ตะวันวาด

    34

            “ตะวันคุยกับพี่จินแล้วค่ะ เดี๋ยวไว้ตะวันเล่าให้ฟังนะ ตอนนี้พี่ภูกลับไปก่อนดีกว่านะคะ ไว้เย็นนี้ตะวันจะไปหา” คนตัวเล็กตอบยาว พลางเคลื่อนสายตามองอันธกานต์ที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล

            อันธกานต์ไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่กระซิบกระซาบกันไปมา แต่ทันทีที่สายตากลมมองสบมา ร่างสูงก็ก้าวเดินฉับ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งผ่านทั้งคู่ไป โดยไม่ลืมที่จะกระแทกบ่าของภูธเรศอย่างจงใจ

            พลั่ก

            “ไอ้ $@^!” ภูธเรศสบถอย่างที่ตะวันวาดไม่เคยได้ยินมาก่อน ภูธเรศทำท่าจะวิ่งไปมีเรื่องกับอันธกานต์อีกครั้ง ตะวันวาดรีบเอาตัวเองขวางเขาเอาไว้ และใช้มือคว้าแขนข้างหนึ่งของชายหนุ่ม

            “พี่ภูคะ อย่าค่ะ ไม่คุ้มเลย” เธอกล่าว ภูธเรศหันมาสบตากับตะวันวาดอย่างขัดใจ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังแผ่นหลังกว้างของอันธกานต์ที่เดินหายลับไป

            ร่างสูงกระชับเสื้อเชิ้ตของตัวเอง เมื่อตะวันวาดคลายมือลงจากท่อนแขนของเขา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก

            “เดี๋ยวตะวันต้องไปทำงานก่อนนะคะพี่ภู”

            “ตะวัน” คนเป็นพี่ชายเรียกชื่อน้องสาวด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ

            “ตะวันยื่นเรื่องลาออกแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเมื่อเห็นว่าภูธเรศคงไม่ปล่อยเธอไป ถ้าหากเธอไม่สะสางเรื่องนี้ให้เขาเข้าใจ

            ภูธเรศมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที ทว่ากลับไม่มีอะไรจะเอ่ย

            “ตะวันเองก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด แถมพี่บุหลันก็เจ็บหนักขนาดนี้” เสียงเล็กพูดต่อ ความหนักอึ้งนั้นถูกถ่ายทอดออกมาจากน้ำเสียงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยถึงบุหลันรังสรรค์.. ตะวันวาดจึงโพล่งถามสิ่งที่อยู่ในใจ

            “พี่ภูคะ.. เรื่องคืนวันแต่งงาน..” นัยน์ตากลมเลิ่กลั่ก.. ใจหนึ่งก็กลัวสิ่งที่ตัวเองกำลังถาม และกลัวคำตอบที่จะได้ยิน

            ภูธเรศมีท่าทางเลิ่กลั่กรู้สึกได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวขึ้น ภูธเรศพูดไม่ออก..

            “พี่..” ชายหนุ่มนิ่งไปหลายวินาที

            “พี่ไปส่งตะวันที่ทำงานนะ..” เขาเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันใด.. ตะวันวาดแทบจะหยุดหายใจ เธอรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบ แม้จะไม่มีประสบการณ์ในชีวิตมากนัก แต่ตะวันวาดก็ฉลาดพอที่จะตีความท่าทางของอีกฝ่ายได้..

            ภูธเรศไม่ใช่คนชอบโกหก.. การที่เขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอนั้นก็เป็นคำตอบแล้ว…

            ตะวันวาดปั้นสีหน้าไม่ถูก.. เธอตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าลึก เธอพยักหน้าหงึกหงัก..

            “ค่ะ”


            10 นาทีต่อมา ด้านหน้าตึกเอราวัณ..

            อันธกานต์ชะงักฝีเท้าขณะที่กำลังก้าวเดินเข้าไปในตัวตึก เขาเห็นร่างบางกำลังเดินออกจากรถยนต์สีเงิน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มรับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือตะวันวาด เขาปราดสายตามองผ่านประตูรถยนต์เข้าไปยังที่นั่งคนขับ

            ภูธเรศ

            สิ่งที่ได้เห็นทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของอันธกานต์เพิ่มระดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก ร่างสูงถอนสายตากลับก่อนเดินตรงดิ่งขึ้นไปยังออฟฟิคของเขาทันที

            ตะวันวาดกล่าวขอบคุณภูธเรศที่มาส่งเธอ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตัวตึกเช่นกัน


            ร่างบางเดินอย่างรีบร้อนเข้าไปยังออฟฟิค เมื่อเห็นว่าเพตรานั่งอยู่ในออฟฟิคแล้ว ตะวันวาดจึงรีบโค้งตัวเป็นเชิงขอโทษที่มาสาย

            “ขอโทษที่มาสายนะคะ พอดีว่าเมื่อเช้าเกิดเรื่องยุ่งที่โรงพยาบาล” เธอรีบกล่าว ก่อนจะเพิ่งนึกได้ว่าเพตราไม่รู้ว่าพี่สาวเธออยู่ที่โรงพยาบาล

            หญิงสาวผมแดงมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

            “ไม่เป็นไรจ้ะ จริง ๆ พี่ไม่ค่อยถือเรื่องเวลาทำงาน ถ้าเราทำงานเสร็จตรงตามเวลาก็พอแล้ว” เธอกล่าว

            “ว่าแต่ช่วงนี้มีแต่คนไปโรงพยาบาลแฮะ เห็นเมื่อกี้คุณธันก็บอกว่าเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล..” เพตราพูดต่อ กึ่งบอกตะวันวาด กึ่งเอ่ยกับตัวเอง

            ตะวันวาดยิ้มเล็กน้อยไม่พูดอะไร เลี่ยงที่จะสบตากับอีกฝ่าย.. เธอเองก็ไม่คิดจะอธิบายความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงภายในครอบครัวให้อีกฝ่ายฟัง

            “จะว่าไป.. ตะวันจะทำงานเป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วใช่ไหม” หญิงสาวกล่าวถามต่อ

            ตะวันวาดพยักหน้ารับ

            “จะไม่เปลี่ยนใจจริง ๆ เหรอ” เพตราหยั่งเชิง

            ตะวันวาดยิ้มอย่างเกรงใจ ทำให้เพตราได้รับคำตอบโดยที่ตะวันวาดไม่ต้องเอ่ยตอบ

            “เอาล่ะ ไม่เป็นไร.. ช่วงนี้ยุ่ง ๆ พี่เองก็เลยยังไม่ได้บอกคุณธันเลย.. ตะวันบอกคุณธันไว้แล้วใช่ไหม” เธอถามต่อ

            คนถูกถามดูประหลาดใจกับคำถามเล็กน้อย ตะวันวาดส่ายหน้าตอบ

            “ตะวันทำงานตรงกับพี่เพตรา.. ตะวันก็เลยคิดว่า..”

            “เรื่องนั้นมันก็ใช่.. แต่คน refer (แนะนำ) ตะวันโดยตรงก็ยังเป็นคุณธัน พี่เลยคิดว่าตะวันน่าจะเป็นคนบอกด้วยตัวเอง”

            “....”

            ตะวันวาดเงียบไปหลายวินาที เพตรายังคงยิ้มให้เธอ.. ก่อนจะค่อย ๆ สำนึกได้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวตรงหน้าไม่เคยรู้เลยว่าเจ้านายของเธอเป็นคนแนะนำ..

            อุ๊ปส์.. เพตรายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง..

            แต่ก็.. ไม่มีอะไรน่าปิดบังนี่นา.. หญิงสาวคิด

            ตะวันวาดกะพริบตาปริบ ๆ ขณะที่พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว คนตัวเล็กยกมือขึ้นเสยผมยาวด้านข้างใบหน้า สูดลมหายใจเข้าลึก เธอสบตามองเพตรา..

            งานนี้.. ลุงสินธพเป็นคนแนะนำเธอ และตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าคุณลุงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอันธกานต์ เพตราบอกว่าอันธกานต์เป็นคนแนะนำให้เธอได้งานนี้.. นั่นก็แปลว่า..

            “ตะวันได้งานนี้เพราะคุณธันเป็นคนแนะนำเหรอคะ? ” เสียงหวานถามย้ำความเข้าใจของตนเอง

            เพตรายิ้มแห้งพยักหน้าตอบตะวันวาด หญิงสาวบอกไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกผิดเหมือนบอกความลับของใครไป.. ทั้งที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับเลย.. เธอแค่ไม่เคยเอ่ยถึงเท่านั้น

            ตะวันวาดไม่เอ่ยอะไรต่อ.. อันที่จริงหญิงสาวกลับนิ่งเงียบไปอีกครึ่งค่อนวัน ไม่ต่างกับอันธกานต์ที่นั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดอยู่ภายในออฟฟิคของตนเอง เพตราที่เดินเข้าเดินออกประสานงาน ได้แต่ลอบสังเกตทั้งคู่ห่าง ๆ อย่างงุนงง

            “เหมือนวันนี้ดูจะมีแต่คนอารมณ์ไม่ดีแฮะ” เธอบ่นกับตัวเองขณะที่กำลังชงกาแฟอยู่

            “ตะวันจะออกไปกินข้าวกลางวัน ฝากซื้ออะไรไหมคะ” เสียงหวานที่เอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้เพตราหันกลับไปมองเธอ

            เจ้าหล่อนยิ้มให้ตะวันวาด ส่ายหน้าไปมา

            “เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อเองดีกว่า.. เอ้อ.. งั้นฝากตะวันซื้อข้าวกลับมาให้คุณธันหน่อย ดูท่าทางคงจะไม่ออกไปไหนแน่” หญิงสาวตอบ พลางพยักพเยิดไปทางห้องทำงานส่วนตัวของคนที่ถูกกล่าวถึง

            ตะวันวาดมองตามเพตราไปเช่นกัน หันกลับมาพยักหน้าให้อีกฝ่าย

            “ได้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ


            ร่างบางเดินออกจากออฟฟิคไปยังชั้นล่างของตึกซึ่งเป็นชั้นสำหรับร้านอาหารของพนักงานทั่วไป ช่วงพักกลางวันผู้คนพลุกพล่านวุ่นวาย เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มผ่อนคลายก่อนจะต้องกลับไปทำงานอีกครั้งในช่วงบ่าย ตะวันวาดเดินผ่านร้านอาหารที่คุ้นเคย รู้สึกได้ถึงเสียงกระเพาะอาหารที่ร่ำร้อง แม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลยก็ตาม

            ระหว่างที่เดิน.. ความคิดหลายอย่างก็ปรากฏขึ้นพรวดพราด..

