เซียวหยุนและฉิงยี่แม้จะไม่แน่ใจว่าหญิงสาวได้กินยาพิษลงไปจริงหรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามเกลี้ยกล่อมหาทางจะพานางไปโรงหมอ แต่หญิงสาวยังคงกำมีดจ่อลำคอตนเองเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ จนในที่สุดเซียวหยุนก็ไม่กล้าเสี่ยง ส่งให้ฉางเฟิงเร่งนำรถม้าออกไปรับเซียวซ่งในทันที
“อาเฟิง บอกเขาว่าเป็นคำสั่งของข้า อาซ่งต้องรีบกลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่ให้ขัดคำสั่งโดยเด็ดขาด” เซียวหยุนออกคำสั่งใจคอไม่ดี อย่างไรหญิงสาวก็เป็นสะใภ้ของเขาแล้ว ระยะหลังนางก็ทำดีมาตลอดไม่รู้ว่าจู่ๆ จะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างไมมีปี่มีขลุ่ย
ชุ่ยอิงที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ลอบกำมือเอาไว้จนแน่น ยาพิษที่นายท่านใหญ่ให้ผิงจินเยว่มานั้น มียาแก้พิษอีกเม็ดหนึ่งซุกซ่อนอยู่ที่ช่องลับที่นางเย็บติดไว้ที่สายรัดเอวของผิงจินเยว่ แต่ในสถานการณ์ที่คุณชายรองเซียวซ่งยังมาไม่ถึง นางจะไม่ยอมกินยาถอนพิษก่อนโดยเด็ดขาด นอกเสียจากจะมั่นใจแล้วว่าเซียวซ่งจะไม่มาจริงๆ ทุกลมหายใจของนายหญิงของนางยังคงแขวนเอาไว้กับเส้นด้าย หากทันการณ์ก็รอด หากไม่ทันก็ม้วย นางทุ่มเทสุดชีวิตโดยแท้จริงเพียงเพื่อจะมัดใจคุณชายรองเอาไว้ให้ได้
นางและนายหญิงคำนวณเอาไว้แล้ว ระยะทางระหว่างเรือนกับร้านเครื่องเขียนสกุลเซียว ไปและกลับด้วยรถม้าจะใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วยามอย่างแน่นอน และคงจะดีถ้าหากว่าคุณชายรองเซียวซ่งจะมาถึงในช่วงที่ยาออกฤทธิ์ไปบ้างแล้ว จะได้กลับมาเห็นว่าภรรยาของเขาพูดจริงทำจริง
ทางด้านเซียวซ่งเมื่อได้รู้ความก็โมโหเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ผิดว่าหญิงสาวจะต้องหาทางก่อเรื่องอย่างแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะทำเรื่องเหลวไหลได้ถึงเพียงนี้ แม้ในใจจะลังเลว่านี่คงเป็นอุบายที่นางวางเอาไว้เพื่อให้เขากลับไปหานางในวันครบรอบวันเกิดของหญิงสาว แต่ในเมื่อบิดากำชับคำมาเช่นนั้นก็จำต้องกลับไปดูนางสักครั้ง
“ท่านลุงเฟิง ท่านอยู่เฝ้าที่นี่กับหลี่เฉียงแทนข้า เดี๋ยวข้าบังคับม้ากลับไปเอง” เซียวซ่งสั่ง
ที่เรือนพักของผิงจินเยว่ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน หญิงสาวเริ่มมีอาการของคนถูกพิษ นางเจ็บปวดในท้องและหายใจไม่สะดวก จนล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น แต่นางกลับไปยอมลดมีดที่ถืออยู่ในมือลงแม้แต่น้อย ดวงตาของนางจ้องเขม็งไปยังประตูเรือนอย่างรอคอย มุมปากเริ่มมีเลือดไหลออกมาและไออย่างรุนแรงอยู่หลายครั้ง
