาดมาก”พอเจอคนสมองไวเข้าหน่อย หญิงสาวก็ฉีกยิ้มกว้างพลางดีดนิ้วเป๊าะอย่างถูกใจ
“มิ๊กซ์”ส่วนไอ้คนหัวทึบตลอดกาลได้แต่ย้อนด้วยเสียงสูงอีหรอบเดิมๆ
“มันเป็ความสามารถในการผสมไอเท็มของสายอาชีพฉันน่ะค่ะ” วรัญญาหันมาอธิบาย “คุณเมษาคงจะรู้จากข้อมูลส่วนตัวกับสกิลของฉันแล้วคุณอยากให้ฉันผสมอะไรให้เหรอคะ”
“ฉันว่าจะทำ ะเิะเิแช่แข็งสักหน่อยน่ะ” เมษาตอบชัดเจน
“เพราะบอสตัวนั้นเป็ธาตุไฟ อาวุธที่พอจะใช้ตอบโต้ได้ก็คงจะมีแต่ะเิแช่แข็งเท่านั้น”
“ถูกต้อง” เมษายิ้มรับ
ได้ยินเช่นนั้นแล้ววรัญญาจึงจัดแจงหยิบะเิกับผลึกเวทมนตร์ธาตุน้ำมาวางบนตักพร้อมกับเรียกหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวออกมา พอวิศนะเห็นแผนผังตัวเลขและตัวหนังสือขยุกขยิกที่แสดงอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยมโปร่งใสก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วสูง
“นั่นเป็หน้าต่างคำนวณส่วนผสมไอเท็มน่ะวิศ...เอ้อ วินเซนต์” เมษาอธิบาย ก่อนจะเบ้ปากน้อยๆเมื่อรู้สึกตัวว่าเธอเรียกชื่อชายตรงหน้าผิดอีกแล้ว “เป็ความสามารถพิเศษของพวกสายอาชีพนักเล่นแร่แปรธาตุกับพวกนักพัฒนาไอเท็มเขาน่ะ”
“อืม~” คนขี้สงสัยลากเสียงรับทั้งๆ ที่ใจยังไม่ค่อยจะรู้เื่เท่าไหร่นัก
“คุณเมษามีะเิกับผลึกเวทมนตร์อยู่เท่าไหร่เหรอคะ” วรัญญาตัดบทถามขึ้นมาดื้อๆ
“ะเิไฟของฉันรวมกับของหมอนี่มีทั้งหมด 180ลูก ส่วนผลึกเวทมนตร์คงราวๆ 2,900 ก้อนได้มั้ง”
“2,900 ก้อน!”วรัญญาทวนคำเสียงดังลั่น “มีเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอคะนี่คุณสะสมเอาไว้ทำไมตั้งเยอะแยะของประเภทนี้ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็สำหรับสายอาชีพมือปืนอย่างคุณสักหน่อยน่าจะเอาไปขายทอดตลาดมากกว่า ความจริงผลึกเกรดดีขนาดนี้คงได้ราคาดีทีเดียวนะคะ”พอเห็นคนตรงหน้าทำตาโต แถมออกความเห็นเสียยาวยืดขนาดนั้นแล้วเมษาก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มขำ
“ก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งไปลุยดันเจี้ยนใต้ทะเลมาน่ะแล้วมอนสเตอร์แถวนั้นก็เอาแต่ดรอบผลึกนี่อย่างเดียวเลยน่ะสิเื่ของเื่ก็คือฉันยังไม่ได้เอาไปขายให้พ่อค้าเ้าประจำเนี่ยแหละ...ทำไงได้ล่ะ หมอนั่นยิ่งเป็พวกจุกจิกจู้จี้เอาแต่พูดย้ำนักย้ำหนาอยู่ได้ว่าของแพงๆ แบบนี้ให้เอามาขายมันคนเดียวพอฉันถึงต้องเก็บไว้ขายมันเท่านั้นตอนนี้ก็เลยมีเยอะอย่างที่เห็น”
“อย่างนี้นี่เอง” วรัญญาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แล้วเธอผสมได้มากสุดในอัตราส่วนเท่าไหร่ล่ะ”เมษาถามขึ้นพลางชะโงกหน้าไปมองหน้าต่างข้อมูลตรงหน้าของหญิงสาวคนสวยดูเหมือนว่าเธอเองก็พอจะเข้าใจวิธีการใช้งานความสามารถในการผสมไอเท็มนี้เป็อย่างดีทีเดียว
“ะเิลูกหนึ่งต่อผลึกสิบก้อนค่ะ” วรัญญาตอบ
“แล้วพลังโจมตีจะแรงขึ้นบ้างมั้ย”
“พอสมควรค่ะเดิมทีพลังโจมตีของะเิไฟจะตกอยู่ประมาณ 1000-1500 หน่วยแต่พอผสมเข้ากับผลึกเวทธาตุน้ำ 10 ลูกแล้วจะมีพลังโจมตีอยู่ที่ 2000-2500โดยคร่าวๆ ค่ะ” เมื่อได้รับคำตอบเป็ที่พอใจเมษาก็ชูนิ้วโป้งให้เป็ทำนองว่าเยี่ยม ขณะที่วิศนะได้แต่ส่งเสียงร้อง ‘หูย’ ออกมาเบาๆ
“แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นน่ะสิคะคุณเมษาคงรู้เื่กฎความต่างชั้นของเลเวลดี เ้าบอสตัวนั้นก็เลเวลสูงตั้ง 180ถึงจะโจมตีไปค่าความเสียหายทั้งหมดก็ถูกหารครึ่งอยู่ดี”
“อ้อ เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง” เสียงใสกล่าวตอบอย่างไม่ยี่หระ ขณะโยนไอเท็มอีกชนิดออกมาจากบานหน้าต่าง
“เราจะใช้ไอ้นี่ตัดปัญหาเื่กฎความต่างชั้นของเลเวล”
“นี่มัน...น้ำยาแมกทีเรีย (Magtiria)!!”
“ใช่แล้วจ้า” เมษายืนยันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมือเรียววางไอเท็มดังกล่าวลงกลางวงสนทนาวิศนะที่ไม่ค่อยจะรู้เื่อะไรกับเขานั่งสังเกตขวดแก้วกลมใสบรรจุของเหลวสีเหลืองทองอยู่ภายในเหมือนกับขวดน้ำยาทั่วไปพอไม่เห็นว่ามีสิ่งใดน่าตื่นใ เขาก็ช้อนตามองหน้าเพื่อนสาวอย่างขอคำอธิบาย
“ไอเท็มนี่เป็น้ำยาหายาก ความสามารถของมันคือช่วยเพิ่มพลังโจมตีขึ้นอีกสองเท่เพิ่มอัตราการฟื้นพลังชีวิตอีก 50 หน่วยต่อวินาที แล้วก็ยังสามารถป้องกันสภาวะผิดปกติได้ทุกชนิดเป็เวลา20 นาทีอีกด้วย” ถึงตอนนี้คนขี้สงสัยค่อยพยักหน้าได้หน่อย
ใช้น้ำยาเพิ่มพลังโจมตีสองเท่า เพื่อกลบความต่างชั้นของเลเวลที่หายไป50% สินะ
ให้ตาย...ยัยเมย์นี่หัวหมอจริงๆ
“แต่น้ำยานี่ราคาแพงหูดับตับไหม้แถมยังหายากมากด้วยนะคะเท่าที่จำได้ตอนนี้ตกขวดละตั้งแสนเหรียญ!”
พรวด!
วิศนะแทบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อได้ยินราคาแพงหูฉี่ของสินค้าที่ว่าแถมแม่เ้าประคุณผู้เป็เ้าของยังนั่งลอยหน้าลอยตายิ้มแก้มปริได้เหมือนกับเป็เื่ปกติที่สุดในโลกอีกต่างหาก
“แค่น้ำยาขวดละแสนเอง ทำเป็ตื่นเต้นไปได้”
“เธอนี่มีอะไรให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะ เมย์” เสียงห้าวออกความเห็นพลางชักสีหน้าเหยเก
“ก็ไม่เท่านายหรอกน่า”เ้าหล่อนย้อนกลับมาด้วยแววตาระยับ
หากแต่คนที่ดูจะใที่สุดกลับเป็วรัญญา นับั้แ่เล่นเกมมาเธอไม่เคยเห็นใครมีไอเท็มในตัวได้หลากหลายเท่าเมษามาก่อนเลย ผู้หญิงคนนี้เป็เ้าแมวอ้วนจากศตวรรษที่22 หรือยังไงเนี่ย นึกอยากได้อะไรก็หยิบออกมาจากกระเป๋าวิเศษได้หมดเลย!
“เอาล่ะ เข้าเื่ๆ ฟังให้ดีฉันมีน้ำยานี่อยู่ทั้งหมด 5 ขวด เราจะแบ่งกันออกเป็สามส่วนนะ ฉันสองขวดวรัญญาสองขวด ส่วนของนาย...วินเซนต์ เอาไปขวดเดียวพอ”
“อ้าว ไหงฉันถึงได้น้อยกว่าเพื่อนอ้ะ”
“ก็นายเป็แค่ตัวล่อไม่จำเป็ต้องโจมตีอะไรนี่ยะ แค่เอาพกไว้เฉยๆ ก็พอ ถึงคราวฉุกเฉินจริงๆ ค่อยใช้ล่ะเข้าใจมั้ย” วิศนะพยักหน้ารับก่อนลอบนึกโอดครวญในใจอย่างเสียไม่ได้
ใช่ซี่ ฉันมันก็แค่มาธาดอร์ล่อวัวกระทิงนี่!
