ฉันนั่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ กลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยเข้ามานั้นทำให้ฉันหวนนึกถึงภาพในอดีต ครั้งแรกที่มาที่นี่ แต่มันนานมากแล้ว วันนี้ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้ง
สองมือไพร่หลังถูกมัดด้วยเชือก ดวงตาทั้งสองข้างนั้นถูกปิดไว้ด้วยผ้า ฉันจึงทำได้แค่ฟัง ฟังเสียงใครคนนั้นเดินตรงเข้ามายังที่แห่งนี้ เสียงฝีเท้านุ่มนวล กับของสิ่งหนึ่งกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องใส เสียงที่ฉันคุ้ยเคยดี นั่นคือชายผู้มีอำนาจที่สุด หวังจ้าว
ดวงตาที่มืดบอดได้มองเห็นอีกครั้งทันทีที่หวังจ้าวเข้ามาถึง ลูกน้องคนสนิทของเขาก็รีบกระตุกเปิดตาให้ฉัน ไม่ทันได้แหงนเงยมองคนตรงหน้า หวังจ้าวใช้ไม้เท้าในมือแตะที่หน้าฉันเบาๆ บังคับให้มองหน้าเขา แม้คนตรงหน้านี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่ฉันกลับรู้สึกหวั่นใจเพราะเื่บ้าๆที่เกิดขึ้น
“ฉัน…จะทำอย่างไรกับเธอดี” หวังจ้าวเอ่ยขึ้นก่อนยิ้มบางๆ แต่แววตาที่เริ่มฝ้าฟางคู่นั้นเหมือนกำลังวางแผนบางอย่าง เขาเลิกสนใจฉันก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟาตรงหน้า
หวังจ้าวในตอนที่ฉันสิบขวบกับตอนนี้ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว เขาเปลี่ยนไปมาก ผมขาวจนเป็เส้นแก้ว ผิวขาวเนียนนั้นเต็มไปด้วยกระ ร่างกายเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ความคิดคงเช่นกัน
เงินที่พ่อฉันโกงมามากมายนัก แต่เงินจำนวนนั้นยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ เช่นนั้นหากฉันคืนให้เขาตอนนี้ เขาจะพอให้อภัยได้รึเปล่า
“คุณอาคะ…หนูรู้ค่ะว่ามันผิด แต่ว่าเงินทุกบาทยังอยู่ครบ หนูคืนให้คุณอาได้เลยในตอนนี้…”ไม่ทันที่ฉันได้พูดจบ หวังจ้าวก็แทรกขึ้นมา
“มันง่ายขนาดนั้นก็คงดี แล้วตรงนี้ล่ะ”เขาว่าพลางเอามือทุบอกตัวเอง “มันรู้สึกแย่แค่ไหน หนูรู้มั้ย?”
ฉันนิ่งไปในทันที เท่ากับว่าเขาจะไม่ยอมรับเงินก้อนนั้นคืนงั้นเหรอ คงเป็แบบนั้น สมเป็คนตระกูลหวัง พ่อฉันยักยอกเงินก้อนนี้มานั่นเท่ากับว่าผิดจริง แล้วยังไงเขาจะฆ่าเราทิ้งซินะ
แต่ใครจะคิดว่าหวังจ้าวจะยื่นข้อเสนอให้ฉัน
“งั้นเอางี้ แต่งเข้าตระกูลหวังซะ” น้ำเสียงนั้นดูพอใจกับความคิดของตน เขาลูบไล้ไม้เท้าในมือก่อนจะเหลือบมองมาที่ฉัน
“คะ…?”…หมายความว่าไง จะให้ฉันแต่งเข้าตระกูล ชีวิตที่แสนจะสุขสบายและอิสระของฉันไม่ยอมมาติดคุกอยู่ในตระกูลหวังเด็ดขาด
“ไม่เหรอ…?” หวังจ้าวจ้องมองฉันตาไม่กระพริบ ก่อนจะลุกจากที่นั่ง เขาเดินตรงมาที่ฉันอีกครั้ง
ฉันแทบจะหยุดหายใจ ทันทีที่ลูกน้องคนหนึ่งส่งปืนให้หวังจ้าว ไม่ทันได้ตั้งตัวฉันก็ถูกชายชุดดำคนนั้นกระชากผมอย่างแรง ใบหน้าที่พยายามก้มต่ำมองพื้นมาตลอด จำต้องสบตาคู่นั้น …เขาจะฆ่าฉันจริงๆซินะ
หวังจ้าวจ่อปลายกระบอกปืนเข้าที่ขมับของฉัน ก่อนจะเอ่ยปากให้โอกาสฉันได้ตัดสินใจอีกครั้ง
“แต่งเข้าตระกูลหวังซะ”นั่นคือคำสั่งที่หากฉันคิดปฏิเสธ เขาคงยิงฉันทิ้งในทันที
