บทที่30 การประลองแลกเปลี่ยน
เฉินหนานไม่คิดเลยว่าจะมีคนใจแคบแบบนี้อยู่ในสำนักที่มีชื่อในจงซาน อย่างไรก็ตามเขาได้แต่ถอนใจเขาในแดนเซียนเขาฆ่าคนแบบนี้ไปเป็พันๆคน หากไม่ทำอย่างนั้นคนเ่าั้อาจเข้าสู่ทางมารในอนาคตแต่ในเมื่อโลกนี้มีกฎหมายเขาคงทำได้เพียงสังสอน เฉินหนานไม่สนใจอีก แล้วเดินดูวิธีการจัดการของสำนักกิเลนขาวต่อไป
“ดูเหมือนว่ามีการบริหารที่ดีมากๆการจัดการของเขาเป็ระบบดี”เฉินหนานพึมพำในใจจากนั้นเขาเดินไปแถวๆนักข่าวมีสำนักข่าวหลายช่องมากๆ บางคนเฉินหนานคุ้นหน้าเพราะเขาชอบดูข่าวมาก และแล้วก็มีเสียงของหญิงสาวมาทักทายเขา
“คุณนี่เองจำฉันได้ไหมคะ”เฉินหนานขมวดคิ้วเขาไม่คุ้นเลย
“คุณคือใครงั้นหรือครับ”เธอใเล็กน้อยที่เฉินหนานไม่รู้จักเธอ ความดังของเธอนั่นก็จัดได้ว่าเป็อันดับต้นๆของจีนแม้ไม่ใช่ที่หนึ่งก็ต้องอยู่ในสิบอันดับแน่ๆ
“เราเจอกันที่สนามบินไงคะ”เธอเล่าถึงวันที่เธอเจอเขา
“สานมบิน”เฉินหนานคิดไม่ออกจริงๆ ที่จริงความจำของผู้บ่มเพราะนั้นแม่นมากแต่เฉินหนานไม่ได้ใส่ใจทุกเื่ไม่งั้นเขาคงปวดหัวตาย
“ฉันเซียะหลินค่ะวันที่คุณมีเื่กับบอดี้การ์ดของพวกเรา”สมองเฉินหนานวิ่งอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็ยิ้มออกมา
“อ่อคุณนี่เองผมไม่รู้จักดาราหรือนักร้องหรอกครับ”เธอแปลกใจเล็กน้อยเขายังวัยรุ่นอยู่เลยหรือเขามาจากยุคหิน
“อย่าเขาใจผิดผมแค่คิดว่ามันไร้สาราน่ะครับผมดูแต่ข่าวและอ่านหนังสือเท่านั้น”เซียะหลินถึงกับไร้คำพูดที่ว่าไรสาระเนี่ยเขาว่าฉันรึเปล่า เฉินหนานยิ้ม
“ผมไม่ได้ว่าคุณหรอกน่า ผมแค่คิดว่าสื่อบันเทิงไม่น่าสนใจสำหรับผมเท่านั้นเอง”เมื่อเธอได้ยินก็ใจชื้นมาบ้าง เธอบอกไม่ถูกแค่คิดว่าชายตรงหน้าเธอไม่ง่าย เพราะเธอได้รู้มาว่า เหยาหลันและฟู่รินอยู่รอบๆตัวเขา
“งั้นผมขอตัวก่อนไว้มีโอกาสคงได้ร่วมงานกัน”เฉินหนานขอตัวจากไปทันที
“นี่เขาเมินฉัน”เธอยิ้มออกมาอย่างสนุก ตลอดเวลามีแต่คนคอยวิ่งตามเธอไม่ว่าลูกเด็กเล็กแดงผู้หญิงผู้ชาย แต่เฉินหนานกลับไม่หันกลับมามองเลย
“พ่อคะใกล้ถึงเวลาแล้วนะคะแล้วแม่ล่ะอยู่ไหน”เสียงเหลียนชิงเร่งให้พ่อเธอรีบออกไปไว้ๆ
“แม่ลูกออกไปก่อนแล้ว แล้วเพื่อนลูกไม่มารับแล้วหรือ”เหลียนชิงทำหน้าบึ้ง
“ก็พ่อชวนหนูไปด้วยหนูก็บอกพวกเขาว่าจะไปกับคุณพ่อไงคะ”เหลียนซูวิ่งออกมาจากห้องพร้อมฉีดน้ำหอม
“ไปๆเพื่อนลูกมากันหรือยัง”เหลียนชิงยังคงหน้าบึ้ง