“ส่วนะเิที่ผสมได้ 180 ลูกฉันจะแบ่งเป็สองส่วน เธอพกไว้ 160 ลูก ส่วนฉัน 20 ลูก”
“เข้าใจแล้วค่ะ”วรัญญาพยักหน้ารับ
“ส่วนหน้าที่ของเธอนะ วรัญญา คือเกาะอีตาวินเซนต์นี่ขึ้นไปบนฟ้าแล้วคอยใช้ะเิโจมตีจาก้าตอนที่ลอร์ดอินเฟอร์โน่วิ่งไล่ตามมานั่นแหละแต่ถ้าหากหมอนี่บินไม่ได้เมื่อไหร่ให้เธอรีบกลับมารวมกลุ่มกับฉัน คอยหาทำเลเหมาะๆโจมตีใส่เ้าบอสนั่นต่อ เข้าใจมั้ย”
“ค่ะ”
“ดี” เมษายิ้มกว้าง “งั้นฉันขอตั้งชื่อทีมนายว่า ‘หน่วยต่อสู้อากาศยาน’ ก็แล้วกัน” พอได้ยินชื่อกลุ่มสุดพิลึกแล้วคนฟังก็เหลือบมามองหน้ากันพลางกระตุกยิ้มขัน
“่นี้ก็รักกันให้มากๆ ซะนะเพราะพวกนายสองคนยังต้องทำงานด้วยกันอีกเยอะ อย่าลืมทำงานกันให้เป็ระบบล่ะไม่งั้นแผนจะล่มไม่เป็ท่าเอา” ประโยคต้นทำเอาสองร่างที่กำลังหัวเราะคิกคักพลันหยุดกึกรีบเบือนใบหน้าขึ้นสีก่ำหนีไปอีกทางทันที จนคนมองลอบยิ้มขัน ลากเสียงแซวต่ออย่างนึกสนุก
“นี่คุณๆ ขา~คิดไปถึงไหนกันแล้วเมื่อกี้ดิฉันหมายถึงให้พวกคุณทั้งสองไว้ใจกันและกันให้มากที่สุดต่างหากจะได้ทำงานออกมาได้ดีนะคะ ไม่ได้หมายถึงให้รักกันแบบอื่น~”
“...ร...รู้แล้วค่ะ คุณเมษา!” วรัญญาแก้ต่างเสียงสั่น ผิดกับวิศนะที่ยังหน้าแดงไม่เลิก คนก่อกวนหลุดหัวเราะก๊ากอีกรอบแล้วจึงส่งปืนพกคู่ อาวุธประจำกายไปให้วรัญญา
“ส่วนผลึกเวทมนตร์อีก 1,100 ก้อนนั่นน่ะช่วยแบ่งมาผสมกับปืนนั่นสัก 100 ก้อนด้วยนะฉันจะเปลี่ยนอาวุธตัวเองให้เป็ธาตุน้ำด้วย จะได้โจมตีเ้าบอสบ้านั่นได้แรงๆ”
“ค่ะ” รับคำเสร็จวรัญญาก็หยิบเอาปืนพกคู่สวยนั่นมาเข้าคิวรอผสมไอเท็มต่ออย่างขะมักเขม้น
“ส่วนอีกหนึ่งพันก้อนที่เหลือให้นายพกติดตัวเอาไว้วินเซนต์”
“ฉันเหรอ”
“ใช่ ไม่ต้องถามอะไรมาก ฉันบอกให้พกก็พก...รับรองว่ามันต้องมีประโยชน์แน่ๆ เชื่อเถอะ” กล่าวตัดบทเสร็จเมษาก็หยิบของออกมาจากหน้าต่างไอเท็มอีกชุดใหญ่
“คราวนี้เราจะมาแบ่งไอเท็มที่จำเป็กันพยายามใช้อย่างประหยัดที่สุดนะ ฉันมีน้ำยาเบอร์เซิร์คอยู่ 5ขวด น้ำยาพิ๊กซี่อีก 14ขวด แล้วก็ะเิแสงอีก 58 ลูก พวกน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตคงต้องตัดทิ้งเพราะถ้าเราโดนโจมตีเข้าไปยังไงก็คงซี้แหงๆ อยู่แล้ว” คำปิดท้ายที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะหยิบไอเท็มจำเป็ทั้งหลายไปตามสัดส่วนที่กำหนด
“เอาล่ะ พอวรัญญาผสมไอเท็มเสร็จเมื่อไหร่พวกเราก็เตรียมตัวลุยกันได้เลย”หัวหน้าทีมหันไปพยักหน้ากับวิศนะ “อย่าลืมนะว่าเรามีระยะเวลากับอาวุธที่จำกัดเพราะงั้นจะทำอะไรก็ต้องรีบหน่อย ...แล้วก็นายวินเซนต์”
“อะไร”
“มีอะไรอยู่ปล่อยออกมาให้หมด ไม่ต้องกั๊กกุญแจแห่งชัยชนะของเราขึ้นอยู่กับนาย จำเอาไว้!”
จวนจะครบ 10 นาทีอยู่แล้ว...
หมายถึง่เวลาที่ลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้แต่เดินไปเดินมาอย่างเหงามือสุดขีดแสนจะไม่มีอะไรทำ มอนสเตอร์ในคราบัพยายามควานหาเ้าวิศนะตัวแสบแทบพลิกแผ่นดินแต่ทว่ายิ่งเดินหาเท่าไหร่ก็ยิ่งเสียเวลาเปล่านึกเจ็บแค้นในใจไม่น้อยเมื่อเริ่มตระหนักได้ว่าบางทีศัตรูคู่อาฆาตของมันอาจจะหนีหายไปไกลแล้วก็ได้ตอนนี้มันก็เลยได้แต่เดินเหยียบผู้เล่นที่มาทำเควสถ่ายรูปจนแบนตายคาพื้นฆ่าเวลาไปพลางๆอย่างเซ็งๆ
วินาทีต่อมามันก็หุบปีกัที่เคยสยายอยู่กลางหลังลงดังเดิมเพราะดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็ต้องใช้เสียแล้ว
ตูม!!!
ในชั่วพริบตาร่างสามร่างก็พุ่งออกมาจากตัวตึกสูงพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาจากเื้ัทันทีที่ภาพดังกล่าวแวบเข้าคลองจักษุลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ส่งเสียงคำรามอย่างพอใจออกมาดังลั่นเลยทีเดียว
โฮกกกกก~~~!!!
เสียงะโกู่ก้องเรียกสายตาผู้เฝ้ามองทั้งสองคนบนยอดตึกสูงให้ขยับตัวมองไปยังด้านล่างทันที
“พวกนั้นออกมาแล้ว!”วารีะโออกมาเป็คนแรก ประกายยินดีฉายชัดผ่านั์ตาสีเขียวอ่อน
“กะแล้วเชียว”ธาดากล่าวสั้นๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
วิศนะบินออกมาพร้อมกับวรัญญาในอ้อมแขนส่วนเมษาอาศัยความคล่องตัวเกาะขาข้างหนึ่งของเขาแน่น ทันทีที่ดวงตาคู่โตสังเกตเห็นปีศาจร่างั์ก็ขยับมือฉวยแว่นตาทรงกลมอันเดิมมาสวมทันควัน
“แสกนเนอร์!”เสียงะโตามมาติดๆ แล้วข้อมูลของศัตรูก็แสดงออกมาให้เห็น
ลอร์ดอินเฟอร์โน่
พลังชีวิต
14,263,786
สถานะ : เบอร์เซิร์คโหมด
เป้าหมาย : ผู้เล่นวิศนะ
บรรทัดสุดท้ายเรียกใบหน้าหวานให้กระตุกรอยยิ้มเหยียดก่อนเอ่ยคำสั่งเฉียบขาด
“วินเซนต์พอปล่อยฉันลงที่พื้นก็ดำเนินการตามแผนได้เลย!”
“เข้าใจแล้ว ...ระวังตัวด้วยนะ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะพี่ชาย” ทิ้งท้ายเสร็จ เมษาก็ปล่อยมือจากวิศนะ แล้วสไลด์ตัวไปกับยอดตึกจนสามารถโดดลงสู่พื้นได้สำเร็จเธอเงยหน้าขึ้นขยิบตาเป็สัญญาณให้ว่า ‘ได้เวลาสนุกกันแล้ว’ซึ่งคนบินอยู่บนฟ้าก็พยักหน้ารับ พลางขยับยิ้มเผล่ทันที
“เอาล่ะนะ วรัญญา”วิศนะกล่าวออกมาในที่สุด
“ค่ะ!”
ตูม!!
ชั่วพริบตาเปลวไฟเื้ัชายหนุ่มก็ปะทุแรงขึ้นส่งผลให้ร่างสันทัดลอยเข้าไปหาลอร์ดอินเฟอร์โน่ด้วยความรวดเร็วเป็การกระทำที่อยู่เหนือความคาดคิดของปีศาจแดงจนร่างใหญ่ถึงกับผงะถอยวูบ
โฮกกกกก~~!!!
ัเพลิงพยายามส่งเสียงกรรโชกข่มขวัญคู่ต่อสู้ทว่าสิ่งนั้นไม่อาจทำให้ความตั้งใจของวิศนะเปลี่ยนไปได้ดวงตาสีอำพันเพ่งมองศัตรูตรงหน้าแน่วนิ่ง ขณะเร่งความเร็วบินเข้าใส่ไม่ยั้งจวบจนเมื่อจวนตัว าาปีศาจอัคคีถึงรับรู้ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามพร้อมที่จะเอาจริงแล้วสัญชาติญาณจึงสั่งให้โจมตีกลับก่อนที่จะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ ฝ่ามือใหญ่โตจึงเงื้อขึ้นตบร่างของวิศนะสุดแรง!
ฟวับ!!!
เสียงลมแหวกอากาศผ่านไปอย่างรุนแรงเพียงวิศนะบิดตัวเล็กน้อยก็ทำให้เ้าอสูรเพลิงพลาดเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย
“ตอนนี้แหละ วรัญญา!” หญิงสาวไม่รอช้าดีดสลักะเิน้ำแข็งในมือเหวี่ยงใส่บอสอินเฟอร์โน่ได้อย่างแม่นยำ
ตูม!!!
38,590 !
ตัวเลขความเสียหายมหาศาลปรากฏขึ้นเมื่อสิ้นสุดการโจมตีเกราะน้ำแข็งเข้าคลอบคลุมร่างของัไฟเรียกเสียงครางอย่างเ็ปไอเย็นจากของเหลวเกาะรอบตัวจนประสาทกล้ามเนื้อตามร่างกายด้านชาทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวลดลงตามไปด้วย
“ยอดเลย มันติดสถานะแข็ง (Freeze) ด้วย!” เมษาที่ยืนอยู่บนพื้นะโลั่นอย่างยินดีกับความสำเร็จดังกล่าวก่อนเ้าหล่อนจะเรียกปืนพกคู่ใจออกมาบ้าง
“ทีนี้ก็ตาฉันบ้างละนะ!”