“ฮรึก…” ฉันพยายามกลืนก้อนน้ำตาที่มันจุกแน่นในอก ชีวิตของฉันจบสิ้นแล้ว ร่างกายของฉันพยายามต่อต้านถึงที่สุด มันเกร็งไปหมดจนขยับตัวไม่ได้ รู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง แต่ไม่คิดเลยว่าั์ตาของฉันกำลังสั่นระริกด้วยความกลัว มันกำลังยอมจำนนง่ายๆ ฉันจำใจต้องทำตามที่เขา้าซินะ
“ดี…”
สิ้นเสียงนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด แจกันสีขาวสูงเกือบหนึ่งเมตรที่วางอยู่ทางซ้ายมือของฉันก็แตกกระจาย
“หากหนูคิดขัดขืนฉัน นัดต่อไปอาจจะเป็พ่อหนูก็ได้”
“หนูขอเจอพ่อได้มั้ย นะคะคุณอา”…ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพ่อฉันจะปลอดภัย ไม่แน่เขาอาจจะฆ่าพ่อฉันไปแล้ว มิตรภาพอันดีนั้นมันหายไปไหนหมด
“หากหนูไม่ดื้อกับฉัน เขาจะไม่ตาย ฮึๆ” หวังจ้าวหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินจากไปในทันที
ฉันเองก็ถูกชายชุดดำคนนั้นฉุดกระชากให้ลุกขึ้นยืน หมดแล้วเรี่ยวแรงทีมี เช่นเดียวกับชีวิตของฉันต่อจากนี้จะเป็อย่างไร ต้องใช้ชีวิตแบบไหน ต้องทนกับอะไร แล้วแต่จะสั่งเถอะ แต่หากเื่จะอยู่หรือตายฉันขอตัดสินใจเอง
ไม่ทันได้มองรอบๆตัวประตูลิฟต์ก็เปิดออก ชายผู้นี้พาฉันมายังชั้นสองของคฤหาสน์ มือหนาข้างนั้นจับต้นแขนฉันแน่นจนแทบจะแหลกคามือเขาอยู่แล้ว ก้าวไม่กี่ก้าวก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง
“นี่คุณ เจ็บนะ ฉันตกลงจะทำตามที่คุณหวังขอแล้ว ช่วยทำกับฉันเหมือนคนทั่วไปได้มั้ย!” ฉันมันคนปากดีที่หนึ่งเลยละ เมื่อกี้เกือบจะตายแท้ๆ ตอนนี้ยังมาแหกปากใส่ไอ้บ้านี่อีก ก็นะมาถึงก็เหวี่ยงฉันเข้าไปในห้อง ทันทีที่เข้ามารูปบนผนังนั้นดึงดูดความสนใจฉันที่สุดจนเผลอจ้องมองมันนานสองนาน เธอสวยจัง
“ผมชื่อหลิงเยว่”เขาใช้จังหวะนี้แนะนำตัว แม้จะไม่จำเป็เลยสักนิด “สวยใช่มั้ยครับ จริงๆนี่เป็ห้องของคุณนายหวัง” สิ้นเสียงนั้นฉันหันมามองหลิงเยว่ ท่ายืนของเขาสมกับเป็บอดี้การ์ดของหวังจ้าวจริงๆ สองเท้าแยกออกจากกันทรงตัวยืนได้ดี สองมือไพร่ไว้ด้านหน้ามือข้างขวากำข้อมือซ้ายไว้ เว้นเสียแต่สายตาคู่นั้นไม่มีชีวิตชีวาเลย
“คุณนายหวัง?”ฉันว่าพลางหันไปมองรูปบนผนังอีกครั้ง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าหวังจ้าวมีภรรยาด้วย งั้นฉันแต่งเข้ามาตำแหน่งไหน เมียรองเหรอ?
“ทำไมคุณอาถึงอยากได้ฉัน…เอ่อ ช่างเถอะ ถึงยังไงก็ต้องแต่งจะตำแหน่งไหน ไม่สำคัญหรอก พ่อฉันปลอดภัยก็พอ”
แต่เหมือนหลิงเยว่จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดออกมา เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย หลบสายตาคู่นั้นลงต่ำ ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจอะไรผิด” หลิงเยว่ว่าพลางเหลือบมองรูปบนผนังอีกครั้ง “คุณหวังรักคุณผู้หญิงมาก แม้ท่านจะจากไปนานแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นเลิกคิดนะครับว่าคุณหวังจะเอาเด็ก…อย่างคุณมาทำเมีย”
“ห๊ะ…?”…ผู้หญิงในรูปนี้ตายแล้วงั้นเหรอ ว่าแต่ถ้าฉันไม่ได้แต่งกับหวังจ้าว แล้วแต่งกับใครล่ะ?