“เยว่เอ๋อร์ข้าขอร้องล่ะ เจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย เจ้าอยากได้อะไรบอกมา ข้ายอมเจ้าทุกอย่างแล้ว” เซียวหยุนสงสารลูกสะใภ้คนเล็กที่เห็นมาตั้งแต่เป็นทารกจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“ชุ่ยอิง ไปตามฉางผิงมาเร็ว ให้เขารีบมาช่วยจับนางไปส่งโรงหมอก่อน” ฉิงยี่รีบสั่งให้ชุ่ยอิงวิ่งไปตามบ่าวแซ่ฉางผู้เป็นบุตร ที่ยามนี้ต้องคอยเฝ้าอยู่ข้างกายเซียวซ่าน
“บ่าว..บ่าว..” ชุ่ยอิงกล่าวตะกุกตะกัก นางอยากอยู่ใกล้นายหญิงของนางให้มากที่สุด หากว่านายหญิงหยิบยาถอนพิษขึ้นมาไม่ทัน นางจะได้คอยอยู่ช่วยเหลือ
“ไปเดี๋ยวนี้ ชุ่ยอิง” ฉิงยี่รีบตะโกนสั่ง ตัวนางเองไม่มีบ่าวรับใช้ข้างกายเลยสักคน เวลานี้คนที่พอจะเรียกใช้ได้ก็มีเพียงชุ่ยอิงแล้ว
ผิงจินเยว่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความอ่อนแรง ร่างกายของนางทั่วทั้งตัวราวกับถูกน้ำร้อนลวกจนปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งร่าง นางพยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นจนนั่งพิงขอบเตียงเอาไว้ได้ และใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือมีด ค่อยๆ หยิบยาถอนพิษเอามากำไว้ในมือแน่น นางคิดคำนวณในใจดูเหมือนว่ายาพิษจะออกฤทธิ์เร็วเกินไป
‘อีกนิดเดียว อดทนไว้ผิงจินเยว่ อีกไม่นานแล้ว เจ้าจะเป็นฝ่ายชนะ’ หญิงสาวกล่าวกับตนเองอยู่ในใจ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาทั้งที่มีเลือดไหลออกจากปากจนเลอะมาถึงลำคอและหน้าอก ทำให้สีหน้าท่าทางของหญิงสาวดูน่าสยดสยองเกินบรรยาย
เมื่อฉางผิงวิ่งมาถึงเรือนของสะใภ้รอง เซียวหยุนก็ให้สัญญาณว่าพวกเขาจะจู่โจมเข้าไปหานางพร้อมกัน โดยเป้าหมายคือจะต้องแย่งมีดออกจากมือของนางให้ได้ เวลานี้ผิงจินเยว่ไม่ต่างอันใดกับคนเสียสติ พวกเขารอจนเซียวซ่งกลับมาถึงไม่ไหว
เรี่ยวแรงของหญิงสาวร่างแบบบางที่อ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ กอปรกับนางก็ไม่ได้คิดจะจ้วงแทงลำคอตนเองอยู่แล้ว จึงทำให้เซียวหยุนและฉางผิงดึงมือของหญิงสาวออกมาไว้ได้คนละข้าง ทางฉางผิงรีบแย่งมีดในมือของนางขว้างออกไปไกล ส่วนทางเซียวหยุนที่ไม่ได้มีเจตนา กลับทำยาถอนพิษในมือของลูกสะใภ้หล่นหายไปโดยไม่รู้ตัว
“มัดมือของนางเอาไว้ก่อนแล้วรีบพาไปโรงหมอให้เร็วที่สุด” เซียวหยุนร้องสั่ง
ผิงจินเยว่ที่เวลานี้ไม่สามารถกล่าวคำออกมาได้ เมื่อครู่การยื้อยุดของบุรุษทั้งสองทำให้นางต้องออกแรงมาก และยามนี้กำลังอาเจียนอย่างหนักหน่วง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พยายามส่งสายตาให้กับสาวใช้ของตนเองอย่างลนลาน
ชุ่ยอิงเห็นว่าสถานการณ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกนางคิดเอาไว้ เมื่อเห็นผู้เป็นนายอาเจียนออกมามีแต่เลือด ก็รีบวิ่งเข้าไปคลำหายาถอนพิษในสายรัดเอว สาวใช้สาวตกใจแทบจะสิ้นสติเมื่อหายาถอนพิษไม่พบ พยายามมองไปที่มือทั้งสองข้างของผู้เป็นนายก็ยังไม่เห็น แต่พอมองสบตาเข้ากับนายหญิง ก็เห็นผิงจินเยว่พยายามใช้สายตาบ่งบอกให้นางหาที่พื้น
“เยว่เอ๋อร์!!”