Drill Shot! <ทลายศิลา>
ไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีเมษายกปากกระบอกปืนขึ้นเล็งศัตรูจากระยะไกลแล้วลั่นไกจนเกิดเสียงดัง “ปัง!” พริบตาเดียวลำแสงสีเขียวอมฟ้าก็พุ่งตัวออกจากลำกล้องไปอย่างรุนแรงตรงเข้าทะลวงร่างของอินเฟอร์โน่เรียกเสียงโหยหวนอย่างเ็ปให้ดังตามมา
เช่นเดียวกับค่าความเสียหายมหาศาลที่ปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
98,500 !
“ว้าว ได้ผลมากกว่าที่คิดแฮะ” เมษายิ้มหวาน ขณะยกปืนของตัวเองมาเป่าควันออกดังฟู่~
โฮกกกกกกกกกกก~~~!!
ลอร์ดลที่ปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกปืนจนเสียงเกิดเสียงปะทุดังปังอินเฟอร์โน่คำรามลั่นไปทั่วบริเวณั์ตาสีสดค่อยๆ หันกลับมาอาฆาตเมษาที่ริอาจวางแผนลอบกัดจากด้านหลังก่อนจะแยกเขี้ยวใส่อย่างเดือดพล่านร่างมโหฬารขยับเกร็งแน่นครู่หนึ่งฉับพลันก็พลิกตัวสะบัดเกล็ดน้ำแข็งหนาชั้นออกเพื่อแก้สภาวะผิดปกติของตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วจึงหมุนตัวตั้งท่าจะตวัดมือทำร้ายร่างเล็กให้สลายไปในครั้งเดียว
“วินเซนต์ วรัญญา ตอนนี้ล่ะ!”
“รับทราบ!” เสียงะโดังขึ้นจากอีกฟากวิศนะรีบบินโฉบมาดักหน้าลอร์ดอินเฟอร์โน่ทำเอาการโจมตีเมื่อครู่หยุดชะงักระหว่างนี้วรัญญาก็โยนะเิน้ำแข็งในมือใส่เ้าัไฟอีกคำรบ!
ตูม!!!
35,841!
อสูรร้ายถึงกับผงะวูบเมื่อโดนความเย็นเกาะตัวจนกลายเป็เกราะน้ำแข็งขนาดย่อมเต็มบริเวณหน้า หากแต่รอบนี้มันสามารถสะบัดเกล็ดเยือกแข็งนั่นออกได้ในชั่วพริบตาโดยไม่ทิ้งสภาวะผิดปกติเหมือนคราวแรกแต่กลับเป็การพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ดึงความสนใจโดยทีมต่อสู้อากาศยานนั้นได้ผลชะงัดนัก!
ลอร์ดอินเฟอร์โน่เหมือนจะลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้มันเคยคิดจะโจมตีใส่เมษาัไฟรีบเปลี่ยนเป้าหมายไปมุ่งเล่นงานวิศนะแทน
ฟวับ!
“โว้ว~!” วิศนะร้องเสียหลงเมื่อหวิดจะหลบไม่พ้น “จินนี่เธอช่วยดูระดับพลังงานของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คให้ด้วยนะ ถ้าระดับต่ำกว่า 2000เมื่อไหร่รีบเตือนฉันด่วนจี๋เลยนะ สาวน้อย!”
“รับทราบค่ะ”จินนี่ขานตอบอย่างแข็งขัน พร้อมกับฉายข้อมูลดังกล่าวให้วิศนะเห็น
บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค
พลังงานคงเหลือ
52,936
“เหลือแค่ห้าหมื่นกว่าๆ เองหรือเนี่ย!”
พอวิศนะเห็นตัวเลขที่ลดลงฮวบฮาบแล้วก็ใจหายวูบ นี่เขาจะถ่วงเวลาบินอยู่บนฟ้าได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้
“วินเซนต์!”
“หือ...เฮ้ย!”
ฟวับ!!
เพราะมัวแต่วิเคราะห์พลังงานจนเพลินวิศนะจึงเกือบหลบการตวัดหางฟาดใส่ของลอร์ดอินเฟอร์โน่ไม่ทัน โชคยังดีที่ว่าเขาเอี้ยวตัวหลบได้ด้วยสัญชาตญาณเกินมนุษย์ได้แม้จะทุลักทุเลเต็มทน
“อย่าอยู่เฉยๆ สิยะ อีตาบ้า! ขืนนายตายขึ้นมาก็หายนะงอกทั้งทีมเลยนะยะ” เมษาะโด่าแว๊ดๆเป็รอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้
“ขอโทษๆ...ก็กำลังคำนวณเื่พลังงานของผ้าผันคอที่เหลืออยู่อ่ะ”
“ไม่ต้องคำนงคำนวณมันแล้ว!อย่างนายมันเป็พวกใช้แรงมากกว่าสมอง ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้เมื่อยตุ้มหรอกอยากทำอะไรก็ทำไปเลยอีตาบ้า!”
“อุ๊...ด่าได้แสบมาก” คำวิเคราะห์ตรงเผงทำเอาใบหน้าคมบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่งครั้นพอเหลือบไปสบเข้ากับใบหน้าของวรัญญาที่ขยับรอยยิ้มบางเบามาให้เ้าตัวจึงค่อยแค่นหัวเราะหึ
“เออ เอาไงเอากันวะ!” พอตัดสินใจได้หน่วยต่อสู้ภาคอากาศยานก็เริ่มต้นวาดลวดลายด้วยการบินแบบผาดโผน ทว่ากลับพลิ้วหลบการโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้อย่างสวยงามทุกครั้งไปส่วนวรัญญายังคงสร้างผลงานในการโยนะเิใส่เ้าัแดงได้อย่างแม่นยำ
จนถึงตอนนี้หน่วยโจมตีกลางอากาศสร้างความเสียหายให้ลอร์ดอินเฟอร์โน่ไปได้แล้วกว่าสองแสนหน่วย!
ทีมภาคพื้นดินอย่างเมษาเองก็ใช้ย่อย!
ร่างบางอาศัยจังหวะที่เ้าบอสตัวใหญ่เผลอกราดะุยิงจากด้านหลังได้อย่างเจ็บแสบเป็ที่สุดหากปีศาจนั่นคิดจะโจมตีใส่เธอเมื่อใดวิศนะก็จะบินพรวดมาเรียกความสนใจจากมอนสเตอร์เถื่อนตัวนี้ได้กวนอารมณ์ทุกครั้งเพราะแต่ละทีเ้าหมอนี่ก็ปรากฏตัวพร้อมสาดะเิเยือกแข็งเข้าใส่ที่ใบหน้าคล้ายัเป็ชุดจนมันทนรำคาญไม่ไหวต้องหันกลับไปเล่นงานไอ้แมลงวันปีกไหม้นี่ทุกคราวไป!
ด้วยระบบการรบอย่างมีจังหวะนี้เองทำให้พวกเขาสามารถโจมตีได้อย่างต่อเนื่องเมษาที่อยู่พื้นราบคอยหาเวลาสวนกลับได้อย่างงดงามเมื่อใดที่อินเฟอร์โน่ถอนความสนใจจากเธอร่างปราดเปรียวก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งยืนของตัวเองแล้วระดมยิงใส่ด้านหลังบอสัโดยไม่พลาดเป้าเลยสักนัด
วีธีนี้นอกจากจะทำให้บอสตัวนั้นจับตำแหน่งเธอไม่ได้แล้วยังลดโอกาสที่จะถูกโจมตีสวนกลับได้กว่า 90 % อีกต่างหาก!
จริงอยู่ แม้เธอจะไม่ได้ใช้ Drill Short เช่นเดียวกับครั้งแรกเนื่องจากต้องเสียเวลาดีเลย์กว่า 2 นาทีกว่าจะยิงนัดต่อไปได้แต่การโจมตีรัวเร็วเข้าไปยังจุดตายนั่นก็ยังเรียกความเสียหายจากลอร์ดอินเฟอร์โน่ได้กว่าสี่แสนเข้าไปแล้ว!
