บทที่ 13
พักใจ
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้วพี่เกียร์ก็ขับรถพาฉันไปคณะวิศวะฯแทนที่จะไปส่งคอนโด ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปที่ลานเกียร์หน้าคณะวิศวะฯทุกคนต่างจับจ้องมาที่ฉันกับพี่เกียร์ เพราะเป็่ที่เขารับน้องกันอยู่ พี่เกียร์จับมือฉันเดินไปหากลุ่มเพื่อนเขาที่นั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อนอีกมุมนึง ซึ่งมีเพื่อนอยู่ 5 คน เป็ผู้ชาย3 ผู้หญิง 2 กลุ่มเดียวกับที่เจออยู่ร้านกาแฟ
"หวัดดีค่ะพี่ๆ"ฉันทักทายพร้อมยกมือไหว้
"หวัดดีจ้ะน้องน้ำพริก" ทุกคนตอบรับพร้อมกับยิ้มทักทาย
"คนนี้ชื่อไผ่คนนั้นชื่อแมน ส่วนนั่งตรงนั้นชื่ออาร์ท และสองสาวนี้ชื่อฟางกับฝ้าย" พี่เกียร์แนะนำเพื่อนพี่เขาให้ฉันรู้จัก
"ไหนบอกไปแค่ส่งขนมทำไมมึงหิ้วน้องเขามาด้วยวะ ไอ้เกียร์" พี่ไผ่ถาม
"มีเื่นิดหน่อยฟางกับฝ้าย เราฝากดูน้ำพริกด้วยนะ เราไปคุมน้องก่อน"
"พี่ไปคุมน้องก่อน อยู่ได้ใช่ไหมคะ" พี่เกียร์พูดกะพี่ฟางและพี่ฝ้าย แล้วหันมาบอกฉัน
"ไปได้แล้วเหอะพวกมึงนี่ไอ้เกียร์เป็เฮดว้ากนะ มาก็ช้า แถมลีลาเยอะเหลือเกินไม่ต้องเป็ห่วงน้องพริก เดี๋ยวพวกกูดูแลเอง"
ฉันเลยมานั่งกับพี่ฟาง พี่ฝ้ายพวกพี่เขาชวนคุยนู้นคุยนี่เก่งมาก จนลืมเื่เครียดๆไปได้เลยที่เดียวพร้อมพูดถึงเื่ทริปที่จะไปเที่ยวเชียงใหม่หลังสอบมิดเทอมกัน
"น้ำพริกไปเที่ยวเชียงใหม่กับพวกพี่ไหม"พี่ฝ้ายเอ่ยชวน
"ไปด้วยกันนะ ไปหลายคนสนุกดี"พี่ฟางพูดชวนอีกแรง
อันที่จริงฉันก็ไม่มีแพลนจะไปไหนอยู่แล้วอยากลองไปเที่ยวทางเหนือบ้างสักครั้งที่สำคัญอยากหนีจากเื่บ้าๆที่กำลังเจออยู่นี้เหมือนกัน
"ใครไปบ้างคะ"ฉันถามถึงผู้ร่วมทริป
"ก็กลุ่มเราทั้งหมดนี้แหล่ะกะจะนั่งรถไฟไปกันส่วนเื่ที่พักไอ้ไผ่มันมีรีสอร์ทอยู่ที่นั้นบรรยากาศดีมาเลยนะติดูเา พวกพี่เคยไปแล้วติดใจเลยอยากไปอีก"พี่ฝ้ายเล่าพร้อมน้ำเสียงตื่นเต้น
"พริกขอไปคิดดูก่อนนะคะแล้วจะบอกอีกที"
"ได้จ้ะแต่พี่จะบอกว่าอาหารเหนือนี้ ลำแต้ๆนะเ้า ไม่ไปแล้วจะเสียดาย อิอิ"พี่ฟางพูดพร้อมทำสำเนียงทางเหนือ ทำให้ฉันหัวเราะเบาๆกับพี่ฝ้ายสองคน
"หัวเราะอะไรกันจ้ะสาวๆ"พี่แมนถามทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะพร้อมกับเพื่อนที่เหลือ
"กูสองคนชวนน้องพริกไปทริปเชียงใหม่กับกลุ่มพวกเรา"
"แล้วน้องพริกตกลงไปมั้ย"พี่เกียร์ถามพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
"ขอคิดดูก่อนนะคะ"
