วันเวลาภายในหอลิขิตฟ้านั้นแตกต่างจากภายนอกมาก ด้วยพลังจากนักพรตชราที่เปลี่ยนการไหลเวียนของกาลเวลาภายในหอให้รุนแรงขึ้น จากหนึ่งวันค่อยๆผ่านเลยไปจนเป็หนึ่งเดือน แต่ภายนอกกลับผ่านไปไม่ถึงวัน นักพรตเต๋ายังคงยืนนิ่งหน้าประตูเหล็กกลางห้อง มิได้ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด จนกระทั่งวันหนึ่ง ประตูที่เคยปิดสนิทส่งเสียงดังขึ้น ก่อนจะค่อยๆเปิดออกทีละน้อย ที่ด้านใน เขาเห็นเงาๆหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากความมืดมิด
นักพรตชรามองดูเหยียนชิงที่กำลังปีนขึ้นมาจากหลุมด้วยตนเอง ดวงตาของชายหนุ่มสาดประกายกระหายเืและเ็าออกมา มันไม่เหลือเค้าโครงความเป็เด็กอยู่แม้แต่น้อย ริมฝีปากยังคงมีเศษเนื้อสุนัขติดอยู่ เส้นผมที่เคยพลิ้วไหวยามนี้กลับเกรอะกรังไปด้วยโลหิตสีดำ เสื้อพรานป่าที่เขาเคยใส่บัดนี้ฉีกขาดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม มีเพียงชายเสื้อชิ้นเล็กๆที่ยังคงผูกติดอยู่ที่เอว โชคดีที่กางเกงของเขาไม่ได้ฉีกออกมากมาย มิเช่นนั้นก็คง.....
“มันใช้เวลาน้อยกว่าที่ข้าคาดนัก ดูเหมือนว่าข้ามองไม่ผิดคนจริงๆ”นักพรตชราครุ่นคิดภายในใจ สังหารสุนัขป่าห้าพัน จำนวนนั้นอาจจะน้อยหากเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลาง แต่ชายหนุ่มเพิ่งจะก้าวเข้ามาในโลกของการฝึกยุทธ์เท่านั้น เขากลับทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะกับการไล่ขย้ำสุนัขป่าที่ดุร้ายและจนตรอกทั้งห้าพันตัว หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นทั่วไปก็คงทำได้แต่เพียงกรีดร้องอย่างโหยหวนเท่านั้น
เหยียนชิงกวาดสายตามองไปยังนักพรตเฒ่า ดวงตาสาดประกายรังสีสังหารออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทันใดนั้นชายหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่นักพรตเฒ่าด้วยความเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนตวัดมือไปที่ลำคอของชายชราทันที!
“ปังง!!” เสียงมือของเขาปะทะเข้ากับโล่ที่มองไม่เห็นจนต้องหยุดชะงักลง เหยียนชิงสบถออกมาเป็คำหยาบจนไม่สามารถบรรยายได้ พร้อมทั้งค่อยๆลดมือลง
“เ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอะไร?”นักพรตชราจ้องมองเหยียนชิงผ่านโล่ป้องกันของเขา สายตาค่อยๆไล่ประเมินชายหนุ่มทีละน้อย
“เ้าปล่อยให้ข้าตายอยู่ภายในนั้น! เ้ายังจะกล้าถามว่าข้าจะทำอะไรอีกรึ ข้าจะฆ่าเ้ายังไงเล่า!!”เหยียนชิงตะคอกใส่ชายชราด้วยความโกรธ ชายหนุ่มเกือบตายอยู่ในนั้น ไอ้พวกหมาบ้านั่นก็ตามไล่งับเขาเป็พรวน ฆ่าไปเท่าไรก็ไม่หมด แถมยิ่งใช้แรงมากก็ยิ่งหิว นานเข้าก็เริ่มหน้ามืดตามัวเป็ฝ่ายไล่ขย้ำแทนพวกหมาป่า ตาแก่นี่ถีบเขาลงมายังจะกล้ามาถามว่าเขาทำอะไรอีก!