“ยอดเยี่ยมมาก”ธาดาซึ่งดูการต่อสู้อยู่ตลอดเอ่ยปากชมในที่สุด
“ใช่ พวกนี้ทำได้ดีมากเลยนะคะ” สาวน้อยผมสีน้ำตาลที่ยืนเคียงข้างเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “แต่พวกเขาโจมตีรุนแรงแบบนั้นได้ยังไงกันคะ พี่ดา ดูจากเครื่องสวมใส่แล้วคนพวกนั้นไม่น่าจะมีเลเวลสูงถึง 150 ได้เลยนี่นาทั้งที่มีกฎเื่ความต่างชั้นของเลเวลอยู่แท้ๆทำไมยังสามารถโจมตีได้มากขนาดนั้นอีก”
“น้ำยาแมกทีเรีย”
คำสรุปสั้น เรียกดวงตาสีเขียวคู่สวยให้เบิกกว้าง
“จริงด้วย น้ำยาเพิ่มพลังการโจมตีให้มากขึ้นเป็สองเท่า”เธอรำพึง “มิน่าล่ะหัวหมอใช้ได้เลยนะเนี่ย”
“ไม่แค่นั้นนะ”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยต่อเนิบๆ “คนพวกนั้นเปลี่ยนไอเท็มทุกชนิดให้กลายเป็ธาตุน้ำทั้งหมดั้แ่ะเิยันลูกะุปืน การโจมตีจึงกลายเป็คูณสี่ไปโดยปริยาย”
“นั่นสินะคะ หากโจมตีด้วยธาตุที่ได้เปรียบก็จะเพิ่มความเสียหายได้อีกสองเท่าด้วย” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าทึ่งๆ
“นอกจากนี้พวกเขายังอาศัยข้อได้เปรียบอีกเื่นั่นก็คือสกิลเบอร์เซิร์คของลอร์ดอินเฟอร์โน่เองนั่นแหละ”
“สกิลเบอร์เซิร์ค” วารีทวนคำเสียงสูง
“ใช่มันจะเป็สกิลที่ทำให้พลังโจมตีของลอร์ดอินเฟอร์โน่เพิ่มสูงขึ้นอีก 50% แต่กลับชี้เฉพาะให้มันเพ่งเล็งไปที่ผู้เล่นเพียงแค่คนเดียวและทำให้พลังป้องกันของมันลดลงมาอีก 2 เท่าด้วยน่ะสิ”
“...งั้นก็หมายความว่า”
“ใช่ แทนที่จะดีสกิลนี้กลับสร้างผลบวกให้เพลย์เยอร์กลุ่มนั้นสามารถโจมตีได้แรงขึ้นทวีคูนขนาดนั้นยังไงล่ะนั่นล่ะคือสาเหตุที่พวกเขาสามารถโจมตีบอสที่มีเลเวลสูงกว่าตัวเองได้แบบสบายๆเรียบว่าลบกฏข้อได้เปรียบของกฏการต่างชั้นจากเลเวลได้จนหมดสิ้นและยังเปลี่ยนมันให้กลายเป็ข้อได้เปรียบอีกต่างหาก”
“ว้าว” หญิงสาวลากเสียงพร้อมรอยยิ้มหวาน
“ยุทธวิธีที่พวกเขาใช้ เป็การโจมตีขนาบซ้ายขวารุกก่อนแล้วค่อยถอยใช้ผู้เล่นคนหนึ่งเป็ตัวล่อแล้วสลับฉากให้อีกคนเข้าโจมตีผลัดกันไปมาแบบนี้เรื่อยๆ...แถมเ้าตัวล่อนั่นก็ไวเหลือเชื่อเสียด้วย”
“ฮิตแอนด์อเวย์ (Hit & Away) สินะคะ เป็รูปแบบการต่อสู้ที่ต้องอาศัยทีมเวิร์คมากจริงๆ ถึงจะทำได้”
“ใช่แถมพวกนั้นยังใช้น้ำยาเบอร์เซิร์คเพื่อลดเวลาในการใช้สกิลลงไป 60 ต่อ 1 อีกทำให้สกิลที่ต้องใช้เวลาในการร่ายเวทนานๆ จากสองหรือสามนาทีให้สั้นลงเหลือแค่สองหรือสามวินาทีเท่านั้น...คนคิดแผนการขึ้นมาได้เนี่ยหมดจดมากจริงๆ”ถึงตรงนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของจีเอ็มหนุ่มก็ปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ
“เอ๋แต่น้ำยาเบอร์เซิร์คนั่นก็จะทำให้พลังป้องกันของผู้เล่นลดลงไปครึ่งหนึ่งเลยไม่ใช่เหรอคะ”
“พวกเขาคงคิดว่าต่อให้พลังป้องกันจะมากน้อยขนาดไหนหากโดนโจมตีเข้าไปตรงๆ ก็คงมีค่าเท่ากันนั่นแหละพวกเขาก็เลยกล้าที่จะเสี่ยงยังไงล่ะ”
ยิ่งฟังคำอธิบายใบหน้าสะสวยของวารีก็ยิ่งแย้มรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆั์ตาสีมรกตเปล่งประกายระยับ นึกตื่นเต้นกับภาพการต่อสู้เบื้องหน้าเสียเต็มประดา
ใช่แล้ว เธอไม่เคยเห็นใครต่อสู้ที่ไหนบ้าระห่ำขนาดนี้มาก่อนดูจากรูปแบบการต่อสู้แล้วเธอกล้าการันตีได้เลยว่าพลังชีวิตของเพลย์เยอร์กลุ่มนั้นคงน้อยมากถึงขนาดโดนโจมตีหนเดียวคงได้หายไปโผล่ที่โรงพยาบาลแน่ๆ
ที่น่าประทับใจก็คือ แผนการของคนพวกนี้ช่างยอดเยี่ยมสุดๆ
คนที่วางแผนแบบนี้ขึ้นมาได้ ...ต้องเป็สุดยอดอัจฉริยะจริงๆ
“สงสัยบอสของพี่จะไม่เป็หมันแล้วล่ะค่ะยินดีด้วยนะคะที่มันจะไม่โดนแบนข้อหาเถื่อนเกินไปอย่างที่พี่กังวลแล้ว” วารีเปรยกลั้วหัวเราะ ขณะยกมือขึ้นตบไหล่ธาดาดังปุ๊ๆทว่าจีเอ็มหนุ่มกลับไม่กล่าวสิ่งใดกลับมา ั์ตาคมกล้ายังคงเพ่งมองภาพเบื้องหน้าอย่างพินิจจนสุดท้าย...ก็ถอนใจยาวออกมาเฮือกใหญ่
“ยังหรอกน้ำ พี่บอกเราไปแล้วใช่มั้ยว่าบอสตัวนี้น่ะยิ่งใกล้ตายมันก็ยิ่งเก่ง” สิ้นคำร่างสูงก็เรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา “ดูเหมือนพลังชีวิตจะลดลงไปเหลือแค่12 ล้านแล้ว อีกครู่เดียวเท่านั้น...คอยดูให้ดีเถอะ”
ทันทีที่ธาดาพูดจบลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ส่งเสียงคำรามออกมาลั่นจนผืนดินสั่นะเืไปหมดที่น่ากลัวก็คือเสียงร้องนั้นฟังดูดังมากกว่าทุกคราวร่างคล้ายัขดตัวอยู่ในนั่งที่วิศนะคุ้นตาและเข้าใจดีว่าาาปีศาจอัคคีตัวนี้กำลังคิดจะทำอะไร
“มันจะบินแล้ว!” ชายหนุ่มะโออกมามือปืนสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพลางชักมือเปลี่ยนะุในแม็กกาซีนด้วยความรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นปีกขนาดใหญ่ของลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็แผ่สยายออกมากว้างพร้อมกับดวงตาสีแดงฉานดุจเืจะเบิกโพลงจ้องมองศัตรูคู่อาฆาตเขม็ง!
“ฉันไม่ยอมให้แกบินขึ้นไปหรอกน่า!” เมษาร้องสุดเสียง พลางกระชับอาวุธทั้งคู่ให้อยู่ในท่าเตรียมพร้อม
Lock Shot!! <ะุพันธนาการ>
ะุลำแสงสีขาวพุ่งตรงเข้าใส่ลอร์ดอินเฟอร์โน่ก่อนที่มันจะะโขึ้นไปบนฟ้าได้ทันชั่ววินาทีนั้นสายเรืองแสงจากปืนของเมษาก็พุ่งไปม้วนรอบร่างมหึมานั้นเอาไว้ก่อนจะแปรสภาพกลายเป็โซ่ขนาดใหญ่ที่พันอยู่รอบตัวจนมันไม่สามารถกระดิกไปไหนได้เลย
“นี่แหละนาทีทอง วินเซนต์ วรัญญา โจมตีใส่มันไม่ต้องยั้งมือเลย!”เมษาะโก้องพลางเล็งปากกระบอกปืนยิงกราดเข้าใส่ศัตรูที่ถูกพันธนาการไว้เป็ชุด
“ดริล ช็อต!”
102,850 !
และแล้วะุทำลายที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดของเมษาก็พุ่งทะลวงผ่านร่างของคู่ต่อสู้เรียกเสียงหวีดร้องโหยหวนให้ดังไปทั่วบริเวณจนผืนดินสั่นะเืเช่นเดียวกับวิศนะที่บินโฉบเข้าไปใกล้แล้วส่งสัญญาณให้วรัญญาขว้างะเิใส่ไม่เลี้ยงต่ออีกชุดใหญ่
โฮกกกกกกกกกกกกก~!!!
อสูรไฟได้แต่กรีดร้องพลางดิ้นไปมาอย่างอับจนหนทางเนื่องด้วยสายโซ่ที่กำลังรัดรอบตัวนอกจากทำให้มันไม่สามารถบินหนีขึ้นฟ้าได้แล้วยังลดพลังป้องกันของมันลงไปอีก 5% ด้วย
ตอนนี้พลังชีวิตของมันจึงเหลือเพียงแค่ 8 ล้านได้อย่างน่าใจหาย
“อีแบบนี้ก็ง่ายแล้วล่ะ เมย์!” วิศนะส่งเสียงลงมาจากบนฟ้า
“อย่าเพิ่งประมาทนะบอสระดับนี้มันต้องมีทีเด็ดแน่ อย่าเพิ่งคิดว่าอะไรมันจะจบง่ายๆ แล้วเวทมนตร์นี่ก็มีฤทธิ์อยู่ได้แค่5 นาทีเท่านั้น ระวังหน่อยล่ะ!” เมษากล่าวกำชับเสียงแข็ง
โฮกกกกกกกกกกกกก~!!!