"ไปเถอะถือว่าไปพักสมองพักกาย และก็พักใจ" พี่เกียร์พูดพร้อมกับมองหน้าฉันอย่างเป็ห่วง
"คงต้องถามเฮียแล้วก็พ่อกับแม่ก่อนเดี๋ยวจะให้คำตอบนะคะ"
"ป่ะเลิกแล้วไปหาไรกินกัน กูหิวจนจะแดกหัวรุ่นน้องอยู่แล้วเนี่ย คุมน้องรุ่นนี้เสียกูพลังงานก็เยอะมาก"พี่อาร์ทพูดขึ้น
"กูไม่เห็นมึงจะทำอะไรเลยออกไปยืนทำหน้าเข้มๆเฉยๆเหอะ" พี่ฟางเอ่ยแซว
"นั้นแหละ คนอย่างกูอยู่นิ่งๆเฉยๆไม่ได้โว้ยยยย"
หลังจากนั้นพวกพี่ๆก็พากันไปกินข้าวเสร็จแล้วพี่เกียร์ก็มาส่งฉันที่คอนโด พร้อมกับให้พี่แมนไปขับรถฉันมาส่งแล้วกลับออกไปพร้อมกัน
"กลับดีๆนะคะพี่เกียร์ พี่แมน ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวด้วย" ฉันบอกทั้งสองคนพร้อมกับเดินเข้าคอนโดเมื่อรถพี่เกียร์ขับออกไป
ขณะที่ฉันกำลังเข้าไปรอลิฟต์พี่วินก็ลุกออกมาจากโซฟาที่อยู่ห้องข้างล่างของคอนโดพร้อมจกระชากข้อมือฉันให้เข้าไปในลิฟต์ พร้อมกดหมายเลขชั้นที่ห้องของเราอยู่
"ไปไหนมา"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่คะ"
"พี่ถามว่าไปไหนมาก็ตอบสิ ไม่ใช่ให้ย้อนถาม" พี่วินพูดเสียงดังฉันได้กลิ่นเหล้าออกมาจากตัวพี่วิน คงเมาล่ะสิ
"ไปกินข้าวมาค่ะ"
"กับใคร"พี่วินถามเสียงเครียด
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่คะเรากำลังจะถอนหมั้นกันแล้ว พริกจะไปไหนกับใครก็ได้ เราต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ"
"ใครบอกว่าพี่จะยอมถอนหมั้นกับเรา"
"ก็พี่เป็คนพูดเองว่าถ้าพริกทนไม่ได้ก็แค่ถอนหมั้นไป ตอนนี้พริกทนไม่ได้แล้วค่ะ เราถอนหมั้นกันเถอะพี่วินก็จะได้อิสระในการคบใครก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าพริกจะไปทำร้ายคนของพี่อีก"ฉันเถียงขึ้นเสียงดัง
"อยากถอนหมั้นกับพี่เพื่อที่จะไปคบกับไอ้หนุ่มวิศวะนั้นละสิ ถึงขั้นไหนกันแล้วละ"
เพี๊ย! ชั้นตบหน้าพี่วิน
"เลิกพูดดูถูกพริกเดี๋ยวนี้นะ"
"อื้อออ "พี่วินดึงฉันมาจูบทันที เป็จูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนมากแรงกดจากริมฝีปากทำให้ปากฉันเจ็บไปหมด ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจากกัน พร้อมกับฉันที่หายใจหอบถี่ ใจเต้นแรง อย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"จำไว้อย่ามาปากดีแล้วก็ห้ามพูดถึงเื่ถอนหมั้นอีก ไม่งั้นจะเจอมากกว่าจูบแน่"พี่วินพูดขู่พร้อมทำหน้าตาน่ากลัว
ติ้ง! เสียงลิฟต์หยุด ตรงชั้น35 ชึ่งเป็ห้องของฉันพอดี จึงรีบวิ่งออกมาตรงเข้ามาเปิดห้องพร้อมกับล๊อคประตูอย่างรวดเร็ว