หลังจากที่หลินหยูและหานหลินผ่านการทดสอบต่างๆ ไปด้วยกัน พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมในร่างกายทั้งคู่ การเดินทางที่ยาวนาน และอุปสรรคที่พวกเขาต้องเผชิญทำให้พวกเขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งในทางร่างกายและจิตใจ แต่ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมาย พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าไม่หยุด
“เรากำลังใกล้จะถึงจุดหมายแล้วใช่ไหม?” หานหลินถามหลินหยูในขณะที่ทั้งสองเดินผ่านป่าใหญ่ที่มีต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมเต็มไปหมด แสงจันทร์ที่ส่องผ่านพฤกษ์ทำให้แสงสีเงินสะท้อนลงบนพื้นดินที่มืดครึ้ม
หลินหยูมองไปข้างหน้า รู้สึกถึงความกดดันที่เข้ามาหาเธอมากขึ้น ทุกย่างก้าวที่พวกเขาก้าวไป เธอรู้สึกเหมือนกำลังเข้ามาใกล้ความจริงที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
"ข้าไม่แน่ใจ..." หลินหยูตอบเสียงต่ำ “แต่สิ่งที่เรากำลังจะเผชิญอาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเคยเจอในอดีต”
หานหลินมองไปยังหลินหยูด้วยสายตาที่มีความเข้าใจ "ไม่ว่าจะเป็อะไร ข้าจะอยู่เคียงข้างเ้าเสมอ"
หลินหยูเงยหน้าขึ้นมองหานหลินด้วยความรู้สึกซับซ้อนในใจ ความรักที่เธอมีต่อหานหลินยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้ดีว่าอนาคตของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่เทพธิดาจะรักกับมนุษย์นั้นถือเป็สิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ในโลกเทพ
เมื่อพวกเขามาถึงชายแดนของอาณาจักรที่ซ่อนอยู่ในป่าใหญ่ หลินหยูรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ พื้นดินเริ่มสั่นไหวและลมเริ่มพัดแรงขึ้น ทันใดนั้น เสียงดังจากมิติอื่นๆ ก็ได้สะท้อนเข้ามาในหูของพวกเขา
“หานหลิน...” หลินหยูพูดเสียงเบา ขณะที่เธอยืนนิ่งอยู่กลางป่า “ข้าได้ยินเสียง... มันเหมือนมีบางสิ่งที่กำลังตามหาเรา”
หานหลินมองไปยังหลินหยูด้วยความวิตกกังวล แต่ก็ยังคงจับมือของหลินหยูแน่น “เราไม่สามารถยืนอยู่ที่นี่นานเกินไป มันอาจจะเป็กับดัก”
หลินหยูพยักหน้าและเริ่มเดินต่อไปจนกระทั่งทั้งสองมาหยุดที่ประตูหินขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ้าของประตูมีสัญลักษณ์ที่เหมือนกับสัญลักษณ์ที่พวกเขาเห็นเมื่อหลายวันที่ผ่านมา
ทันใดนั้น เสียงเบาๆ จากด้านในประตูดังขึ้น
"หลินหยู... เ้าไม่สามารถหลีกหนีความจริงได้"
เสียงนั้นดังชัดเจนและทำให้หลินหยูรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่ไหลผ่านร่างกาย ร่างของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อย ขณะเดียวกันหานหลินก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
"เ้า... รู้จักข้า?" หลินหยูถามเสียงเบา ขณะที่เธอหันไปมองหานหลิน
หานหลินมองหลินหยูด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ "ใคร? ใครที่พูดถึงเ้า?"
ทันใดนั้น ประตูหินก็เริ่มเปิดออกเอง ร่างของชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด เขามีรูปร่างที่สง่างามและเต็มไปด้วยพลังลึกลับ ดวงตาของเขาส่องแสงอ่อนๆ ที่ดูเหมือนจะสามารถมองทะลุจิตใจของหลินหยูได้
"ข้าเป็ผู้ที่รู้จักเ้ามากที่สุด หลินหยู" ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงที่ทรงพลัง
หลินหยูรู้สึกถึงบางสิ่งที่สะท้อนในจิตใจ เธอไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน แต่บางอย่างในตัวเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงความคุ้นเคย ราวกับว่าเขาคือบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอในอดีต
“เ้าเป็ใคร?” หลินหยูถามเสียงแหบเบา
ชายคนนั้นยิ้มบางๆ และเผยให้เห็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความลึกลับ “ข้าเป็ความจริงที่ซ่อนอยู่ในความมืด ความจริงที่เ้าหลีกหนีไม่พ้น เ้าไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองใช่ไหม?”
หลินหยูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนไปพร้อมกับคำพูดของชายคนนั้น ความรู้สึกของการสูญเสีย ความกลัวและความสับสนเริ่มถาโถมเข้ามาในหัวใจของเธอ
หานหลินจับมือหลินหยูแน่น “อย่าฟังเขา! เขากำลังพยายามที่จะทำให้เ้าหลงผิด!”
หลินหยูหันไปมองหานหลิน และรู้สึกถึงความมั่นคงในสายตาของเขา “หานหลิน... ข้ารู้สึกบางอย่างจากเขา เขารู้บางสิ่งที่ข้ายังไม่เข้าใจ”
ชายคนนั้นยิ้มและหันไปมองที่หลินหยูด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง “ข้าไม่อยากให้เ้าหลงทาง แต่ความจริงที่เ้าต้องเผชิญนั้นเป็สิ่งที่เ้าจะต้องยอมรับ ทุกการเดินทางต้องมีการเสียสละ ถ้าเ้าพร้อมที่จะยอมรับข้า ข้าจะให้คำตอบแก่เ้า”
หลินหยูรู้ว่าเวลานี้มาถึงแล้ว การเลือกของเธอจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ ความรักที่เธอมีต่อหานหลินและความพยายามที่จะพิสูจน์ความจริงในโลกมนุษย์ทำให้เธอต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก
“ข้าพร้อมที่จะรับความจริง” หลินหยูพูดออกไปด้วยเสียงที่หนักแน่น แม้ในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความกลัว
ชายคนนั้นพยักหน้าและเผยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหายไปในเงามืด ปล่อยให้หลินหยูและหานหลินยืนอยู่ต่อหน้าประตูที่เปิดออกไปยังทางเดินที่ไม่สามารถย้อนกลับ