วิถีที่ ๑๐ ปะทะจ้าวหุบเขาผาดำ
เสียงตวาดดังก้องออกมาดังลั่นจนผู้คนต่างพากันเอามืออุดหู ผิดกับหลงไป๋ที่ยังคงยืนเด่นสง่าไม่ไหวติงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า เพียงไม่กี่อึดใจ บริเวณหน้าประตูก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา ตรงกลางยืนเด่นไว้ด้วยชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี ด้านข้างมีเสี่ยวซานที่ยืนทำสีหน้าเยาะเย้ยประหนึ่งหลงลืมสภาพของตนเองตอนนี้ที่ใบหน้าบวมเป่งไม่ต่างจากลูกโป่งถัดออกไปมีชายชราอีกสามคนยืนมองหลงไป๋ด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“ใครกันที่บังอาจทำร้ายลูกชายข้า” คนถามเหมือนไม่ได้้าคำตอบเนื่องจากตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่อยู่ด้านหน้าของเขา ั้แ่แรกหลงไป๋ก็ได้ให้จางเยว่ไปหลบอยู่ด้านหลังพร้อมกับชายชราแล้ว สองมือของเ้าหุบเขากำแน่น ลูกชายที่มันรักดั่งดวงใจ ถูกทุบตีประหนึ่งสุกรข้างทาง มีหรือที่มันจะไม่พอใจ จ้องมองไปยังใบหน้าของตัวต้นเหตุที่ยืนยิ้มหน้าระรื่น ยิ่งทำให้มันมีโทสะ
เสี่ยวหยวนปิง นับเป็คนที่มีฝีมือกล้าแข็งที่สุดในหุบเขาผาดำแห่งนี้ มีอิทธิพลอยู่เหนือผู้ใดมานับสิบปีมิคาดกลับถูกกระตุกหนวดเสือต่อหน้าต่อตา ใครกันเล่าที่จักสามารถยอมได้
“เป็ข้าแล้วจะทำไม ตาแก่ ส่งสมุนไพรในบ้านของเ้าออกมา ข้าไม่ว่างที่จะคุยกับเ้านานนักหรอกนะ”
ยิ่งเห็นหลงไป๋ทำท่าแบมือขอสิ่งที่ตนเอง้าประหนึ่งไม่เห็นหัวตนยิ่งเพิ่มไฟแค้นในอกของเสี่ยวหยวนปิงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“บัดซบ! เพียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเ้ากลับทำท่าทีเยี่ยงอันธพาล บังอาจเสียมารยาทต่อท่านจ้าวหุบเขา วันนี้หากไปทุบตีเ้าให้หลาบจำ อย่ามาเรียกข้าว่าเหล่าเจา!” ชายแก่ชุดดำร่างผอมเกร็ง ถลึงตาใส่หลงไป๋ แววตาแฝงแววอำมหิตชัดเจน มันพุ่งร่างเข้าใส่หลงไป๋ด้วยความรวดเร็วทันที
มือที่แห้งเหี่ยวเกร็งแกร่งเป็ดังตะขอ พุ่งเข้าใส่ลำคอของหลงไป๋ด้วยความเร็วยิ่ง เขาเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าร่างใบ้ไม้ไหวทำให้สามารถหลุดรอดจากกรงเล็บของเหล่าเจาไปได้อย่างไม่ยากเย็น แต่มีหรือที่ชายชราจะยอม มันขยับร่างตามไปยังหลงไป๋อีกครั้ง ก่อนจะหมดตัวแล้วซัดฝ่ามืออกไป