พูดไม่ทันขาดคำระหว่างที่เมษากำลังง่วนอยู่กับการเปลี่ยนแม็กกาซีนอีกรอบเสียงคำรามของลอร์ดอินเฟอร์โน่ก็ดังกึกก้องอย่างรุนแรงและดุดันมากกว่าที่เคยบานหน้าต่างตามตึกสูงใหญ่หลายชั้นสั่นไหวจนแตกกระจายกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วจะนับประสาอะไรกับผู้เล่นทั้งสามที่ต้องหยุดการกระทำทุกอย่างเพื่อยกมือขึ้นปิดหู
“โอ๊ย แสบแก้วหูว้อย คิดจะทำบ้าอะไรของแกวะ!” วิศนะสบถพรืดออกมาอย่างหงุดหงิด
ครู่ต่อมาพื้นดินที่เมษาเคยยืนอยู่ก็เริ่มสั่นะเืรุนแรงจนไอร้อนโดยรอบพุ่งประทุขึ้นมาตามรอยปริแตกของซอกหินหินหนืดเหลวสีเข้มค่อยๆ ลอยปริ่มขึ้นจนทั่วบริเวณทำให้ร่างเล็กจำต้องะโขึ้นตึกไปหาที่สูงๆหลบภัยโดยเร็ว
“วุ้ย! อะไรของแกนักหนายะไอ้บอสบ้า แกนี่มันโหดไม่บันยะบันยังเลยจริงๆ” สาวน้อยโมโหจนแก้มป่องพอได้ทีปากก่นด่ามอนสเตอร์ตรงหน้าสารพัดหลังจากปีนขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าของตึกสูงสามชั้นได้เรียบร้อย
“คุณวินเซนต์คะ นี่มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น” วรัญญาเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ไม่รู้เหมือนกัน เกาะผมเอาไว้แน่นๆ ก็แล้วกันนะ”วิศนะตอบอย่างระแวดระวังยิ่งเมื่อมองลงมาจากที่สูงแล้วยิ่งสังเกตได้ชัดว่าพื้นที่โดยรอบเริ่มเปลี่ยนแปรไปทีละนิดเหล่าผู้เล่นหลายคนที่ซุ่มดูอยู่ละแวกนี้เริ่มจะปีนป่ายขึ้นหาที่กำบังกันหมดแล้ว
“ชิชะ! ไอ้พวกนี้ ตอนเราสู้กันแทบเป็แทบตายกลับทำเควสถ่ายรูปกันสนุกเลยนะแอบถ่ายได้เนียนหยั่งกับพวกปาปารัสซี่เลยฟ่ะ” คำบ่นกระปอดกระแปดเรียกเสียงหัวเราะคิกให้ดังมาจากร่างบอบบางในอ้อมแขนให้ตาย...เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆ คนคนนี้ยังจะพูดจากวนประสาทออกมาได้อีก
หากแต่ไม่นานนักหรอกที่จะมีเสียงจากจินนี่ดังขึ้นมาในแบบที่ทำให้วิศนะต้องชะงักงันไป
“ลอร์ดอินเฟอร์โน่ทำการเรียกลูกน้อง โนวา ออกมา ขอแนะนำให้หนีเพราะระดับความสามารถต่างกันเกินไป”
คำกล่าวที่ว่าทำเอาใบหน้าคมถึงกับซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่กทันที เมื่อเห็นว่าก้อนหินหนืดคล้ายแม็กม่าเหนือพื้นดินค่อยๆรวมตัวกันจนกลายเป็ลูกไฟกลมๆ แต่มีขนาดใหญ่กว่าลูกบอลมากโขของเหลวเพลิงนั้นแย้มปากกับดวงตาคล้ายปีศาจออกมาอย่างน่ากลัว
“โอ้ยตาย!จะอะไรกันนักหนาวะเนี่ย”
วินาทีถัดมา ลูกไฟดังกล่าวซึ่งมีจำนวนมากกว่า 20ลูกต่างพากันอ้าปากประสานเสียงร้องแหลมปรี๊ดก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่วิศนะที่กำลังลอยอยู่บนฟ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน!
“ลอร์ดอินเฟอร์โน่คงสั่งให้พวกมันเล่นงานคุณวินเซนต์แน่เลยค่ะรีบหนีเร็ว!”
“ไม่ต้องรอให้บอก ก็กะจะทำแบบนั้นอยู่แล้วครับ!”
ร่างสูงรีบพุ่งตัวหนีจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงสุด เปลวไฟเื้ัโหมแรงเสียจนควันขึ้นหากวัดกันจริงๆ ตอนนี้ร่างของเขากำลังบินอยู่ด้วยความเร็ว 180 กม./ ชั่วโมงเข้าไปแล้ว!
“อย่าให้โดนนะ วินเซนต์ ถ้านายพลาดล่ะก็ตายแน่!”เสียงะโของเมษาดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเหล่าโนวาต่างพุ่งตัวเข้าใส่คู่หูของเธอได้อย่างน่าขนลุกแถมความเร็วของมันดูจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนนี้ลูกบอลไฟเ่าั้จวนเจียนจะไล่ร่างสัดทัดข้างหน้าทันอยู่แล้ว!
“คุณวินเซนต์บินนิ่งๆ หน่อยค่ะเดี๋ยวฉันจะลองปาะเิใส่พวกมันดู!” สิ้นคำวรัญญาก็ดีดสลักะเิออก ก่อนจะขว้างวัตถุในมือไปด้านหลังสุดแรง
ลูกะเิสีเข้มม้วนปลิวอยู่กลางอากาศด้วยทิศทางชนิดที่เรียกว่าเข้าเป้าเป๊ะ! ทว่าเหล่าลูกไฟพวกนั้นกลับกลิ้งม้วนหนีได้อย่างหน้าตาเฉยเล่นเอาะเิเยือกแข็งสลายกลายเป็เพียงสายลมเปล่าๆวูบหนึ่งเท่านั้น
“มันหลบได้!”เสียงเล็กะโอย่างตื่นตระหนก
“ไม่ต้องโจมตีแล้วครับผมจะบินล่อให้มันไปชนกับตึกจนตายไปเอง!” วิศนะตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“จินนี่ไม่แนะนำให้ทำแบบนั้นค่ะเพราะตอนนี้พลังงานของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คเหลืออยู่ไม่มากพอที่จะให้นายท่านทำแบบนั้นค่ะ!”
พอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวส่งเสียงเตือนจบชายหนุ่มก็ได้แต่ขบกรามกรอด ใน่จังหวะที่เขากำลังบินช้าลงนั้นเองลูกไฟโนวาดวงหนึ่งก็บินเข้ามาปาดหน้าเขาได้พอก้อนกลมคล้ายลูกบอลปรากฏขึ้นเบื้องหน้า วิศนะก็ชะงักนิ่ง เบรกตัวแทบไม่ทัน
กี๊~!!
มันร้องเสียงแหลม...
พริบตาร่างที่สร้างขึ้นมาจากเปลวไฟก็ค่อยๆพองตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วลางสังหรณ์บางอย่างทำให้วิศนะพอจะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังทำอะไรอยู่!
“ระวังนะ วรัญญา มันจะะเิตัวเอง!” สิ้นเสียง มือใหญ่ก็คว้าร่างบอบบางเข้ามากอดแน่นก่อนตัดสินใจสลายพลังปีกมารอัคคีของตัวเองออกดังพรึบ!
ตูม!!!
เปลวเพลิงวงใหญ่พุ่งตรงเข้าล้อมรอบร่างของวิศนะในเสี้ยววินาทีหากแต่ความสามารถของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้อย่างฉิวเฉียดเป็ที่สุดผ้าพันคอสีแดงดูดซับแรงะเินั่นและแปรเปลี่ยนให้กลายเป็พลังงานขับเคลื่อนในพริบตา
“ปลดปล่อยปีกมารอัคคี!!” สิ้นคำสั่งปีกเพลิงของเขาก็ติดไฟลุกขึ้นมาอีกครั้ง
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ”วิศนะเป่าปากโล่ง แล้วเริ่มต้นบินหนีใหม่
“ยอดเยี่ยมมากค่ะนายท่านได้ทำการดูดพลังงานจากแรงะเิเมื่อครู่ทำให้บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็คมีพลังงานเพิ่มกลับมาได้อีกแล้วค่ะ”
ั์ตาสีทองรีบตวัดมองหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวทันที
บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค
พลังงานคงเหลือ
78,963
“เพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้เชียว!” เสียงห้าวเปรยออกมาลั่น นี่แสดงว่าแรงะเิของโนวาอะไรนั่นมันรุนแรงไม่ใช่เล่นๆเลยทีเดียว หากพลาดท่าโดนเข้าละก็มีหวังจอดไม่ต้องแจวแหงแซะ ทว่าในตอนนั้นเองมันกลับมีความคิดบ้าบิ่นบางอย่างวูบเข้ามาในสมองจนส่งให้ชายหนุ่มต้องเหยียดรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาให้เห็น
“ยิ้มอะไรเหรอคะ คุณวินเซนต์” เสียงหวานข้างหูเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ผมมีแผนรับมือแล้วน่ะสิ” สิ้นคำชายหนุ่มก็ปลดปล่อยพลังงานออกมาเต็มพิกัดเพื่อพุ่งหนีลูกบอลโนวาอีก 19ตัวที่อยู่ด้านหลังโดยไม่เหลียวกลับไปมองเลยสักนิดแต่พอเห็นจุดหมายปลายทางที่จะพาไปชัดเจนแล้ว ร่างบอบบางของคนบางคนก็เปล่งเสียงกรี๊ดออกมาดังลั่น
“กรี๊ดดดดดดด~!!! อีตาบ้านายจะบินมาหาฉันทำแมวน้ำอะไรย๊า~!!” แน่นอนเ้าของเสียงตวาดแว๊ดแบบนี้คือเมษานั่นเองยามนี้เ้าหล่อนกำลังอ้าปากเหลือกตามองภาพคู่หูตัวแสบที่อุ้มเพื่อนสาวอีกคนตรงดิ่งมาทางเธอชนิดไม่แตะเบรกเลยสักนิด!
ที่สำคัญคือมันยังเสือกยกขบวนไอ้ลูกะเิบินได้นั่นมาตามมาด้วยเนี่ยสิ!
“ไม่ต้องพูดมากน่ะ”วิศนะโต้กลับเสียงแข็ง “ช่วยรับตัววรัญญาหน่อย!”
“อ...อะไรนะ!”คำไม่คาดคิดทำเอาหญิงสาวถึงกับชะงัก
“รับตัววรัญญาไปหน่อย!”คนพูดเอ่ยย้ำอีกรอบ ก่อนก้มลงกระซิบกับคนในอ้อมแขน “เดี๋ยวผมจะส่งคุณไปหาเมย์นะบอกด้วยว่าให้ดำเนินการตามแผนบีได้เลยพยายามถ่วงเวลาลอร์ดอินเฟอร์โน่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“...อ...เอ๊!เอาจริงเหรอคะ!” วรัญญาร้องเสียงหลง
“เชื่อใจผม” พูดจบก็ขยิบตาให้แม้ใบหน้าดูดีจะมีหน้ากากสีขาวบดบังไว้ถึงครึ่งค่อนก็สามารถเรียกดวงหน้านวลให้ร้อนวูบยอมพยักหน้าตามอย่างว่าง่าย
ภายในไม่กี่วินาที ร่างสูงก็ตรงดิ่งเข้าไปหาเมษาที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับร่างของวรัญญาเต็มที่ก่อนจะบินจากไป วิศนะได้เหวี่ยงตัววรัญญาไปหาคนที่กางมือรออย่างรวดเร็วจนร่างสองร่างปะทะกันเกิดเสียงดัง
โครม!!