“มารอพ่อนานแล้วค่ะ”เหลียนซูฝืนยิ้มแล้วทั้งห้าคนก็ขึ้นรถหรูออกไปยังสำนักัขาว
“พ่อคะไม่คิดว่ามันแปลกหรือคะที่น้าให้เราไปงานนี้ทั้งครอบครัว”เหลียนชิงถามด้วยความสงสัย
“พ่อเองก็คิดแบบเดียวกันแถมยังบอกด้วยว่าให้แอบถ่ายวิดีโอการประลองมาด้วย”
“ก็จริงอยู่ที่คุณน้าชอบการต่อสู้แต่มาบังคับพวกเราแบบนี้หนูไม่เขาใจเลย”ถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่เธอก็ไม่ได้โกรธแต่อย่างใดเธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ลูกก็รู้ว่าขัดใจเธอจะเกิดอะไรขึ้นฮ่าๆ”
“นั่นสิคะ”เหลียนชิงหัวเราะ ไม่นานพวกเขาก็มาถึงสำนักกิเลนขาว พวกเขาเดินเข้าไปพร้อมกับดูรอบๆ
“ไม่คิดเลยว่าจะจัดใหญ่โตขนาดนี้”เหลียนซูพูดออกมา ต้องบอกว่างานนี้มันใหญ่พอกับคอนเสิร์ตนักร้องดังเลย
“ได้ยินมาว่ามีเด็กหนุ่มจากวันเดอร์เล่ล์มาประลองด้วยนะ”เหลียนชิงขมวดคิ้ว
“พ่อรู้ได้ไงคะ”
“น้องสาวพ่อบอกมาเมื่อเช้า”เหลียนชิงเริ่มสนใจ เธองงว่าน้าเธอรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง
“เราเข้าไปกันเถอะค่ะ”ทั้งห้าคนเข้าไปด้านในก็มีคนมารอพวกเขาอยู่แล้ว
“เธอมานานหรือยัง”เหลียนซูถามออกไป
“ฉันมาสักพักแล้วทำไมคุณมาช้าจัง”เธอถาม
“ต้องโทษคุณพ่อค่ะ”
“เอาล่ะๆไปหาที่นั่งกันก่อนใกล้ถึงเวลาแล้ว”
เฉินหนานเดินจนทั่วแล้วจึงกลับไปในห้องรับรอง ก็เห็นศิษย์หลายคนกำลังซ้อมกันอยู่ พวกเขาดูแข็งแกร่งกันมาเฉินหนานดูแล้วรู้สึกพอใจ
“เวลาจะเริ่มแล้วเราออกไปกันเถอะ”เว่ยโมถงกล่าว ทุกคนเดินออกมาจากห้องรับรอง เสียโห่ร้องจากผู้ชมก็ดังขึ้น เวทีทั้งสองฟังมีการจัดที่นั่งให้อย่างสมเกียรติเป็ที่นั่งของทั้งสองสำนัก เฉินหนานนั่งอยู่บนชั้นบนกับเว่ยโม่ถงและหลิงไทซู เฉินหนานมองไปรอบๆเสียงเชียร์และเสียงดนตรีปลุกใจทำให้ฮึกเหิมมาก จนเขาสนุกไปกับมัน
“เป็บรรยากาศที่ดีจริงๆ”เฉินหนานกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นเสียงประกาศก็ดังขึ้น
“การประลองแลกเปลี่ยนระหว่างจอมยุทธ์จงซานและวันเดอร์เล่ล์กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ณะ บัดนี้”สิ้นเสียงประกาศเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้น รูปแบบของการต่อสู้นั้นคือผู้ชนะจะได้สู้ต่อไปกล่าวง่ายๆคือคนที่ชนะก็จะรับมือคนต่อไปจนกว่าจะแพ้
