"อี้เฉินตะโกนลั่น"
"ต้องร่วมมือกันไม่งั้นพวกเรากันตายหมดแน่เพียงมันโดด 1 ครั้งก็สามารถข้ามภูเขาได้ 1 ลูกคิดหนีอย่างไรก็ไร้ทางรอด"
"ความรวดเร็วของมันสูงล้ำกว่าพวกเขามาก"
จอมยุทธขั้นนภา ขานรับถ้าให้พวกเขาหนีไปคนละทิศอาจมีทางรอดแต่ใครจะเป็นคนดวงซวยโดนไล่ล่า พวกเขาไม่อยากเสี่ยง
วานร 6 หู"ร้องคำรามก้องพสุธาสั่นสะเทือน" วานร 6 หู กระโดดเข้าใส่ ฟาดไม้กระบองลงมาที่พวกเขา
พลังกายาของมันสูงล้ำ ทุบพื้นเป็นหลุมใหญ่
ถึงแม้พวกเขาจะต้านการโจมตีไว้ได้ แต่จอมยุทธขั้น ก่อกำเนิด ที่โดนปราณพลังของ
วานร 6 ต่างร่างระเบิดกันหมดสิ้น แม้แต่ขั้นนภาบางคนยังบาดเจ็บเลือดซึมปาก
อี้เฉินกับพวกจอมยุทธขั้นนภา ตอนนี้เหลืออยู่เพียง 6 คน พวกเขาช่วยกันโจมตีวานร 6 หู
ทุกครั้งที่วานร 6 หูเหวี่ยงฟาดกระบองจะต้องมีจอมยุทธ 1 คนตายดับดิ้น
"ตูม ๆ"
พวกขั้นนภา ระเบิดปราณพลังสำแดงวิชาต่าง ๆ นา ๆ คิดสังหารวานร 6 หู เสีย
วานร 6 หูเองก็บาดเจ็บแต่ด้วยพละกำลังของมันทำให้ยังได้เปรียบ
อี้เฉินสำแดง"โซ่สวรรค์พันธนาการ" หมายจะตรึงร่างวานร 6 หูไว้ให้พวกเขาโจมตี
อี้เฉินตรึงได้ไม่ถึง 2ลมหายใจ โซ่สีทองก็ถูกกระชากจนแหลกสลาย
พลังกำลังของมันช่างน่าหวาดกลัว
วานร 6หูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ มันระเบิดปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกการควงกระบองของมันแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนลูกใหญ่เข้าใส่จอมยุทธรอบๆ ทุกคน
พื้นที่รอบถูกพายุกวาดจนเรียบเป็นหน้ากอง
พวกเขาโดนการโจมตีเนื้อตัวมีแต่รอยแผลฉีกขาดเลือดอาบอาภรณ์ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง
พวกเขาคำรามลั่น ด้วยความบ้าคลั่ง "ฆ่ามัน ฆ่ามัน"
มีจอมยุทธคนหนึ่งหวาดกลัวเขาพุ่งทะยานบินหนีออกไป ทันใดก็ถูกวานร 6 หูกระโดดฟาดจนตายดิ้นไปอีกราย วานร 6 หูหยิบร่างของจอมยุทธ์ที่ตายมากินหมายจะเพิ่มปราณพลัง ปราณพลังของมันสูงขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งกินอาหารอันโอชะ
หลายๆ คนที่เห็นการกระทำของมันต่างหวาดกลัวหน้าขาวซีด
"นี่นะหรือพลังขั้น วีรชน"
ไม่มีใครคิดหนีอีก พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะเจอสัตว์อสูร ระดับ วีรชนอยู่แถวๆ นี้ พวกเขายังเข้าไปไม่ถึง 1 ใน 3 ส่วนของป่าไร้สิ้นสุดเลยด้วยซ้ำ
จอมยุทธที่เหลือรู้ทันทีหากคิดหนีชีวิตจะตายดับดิ้น พวกเขาร่วมมือกันเข้าโจมตี ไปหลายพันกระบวนท่า วานร 6 หู บาดเจ็บหนักสูญเสียพลังไปมาก