“โอ๊ยๆๆ ก้นฉัน ระบมอีกแล้ว!” เมษาครางเสียงอ่อย
“อ๋อย~ เหมือนกับว่าฉันจะบินมากจนเมาอากาศเลยค่ะ”เช่นเดียวกับวรัญญาที่ยกมือขึ้นปิดปากด้วยสีหน้าคล้ายจะอาเจียน
พอตั้งสติได้เมษาก็ตวัดดวงตาสีเทาขึ้นมองหาตัวคู่หูที่ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ด้วยความกังวลใจชั่วครู่หล่อนก็พบว่าเขากำลังบินล่อลูกบอลเพลิงทั้ง 19ดวงให้พุ่งตามกันมาเป็ทางเดียว
ั์ตาสีอำพันคมกริบจดจ้องไปยังท้องฟ้าสูงลิบเบื้องหน้าร่างกายที่แล่นแหวกอากาศััได้ถึงสายลมระอุแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วยามบินสูงขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ไปหยุดเมื่อลอยตัวอยู่เหนือเมฆจังหวะนั้นเองที่วิศนะตัดสินใจปล่อยเปลวเพลิงด้านหลังให้ดับวูบ!
กี๊~~!!!
บรรดาโนวาร่วมสิบตัวประสานเสียงกรีดร้องอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าศัตรูตรงหน้าหยุดบินในที่สุดจึงรีบเร่งสปีดเข้าปะทะร่างสันทัดด้วยความเร็วสูง
ชั่ววินาทีนั้นเองที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปรากฏรอยยิ้มพึงใจฉายวูบ
ตูมมม!!!!!!
แรงะเิรุนแรงจนแผ่นดินะเืเรียกสายตาสาวน้อยสองคนให้เบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
“หมอนั่นคิดจะทำอะไรของเขา” เสียงใสๆ ของเมษาเปรยขึ้นเป็คนแรก
“คือ...เขาบอกว่าให้ใช้แผนบีได้เลยค่ะ คุณเมษาแล้วก็บอกให้ถ่วงเวลาลอร์ดอินเฟอร์โน่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยค่ะ”
ถ้อยคำดังกล่าวทำเอามือปืนสาวถึงกับชะงักนิ่ง หันกลับมามองหน้าวรัญญากับท้องฟ้าเบื้องบนสลับไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนรอยยิ้มหวานจะประดับบนดวงหน้าเนียนรับกับแววตาที่ส่องประกายเจิดจ้า
“อ๋อ อย่างนี้นี่เองอีตานั่นบางทีก็คิดอะไรเข้าท่าใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย”
“คะ...คุณรู้หรือคะ?”
“เอาเป็ว่า เราทำตามคำสั่งของตานั่นก่อนเถอะ” เมษากล่าวกลั้วหัวเราะ “ให้ตายสิ หมอนี่มันบ้าบิ่นผิดมนุษย์มนาจริงๆเลยแฮะ คิดไปได้แต่ละอย่าง...ระห่ำทะลุปรอทจริงๆ”
“อะไรกันท่าดีทีเหลวหรอกเหรอเนี่ย” วารีเปรยขึ้นอย่างอ่อนใจขณะเงยหน้ามองกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งกระจายอยู่กลางท้องฟ้าเบื้องบนด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างสุดซึ้ง
“พวกที่หลบเก่งๆ ก็มักจะพ่ายแพ้กับจำนวนจริงๆนั่นแหละ พอเจอลูกไฟฝูงใหญ่เข้าไปก็ทำอะไรไม่ถูกเสียแล้ว สิ้นหวังจริงๆ” เ้าของชื่อวารีเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจก่อนจะตวัดสายตาไปมองเมษากับวรัญญาที่เริ่มเปิดฉากต่อสู้กับพวกโนวาอย่างเอาเป็เอาตาย
“แค่ผู้หญิงสองคนนั่นคงเอาชนะบอสอินเฟอร์โน่ไม่ได้หรอกค่ะพี่ดา”เสียงใสยังคงพูดต่อและถอนใจก่อนจะหันกลับไปมองบุรุษอีกคนที่นิ่งเงียบมาั้แ่เมื่อครู่แล้ว
“สงสัยพี่ต้องรอผู้เล่นกลุ่มอื่นเข้ามาจัดการต่อแล้วล่ะค่ะพวกเขามีจำนวนน้อยเกินไป นี่ถ้าหากมีจอมเวทสายป้องกันกับจอมเวทสายจู่โจมคอยซัพพอร์ทอีกซักสองคนอาจจะชนะได้แล้วแท้ๆ”
ธาดายังคงไม่กล่าวอะไรนอกจากถอนใจเสียงแ่เบา มองภาพเพลย์เยอร์หญิงสองคนกำลังสู้กับัั์ที่ถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการจากะุเวทนั่นสุดกำลังแล้วก็ขยับรอยยิ้มเหยียดธาดาส่งเสียงหัวเราะหึ แล้วเงยหน้ามองกลุ่มควันสีหม่นด้วยดวงตาพราวระยับก่อนจะลากเสียงปริศนาทิ้งท้าย
“ผู้ชายคนนั้นจะตายไปแล้วจริงๆ เหรอ”
“โอ๊ย ให้ตายสิ! ควันเยอะชิบเป๋ง!”เสียงกวนประสาทว่าออกมาอย่างหงุดหงิดมือสองข้างยกขึ้นปัดกลุ่มหมอกสีขุ่นตรงหน้าไปมาเผยให้เห็นร่างสันทัดอันแสนคุ้นเคยที่รอดจากแรงะเิเมื่อครู่โดยไร้าแใดๆติดตัวเลยแม้แต่น้อย แถมปีกมารอัคคีของเขาก็กลับมาส่องแสงโชติ่เหมือนเดิมแถมยังดูรุนแรงกว่าตอนแรกอยู่มากโขเลยด้วยซ้ำ
บัตเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟ็ค
พลังงานคงเหลือ
635,855
เร่งความเร็วได้สูงสุด 600ก.ม. /ชั่วโมง
อัตราการเผาผลาญพลังงาน 60ต่อหนึ่งวินาที
วิศนะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าพลังงานปีกไฟเพิ่มขึ้นมากเสียจนเหลือเฟือ
“แค่นี้ก็บินได้อีกนานเลยล่ะไอ้วิธีการเติมพลังแบบนี้มันใช้ได้ผลจริงด้วย”เขาว่าพลางเพ่งสายตาหาร่างเ้าบอสเถื่อนนรกใต้เท้าอย่างยากเย็น พอมองจากระยะไกลปีศาจันั่นจึงถูกย่อส่วนจนเหลือตัวเล็กเท่ามดแต่วิศนะยังมั่นใจว่าลอร์ดอินเฟอร์โน่นั่นยังคงถูกโซ่ของเมษารัดแน่นอยู่เหมือนเดิม...หากแต่คงฝืนได้อีกไม่นาน...
“ไม่ได้การ เห็นทีต้องรีบลงมือหน่อยแล้ว”คิดสะระตะเสร็จ ชายหนุ่มก็หยิบขวดน้ำยาออกมาจากหน้าต่างไอเท็ม ขวดแรกเป็น้ำยาแมกทีเรียสำหรับเพิ่มพลังโจมตี100% ขณะที่อีกอันเป็น้ำยาเบอร์เซิร์คใช้ลดระยะเวลาในการเรียกใช้งานสกิลลง 60/1
วิศนะไม่รอช้ารีบเปิดจุกดื่มน้ำยาในขวดลงท้องพร้อมกันทีเดียวสองขวดรวด
“อืม รสชาติไม่เลวแฮะ อันแรกคล้ายๆ น้ำสัปปะรดอีกอันเหมือนน้ำส้มเลยวุ้ย” ฉับพลันวิศนะก็รู้สึกได้ถึงเรี่ยวแรงที่หายไปกำลังย้อนกลับมาจนร่างกายเบาหวิว
“เอาล่ะ ต่อไปก็…” เขาหยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากหน้าต่างไอเท็มอีกครั้งคราวนี้เป็ผลึกเวทมนตร์ธาตุน้ำที่เมษายืนยันว่ายังไงก็ต้องพกติดตัวเอาไว้ถึงหนึ่งพันก้อนชายหนุ่มกระชับคริสตัลในมือแน่นแล้วใช้มือที่ว่างอยู่อีกข้างประคองหินสีแปลกตาให้อยู่นิ่งๆวิศนะสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง แล้วพึมพำออกมาเบาๆว่า
“ประจุมนตรา” สิ้นเสียงมือที่กำผลึกเวทมนตร์อยู่ก็ร้อนวูบ รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาเสียเฉยๆจนร่างสูงต้องถ่ายน้ำหนักไปด้านหลังกันหน้าทิ่มแสงสว่างสีขาวอมฟ้าปรากฏขึ้นจากมืออีกด้านแล้วค่อยๆม้วนตัวบิดไปรวมอยู่เป็ก้อนพลังขนาดเท่าลูกปิงปองอยู่ในมือ
“เริ่มต้นก็จะมีลูกประมาณนี้สินะ” วิศนะยิ้มแห้งๆ พลางคิดในใจว่าสกิลอันนี้ดูจะสร้างภาระให้เขาไม่ใช่เล่นๆ!
มิน่า เมย์ถึงได้บอกให้เขาใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉิน
สกิลที่จะทำให้พวกเราชนะ!