“คู่แรกได้แก่หงส์ซิงจากสำนักกิเลนขาวปะทะม่อเซาชงจากสำนักัรุ่งโรจน์”ทั้งสองเข้าสู้สนาม เสียงโห่ร้องดังขั้นทันทีทว่าเสียงเชียร์นะนั้นเป็ของจงซาน ทั้งสองหยิบอาวุธขึ้นมา หงส์ซิงหยิบหอกขึ้นมาส่วนม่อเซาชงหยิบดาบขึ้นมาทั้งสองป้องมือให้กันจากนั้นก็ตั้งท่า เสียงสัญญาณก็ดังขึ้น หงส์ซิงพุ่งเข้าไปทันทีหอกพุ่งแทงอย่างรวดเร็ว ควับๆๆๆ ม่อเซาชงใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหลบการโจมตี จากนั้นเขาก็วาดดาบด้วยเทคนิคมังการวารีคลั่ง ดาบที่โจมตีหลายรูปแบบในการฟันครั้งเดียว หงส์ซิงตีลังกาหลบไปด้านหลัง วาบๆๆๆเสียงดาบฟันไล่เข้ามา หงส์ซิงควงหอกที่เอวเป็วงกลมถอยหลัง เคร้งๆๆๆๆอาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด
“ไม่เบาเลยตาข้าบ้าง”หงส์ซิงพุ่งเขาไปเขาจับหอกที่ท้ายหอกด้วยแขนเดียว
“หอกวายุ”มันพุ่งไปด้วยความแรงและเร็ว ม่อเซาชงหลบไม่ทันใช้ดาบรับการโจมตี ปัง!!!!เขาลอยตกเวทีไปทันที เสียงโห่ร้องดังขึ้น ผลแพ้ชนะออกมารวดเร็วเกินคาด มีเืออกจากมุมปากของม่อเซาชง กระบวนท่าที่หงส์ซิงชนะนั้นมันโจมตีผ่านวัตถุเป็สื่อนำจากนั้นแรงทั้งหมดจะวิ่งผ่านจากดาบไปที่ร่างกายผู้รับโดยตรง ทั้งสองป้องมืออีกครั้งจางนั้นม่อเซาชงก็ลงเวทีไป สีหน้าของเว่ยโมถงถึงกับซีดลงหลายส่วน
“เป็การต่อสู้ที่ดี”เฉินหนานพูดออกมา
“ยังไงหรือเราแพ้รวดเร็วขนาดนี้”หลิงไทซูถามด้วยความสงสัย
“ท่านไม่ต้องกังวลไปที่จริงแล้วม่อเซาชงไม่ได้อ่อนแอกว่าหงส์ซิงเลยเพียงแต่เทคนิคแพ้ทางกันเท่านั้น”เฉินหนานอธิบาย
“ในการโจมตีสุดท้ายหากเขาปัดออกคนที่แพ้คงเป็หงส์ซิง แต่เขากลับไปรับการโจมตีจึงทำให้แพ้
“เป็อย่านี้เอง”เว่ยโมงถงและหลิงไทซูก็ใจชื้นมาบ้าง จากนั้นการประลองก็ทำเนินต่อไปผลออกมาเท่ากันแพ้สามชนะสาม ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความสะใจ
เฉินหนานยิ้มออกมาเขาเริ่มรู้สึกอยากต่อสู้ขึ้นมาแล้วบ้างแล้วต่อคนพวกนี้ไม่ยังไม่สามารถใช้พลังธรรมชาติได้ แล้วมันจะเป็คู่มือของเฉินหนานได้ยังไง ในตอนนี้คนของสำนักจงซานคนที่สี่แพ้ไปเรียบร้อยแล้ว และคนที่ขึ้นมาเดิมทีจะเป็ของ ฉินต๋า แต่ว่า
“ไอ้พวกอ่อนหัดเอ้ยข้าจะจัดการพวกมันเอง”
“ใจเย็นก่อนชงอวิ๋นนี้ก็แค่การแลกเปลี่ยนเท่านั้น”
“ท่านเ้าสำนักข้ายอมไม่ได้หรอกที่พวกเขาแพ้ติดกันแบบนี้”จูเทียนกังยิ้มออกมาอย่างสนุก
“งั้นก็ไปสั่งสอนพวกมันเสียหน่อยคงไม่เป็ไร”จากนั้นจูเทียนกังก็ให้คนไปเปลี่ยนแปลงรายชื่อ
“คนต่อไปของจงซานคือชงอวิ๋นปะทะกับเกาเชียง”เกาเชียงถือว่ามีฝีมือเช่นกันเขาใช้หมัดสิงโตคำรามเอาชนะสองคนติดแล้ว