พวกเขาทั้ง4เองก็ไม่ดีกว่ากันปราณพลังแทบหมดสิ้น ทุกการฟาดกระบองของวานร 6 หู
ทำให้พวกเขาบาดเจ็บภายในกระอักเลือดกันคำใหญ่
ตัวมันเองก็มีบาดแผลเต็มร่างแต่ปราณพลังในกายกลับไม่มีทีท่าจะหมด
พวกเขาระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นให้มันตายเสียที
วานร 6 หูคลั่งตาแดงฉานมันระเบิดปราณพลังทั้งหมดที่มีหมายโจมตี พวกเขาทั้ง 4 ให้ตายในกระบวนท่าเดียว ท้องฟ้ามืดครึ้ม
เมฆแหวกออกเป็นทาง อักขระท่วมท้นท้องฟ้า เสากระบองยักษ์ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้านับสิบพุ่งดิ่งลงมาใส่พวกจอมยุทธ
แม้แต่แผ่นดินยังสะเทือนเลือนลั่นเมื่อถูกกระบองยักษ์ร่วงใส่ พื้นดินเป็นหลุมใหญ่เหมือนมีเสาปราณพลังค้ำฟ้าปักอยู่บนพื้นดี
"อ๊าก" "อ๊าก"
จอมยุทธขั้นนภาที่เหลือต่างแตกดับเมื่อถูกกระบองยักษ์ร่วงหล่นลงมา ความกว้างของมันกินพื้นที่หลายจั้ง ถึงกับบดบังฟ้า
นี่นะหรือพลังของขั้น วีรชน มีแม้กระทั่งอักขระออกมาจู่โจม บิดเบือนแม้กระทั่งท้องฟ้า
อี้ฉุนเห็นยังใจสั่นสะท้านถ้าหากเขาโดนการโจมตีกระบวนท่านี้เขาไปเขาไม่อยากคิด
อี้เฉินใช้วิชามังกรทะยานนภาหนีออกไป ไม่งั้นเขาได้ตายกลายเป็นศพแน่ๆ เมื่อถูกการโจมตีเข้าไป
ปราณพลังอี้เฉินแทบหมดสิ้น อี้เฉินเผาผลาเลือดบริสุทธิ์ในกายทิ้ง เพื่อเพิ่มพลัง
เขาสำแดงวิชากายามังกร ร่างของเขามีเกล็ดเป็นสีแดงเลือด
กลางหน้าอกมีหัวมังกรตาสีแดงฉานเหมือนใส่ชุดเกราะสงคราม
บนศีรษะมีเขาสองข้าง หน้าผากมีอักขระสีดำ ปราณพลังอำมหิตแพร่กระจายทั่ว
บริเวณ ไอสังหารท่วมท้น อี้เฉินเห็นร่างตัวเองยังตกใจนี่อาจจะเป็นร่างที่แท้จริงของวิชากายามังกรก็ได้
อี้เฉินขับเคลื่อนวิชาอสูรคลั่งเพิ่มพลังกายาเป็น 2 เท่า หมายจะโจมตีครั้งเดียวให้จบสิ้น อี้เฉินเรียกหอกเลือดออกมา
ถึงจะเป็นอาวุธระดับสามัญก็ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีถึง 2 เท่า
อี้เฉินนำปราณพลังทั้งหมดหลอมรวมไว้ในหอกสีเลือด หอกนั้นส่องแสงสีแดงดุจทับทิมทั่วท้องฟ้า
ปราณพลังอำมหิตเอ่อล้น อี้เฉินขว้างสุดแรงที่มี หอกสีแดงพุ่งดิ่งเป็นสายแสง เข้าใส่วานร 6 หู
วานร 6 หู ปล่อยปราณพลังป้องกันแต่มันเสียปราณพลังไปมากจากการสำแดงวิชาต่าง ๆ
จึงไม่สามารถป้องกันโจมตีของอี้เฉินได้ หอกสีเลือดพุ่งดิ่งทะลุร่างวานร 6 หู จนมันบาดเจ็บหนักกระอักเลือด
อี้เฉินเห็นโอกาสเขาสำแดงวิชามังกรทะยานนภา หายไปยังจุดอับสายตาปลดปล่อยปราณพลังทั้งหมดไว้ในหมัด ซัดเข้าหัว วานร 6 หูจนขาดเลือดพุ่งเป็น ตายในทันที
