ลูกไฟพุ่งเข้าปะทะโจรป่าถือดาบคนหนึ่งก่อนจะะเิออกมาเป็วงกว้าง รัศมีของมันครอบคลุมไปถึงโจรป่าอีกสามคนรอบข้าง พวกโจรป่าที่ถูกแรงะเิกรีดร้องออกมาอย่างเ็ปก่อนจะสิ้นใจลงภายใต้การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว
“ฟุบ! ฟุบ!” ลูกธนูสองดอกพุ่งเข้าหาหญิงสาวด้วยความเร็ว แต่สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย เมื่อมือซ้ายกางนิ้วทั้งห้าออก อากาศหน้าด้านพลันถูกแช่แข็ง
“แครก ๆ” ลูกธนูถูกขวางกั้นโดยกำแพงน้ำแข็ง
ทันทีที่เธอหุบนิ้วทั้งห้า กำแพงน้ำแข็งก็แตกสลาย เหลือไว้แต่แท่งน้ำแข็งแหลมคมสองแท่ง
“ฉึก! ฉึก!”
หนามน้ำแข็งเสียบเข้าที่ลำตัวของนักธนูทั้งสองพร้อมปักลึกลงไปในดิน พวกมันไม่ตายในทันทีแต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อได้อีก เธอเรียกบอลไฟขนาดหนึ่งเมตรขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะขว้างมันออกไป ในระหว่างที่บอลไฟกำลังพุ่งไปหาเป้าหมาย เธอตั้งสมาธิเพื่อร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว
“ด้วยความกริ้วโกรธโกรธาแห่งวายุ...ข้าผู้สถิตอยู่ใต้ร่มเกล้าแห่งแดน์...ข้าขออาจเอื้อมััประตูแห่งพลัง...ข้าขออัญเชิญ!!”
“ตูมมม!”
บอลไฟพุ่งใส่นักธนูทั้งสอง ก่อนจะะเิออกไปโดนกระโจม และไฟลุกลามเป็วงกว้าง เป็เวลาเดียวกับที่เธอร่ายคาถาเสร็จพอดีพายุขนาดเล็กขึ้นปรากฏขึ้นกลางทะเลเพลิง มันดูดทุกอย่างเข้าไปราวกับหลุมดำ ไม่ว่าจะเป็เปลวเพลิง กระโจม หรือแม่กระทั่งโจรป่าสิบกว่าคนที่อยู่บริเวณนั้น
โคลนได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า สิ่งที่สายตาของเขาเห็นราวกับภาพของนรกในจินตนาการ พายุผสานเข้ากับเปลวเพลิงจนกลายเป็พายุเพลิงที่โจรป่าไม่อาจต้านทานได้ ด้วยการเกื้อหนุนกันของธาตุทั้งสองทำให้ประสิทธิภาพของมันทวีคูณ เป็เหตุให้โจรป่าสิบคนถูกเผาสิ้นไปพร้อมกัน และเขาก็พลอยได้อานิสงส์จากการสังหารไปด้วยเนื่องจากได้สร้างความเสียหายบางส่วนเอาไว้
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 488”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 1157”
...
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 1099”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 813”
“บางทีถ้ามีผู้หญิงคนนี้ อาจจะไม่ต้องใช้ปืนใหญ่และโดรนไร้คนขับก็ได้” โคลนพูดติดตลก
“หนีกันเถอะค่ะ” เธอะโบอกพลางะโลงมาจากหอสังเกตการณ์ และมุ่งหน้าไปทางโคลน
เป็จังหวะนี้เองที่ชายหนุ่มมีโอกาสได้มองเธอผ่านคู่ั์ตาสีน้ำตาลของตน ภาพที่เขาเห็นคือหญิงสาวผู้เลอโฉมดั่งภาพวาดของเ้าหญิงในจินตนาการ รูปร่างสมส่วนถูกสวมทับไว้ด้วยชุดเดรสสีขาวและผ้าคลุมสีน้ำเงิน เธอมีดวงหน้ารูปไข่และผิวสีขาวอมชมพู ผมยาวสีบลอนด์ทองถูกเกล้ามวยต่ำแบบหยาบ ๆ ไว้ด้านหลัง คู่ั์ตาสีอำพันกำลังมองมาทางชายหนุ่มด้วยความร้อนใจ ริมฝีปากเรียวบางสีชมพูขยับขึ้นลงอย่างช้า ๆ เธอน่าจะอ่อนวัยกว่าโคลนอยู่หนึ่งหรือสองปี
“ลุกไหวไหมคะ” ชายหนุ่มได้แต่อ่านปากของเธอเนื่องจากเสียงพายุนั้นดังมาก
“เอ่อ...เราไม่จำเป็ต้องร้อนรีบก็ได้ พวกมันถูกเธอเผาไปหมดแล้วล่ะ” โคลนเอ่ยขึ้นหลังจากพยายามลุกขึ้น แต่ขาเ้ากรรมดันไม่ยอมฟังคำสั่ง