“ดูเหมือนส่วนที่พัฒนาขึ้นคงมีอารมณ์กับร่างกายของเ้า แต่สมองกลับไม่ได้พัฒนาตาม ไอ้หนู.....สำหรับเ้าที่คิดจะฆ่าข้านั้นมันเร็วไปนับพันปี….”นักพรตชราถอนหายใจด้วยเบื่อหน่าย พลางขยับมือร่ายเวทผนึกร่างกายไปยังเหยียนชิง ทันใดนั้นสัญลักษณ์เวทก็ปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของเขาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
“อึ่ก!” เขาไม่ได้ถูกพันธนาการด้วยเชือกวิเศษหรือที่คุมขังแต่อย่างใด แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงแรงกดทับมหาศาลที่กำลังถาโถมเข้ามาบนร่างกายเขาจนแทบทนไม่ได้ สองขาที่เคยยืนตระหง่านค่อยๆร่วงลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น เหงื่อเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ไหลซึมออกมาจากร่างกายของเขา
นักพรตชราค่อยๆลอยมาตรงหน้าของเขาก่อนจะเริ่มพูดคุยขึ้น
“ที่ข้าส่งเ้าเข้าไปในนั้นไม่ใช่เพียงแต่ขัดเกลาจิตใจเ้าให้แข็งแกร่งขึ้นจากการต่อสู้กับพวกสุนัขจนตรอกเ่าั้ แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เ้าพัฒนาร่างกายจนกระทั่งมาอยู่ขั้นที่สามของขั้นเก้าสังขาร เมื่อถึงขั้นนี้ร่างกายเ้าจะทนทายาดอย่างน่าเหลือเชื่อ กระดูกและเืเนื้อจะแข็งดุจแกร่งเหล็กกล้า อีกทั้งยังเพิ่มพูนพละกำลังของเ้าขึ้นอย่างมากอีกด้วย อย่าบอกข้านะว่าเ้าไม่ได้สังเกตมันแม้แต่น้อย?” นักพรตชราบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตอนแรกข้าก็ไม่มั่นใจว่าเ้าจะสามารถรอดชีวิตแล้วเลื่อนขั้นมาจนถึงระดับสามหรือไม่ แต่สุดท้ายเ้าก็ทำสำเร็จ มิหนำซ้ำยังสำเร็จในเวลาอันสั้นอีกด้วย….
“เ้า.....” เหยียนชิงตกตะลึงกับคำตอบของนักพรตชรา ก่อนค่อยๆสำรวจร่างกายของตนเอง ทำให้เขาพบว่ามันแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก เรี่ยวแรงมหาศาลที่ไม่อาจหาได้จากมนุษย์ธรรมดากำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายเขา ก่อนหน้านี้เป็เพราะชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ทุกวินาทีจนไม่อาจสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดกับร่างกายเขาได้
“ใจเย็นขึ้นแล้วหรือไม่? ข้าจะได้เริ่มขั้นตอนต่อไปซักที”โดยไม่รอให้ชายหนุ่มได้ตอบกลับแม้เพียงสักนิด นักพรตชราร่ายเวทขึ้นมาอีกครั้ง มันทำให้เกิดแสงสว่างแวบขึ้นมาทั่วทั้งห้อง เมื่อแสงจางลง กลับปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา ตัวกระบี่ดูเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ใบดาบสลักไปด้วยภาษาโบราณที่ไม่สามารถแปลความหมายได้ ด้ามกระบี่เป็ลายัขนดตัวพันอยู่รอบๆ แค่มองเพียงครั้งเดียวก็บอกได้ว่ามันเป็ของวิเศษที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาบนโลกใบนี้