            ชีวิตของเธอในแทบทุกด้านถูกดึงเข้าไปพัวพันกับอันธกานต์โดยที่เธอไม่รู้ตัว..

            เรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้ ความลับที่เขาไม่เคยปริปาก การกระทำที่เธอไม่เข้าใจเหตุผล.. เธอต้องเจอกับเรื่องพวกนี้ไปอีกนานแค่ไหน..

            กลัว.. ความกลัวเกิดขึ้นในก้นบึ้งของจิตใจ.. เธอรู้สึกเหมือนชีวิตถูกควบคุมโดยอันธกานต์โดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

            ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

            ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

            ที่สำคัญ.. ไม่รู้ว่าเพราะอะไร..

            แม้แต่เรื่องงาน.. สุดท้ายแล้วก็เป็นเขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้.. ไหนจะเรื่องคอนโด เรื่องพี่บุหลัน เรื่องพี่ภู เรื่องโรงแรม

            ตะวันวาดรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องที่จะออกจากงานนี้..

            ร่างบางถอนหายใจก่อนจะหยุดอยู่ที่ร้านขายอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง.. เธอสั่งอาหารใส่กล่องก่อนจะเดินกลับไปยังออฟฟิค..


            ตะวันวาดวางกล่องอาหารที่ซื้อมาลงบนโต๊ะทำงานของอันธกานต์เมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่อยู่ในห้อง ขณะที่เธอเดินกลับออกจากห้องก็สวนทางกับชายหนุ่มพอดี

            นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองข้าวกล่องที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขา ก่อนมองกล่องข้าวในมือคนตัวเล็กกว่า ตะวันวาดก้มหน้ามองพื้นไม่สบตากับอีกฝ่าย

            “ยังเจ็บอยู่รึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบ ตะวันวาดประหลาดใจเล็กน้อยกับคำถามนั้น ก่อนจะจำได้ว่าเมื่อเช้าเธอล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

            คนตัวเล็กส่ายศีรษะ เงยหน้ามองอีกฝ่าย ตะวันวาดอ้าปากจะกล่าวขอบคุณ แต่สายตาเหลือบไปเห็นส่วนใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำแถบม่วงผสมแดงตรงบริเวณข้างแก้มของอีกฝ่าย ทำให้เธอระลึกได้ว่าเขาโดนภูธเรศต่อยเมื่อเช้านี้เช่นกัน

            “หน้าคุณ”

            อันธกานต์เบี่ยงหน้าหลบสายตาของอีกฝ่าย ก่อนจะยกมือขึ้นแตะข้างแก้ม.. เขาคงไม่รู้สึกเจ็บอะไรถ้าหากหญิงสาวไม่ได้เอ่ยทัก

            ร่างสูงสบตากับเธอ มองตามคนตัวเล็กที่เดินไปวางกล่องข้าวบนโต๊ะทำงานตัวเอง ตะวันวาดล้วงมือเข้าไปหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายส่วนตัว

            ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา ตะวันวาดปรากฏตัวขึ้นภายในห้องทำงานของอันธกานต์อีกครั้ง มือบางยื่นกระปุกสีเขียวขนาดเล็กมาให้เขา

            “ยาหม่องค่ะ น่าจะช่วยได้นิดหน่อย”

            นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมันแวบหนึ่ง ตวัดสายตากลับไปมองตะวันวาด อันธกานต์เปิดกระปุกสีเขียว ก่อนจะจิ้มนิ้วเรียวลงบนเนื้อยาสีเขียวใสและแปะมันลงบนใบหน้าของเขา

            ใบหน้าคมเกร็งขึ้น คาดไม่ถึงว่าแรงต่อยไม่หนักจะทำให้เขารู้สึกระบมได้ไม่น้อย

            “....”

            ตะวันวาดยืนมองเขาทายาลงบนผิวแก้มตัวเอง ก่อนจะรับกระปุกยากลับมาไว้ในมือ

            “ยังมีเนื้อยาติดอยู่ตรงนี้ค่ะ” หญิงสาวชี้ไปที่แก้มของเธอเพื่อบอกตำแหน่งให้กับอันธกานต์ เธอสังเกตว่าเขาป้ายยาลงบนใบหน้า แต่เนื้อยาถูกใช้ไปเพียงบางส่วน ยังมีส่วนที่เหลือเป็นสีเขียว ๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าคมนั้น

            อันธกานต์พยายามคลำหา แต่ก็วางนิ้วไม่ถูกตำแหน่งเสียที

            “ยังไม่ใช่ค่ะ” เสียงเล็กบอก


    คล้ายกับเรื่องตะวันวาด ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808