“หยุดนะ!! นั่นเ้ากำลังจะทำอะไรคนของข้า!!” น้ำเสียงอันแข็งกร้าวดังกังวานที่หน้าประตู ทำเอาชางไห่ถึงกับสะดุ้งใหันมามองเ้าของเสียง ภาพที่เห็นคือเฉินเซี่ยยืนจ้องนางตาเขม็งราวกับจะฉีกเนื้อนางเป็ชิ้นๆ
“ข่ะ..ข้าหรอ…ข้าไม่ได้จะทำอะไร อุ่บ…..” ชางไห่ ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค เ้าของเสียงก็พุ่งตรงเข้ามาบีบคอนาง แล้วผลักเข้ากำแพงโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว
“พอมีแรงขึ้นมาหน่อย เ้าก็เริ่มแผลงฤทธิ์อีกแล้วล่ะสิ ข้าคิดผิดจริงๆที่เลือกช่วยสตรีร้ายกาจเช่นเ้า”
“เฉิน..เซี่ย…ข้า..เจ็บนะ..อะเเค่กๆๆ”
“เ้าน่ะหรอรู้จักเจ็บ แล้วตอนเ้าตีหลิงๆล่ะ นางเจ็บไม่เป็หรือไง!!” เมื่อเห็นว่าเื่กำลังบานปลายหลิงหลิงรีบแก้มัดตนเอง คลานเข้ามาหมอบกราบเฉินเซี่ยเพื่อหวังจะอธิบายเื่ทุกอย่าง
“เอ่อ.. คุณชายเ้าค่ะ คือว่าข้าไม่……”
“เ้าไม่ต้องพูดแก้ตัวอะไรแทนนางแล้ว ดี!! ในเมื่อเก่งขนาดนี้ก็ให้นางอยู่คนเดียวไปเลย หลิงๆเ้ากลับไปตำหนักข้า ปล่อยให้นางดูแลตัวเอง!!”
“แต่คุณชายเ้าคะ คุณหนูหลี่..นางกำลัง…..”
“นี่คือคำสั่งของข้า!!! ต่อไปนี้ถ้าข้าไม่ได้สั่ง ห้ามใครเข้ามาในจวนของนางอีก!!” เฉินเซี่ยสบัดมือออกจากคอของชางไห่ทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของนางเหวี่ยงไปโดนเข้ากับเหลี่ยมเก้าอี้ ชางไห่ใช้มือกุมที่หน้าผากข้างซ้ายพบว่ามีเืไหลออกมา นางมองหน้าเฉินเซี่ยด้วยสายตาที่ตัดพ้อและงวยงงว่านางเคยไปทำอะไรให้เขานักหนา ทำไมเขาถึงต้องทำกับนางเช่นนี้
“เฉินเซี่ย…ข้าทำอะไรผิดหรอ ทำไมท่านถึงต้องทำกับข้าขนาดนี้?”
“เืออกแค่นี้ เ้าทนไม่ได้อย่างนั้นหรอ ทีตอนเ้าทำกับหลิงหลิงจนนางเกือบตายล่ะ เ้าเคยขอโทษนางบ้างหรือเปล่า”
“ข้าไม่รู้ว่าท่านจะเชื่อข้าไหม แต่ข้าไม่เคยทำร้ายสาวใช้ผู้นี้เลย เพราะข้ากับนางไม่เคยมีเื่บาดหมางใจกันมาก่อน ข้าไม่ได้…….”