อี้เฉินเองก็อาการสาหัสตัวของเขาบาดหนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขานำศพวานร 6 หูเก็บใส่ถุงเก็บของมิติ ไม่อย่างนั้นสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ จะพากันมาแย่งศพสัตว์อสูรขั้นวีรชน เป็นแน่
เขารีบถอยกลับไปที่ต้นไม้ใหญ่เพื่อรักษาตัวเขาใช้เวลานานถึง 3 วัน 3 คืนบาดแผลของเขาถึงจะสมาน อี้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาไม่สามารถ
ข้ามป่าไร้สิ้นสุดไปได้แน่นอน ขั้นพลังของเขาต่ำเกินไป อี้เฉินจึงตัดสินใจอยู่ที่นี่ก่อนเพื่อเพิ่มขั้นพลัง ถ้าเขาฝืนเข้าไปในป่าไร้สิ้นสุดลึกกว่านี้เขาได้ตายแน่ๆ ตรงนี้น่าจะเป็นอาณาเขตของสัตว์อสูรวานร 6 หู
จึงทำให้สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ไม่เข้ามาใกล้
อี้เฉินสำรวจรอบบริเวณแถวๆ นั้น เขาได้สมุนไพรระดับสามัญมาหลายต้น
เขาเดินสำรวจพบเจอ บ่อเลือด ภายในมีเลือดของสัตว์อสูรอยู่บางส่วน
อี้เฉินตัดสินใจเอาศพสัตว์อสูรขั้น วีรชนออกมาแล้วนำเลือดของมันทั้งหมด
ใส่ลงไปในบ่อเลือด เขาจะใช้เลือดในการเติมเต็ม 10 ประตูวิถี
จากนั้นอี้เฉินโยนสมุนไพรทั้งหมดที่เขามีลงไปในบ่อเลือด
หมายจะยกระดับเลือด อี้เฉินกรีดแขนตัวเองแล้วเอาเลือดของเขาลงไปรวมด้วย
เพราะเลือดของเขานั้นมีสมุนไพร ระดับ จักรพรรดิ อยู่อาจจะช่วยยกระดับเลือดในบ่อให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น บ่อเลือด ส่องแสงสีทองพร่างพราว
อี้เฉินเปิด10 ประตูวิถีเขาคิดจะ ใช้เลือดเข้าไปเติมเต็ม10ประตูวิถี
มันไม่มีใครเคยทำมาก่อน ทั้งตัวของเขามีเพียงแค่เลือดของเขาที่มีค่ามากที่สุดเขาจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมา
มันอาจจะช่วยให้ เวลาเขาเลื่อนขั้นนภา อาจจะไม่อ่อนแอก็เป็นได้
อี้เฉินเปิด10ประตูวิถี ดูดซับเลือดภายในบ่อเข้าไปเติมเต็ม 10ประตูวิถี
เลือดค่อยๆ ไหลซึมเข้าไปภายในอย่างแช่มช้า เลือดในสระค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
ทุกครั้งที่มันเต็ม 1 ประตู ปราณพลังของอี้เฉินก็เปลี่ยนไป มันดูอำมหิตขึ้น
สีของปราณพลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงหม่นเหมือนสีเลือด
บ่อเลือดขนาดใหญ่ยุบลงเรื่อยๆ อี้เฉินเริ่มกังวลว่าเลือดจะเพียงพอหรือไม่
อี้เฉินกรีดแขนอีกครั้งหมายใส่เลือดลงไปเพิ่มในบ่อเลือด
จนตัวของเขาผอมแห้งหมดเรี่ยวแรง
ยิ่งอี้เฉินดูดซับเลือดไปเติมเต็มมากเท่าไร ปราณพลังของเขายิ่งอำมหิตรุนแรง
กลิ่นเลือดลอยคลุ้ง ดั่งปีศาจร้าย ปราณพลังที่แพร่กระจายออกมายิ่ง เป็นสีแดงฉาน