“จำเอาไว้นะวิศนะ สกิลอันนี้ของนายเรียกว่าประจุมนตราทลายภูผา เป็สกิลที่จะรวบรวมพลังเวทมนตร์ที่นายเรียกขึ้นมารวมอยู่เป็จุดเดียวและโจมตีออกไปแต่ในกรณีของนายที่ยังไม่สามารถเรียกพลังเวทมนตร์ธาตุต่างๆออกมาได้ก็ให้ใช้ผลึกเวทมนตร์นี่เป็ตัวแปรของพลังแทนไปก่อน”
ภาพของเมษาวูบขึ้นมาในห้วงคิดทันทีเ้าหล่อนเคยพูดคำนั้นกับเขาตอนที่ยังอยู่ในตึกร้างนั่นโดยไม่ลืมย้ำนักหนาว่าสกิลโจมตีนี้เป็สกิลระดับ A ที่ไม่ใช่ว่าจะได้กันมาง่ายๆ
“แล้วมันต้องรวบรวมพลังนานแค่ไหน” เขาถามเสียงเครียด
“เื่นั้นมันก็แล้วขึ้นอยู่กับนายส่วนใหญ่เขาก็ใช้เวลาในการรวบรวมพลังกันแค่หนึ่งถึงสองนาทีก็ได้เื่แล้วแต่ในกรณีที่สกิลยังอยู่ในขั้นแรกเริ่มกับระดับเลเวลที่ยังต่ำอยู่ฉันจึงอยากให้นายเพิ่มความสามารถด้วยน้ำยาเบอร์เซิร์คขวดนี้”
“น้ำยาเบอร์เซิร์ค”
“ใช่แล้ว น้ำยานี่จะช่วยลดเวลาการใช้สกิลลงไป60/1 หน่วย อธิบายง่ายๆ ก็คือย่นระยะเวลาการใช้สกิลจาก 1 นาทีมาเป็ 1วินาทียังไงล่ะ นี่ยังไม่รวมกับการเพิ่มพลังโจมตีด้วยผลึกเวทมนตร์นั่นด้วยนะ”
“โห...ทำได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ!”
“ยิ่งกว่านั้นอีก ...นายลองคิดดูก็แล้วกันปกติสกิลนี้พอใช้เวลารวบรวมพลังเพิ่มเป็ 2นาทีความแรงของสกิลก็จะเพิ่มขึ้นมาสองเท่าแล้วแต่นี่ฉันจะลดระยะเวลารวบรวมพลังของนายลงด้วยน้ำยาเบอร์เซิร์ค...และให้เวลานายเพิ่มซักสามนาที แล้วลองคิดเล่นๆซิว่าจะเท่ากับสกิลปกติกี่นาทีกันเอ่ย”
“...180 นาที!”
“ถูกต้อง ความแรงของสกิลนี่มันจะมากขนาดไหนนะฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าไอ้บอสที่มีเืกว่า 15 ล้านนั่นถ้าเจอพลังโจมตีกว่า 180เท่าของนายเข้า มันจะยังหน้าด้านทนต่อไปได้มั้ย!”
“...แต่วิธีนี้มันเสี่ยง”
“ใช่มันเสี่ยง ฉันถึงต้องยกให้นี่เป็แผนบีในกรณีที่มีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไง”
แล้วภาพในอดีตสิ้นสุดลง...
พร้อมกับก้อนพลังในมือของวิศนะที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากตอนแรกที่มีขนาดเท่าลูกปิงปอง ตอนนี้กลายเป็ขนาดเท่าลูกฟุตบอลไปแล้ว!
“ยังไม่ถึงสามสิบวินาทีเลยด้วยซ้ำเพิ่มขนาดได้เร็วจังแฮะ” วิศนะกัดฟันพูดด้วยสีหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวเพราะนอกจากขนาดที่เพิ่มขึ้นแล้วน้ำหนักที่ตัวเขาต้องแบกรับเอาไว้ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันยามนี้ร่างสูงจึงต้องยกก้อนเรืองแสงนั่นขึ้นมาถือเหนือศีรษะด้วยพลังเกือบทั้งหมด
“เรนนี่ช็อต!”
ลงมาทางด้านล่าง จุดตะลุมบอนที่หนักที่สุดเรียกเสียงะเิโครมครามอย่างรุนแรงลำแสงจากปากกระบอกปืนของเมษาแตกตัวออกไปเป็สิบๆ นัดก่อนจะตรงเข้าทำลายลูกไฟโนวาให้ะเิจนพินาศหายไปได้หลายต่อหลายตัว
“วรัญญา ขอน้ำยาเพิ่มพลังเวทหน่อยฉันใช้สกิลจนจะหมดเกลี้ยงอยู่แล้ว”
“นี่ค่ะ!” ผู้ช่วยส่งขวดน้ำยาสีฟ้าอ่อนไปให้เมษาอย่างรวดเร็วมือเรียวคว้าของเหลวนั่นมากระดกลงคอ ก่อนจะทิ้งขวดเปล่าลงพื้นแล้วยกอาวุธขึ้นโจมตีใหม่อีกครั้ง
“เรนนี่ช็อต!!”
ลำแสงอีกหลายเส้นวิ่งเข้าทำลายโนวาบนท้องฟ้าให้สลายไปอีกคราทว่าต่อให้เธอทำลายไปมากแค่ไหน พวกมันกลับเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้อีกด้วยความเร็วจนน่าใถึงตอนนี้ก็มีลูกบอลปีศาจปาเข้าไปถึง 80ลูกที่ผลัดกันบินโฉบลงมาจู่โจมสองสาวเป็ระยะๆ ร้อนถึงเมษาที่ต้องเหนี่ยวไกปืนมือเป็ระวิง!
“ยิ่งฆ่ามันก็ยิ่งโผล่ออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลย” วรัญญากล่าวด้วยเสียงเบาเกือบกระซิบ
“แล้วจะให้ทำไงล่ะ ขืนอยู่เฉยๆ ก็ได้ตายกันพอดี!”เมษาโต้กลับเสียงกร้าวพลางเหลือบตาไปมองลอร์ดอินเฟอร์โน่พบว่าตอนนี้มันเริ่มจะสะบัดโซ่พันธนาการของเธอออกมาได้บางส่วนแล้วใบหน้ารูปไข่ปรากฏรอยเครียดขึงขึ้นมาฉับพลัน
“ผนึกของฉันเหลือเวลาอีกไม่ถึง สองนาทีแล้ว...ป่านนี้อีตานั่นจะรวมพลังได้แค่ไหนก็ไม่รู้”
“คุณเมษาพอจะยิงะุล็อคตัวอินเฟอร์โน่ใหม่อีกทีได้มั้ยคะ”เมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว ั์ตาสีเทาก็เลื่อนไปสบชั่วครู่ก่อนเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น...
“ไม่ได้หรอก ดีเลย์ของมันมีมากตั้ง 30นาทีเชียวนะ ...แต่ฉันยังมีอีกะุอีกนัดที่พอจะช่วยเหลือหมอนั่นได้บ้าง”
“ถ้างั้นก็จัดการเลยสิคะ”
“ต้องรอให้มันหลุดออกมาก่อนฉันใช้สกิลนี้ซ้อนกับอันเก่าไม่ได้!”
“ถ้างั้นตอนนี้ฉันจะคุ้มกันให้เองคุณเมษาเก็บะุไว้รอใช้ตอนนั้นเถอะค่ะ” คำกล่าวของหญิงสาวเรียกสติให้คนกำลังเหนี่ยวไกกราดไม่เลี้ยงให้ฉุกคิดขึ้นมา
มันก็จริงอยู่หรอกแต่พอเห็นจำนวนที่ดาหน้ากันเข้ามามากมายเป็คันรถแบบนี้นอกจากยิงสกัดแล้วจะป้องกันได้ยังไงเล่า!
หรือว่า...?
“เธอมีสกิลป้องกันด้วยเหรอ” เมษาถามขึ้นในที่สุด
“มีค่ะ”วรัญญาตอบพลางคลี่ยิ้ม ว่าแล้วเธอก็หยิบน้ำยาเพิ่มพลังสีดำออกมา
Potion Barrier <น้ำยาอาคมเื>
พริบตาที่ขวดน้ำยาในมือของวรัญญาหายไปก็ปรากฏโดมสีขุ่นขนาดใหญ่พอดีตัวของทั้งคู่มาโอบล้อมบรรยากาศภายนอกเอาไว้
“ท่านี้จะช่วยสร้างโล่ป้องกันการโจมตีได้ทุกชนิดค่ะส่วนพลังป้องกันของโล่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำยาเพิ่มพลังเมื่อครู่ฉันได้ใช้แบล็คโพชั่นไป น่าจะทนได้นานกว่า 3 นาทีอยู่”
ตูม!!!
ขาดคำก็มีร่างของโนวาตัวหนึ่งบินตรงเข้ามากระแทกใส่เกราะป้องกันที่ว่านี่จนเปลือกนอกกระเทือนทว่าดูเหมือนความทนทานของโล่โปรงแสงนี่จะคงทนสมคำโฆษณาเพราะพวกเธอไม่ได้รับาแจากแรงะเิเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย
“ยอดมาก วรัญญา” เมษายิ้มได้ครู่เดียวก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าใหม่เมื่อเห็นว่าบอสอินเฟอร์โน่เพิ่งจะกระชากสายโซ่อีกชิ้นขาดกระจุยเสียงคำรามดุดันดังขึ้นในเวลาต่อมา ดวงตาสีเืวาวโรจน์ขณะแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าราวกับรู้ว่าศัตรูคู่อาฆาตกำลังสร้างเวทีต่อสู้ด่านสุดท้ายอยู่บนนั้น!
“แย่ล่ะสิ มันรู้แล้วว่าหมอนั่นยังไม่ตาย” เมษาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาราวกับกระซิบ
“ถ้าอย่างนั้นทำไมมันถึงไม่ส่งเ้าลูกไฟพวกนี้ขึ้นไปจัดการกับคุณวินเซนต์ละคะ”
“เพราะรู้ว่าถึงส่งไปก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดีน่ะสิมันเลยเลือกที่จะจัดการกับเราดีกว่านอกจากจะกันไม่ให้เราสองคนเข้าไปยุ่งแล้วยังได้สู้ตัวต่อตัวกับเ้าหมอนั่นสมใจอยากอีกต่างหากวุ้ย...บอสตัวนี้ฉลาดเป็บ้า!”
มือปืนสาวอธิบายพลางขบกรามแน่นดวงตาคู่โตกวาดมองเหล่าลูกบอลเพลิงตรงหน้าด้วยสีหน้าหงุดหงิดใจ
ตอนนี้เธอทำได้แค่ประวิงเวลาออกไปเท่านั้นหากวิศนะเป็ฝ่ายแพ้...รับรองว่าพวกเธอเองก็คงหนีเ้าลูกไฟนับร้อยนี้ไม่รอด
สุดท้าย...ตัวแปรของศึกครั้งนี้ เห็นทีคงต้องฝากไว้กับการโจมตีครั้งสุดท้ายของวิศนะเท่านั้น!