เหยียนชิงจ้องมองไปยังกระบี่อย่างตกตะลึง จิตใจของเขาค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆ เหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างจากตัวกระบี่ค่อยๆเข้ามาชำระจิตใจที่โกรธเกรี้ยวของเขา ชายหนุ่มกำลังคิดถึงเหตุการณ์ต่อจากนี้ จะรอด.....หรือจะตาย เขาคงรู้ได้ในอีกไม่ช้า
“ถ้าหากสำเร็จ ข้า........ข้าไม่คิดว่าจะหาสิ่งใดมาตอบแทนท่านได้ต่อความเมตตาในครั้งนี้” เหยียนชิงก้มหัวลงคารวะนักพรตชราด้วยความจริงใจ เมื่อเขาเงยหน้ามองไปยังกระบี่ ตัวเขารู้สึกได้ว่ากระบี่ก็กำลังมองกลับมาเช่นกัน ั้แ่อดีตจนถึง่เวลานี้ ชายหนุ่มก็ยังคงสงสัยว่าทำไมผู้าุโผู้ลึกลับจึงพยายามช่วยเขาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่เอ่ยถึงสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด
เมื่อพูดถึงการตอบแทนบุญคุณ ดวงตานักพรตชราก็สาดประกายประหลาดออกมา “เ้าตอบแทนข้าได้แน่นอน จงอย่าได้ห่วงเื่นั้น ตอนนี้จงรวบรวมจิตใจให้สงบซะ เมื่อเ้าพร้อมแล้วก็จงไปยืนที่กลางห้อง” เขาออกคำสั่งแก่เหยียนชิงอีกครั้ง กระบวนการนับจากนี้........ไม่อาจผิดพลาดแม้เพียงนิด
เหยียนชิงสูดหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วหลับตาลง จิตใจที่กำลังยุ่งเหยิงค่อยๆสงบนิ่งลง ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมา สาวเท้าเดินตรงไปยังกลางห้องแล้วหันกลับมามองนักพรตชรา
“ข้าพร้อมแล้วผู้าุโ ท่านจะใช้วิชาเวทย์หรือยาวิเศษเพื่อรักษาข้าล่ะ?” เหยียนชิงถามขึ้นด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“วิชาเวทย์? เม็ดยา? ของพรรค์นั้นไม่จำเป็ ข้าจะใช้กระบี่นี่รักษาเ้า!!” เมื่อพูดจบนักพรตชราก็ปากระบี่ออกไปเต็มแรง จนกระบี่กลายเป็ลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เหยียนชิงอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฉึกก!” กระบี่โบราณพุ่งไปปักเข้าที่กลางอกของเขาพอดิบพอดี
“อั่คค……...นี่ .........นี่มันหมายความว่าอย่างไร?” เหยียนชิงถูกกระบี่แทงทะลุจนมิดด้าม เขาไม่ได้ก้าวถอยหลังเพราะแรงที่พุ่งเข้ามาแม้เพียงนิด ตัวกระบี่ที่กำลังปักทะลุอกเขาเปล่งแสงวูบวาบออกมาเป็ระยะ จนกระทั่งมันปล่อยแสงออกมาเต็มพิกัด
“เ้ากับปรสิตอสรพิษกลืนปราณเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแทบทั้งหมด ข้าจำต้องกระทำโดยไม่ให้มันทันตั้งตัวได้ หลอมรวมกระบี่เทพนิมิต!” นักพรตชราตอบชายหนุ่มก่อนประสานมือเข้าด้วยกันพร้อมทั้งร่ายบทสวดไปด้วย
“อดีตกาลรวมเป็หนึ่ง ความเป็หนึ่งเป็ฟากฟ้า ความเป็หนึ่งเป็ผืนดิน ความเป็หนึ่งเป็ผืนน้ำ แลกเปลี่ยนดวงจิต ผืนฟ้ามิอาจแยกออก ผืนดินมิอาจแตกร้าว ยามฟ้าดินแปรเปลี่ยน เจ็ดกระบวนดาบตัด์!”