“ฉันไม่ได้กังวลเื่โจรป่าค่ะ แต่เป็นั่น!” เธอใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปทางพายุเพลิงที่กำลังเคลื่อนที่มาหาโคลน
“หา...นั่นมันเวทมนตร์ของเธอไม่ใช่เหรอ รีบยกเลิกมันเร็วเข้า” โคลนมีสีหน้าแตกตื่น เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในตอนนี้ หากโดนพายุเพลิงนั่นเข้าไปต้องมีสภาพเหมือนกับโจรป่าพวกนั้นแน่ ๆ
“ทำไม่ได้ค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ฮะ?” โคลนสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ ถึงเขาจะไม่มีความรู้ในด้านเวทมนตร์ แต่ก็เคยใช้มันมาอยู่บ้างในตอนที่เข้ารับการทดสอบอาชีพ หากเป็เวทมนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมานั่นแปลว่าผู้สร้างสามารถยกเลิกมันได้เสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับบอกว่าเธอยกเลิกมันไม่ได้
“อืม จะว่ายังไงดี” เธอเอียงคอ จับปลายคางพลางคบคิด “ถ้าเป็พายุปกติก็ยกเลิกมันได้อยู่หรอก แต่พอมันไปรวมกับบอลเพลิงที่ฉันเรียกมันออกมาโดยไม่ได้ร่ายคาถา ก็เลยยกเลิกมันไม่ได้ แฮะ ๆ” หญิงสาวพูดเสร็จก็แลบลิ้นน่ารักออกมาจนทำให้โคลนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอพูดก็พลันตกตะลึง “เธอใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องร่ายคาถา??”
“ถูกต้องค่า!” เธอทำมือเป็ลูกศรพลางชี้นิ้วมาที่โคลน
โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็ผู้ใช้ธาตุหรือนักเวทล้วนต้องร่ายคาถาหรือวาดวงแหวนเวททั้งสิ้น มนุษย์นั้นไม่ได้มีความสามารถในการใช้เวทมนตร์มาแต่กำเนิด พวกเขาล้วนแต่อาศัยคทาในมือเพื่อเป็ตัวกลางในการต่อติดต่อกับพลังทั้งหลาย โดยมีบทคาถาและวงแหวนเวทเพื่ออัญเชิญมันออกมา ส่วนการยกเลิกเวทมนตร์แบบเร่งด่วนก็เพียงแค่ท่องคาถาย้อนกลับหรือลบวงแหวนเวทเท่านั้น
ขนาดตอนที่โคลนใช้เวทมนตร์ระดับต่ำสุดในห้องทดสอบ เขายังต้องร่ายคาถาสั้น ๆ หรือวาดวงแหวนออกมาก่อนถึงจะสามารถใช้เวทมนตร์เ่าั้ได้ หรือแม้แต่ผู้เล่นสายอาชีพอื่น ๆ การจะใช้ทักษะใด ๆ ล้วนต้องพูดชื่อทักษะก่อนทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เธอพูดออกมานั้นสวนทางกับความเข้าใจของเขาทั้งหมด จึงไม่แปลกที่โคลนจะได้แต่ทำหน้าอึ้ง ๆ
เป็เวลานี้เองที่พายุเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา หญิงสาวไม่ตอบคำถามแต่รีบสอดตัวเข้ามาในวงแขนจากนั้นพยุงโคลนลุกขึ้นหนี
“วิ่งไปทางนี้จะดีเหรอ แถวนั้นอย่างต่ำก็มีโจรป่าอยู่อีกประมาณสามสิบคน” โคลนทักท้วงเมื่อเห็นว่าเธอกำลังพาเขาไปยังประตูค่ายโจร
“จัดการไปแล้วค่ะ” เธอตอบขณะพาโคลนวิ่งหนีไปตามเส้นทาง
“เธอจัดการพวกมันทั้งสามสิบคนเลยเหรอ” โคลนทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ใช่ทั้งสามสิบ แต่เป็ทั้งหมดค่ะ” เธอตอบ
เมื่อโคลนได้ยินคำตอบของเธอก็ได้แต่อึ้งไปพักใหญ่ เมื่อผ่านไปตามเส้นทางศพไหม้เกรียมของพวกโจรป่าก็โผล่ออกมาให้เห็นเขาเรื่อย ๆ และเมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะที่ปลอดภัยจากพายุเพลิงโคลนจึงมองไปที่ดวงหน้ารูปไข่ใต้วงแขนของตน
“ตรวจสอบ!”