“เ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้าจะทำให้เ้าได้รู้พิษสงของกรงเล็บอินทรี!” ชายชราวาดแขนออกไปใส่หลงไปอย่างดุดันแต่ละกรงเล็บที่จู่โจมออกไปล้วนแล้วแต่เล็งจุดตายทั้งสิ้น แม้กระนั้น มันก็ยังทำอะไรชายหนุ่มตรงหน้าที่พลิ้วร่างหลบไปมาด้วยท่วงท่าแปลกประหลาดไม่ได้สักที เวลาผ่านไปจนบัดนี้ แผ่นหลังของชายชรานั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ ต่างจากศัตรูตรงหน้าที่มีท่าทีสบายๆ ยิ่งเห็นยิ่งสร้างความขัดใจให้กับชายชรา เร่งโหมจู่โจมออกไปให้รุนแรงกว่าเดิม
ทางฝั่งหลงไป๋ที่ยังไม่ลงมือเพราะว่าเขาอาจจะรู้ให้แน่ชัดเสียก่อนว่าขุมกำลังของจ้าวหุบเขานั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด การที่ต่อสู้โดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝั่งตรงข้ามเลย คงมีเพียงความตายที่เฝ้ารออยู่ที่ปลายทางเท่านั้น ตลอดมาหลงไป๋จึงได้พลิ้วร่างหลบชายชรามาตลอด ตอนนี้เขาคิดว่าเข้าได้ข้อมูลมามากพอแล้ว
ดูจากการโจมตีของเหล่าเจา ที่แม้ไม่ได้รุนแรงมากแต่รวดเร็วยิ่ง อีกทั้งอานุภาพที่กระจายไปรอบๆ ก็มิได้อ่อนด้วยแต่อย่างใด หลงไป๋ที่พลิ้วร่างไปมาจู่ๆ ก็ทะยานร่างเข้าใส่เหล่าเจาอย่างกะทันหัน ทำเอาเหล่าเจานั้นถึงกับมือปัดป่ายไปมาด้วยความใ
หลงไป๋อาศัยจังหวะที่เหล่าเจาลนลานอยู่ซัดฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกของเหล่าเจาอย่างแรง ชายชราตาโตด้วยความใก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นมากั้น
ฝ่ามือนั้นได้อย่างท่วงที จากนั้นจึงะโถอยฉากออกไปด้านหลัง เหงื่อเม็ดโตหลั่งขึ้นเต็มหน้าผาก หัวใจของชายชราเต้นระรัวด้วยความตระหนก
“เป็อะไรไปละ ไหนว่าจะสั่งสอนข้ามิใช่หรือ เหตุใดถือถอยไปเสียไกลแบบนั้น” หลงไป๋ทำหน้าอมยิ้มส่งสายตายียวนไปยังเหล่าเจา
“เ้า...!!”
เหล่าเจากัดฟันแน่น ตัวมันไม่เคยต้องถูกดูิ่เช่นนี้มาก่อน มีเพียงจ้าวหุบเขาเท่านั้นที่มันยินยอมสิโรราบ หาใช่เมื่อวานซืนเช่นหลงไป๋ ชายชราสูดหายใจเข้าออกยาวลึก อย่างช้าๆ สายตาของคนชรากลับกลายเป็มั่นคงอีกครั้ง เป็เพียงเขาประเมินหลงไป๋ไว้ต่ำเกินไปจึงพลาดพลั้งเสียที เหล่าเจาค่อยออกเดินไปอย่างช้าๆ แขนทั้งสองข้างกางออกพร้อมกางกรงเล็บที่แผ่ขยายดั่งกรงเล็บปีศาจ ไอหมอกสีดำค่อยๆ ล่องลอยออกจากร่างของมันอย่างช้าๆ เพียงระยะไม่กี่ก้าวจากไอหมอกเบาบาง บัดนี้กลับข้นคลักราวกับน้ำหมึก ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
เสี่ยวหยวนปิงหันไปสบตากับชายชราอีกคนที่เหลือ มันพยักหน้าอย่างรู้งานก่อนที่จับร่างของเสี่ยวซานทะยานออกไป จ้าวหุบเขาเสี่ยวหยวนปิงหันกลับมามองชั่วครู่ก่อนจะทะยานร่างตามชายชราคนก่อนหน้าไป ชาวบ้านที่เคยแอบชมการต่อสู้อยู่ล้วนอันตรธานหายไปสิ้นเหลือเพียงจางเยว่ที่ร้องะโบอกหลงไป๋เสียงดังก้องด้วยความตื่นกลัวว่า
“ระวัง! มันกำลังจะกลายเป็ปีศาจ!!!”