“เหลียนชิงนั่นไงชงอวิ๋นเขาเท่มากเลย”เหลียนชิงมองไปก็เห็นว่าเฉยๆ
“พวกเธอบ้าไปแล้วเขาก็หน้าตาบ้านๆนั่นแหละ”จางเซาหลงนั่งอยู่ข้างๆก็พูดออกมา
“เหลียนชิงเธออย่าเพิ่งตัดสินเขาจะเท่ตอนต่อสู้”เหลียนชิงถอนใจ
“แล้วฉันจะรอดู”เวลาเดียวกันแม่ของเหลียนชิงก็ทำท่าทางแปลกๆ
“แม่คะทำอะไร”เธอหันมา
“มีมีอะไรแม้คุ้นหน้าใครบางคนเท่านั้น”
“อ่อแม่รู้จักคนเยอะเป็เื่ธรรมดาค่ะ”
ชงอวิ๋นะโขึ้นเวทีแต่มันเหมือนกับเขาลอยขึ้นมา เสียงร้องจากผู้ชมดังออกมาทันที
“นั่นเขาเหาะหรือเปล่า”
“อย่าบอกนะว่าเขาบินได้”
“เขาะโนะใครจะเหาะได้กัน”
“เขาช่างทรงพลังจริงๆ”
“เขาเท่มากจริงๆ”ชงอวิ๋นเอามือไขว้หลังอย่างสง่าบนเวทีแล้วยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
“คืนนี้ชะตากรรมแกขาดแล้วเกาเชียง”เกาเชียงไม่ได้สนใจเขาป้องมือ
“เริ่มได้”!!! เกาเชียงพุ่งเขาไปด้วยการต่อยหมัดสิงโตคำราม ท่าที่หนึง ท่าที่สอง จนไปถึงสิบหมัด
ชงอวิ๋นแค่เบี่ยงตัวหลบง่ายๆหมัดสิงโตคำรามก็ผ่านร่างเขาไปอย่างง่ายดาย
“รวดเร็วอะไรอย่างนี้”เกาเชียงโจมตีไปกว่าสามสิบกระบวนท่าแต่มันไม่สามารถแตะแม้แต่ชายเสื้อชงอวิ๋นเลย
“เขาช่างมีพร์นัก”หลิงไทซูกล่าว
“การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วมาก”เว่ยโม่ถงกล่าว
“ไม่หรอกเขาก็แค่จับจังหวะเก่งเท่านั่น”เฉินหนานอธิบายออกมาเป็ข้อๆ ปัง!!เกาเชียงกระทึบเท้าส่งพลังดีดตัวใช้ท้าไม้ตาย
“หมัดสิงโตเล่นน้ำ”เกิดพลังฉีวิ่งทั่วหมัดของเกาเชียงและส่งเสียงสิงโตออกมา
“ไร้สาระ”ชงอวิ๋นกำหมัดแน่นพลังฉีวิ่งที่แขนซ้าย ทุกคนได้ยินเสียงกิเลนคำรามดังลั่น
“หมัดกิเลนทองคำท่าที่หนึ่งกิเลนทลายหินผา พลังทั้งสองปะทะกัน ปัง!!!!เกาเชียงลอยออกไปน้องเวทีแขนของเขาหักทันที อ๊าๆๆๆ เฉินหนานรีบดูอาการจากนั้นแขาของเกาเชียงจากนั้นอาการก็ดีขึ้น เฉินหนานขมวดคิ้ว
“ใจแคบเสียจริง”เสียงเชียร์ดังขึ้นสนั่นหลังจากเงียบไปนาน
“เห็นไหมเหลียนขิงศิษย์พี่ของฉันเป็ยังไง”เหลียนชิงเท้าคางอย่างเบื่อหน่าย หลังจากนั้นคู่ต่อสู้ของชงอวิ๋นอีกห้าคนก็แขนขาหัก มาให้เฉินหนานรักษาหากวันนี้ไม่มีเฉินหนานคนพวกนี้คงจะเดินเส้นทางยุทธ์ไม่ได้อีกแล้ว เฉินหนานขมวดคิ้วเขากำลังโกรธมากๆ
“นี่เขากำลังจะทำลายคนอื่นชัดๆ”แม้เฉินหนานจะไม่ใช่คนดีอะไรแต่การทำให้คนอื่นสูญเสียเส้นทางโดยที่ไม่มีความดชแค้นแบบนี้ก็เกินไปหน่อย