มิเนอร์วา LV: 26 อาชีพ: ผู้ใช้ธาตุ
‘เลเวลยี่สิบหก!! มิน่าเธอเพียงคนเดียวถึงจัดการพวกมันได้สบาย โจรป่าพวกนี้อย่างมากสุดก็เพียงเลเวล 13 ว่าแต่เธอมาทำอะไรแถวนี้นะ’
ในขณะเดียวกันหญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาของโคลน คนแอบตรวจสอบเมื่อรู้ว่าโดนจับได้รีบขอโทษทันที
“ไม่เป็ไรค่ะฉันชินแล้ว” เธอตอบ
‘ชินแล้ว? เอ๊ะนี่ถือกำลังเข้าใจผิดอยู่งั้นเหรอ’ โคลนคิดได้ดังนั้นก็รีบอธิบายให้เธอฟังว่าจริง ๆ แล้วเขากำลังใช้ทักษะตรวจสอบกับเธอ ไม่ได้มองเธอในความหมายที่เธอคิดอยู่
“เอ๋ คุณใช้ทักษะตรวจสอบฉันงั้นเหรอ อย่างนั้นตาฉันบ้าง...” พูดเสร็จเธอก็จ้องหน้าโคลนกลับ
ในการใช้ทักษะตรวจสอบผู้ใช้จำเป็ต้องมองเห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวัตถุนั้น ๆ ด้วยสายตาของตนเองจึงจะเข้าเงื่อนไขการทำงานของทักษะ แต่ในกรณีของสิ่งมีชีวิตผู้ใช้จำเป็ต้องมองส่วนลำตัวขึ้นไปเท่านั้นเพื่อให้ทักษะทำงาน
“โคลนเหรอชื่อแปลกดีจัง เอ๊ะคุณเลเวลสิบเอ็ดเองเหรอ แถมยังไม่มีอาชีพอีกด้วย ตอนแรกที่เห็นคุณกำจัดหัวหน้าโจรป่าได้ ฉันคิดว่าคุณจะมีเลเวลประมาณสิบห้าเสียอีก ทำไมคุณถึงมาที่นี่คนเดียวล่ะ” เธอมีสีหน้าแปลกใจ
“ฉันกำลังทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพน่ะ” โคลนตอบคำถาม ก่อนจะถามกลับ “แล้วทำไมคนเลเวลสูงอย่างเธอถึงได้มาอยู่แถวนี้ได้”
“มาเก็บค่าประสบการณ์ค่ะ”
“เธอเลเวล 26 แต่ดันมาเก็บค่าประสบการณ์กับพวกเลเวลไม่ถึง 15 เนี่ยนะ”
“เอ๋...แปลกเหรอ”
“แปลกสิ เพราะยิ่งเลเวลห่างกันมากเท่าไหร่ ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย”
“แต่พี่สาวของฉันบอกว่า ตอนที่อยู่คนเดียวให้เก็บค่าประสบการณ์จากพวกเลเวลน้อย ๆ จะปลอดภัยกว่าไปสู้กับพวกระดับสูง ๆคนเดียว”
“จะว่าไปก็จริงแฮะ ถึงจะใช้เวลามากหน่อยก็แต่มันปลอดภัยดี” เมื่อโคลนได้ยินคำอธิบายของเธอก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง เมื่อคิดไปถึงภาพฌาปนกิจหมู่เมื่อครู่
เป็เวลานี้เองที่ทั้งสองได้เดินมาถึงประตูค่ายพักโจร โคลนขอให้หญิงสาวพาเธอไปด้านนอกห่างจากกำแพงไม้ไผ่ประมาณแปดเมตร เพราะเป็ไปได้ว่าพายุเพลิงจะทำให้ไฟลามไปทั่วทั้งค่ายในเร็ว ๆ นี้ การอยู่ห่างออกไปจะปลอดภัยกับเขาที่ยังเคลื่อนไหวไม่ค่อยได้มากกว่า
เมื่อโคลนได้นั่งพักเขาจึงนำเศษไม้จากช่องเก็บของออกมาเพื่อก่อกองไฟให้แสงสว่าง อีกทั้งยังถอดเข็มขัดปรสิตไปเก็บไว้ในคลังชั่วคราวเพื่อให้าแและค่า HP ได้รับการฟื้นฟู และหยิบหอยหินจำนวนมากออกมาย่างบนกองไฟ ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนี้เขารู้สึกหิวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“คลาวดี้ ออกมา”