นักพรตชราชี้นิ้วที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ไปยังกระบี่ที่ปักอยู่บนอกชายหนุ่ม ทันใดนั้นกระบี่ที่ปักคาอยู่ค่อยๆปรากฏรอยร้าวขึ้นมาพร้อมทั้งแตกเป็เสี่ยงๆทันที
เหยียนชิงมองกระบี่ที่เคยปักอกเขา ที่บัดนี้กลับกลายเป็เศษเล็กเศษน้อย แต่มันไม่ร่วงลงไปยังพื้นดิน กลับกันมันกลายเป็ลำแสงนับไม่ถ้วนห้อมล้อมชายหนุ่ม ก่อนจะพุ่งเข้าไปยังหน้าอกของเขา
“อ้ากกกก!”เหยียนชิงกู่ร้องออกมาเสียงดัง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความเ็ปเหลือประมาณ นี่อาจเป็ความเ็ปที่มากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาในชั่วชีวิตนี้ มันมิได้เกิดเพียงชั่วครู่ แต่กระบวนการหลอมรวมนี้เกิดขึ้นนานนับสิบนาที
จนในที่สุด เหยียนชิงก็เห็นบางอย่างกำลังพยายามชอนไชออกมาจากหน้าอกเขา
มันเป็เหมือนพยาธิที่ตัวยาวประมาณหนึ่งคืบ แต่กลับมีความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวของมันเป็เหมือนกับหัวลูกศร ลำตัวเต็มไปด้วยเกล็ดที่ลวดลายแปลกๆ ที่หางมีครีบสองครีบติดอยู่
มันคืออสรพิษกลืนปราณ
ทันทีที่มันออกมา ตัวอสรพิษมีทีท่าว่า้าจะหลบหนี แต่ไม่ทันที่มันจะได้ขยับตัว แสงของกระบี่ที่แตกกระจ่ายไปก็พุ่งเข้าโอบล้อมมันไว้ อสรพิษน้อยดิ้นไปมาอย่างทรมานจนกระทั่งมันถูกแสงสว่างกลืนกินไปอย่างช้าๆ ทุกส่วนของลำตัวค่อยๆแตกสลายจนเหลือเพียงพลังงานบริสุทธิ์รวมเข้ากับลำแสงของกระบี่ พุ่งกลับเข้ามายังชายหนุ่มอีกครั้ง
ในตอนนั้นเหยียนชิงรู้สึกได้ว่าลำแสงที่พุ่งเข้ามาหาเขาครั้งที่สองนี้ไม่ได้เ็ปแต่อย่างใดแบบครั้งแรก แต่กลับกันเขารู้สึกถึงพลังปราณที่ค่อยๆเอ่อล้นจุดตันเถียนของเขา จุดชีพจรที่เคยตีบตันทั้งหลายต่างถูกปราณบริสุทธิ์ที่มาจากตัวเขาเองและจากแสงกระบี่กรุยทางจนเปิดโล่งรับพลังปราณของเขาเข้าไป เหยียนชิงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าพลังปราณในร่างกายของเขาค่อยๆฟื้นกลับคืนมา ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิลงทันที พยายามที่จะสยบพลังที่เอ่อล้นออกมาอย่างบ้าคลั่งภายในร่างกายของเขา
เวลาผ่านไปถึงสองชั่วยาม เหยียนชิงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ดวงตาที่เคยปิดยามนี้เปล่งประกายลึกลับอันทรงเสน่ห์ออกมา
ยามนี้เขารู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายจากร่างกายอย่างยิ่ง ประสาทััและการรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็วงกว้างกว่าปกตินับเท่าตัว ร่ายกายที่เคยเต็มไปด้วยาแค่อยๆรักษาตัวเองอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของชายหนุ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมากกว่าเดิม เส้นผมที่เคยเกรอะกรังไปด้วยโลหิตถูกชำระล้างจนพลิ้วไปมา ก่อเกิดเป็ภาพบุรุษที่ดูสมบูรณ์แบบดังเทพเ้าบนสรวงสรรค์