“ฉันคิดว่าการใจดีกับคนแบบนี้คงไม่มีประโยชน์สักเท่าไร ให้เขานอนคิดถึงการกระทำตัวเองสักสามเดือนน่าจะดีที่สุด”เฉินหนานพึมพำกับตัวเอง
“เขาโเี้กินไปเราถอนตัวดีหรือไม่”เว่ยโม่ถงกังวล
“แต่กำหนดการประลองคือยี่สิบคนนะนี่ผ่านไปห้าคนเอง”หลิงไทซูพูดออกมา
“อืมแบบนี้คนที่เสียค่าตั๋วต้องไม่พอใจแน่”
“แต่การที่เห็นพวกเขาแขนขาหักแบบนี้อาจารย์อย่างเราจะรับไหวได้ยังไง”
“ปรมาจารย์เฉินท่านคิดว่าอย่างไรดี”
“ไม่เป็ไรต่อไปถึงคิวฉันพอดี”เฉินหนานยิ้มอย่างชั่งร้าย เว่ยโมถงและหลิงไทซูถึงกับขนลุก
“คู่ต่อไปชงอวิ๋นและเฉินหนาน”เสียงประกาศดังขึ้น เฉินหนานก้าวออกไปพร้อมกระบี่ไม้เขาลอยตัวขึ้นเวที อย่างสง่างาม ทุกคนเงียบ
“เขา เขาลอยได้”
“ใช่ดูไม่เหมือนะโเลย”
“เขาอายุเท่าไรกัน”
“ไอ้เด็กน้อยลงมาก่อนโดนทุบเถอะฮ่าๆ”หลายคนใหลายคนสงสานลรหลายคนก็ชื่นชม เฉินหนานไม่ได้สนใจคนพวกนี้เขามองไปที่ชงอวิ๋น
เหลียนชิงยืนขึ้นทันทีเธอคิดว่าตาฝาดเธอขยี่ตา เช่นเดียวกับจางเซาหลงที่อ้าปากค้างไม่ต่างกับแม่ของเหลียนชิงมู่หวานเองก็ใ
“แม่คะนั่นเขาที่หนูเล่าให้ฟัง”มู่หวานหันมายิ้ม
“เขานี่เอง”
“แม่รู้จักเขาหรือคะ”
“เขามาซื้อหยกที่ร้านเราเมื่อเช้า”เหลียนชิงยิ้มออกมา
“จริงหรือคะเขาเป็ยังไงบ้าง”มู่หวานคิดสักพัก
“เขาไม่เหมือนใครจริงๆ เขาดูต่างจากเด็กอายุสิบเจ็ดเลย”เหลียนซูงงกับการสนทนาสองแม่ลูก
“หรือว่าลูกชอบเขา”มู่หวานถาม จ่างเซาหลงถึงกำหน้าเสีย
“หนูไม่ชอบใครก่อนหรอกค่ะเขาก็แค่กวนประสาทหนูเท่านั้น”ทว่าในตาของเธอเป็ประกาย
เฉินหนานเอากระบี่ไม้ไขว้หลัง แล้วเอ่ยกับชงอวิ๋นอย่างเห็นใจ เนี่องจากชงอวิ๋นต่อสู้มาห้ารอบรวดพลังฉีของเขาใกล้หมดแล้ว
“ฉันว่านายพักก่อนแล้วให้คนอื่นมาสู้แทนเถอะพลังนายใกล้หมดแล้ว”เฉินหนานยิ้ม
“อย่าอวดดีแค่เด็กน้อยฉันเอาชนะได้สบายๆ”ถึงจะพูดแบบนั้นการที่เห็นเฉินหนานลอยขึ้นเวทีอย่างนุ่มนวลแบบนั้นมันไม่ใช่ธรรมดา วิชาตัวเขาของเขามันสุดยอดเกินไป
“ฉันเตือนนายดีๆหากแพ้อย่ามาอ้างแล้วกัน”เฉินหนานแสยะยิ้ม
“อะแฮม ชงอวิ๋นเธอมาพักก่อน”จูเทียนกังกล่าว ไม่มีทางเลือกชงอวิ๋นลงจากเวทีไป ฉินต๋าขึ้นเวทีมาแทน ทั้งสองป้องมือจากนั้นเฉินหนานก็หลับตาลงคนพวกนี้ไม่คู่ควรที่จะลืมตาสู้กับพวกเขา
“นั่นมันฆ่าตัวตายหรือไง”
“ไม่จริงใช่ไหมเขาหลับตา”
“สั่งสอนมันมาดูถูกพวกเราได้ไง”
“จัดการมันเลย อาต๋า”เสียงเชียร์ฉินต๋าดังขึ้น จนสั่นะเืไปทั้งสนาม มันถือค้อนเล็กพุ่งไปหาเฉินหนานด้วยความเร็วแล้วฟาดลงที่หัวเฉินหนานเปรี้ยง!!!!!