“อู้ววว”
มิเนอร์วาที่เห็นคลาวดี้ก็ดวงตาพองโต ดูท่าเธอจะชอบขนฟูสีขาวของมันมาก แต่เมื่อเธอแสดงเจตนาว่า้าััตัวมัน คลาวดี้ที่ทุกทีจะหนีมายืนตัวสั่นอยู่หลังโคลนก็หันหน้าเข้าใส่พลางขู่เสียงน่ากลัวในลำคอ โคลนที่เห็นแบบนั้นจึงต้องรีบจับมันไว้และกล่าวตักเตือนจนมันหยุดลง เขาไม่ได้กลัวว่าคลาวดี้จะทำอันตรายหญิงสาว แต่กลัวว่าหญิงสาวจะเผลอเผาคลาวดี้กับเขาจนไหม้เกรียมเสียมากกว่า ‘ทีเวลาอย่างนี้ทำไมเ้าหมานี่กลับไม่รู้จักประเมินตนบ้าง แต่พอเป็ตอนที่ฉันจะต่อสู้ทีไรมันกลับหนีเข้าไปแอบในหน้าต่างสัตว์เลี้ยงทุกที’ โคลนคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
เมื่อโคลนย่างหอยหินเสร็จจึงส่งไปให้มิเนอร์วาลองกินดู
“นี่แทนการขอบคุณที่เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ถึงเนื้อมันจะไม่ค่อยสดแล้วก็ตาม แต่ฉันรับรองได้เลยว่าเธอต้องชอบมันแน่นอน” โคลนพูดอย่างมั่นใจ
หญิงสาวเลือกที่จะฉีกมันออกมาเป็ชิ้นเล็ก ๆ เพื่อชิมมันดูก่อน เมื่อเธอกินคำแรกหมดไปคำที่สองและสามก็ตามมา จากนั้นจึงเอ่ยปากชมรสชาติความอร่อยของมันไม่หยุด
เมื่อเห็นว่าเธอชอบมันโคลนจึงส่งไปให้เธออีกสองชิ้นก่อนจะยื่นให้คลาวดี้เป็รายถัดไป และจากนั้นจึงเริ่มกินในส่วนของตนเอง รสชาติของมันยังคงหวานและชุ่มฉ่ำไม่แพ้ตอนที่กินแบบสด ๆ ใหม่ ๆ
“แล้วตอนนั้นที่เธอบอกว่าเธอใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ร่ายคาถา เธอทำได้ยังไง” โคลนชวนคุยระหว่างกินอาหาร
“พี่สาวของฉันบอกว่า ฉันไม่ควรบอกความลับนี้กับคนไม่ดี คุณเป็คนไม่ดีหรือเปล่า...” เธอพูดเสร็จก็ขยับใบหน้างดงามเข้ามาใกล้กับหน้าของโคลน พลางขมวดคิ้วจ้องตาของเขาอย่างไม่ลดละราวกับว่ากำลังอ่านความคิดอยู่
โคลนถอยหน้าออกเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ‘ถ้าไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ต่อสู้มาก่อน ฉันคงคิดว่าเธอไม่เต็มแน่ ๆ’
ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่โคลนก็กระแอมเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา “เอ่อ...ฉันเป็คนดีมาก ๆ เลยล่ะ” ไม่รู้ทำไมพูดเสร็จชายหนุ่มดันรู้สึกเขินอาย บางทีอาจจะเป็เพราะว่าเขารู้สึกราวกับตนเองกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกเอาความลับของหญิงสาวผู้ใสซื่อ
“งั้นฉันจะบอกคุณ” เธอพูดเสียงกระซิบ “เพราะ...ฉัน...”
“มิเนอร์วา!! เธอกำลังทำอะไร”
จู่ ๆ ก็มีเสียงเข้มดังขึ้นมาจากส่วนมืดของป่าไผ่ เมื่อโคลนหันไปมองก็พบกับร่างสูงกำลังเดินออกมา