“นี่คือ......พลังปราณในร่างกายข้า?” เหยียนชิงเงยหน้าขึ้นมาถามนักพรตชรา แต่เขากลับพบว่าร่างกายของท่านนั้นเปล่งแสงอ่อนล้าออกมา “ผู้าุโ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน!?” ชายหนุ่มตื่นตระหนกกับภาพที่เห็นตรงหน้าของเขา ร่างกายนักพรตชรากำลังค่อยๆจางลงไป
“พลังที่ข้าใช้ช่วยเ้านั้นมากมายนัก....... อีกอย่าง เมื่อแก่นแท้ของข้าถูกส่งต่อ นั่นเป็ธรรมดาที่จะถึงเวลาพักผ่อนของข้าแล้ว....” นักพรตชราพูดขึ้นด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ผู้าุโ.......ท่าน” เหยียนชิงรู้สึกตื้นตันอยู่ในใจ ความรู้สึกสำนึกบุญคุณกำลังอัดแน่นอยู่ในอก บัดนี้เขาไม่อาจกล่าวคำขอบคุณใดๆออกมาได้แม้เพียงคำเดียว
“เ้าไม่ต้องกล่าวสิ่งใด เมื่อครั้งที่เ้าถามข้าว่าจะตอบแทนข้าอย่างไร จงคิดเสียว่านี่คือการตอบแทนของเ้า จงสืบทอดปราณกระบี่แห่งสำนักนักพรตเต๋ากระบี่์ของข้าต่อไป ก็นับว่าเ้าได้ตอบแทนคุณของข้าแล้ว” ชายชรากำลังค่อยๆเลือนหายไป คล้ายกับว่าเขาสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ
“นี่มัน.....”เมื่อเหยียนชิงเพ่งสมาธิเข้าไปในจิตเขา มันปรากฏกระบี่โบราณเล่นนั้นกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในจิตใจ ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงอันเก่าแก่ดังก้องออกมาจากตัวกระบี่ “ทำลายเหล่าเทพ เผาผลาญเหล่ามาร ดังเจตจำนงแห่งกระบี่เทพนิมิต!” เสียงเ่าั้ดังกระหึ่มอยู่ภายในใจของเขา
“กระบี่ที่ข้าส่งมอบให้เ้า ประกอบไปด้วยแก่นแท้แห่งจอมประมุขกระบี่นักพรตเต๋าทุกๆรุ่น และข้าได้ส่งความทรงจำกระบวนท่าเข้าไปในตัวกระบี่ นับั้แ่อดีตกาลนานมา กระบวนท่านี้เรียกว่าเจ็ดกระบี่ตัด์!” นักพรตเฒ่าหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง แต่สายตาของท่านยังคงส่องประกายแก่กล้า
“ถึงแม้ว่ากระบี่เทพนิมิตจะยอมรับเ้าเป็นายของมัน แต่เ้าไม่อาจใช้ได้โดยง่ายจากความแข็งแกร่งของเ้าตอนนี้ จงใช้มันเมื่อยามจำเป็เท่านั้น ข้าคงไม่ต้องบอกว่ามันจะล่อตาล่อใจผู้คนมากขนาดไหนเมื่อเ้าใช้มันออกมา” ชายชรากล่าวด้วยความเหนื่อยอ่อน
“ข้าจะจดจำคำพูดของท่านไว้เป็อย่างดีผู้าุโ ขอท่านอย่าได้กังวลใจ” เหยียนชิงมองเข้าไปในความทรงจำของเขาอีกครั้ง ในครานี้กลับปรากฏ เหล่านักพรตชราคนอื่นกำลังร่ายรำกระบวนท่าของกระบี่อยู่ในจิตใจของเขา