โฮกกกกกกกกก~~~~~~!!!
และแล้วสายโซ่ชิ้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลงลอร์ดอินเฟอร์โน่กู่เสียงคำรามก้องอย่างยินดีราวกับรอคอย่เวลานี้มาแสนนานก่อนจะกางปีกัทั้งสองข้างออกจนเกิดเสียงดังพรึบ
“มันหลุดแล้ว”เมษาร้องลั่น “บ้าจริงยังถ่วงเวลาให้หมอนั่นได้ไม่ถึงสองทีด้วยซ้ำ” สิ้นคำเธอก็หันปากกระบอกปืนไปยังเ้าปีศาจร่างใหญ่นั่นอีกครั้ง
ถึงจะถ่วงเวลาได้แค่นี้...ยังไงเธอก็ขอช่วยให้วิศนะได้เปรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน!
Slow Shot <สโลว์ช็อต>
สโลว์ช็อต * ะุโจมตีพิเศษที่จะลดความเร็วของศัตรูลงไปสองเท่าและทำให้ประสาทััต่างๆ ของศัตรูลดน้อยลงตามไปด้วย!
ลำกล้องปืนของเมษาส่องแสงสว่างจ้าอีกครั้งขณะเล็งไปยังเป้าหมายที่เพิ่งเริ่มกระพือปีกเตรียมตัวทะยานออกบิน เป้าหมายตัวใหญ่ออกอย่างนี้ยังไงเธอก็โจมตีไม่พลาดหรอก เธอคิดในใจ ก่อนเหนี่ยวไกปืนในมือด้วยความรวดเร็ว
ปัง!
ลำแสงสีแดงพุ่งตัวเป็สายออกจากปลายวัตถุสีขุ่นจนเกิดแรงสะท้อนกลับเสียจนร่างบางเซถลาวูบสายเล็กบางวิ่งตรงเข้าหาศัตรูตรงหน้าได้อย่างเฉียบคมแต่ทว่า...มันกลับพลาดเป้าหมายไปอย่างน่าเหลือเชื่อ! ชั่ววินาทีที่ะุเวทจะเคลื่อนตัวถึงร่างของลอร์ดอินเฟอร์โน่ลูกไฟโนวาตัวหนึ่งก็โผบินเข้ามาขวางในระดับสายตารับผลกระทบของสกิลนั้นเข้าไปเต็มๆ!
“บ้าจริง!” เมษาสบถลั่นรีบชักะุใหม่อย่างร้อนใจ
“เร็วเข้าสิคะ คุณเมษา”
“ฉันก็กำลังรีบอยู่นี่ไง!” คนเคยใจเย็นอยู่เสมอลืมตัวตะคอกกลับดื้อมือสั่นระริกถูกยกขึ้นเทปลอกสังกะสีออกตั้งท่าจะโจมตีออกไปใหม่อีกครั้งหากแต่ไม่ทันการ...ร่างสูงั์ของัสีแดงได้โผบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเสียแล้วั์ตาสีเทาจ้องมองภาพเบื้องหน้าแล้วได้แต่นึกเป็ห่วงอีตาคนกวนบางคน
สิ่งทำได้ตอนนี้คงเหลือแค่ภาวนาแล้วเท่านั้นจริงๆ
“นายห้ามแพ้เชียวนะ!!!”
“มันมาแล้วค่ะ นายท่าน!” เสียงเตือนของจินนี่ทำให้วิศนะเม้มปากแน่น
“บ้าจริง ถ่วงได้ไม่ถึงสองนาทีหรือเนี่ย”เขาสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ขณะเงยหน้าขึ้นไปมองลูกพลังที่กำลังลอยอยู่เหนือร่าง
“บางทีไม่ต้องรอถึงสามนาทีก็น่าจะใช้ได้แล้วมั้ง”แค่นเสียงแ่เบา พลางฉีกยิ้มเจื่อน เมื่อเห็นว่าก้อนกลมๆที่รวบรวมสมาธิสร้างขึ้นมานานเกือบสองนาทีได้ขยายใหญ่เสียจนน่ากลัว
ใช่ ...เริ่มจากขนาดเท่าลูกปิงปอง ต่อจากนั้นก็กลายเป็ลูกฟุตบอล
แล้วไหงมันถึงได้ใหญ่เท่าลูกบอลลูนได้วะเนี่ย!!
ประจุพลังขนาดั์ที่ลอยอยู่เหนือร่างของวิศนะทิ้งน้ำหนักมหาศาลให้เขาต้องแบกรับไว้จนตัวสั่นงันงกพอดวงตาสีน้ำตาลทองเล็งเห็นร่างอริแต่ปางก่อนกำลังแยกเขี้ยวบินตรงเข้ามาหาพร้อมแสงไฟเข้มข้นหมุนวนเป็ลูกบอลอยู่ในปากแล้วก็ต้องชักหน้าหงิก
บ้าจริง มันคิดจะพ่นไฟใส่ ทำไงดีจะปิดปีกมารดูดพลังก็ไม่ได้ซะด้วย ไม่งั้นถึงเขาไม่โดนไฟนั่นคลอกตายก็ได้ดิ่งหัวโหม่งโลกดับอนาถเหมือนกันอยู่ดี
หนอย...ฉลาดนักนะแก ตอนสู้กันเมื่อกี้ไม่ยักยอมปล่อยไฟทีตอนนี้ล่ะเพิ่งมานึกอยากพ่น!
“อีกสิบวินาทีจะเข้าถึงจุดปะทะแล้วค่ะ”
“เข้าใจแล้ว” วิศนะขบกรามแน่นท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด ความตื่นเต้นชนิดที่ไม่อาจหาััได้ในโลกแห่งความเป็จริงมันกลับทำให้ชายหนุ่มยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวนับเป็การเดิมพันครั้งสุดท้าย …ถ้าเขาโดนไฟนั่นคลอกทุกอย่างที่ผ่านมาก็เป็อันจบ แต่ถ้าเขาหลบท่าไม้ตายนั่นได้...รับรองว่าเ้าัเถื่อนนั่นเตรียมตัวจองศาลาไว้ได้เลยเช่นเดียวกัน!
แค่คิดความตื่นเต้นก็ทำให้ร่างกายมันสั่นสะท้านไปหมด
“ได้ระยะที่กำหนดแล้วค่ะ”
AI สาวเอ่ยขึ้นให้สัญญาณส่งให้วิศนะสูดหายใจเข้าเต็มปอด
“มาเจอกันสักตั้งหน่อยเป็ไง ไอ้จิ้งเหลนไฟนรก!”สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ขว้างวัตถุอย่างหนึ่งออกไปด้านหลังก่อนจะใช้ของชิ้นนั้นเป็ฐานในการใช้สกิละโไกลถีบตัวพุ่งข้างหน้า!
“ปลดปล่อยพลัง ประจุมนตราทลายภูผา และปีกเพลิงมารอัคคีเต็มพิกัด!!!”
ขาดคำร่างกายของวิศนะก็พลันส่องแสงสว่างจ้าปีกเพลิงมารอัคคีถูกเผาผลาญอย่างรุนแรงเพื่อปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่จนเขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงถึง600 กม./ชั่วโมง
วิศนะกัดฟันแน่น พลันสมองของเขาเกิดความรู้สึกปวดแปลบแปลกๆเหมือนยามก่อนหน้านี้อีกครั้ง
สัญชาตญาณส่วนตัวเริ่มทำงานเต็มประสิทธิภาพแล้ว!
เมื่อทั้งคู่ก็เคลื่อนกายเข้ามาถึงจุดปะทะ ห้วงเวลารอบๆตัวของวิศนะก็เริ่มหมุนช้าลงอีกครั้งคลองจักษุฉายภาพสโลว์โมชั่นของบอสปีศาจอัคคีค่อยๆ อ้าปากหมายจะพ่นไฟบรรลัยกัลป์ใส่เขาดับดิ้นในคราวเดียวทว่าน่าแปลกใจนักที่ยามนี้เขากลับไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามใบหน้าเกลี้ยงเกลากลับเหยียดรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ
“ถึงฉันจะเป็ผู้เล่นใหม่แต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะเว้ยไอ้คุณลอร์ดจิ้งเหลน!” เสียงกวนประสาทว่าทิ้งท้ายก่อนลำแสงบาดตาจะสว่างวูบขึ้นในชั่ววินาทีต่อมา ประกายเจิดจ้าสะท้อนเข้าใส่ดวงตาสีเืของมันตรงๆจนลอร์ดอินเฟอร์โน่ต้องส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างทรมาน
ะเิแสงนั่นเอง!
แม้จะเป็มอนสเตอร์ที่มีดีกรีความฉลาดมากสักเพียงไหนก็คงไม่สามารถคาดคิดได้ว่าทุกการกระทำของวิศนะล้วนเกิดจากการวางแผนอันแยบยลที่เ้าตัวแทบจะตีลังกาคิดเป็สิบๆรอบ ตลอด่ระยะเวลารอกว่าสองนาทีนั่นเอง
เป็การวัดดวงที่สัมฤทธิ์ผลเมื่อบัดนี้เ้าบอสหายนะได้ตาบอดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วจึงทำให้เปลวไฟปล่อยออกมาพลาดเป้าจนไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ให้แก่วิศนะได้เลย!
“ลาขาดล่ะนะ ไอ้คุณลอร์ด”
คำกล่าวสุดท้ายก่อนที่ลูกบอลเวทมนตร์ขนาดั์จะถูกโยนออกไปกระแทกร่างสูงใหญ่ของาาปีศาจอัคคีเรียกเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูให้ดังตามมาอีกระลอกทว่าการโจมตีของบุรุษตรงหน้ายังไม่จบ! วิศนะเร่งเครื่องปีกไฟของเขาให้ะเิพลังออกมาพร้อมกันในคราวเดียวร่างสันทัดลากสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้พุ่งดิ่งพสุธาตามมาด้วยความเร็วมากกว่า 600กม./ชั่วโมง แล้วเหวี่ยงมันทิ้งกับพื้นราบด้านล่างจนเกิดเสียงถล่มทลายให้สะท้านไปทั่วพื้นดิน
ตูม!!!!!
125,000,000 !!!