ในจังหวะนี้เซียวซ่งก็มาถึงเรือนและเข้ามาทันได้เห็นสถานการณ์วุ่นวาย รวมทั้งร่างที่ดูบอบช้ำและอ่อนแรงของภรรยาเข้าเต็มตา เขาวิ่งเข้ามาอุ้มนางด้วยหัวใจที่ราวกับจะฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ แม้แต่หายใจก็ยังไม่กล้าหายใจแรงกลัวว่าจะกระเทือนไปถึงหญิงสาว
ผิงจินเยว่ได้แต่พยายามทุบตีไปที่ร่างเขา นางจะไปจากห้องนี้ไม่ได้ ยาถอนพิษของนางตกอยู่ในห้องนี้!! แต่มีหรือที่เซียวซ่งจะหยุดตามที่นางคิด เขาอุ้มร่างเล็กก้าวออกจากเรือนไปได้สองสามก้าว เสียงสั่นของสาวใช้ชุ่ยอิงจึงได้ตะโกนขัดขวาง และหยุดทุกสิ่งให้ค้างนิ่งเอาไว้
“อย่าพานายหญิงออกไป!! บ่าวมียาถอนพิษ ยาถอนพิษตกอยู่ในห้องนี้เจ้าค่ะ!!” ชุ่ยอิงวิ่งไปคุกเข่าดึงชายเสื้อของเชียวซ่งเอาไว้
“พูดออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้!!” เซียวซ่งสะบัดเท้า ถึบร่างชุ่ยอิงให้พ้นออกจากตนเอง
“หายาถอนพิษให้นางก่อน แล้วบ่าวจะเล่าให้ฟังภายหลังเจ้าค่ะ” ชุ่ยอิงจ้องหน้าเซียวซ่งเขม็งอย่างไม่ยินยอม นายหญิงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนาง หากนายหญิงไม่รอด นางก็ไม่ขออยู่ต่อไปเช่นกัน
คนในสกุลเซียวไม่ได้หมายจะเอาชีวิตผิงจินเยว่มาตลอดอยู่แล้ว เมื่อนึกได้ว่าต้องหายาถอนพิษ ก็รีบคุกเข่าลง คลำหาเม็ดยากันจนทั่วห้อง
หญิงสาวถูกเซียวซ่งนำร่างขึ้นมานอนราบไว้บนเตียงนอน นางหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน น้ำตาไหลด้วยความหวาดกลัวจนจับใจ คาดหวังให้ทุกคนค้นหายาถอนพิษให้เร็วขี้นอีกนิด ท้องของนางเจ็บปวดราวกับมีคนมาบีบลำไส้เอาไว้ ลำคอแห้งผาก ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน ทั้งยังหายใจลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
……….
ผิงจินเยว่ค่อยๆ ลืมตาที่หนักอึ้งของนางขึ้นมาอย่างช้าๆ แสงที่สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่างสว่างจ้าจนนางต้องหรี่ตามองรอบกายได้อย่างลำบาก หญิงสาวมองเห็นห้องหับที่แปลกตาออกไป เครื่องเรือนที่เห็นแม้ว่าจะคุ้นตาแต่ก็เหมือนไม่คุ้นเคย
“น้ำ..” หญิงสาวเปล่งเสียงแหบแห้งออกมาอย่างยากเย็น นางกระหายน้ำมาก ลำคอของนางแห้งเนื้อตัวก็ร้อนรุ่มดังเปลวเพลิง
“นายหญิง ท่านฟื้นแล้ว นี่เจ้าค่ะน้ำ ท่านค่อยๆดื่มนะเจ้าคะ” ชุ่ยอิงที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ป้อนน้ำให้นายหญิงของตนอย่างระมัดระวัง
ผิงจินเยว่เหลือบตาขึ้นมองใบหน้าของสาวใช้อย่างตื่นตระหนก แต่เวลานี้นางต้องการน้ำ จึงรีบกลืนลงคอราวกับคนอดอยากไม่ได้ดื่มกินมาหลายวัน
“ขออีก” หญิงสาวยังคงร้อนผ่าวอยู่ในลำคอ
ชุ่ยอิงป้อนน้ำให้นายหญิงของนางไป 4 ถ้วย หญิงสาวถึงได้ทิ้งตัวลงนอนไปอีกครั้งอย่างอ่อนแรง เมื่อหลับตาเพื่อปรับสายตาอีกครั้ง นางจึงลืมตาหันหน้ามามองสาวใช้ข้างกายอีกครั้งอย่างมึนงง
ชุ่ยอิงยังไม่ตาย? อายุนางเท่าใดกันเหตุใดนางจึงยังเยาว์วัยอยู่? ที่นี่คือที่ใดกันแน่ นางไม่ได้ล้มป่วยด้วยโรคชรา และนอนอดข้าวอดน้ำรอวันตายอย่างเดียวดายอยู่ในเรือนร้างหลังจวนสกุลหวังหรอกหรือ?