อี้เฉินใช้เวลาไปถึง 10 วันกว่าเขาจะเติม 10 ประตูวิถีจนเต็ม ปราณพลังของเขาน่าพรั่นพรึง
ปราณพลังรอบๆ ตัวกลายเป็นสีแดงจางๆ
พลังของเขาสูงขึ้นมาอีกระดับ ทุกครั้งที่เขามีเวลาว่างเขาจะพยายามสำรวจทุ่งหญ้าสีขาวกว้างใหญ่
อี้เฉินยังไม่คิดจะไปจากที่นี่เขาต้องเลื่อนขั้นพลังเป็นก่อกำเนิด ระดับ ปลายก่อนเขาถึงจะจากไป
เขาเริ่มปิดขั้นพลัง หยั่งรู้สิ่งต่างๆ สะสมประสบการณ์ หมายมั่นทะลวงขั้นย่อย
เขาดำดิ่งสู่ห่วงทะเลความรู้ เสียงอักขระในกายท่องคัมภีร์ หมายมั่นยกระดับ เลือดในกายไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง
อี้เฉินนั่งหยั่งรู้อยู่ถึง 2 เดือน ปราณพลังสีแดงค่อยๆ พรั่งพรูออกมา
ร่างของเขาเดียวเด่นชัดเดียวเลือนราง
อี้เฉินเริ่มสั่นสะท้าน คล้ายจะถูกทำลาย ร่างของเขามีรอยร้าวทั่วกายา
เหมือนท้องฟ้าขัดขวางไม่ให้เลื่อนขั้น ร่างกายมีเลือดไหลซึม อี้เฉินเป็นทุกครั้งที่เลื่อนขั้นพลังเขาเหมือนเจอแต่เรื่องร้ายๆ
รอบๆ กายาเหมือนมีอักขระฟ้าดินจางๆ สร้างกฎเกณฑ์
อี้เฉินนั่งเจ็บปวดทรมานไปอีก 1 เดือน กว่าเขาจะขั้นพลัง ย่อยสำเร็จ กลายเป็นก่อกำเนิดระดับ ปลาย เขานั่งจมดิ่งลงไปในทะเลความรู้ทะเลความรู้ของเขาเปลี่ยนไปอย่างมากภายในเป็นดั่งอีกโลกหนึ่งโลกภายในนั้นเต็มไปด้วยสีแดงเลือด ทะเลความรู้ของเขาตอนนี้เหมือนดั่งทะเลเลือดไปแล้วอักขระร่องรอยอยู่ในทะเลเลือดจางๆ มองเห็นไม่ชัดสลัวเลือนราง
ปราณพลังในร่างอี้เฉินเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ ปราณพลังอำมหิตผิดกับเมื่อก่อนลิบลับ หรือจะเกี่ยวกับ สิ่งที่ดูดซับเข้าไปใน 10ประตูวิถีมันจึงเปลี่ยนสภาพเป็นเช่นนี้ อี้เฉินขับเคลื่อนปราณพลังของเขาดูเขาลองควบคุมปราณพลังสร้างรูปลักษณ์รอบๆ ตัวสร้างอาณาเขตสีเลือด ทุกอย่างรอบๆ ตัวดูหมองหม่น ดั่งอยู่ในสงครามโลหิต
อี้เฉินดำดิ่งสู่ห่วงทะเลความรู้อีกครั้ง เขาเข้าไปสำรวจในทะเลความรู้ ภายในทะเลความรู้มีแต่สีแดงดั่งเลือด
เหมือนมันจะมีอักขระบางๆ อยู่ทุกบริเวณทะเลเลือด
เขามั่นใจมากภายภาคหน้าอักขระนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ต้องหยั่งรู้อักขระเข้ามาหลอมรวมกับปราณพลังเหมือนกับที่วานร6หูทำ มันช่วยเพิ่มพลังโจมตีได้สูงมาก แม้แต่ท้องฟ้ายังแยกออก
เขาใช้เวลาหลายสิบวันเพื่อหยั่งรู้ อี้เฉินลองขับเคลื่อนปราณพลังสร้างหอกขึ้นมา
รอบๆ หอกของเขาเริ่มมีอักขระบางๆ หมุนรอบหอก มันได้ผลแต่
อักขระที่อี้เฉินหยั่งรู้นั้นยังน้อยเกินไป
ทำให้ประสิทธิภาพของมันน้อยกว่าที่คาดการ