“ข้าเห็นกับตา ว่าเ้าเป็คนทำร้ายนาง เ้ายังจะแก้ตัวอะไรอีก!!! เสียแรงที่ข้าช่วยชีวิตจิ้งจอกอย่างเ้าไว้!! ข้าคิดผิดจริงๆ!! ิคัง! พาตัวหลิงหลิงออกไปและอย่าให้ใครเข้ามาในจวนจิ้งจอกนี่อีก!!” เฉินเซี่ยเดินจากไปโดยไม่หันมาชายตาแลนางเลย เขาดูไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้นางจะร่างกายอ่อนแอหรือาเ็อยู่ ิคังพาตัวหลิงๆไปทำให้ในจวนตอนนี้เหลือแค่ชางไห่คนเดียวแล้ว นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยุงตนเองขึ้นมานั่งที่เตียงพร้อมกับใช้เเขนเสื้อของนางซับเืที่หน้าผากไว้ ชางไห่เอาเเต่นั่งร้องไห้ตัดพ้อกับชีวิต ในตอนนั้นเอง ภาพสมัยเด็กก็วนเวียนเข้ามาในหัวของนาง นางวิ่งเล่นอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างและนางก็หกล้มหัวเข่าแตก ในตอนนั้น แม่ของนางก็วิ่งเข้ามาช่วยเหลือ แม่ของนางอุ้มนางมาปลอบขวัญ ให้กำลังใจและทำแผลให้อย่างอ่อนโยน จากนั้นพ่อของนาง ก็เข้ามาให้กำลังใจนางอีกคน โดยการลูบหัวเบาๆด้วยความรักและซื้อของขวัญให้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกเจ็บเหลือเกิน พวกท่านอยู่ที่ไหน รีบมาช่วยลูกที ชีวิตลูกมันช่างน่าสมเพชจริงๆเ้าค่ะ ฮือฮือ…(สะอึกสะอื้น)” ชางไห่ซับเืไว้แบบนั้นจนกระทั่งตัวนางเผลอหลับไปโดยที่ไม่ได้ทำแผลเลย กระทั่ง เวลาผ่านล่วงเลยไปชางไห่รู้สึกตัวขึ้น นางก็พบว่าในห้องมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป เบื้องหน้าของนางนั้น มีสำรับอาหารกับยาหนึ่งถ้วยตั้งไว้และที่สำคัญจอนนี้แผลของนางก็ถูกพันผ้าและทำแผลเสร็จแล้ว โดยที่ภายในห้องยังคงว่างเปล่าไร้วี่แววของคนอื่น
“ข้าว ยา แผลของข้า…ใครกันที่ทำเช่นนี้?” ชางไห่มองไปรอบๆด้วยความแปลกใจแต่ก็ไร้ข้อกังขา เนื่องจากร่างกายนางยังคงอ่อนแอมากจึงทำให้นางลุกไปกินข้าวไม่ไหว นางได้เเต่นอนมองสำรับอยู่แบบนั้นจนกระทั่งตกดึก ภาวะการหิวเริ่มคุกคามอย่างหนักทำให้นางไม่มีทางเลือก ชางไห่พยายามจะพยุงตัวเองลุกขึ้นมากินข้าว เเต่ในตอนนั้นเองนางก็ดันพลาดไปเหยียบชายผ้าห่มจนลื่นล้มข้อเท้าเคล็ด ชางไห่เ็ปมากถึงขั้นร้องไห้ เเต่ตอนนี้ความหิวมันมากกว่าความเจ็บนางจึงพยายามตะเกียกตะกายคลานไปที่สำรับอาหาร นางจัดการกินอาหารจนหมด เพราะวันนี้ทั้งวันนางยังไม่ได้ทานอะไรเลย ชางไห่กินข้าวจนหมดเเต่ไม่มีน้ำดื่ม นางจึงตัดสินใจกินยาต้มแทนน้ำไป เมื่อกินอิ่มแล้วนางพยายามจะคลานกลับไปที่เตียงเเต่ทว่าร่างกายของนางมันกลับทรยศนางเข้าให้แล้ว เพียงเเค่นางคิดจะขยับนิดเดียวมันก็เจ็บจี้ดเข้าไปถึงกระดูกแล้ว วินาทีนั้นชางไห่รู้สึกสมเพชกับร่างกายของตัวเองในตอนนี้มาก ในตอนนั้นนางคิดว่าหากนางคลานไปที่เตียงไม่ไหว นางก็จะขอนอนมันตรงพื้นนี่แหละ ขณะที่กำลังจะล้มตัวนอนลงก็ได้มีมือหนาๆเข้ามาช้องร่างของนางขึ้นและอุ้มไปนอนที่เตียง ด้วยความที่นางเคลื่อนไหวตัวยาก ในห้องของนางจึงยังไม่ได้จุดตะเกียง ทำให้นางไม่สามารถมองเห็นหน้าของคนที่มาช่วยนางได้
“ใครกัน เ้าเป็ใคร เข้ามาในนี้ได้ยังไง?” อีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เขาผลายมือไปทั่วทั้งห้องเพื่อจุดตะเกียงให้ไฟสว่าง ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของคนที่มาช่วยก็เผยให้นางเห็นอย่างเต็มตา ชางไห่นิ่งเมื่อเห็นหน้าคนที่มาช่วยเพราะไม่คิดว่า เขาคนนี้จะมาปรากฏตัวต่อหน้านาง…