“ผู้สืบทอดพลังของข้า....เ้าจะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่ภายในภาคหน้า ยามนี้เ้าอยู่ในหนทางการฝึกยุทธ์และการฝึกตน ทัณฑ์์ของสามขั้นแรกนั้นข้าช่วยให้เ้าผ่านมันไปได้ ครั้งต่อไปเ้าต้องพบเจอมันด้วยตนเอง ความรู้ของการฝึกตนจะถ่ายทอดออกมาเมื่อยามที่เ้าทะลวงผ่านแต่ละขั้นใหญ่ นั่นจะทำให้เ้าได้เปรียบผู้อื่นที่เป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ แต่จงอย่าลำพองใจให้มาก เหนือฟ้ามักยังมีฟ้า ทำตัวให้นอบน้อมเมื่อยามพบผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย หากเ้าขัดข้องใจกับมันก็จงรอเวลาที่เ้าเก่งกาจพอที่จะสามารถปลิดชีวิตพวกมันได้ในกระบวนท่าเดียว!” เขากล่าวคำแนะนำให้กับเหยียนชิงอีกครั้ง
“ขอบคุณผู้าุโที่ช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ผู้เยาว์ครั้งนี้ ผู้เยาว์จะไม่ลืมบุญคุณท่านไปชั่วชีวิต”เหยียนชิงโขกศีรษะคารวะนักพรตเฒ่าด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนจะเงยหน้าถามคำถามสุดท้าย “ข้าขอเสียมารยาทถามนามของท่านได้หรือไม่?”
“นามของข้า.......นามของข้าคือฉวี่เฉิน! ประมุขแห่งสำนักนักพรตกระบี่์รุ่นที่เก้า!” ชายชราตอบคำถามสุดท้ายของชายหนุ่มด้วยเสียงอันหนักแน่น ก่อนจะกล่าวขึ้นมาเป็ครั้งสุดท้าย “ข้ามอบวาสนาทั้งหมดของข้าให้กับเ้าบัดนี้หมดเวลาที่ข้าจะต้องทำหน้าที่พิทักษ์หอคอยแห่งนี้แล้ว จงไปเสีย....มุ่งหน้าไปสู่หนทางของเ้า ทางที่เ้าลิขิตขึ้นเอง!”
ชายชราสะบัดมือไปยังชายหนุ่ม ก่อให้เกิดสายลมรุนแรงที่พัดร่างของเขากระเด็นออกมาจากหอลิขิตฟ้า เมื่อเหยียนชิงร่วงลงมายังพื้นดินด้านล่างของหอคอย ทันใดนั้นแผ่นดินก็สั่นะเืขึ้น หอคอยโบราณที่ตั้งตระหง่านมานานนับหมื่นปีค่อยๆพังทลายลงไป ้ายังมองเห็นร่างิญญาเก้าร่างรวมทั้งฉวี่เฉินมองลงมายังเขาได้อย่างชัดเจน
“จงแข็งแกร่งขึ้น......แข็งแกร่งกว่าพวกข้าทั้งหมด!” ทั้งเก้าร่างพูดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ฉวี่เฉินมองไปยังชายหนุ่มครั้งสุดท้ายแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับิญญาทั้งแปด
หอคอยลิขิตฟ้าพังลงต่อหน้าชายหนุ่มจนไม่เหลือเค้าโครงใดๆที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ หอคอยที่เคยเด่นตระการตามาั้แ่ครั้งโฐราณกาล บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น
เหยียนชิงมองซากเ่าั้ด้วยสีหน้าว่างเปล่า ก่อนจะประสานมือคารวะเศษซากทั้งหลายด้วยความซาบซึ้ง ในใจยังคงเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในตัวของเหล่านักพรตทั้งหลายเ่าั้ เละเมื่อเขามองไปยังท้องฟ้า บัดนี้กลับเป็ยามเย็นของวันแล้ว ถึงแม้ว่าภายในหอคอยนั้นจะผ่านไปนานนับเดือนแต่ภายนอกกลับยังไม่ถึงหนึ่งวัน ชายหนุ่มหันหลังเตรียมตัวจะกลับไปยังหมู่บ้านทะเลไผ่ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังตามมาจากด้านหลัง
“เ้าหนู หยุดอยู่ตรงนั้นเสีย!!”