สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 45 อึกทึกครึกโครม

            “อ้าว คหบดีหลี่ ท่านอยู่พอดีเลยข้าเพิ่งไปเอาแตงกวากับมะเขือม่วงกลับมา ท่านต้องการสิ่งใดไหมขอรับ”เถ้าแก่หยางผายมือออกมาและพูดด้วยรอยยิ้มมีความสุข วันที่ท้องฟ้ามืดดำผ่านไปแล้ว จิตวิญญาณของคนก็กลับมาแล้วคำพูดเมื่อครู่ของคหบดีหลี่จึงไม่น่ากลัวสักเท่าไร

             

            “ไม่มีผักกาดกวางตุ้งหรือ...แตงกวากับมะเขือม่วงจะเหมือนกันหรือ”คหบดีหลี่รู้สึกผิดหวังจึงเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวัง

             

            “ปลูกโดยคนคนเดียวกันท่านต้องลองชิมดูจึงจะรู้” เถ้าแก่หยางไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับสายตาไม่เชื่อของคหบดีหลี่ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้ม

             

            “...เช่นนั้นก็ได้ เอาทั้งสองมาอย่างละ 1ชุด” คหบดีหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็โบกมือออกคำสั่งในเมื่อมาถึงแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะไม่กินหลังจากสั่งแล้วจึงกลับไปนั่งที่เช่นเดิม

             

            “เช่นนั้นท่านโปรดรอสักครู่นะขอรับ”เมื่อเถ้าแก่หยางพูดจบ ก็รีบวิ่งไปที่หลังครัวทันที

             

            ณ ที่นั้นหลายคนได้ยินถึงบทสนทนาของคหบดีหลี่และเถ้าแก่หยางเป็นที่เรียบร้อยจึงพากันสั่งผักกับเสี่ยวเอ้อร์ ในเมื่อมาจากผู้ปลูกคนเดียวกันย่อมไม่แย่สักเท่าไรแน่ เช่นนั้นย่อมประทังคามอยากในปากได้มิใช่หรือ 

             

            ไม่นานนักหลังจากเถ้าแก่หยางมาถึงในครัวหลังร้านเสี่ยวเอ้อร์ก็รีบตามมา พร้อมถือรายการผักที่ถูกสั่งเพิ่มเอาไว้ในมือล้วนเป็นรายการผักสองชนิดที่เขาเพิ่งนำกลับมาพวกมันยังไม่ได้รับความร้อนจากมือของเขาเลย จะต้องส่งออกไปแล้วหรือเช่นนี้ไม่ดีแน่ ต้องให้ซูเฉิงไปที่บ้านเฉียวอีกรอบ ไม่อย่างนั้นคืนนี้จะทำเช่นไร

             

            เข้าไปในครัวแล้วก็วิ่งออกมาจากครัวอีกครั้งก่อนจะตามหาซูเฉิงและได้สั่งให้เขาไปที่บ้านเฉียวอีกครั้งและถือโอกาสนำเงินให้เขาติดไปด้วยเพื่อจ่ายหนี้ที่ค้างไว้

             

            ซูเฉิงกำลังเตรียมของขึ้นรถม้าเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่มา และได้รับคำสั่ง เขาก็ไปที่บ้านเฉียวอย่างไม่รอช้า

             

            ครั้งนี้พอจวี้เซียนโหลวมีแตงกวากับมะเขือม่วงความไม่พอใจที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็หายไปในวันนี้

             

            สองพี่น้องตระกูลเฉียวทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วและกำลังจะงีบหลับสักพัก แต่ยังไม่ทันได้เอนตัวลงบนที่นอนก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

     

            เมื่อสวมรองเท้าแล้วเดินออกไป เฉียวซีรู้สึกไม่แน่ใจเมื่อเธอเห็นซูเฉิงก็ท่านเพิ่งจะออกไปไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงกลับมาแล้วเล่าหรือว่าจะลืมอะไรไว้ที่บ้านของนาง แต่ไม่น่าเป็นไปได้เมื่อพวกเขาเข้ามาก็ไม่ได้นำสิ่งใดเข้ามาด้วยเลย ซูเฉิงเปิดปากพูดกับนางตรงๆโดยไม่ต้องรอให้นางคิดก่อน “แม่นางเฉียว เถ้าแก่ขอให้ข้ามาเก็บแตงกวาและมะเขือม่วงกลับไป”

     

            “ยังต้องการอีกหรือขายหมดเร็วถึงเพียงนั้นเลยหรือ” ของขาดแคลนถึงเพียงนั้นเลยหรือเกินความจริงไปหรือเปล่า

     

            “เถ้าแก่กังวลว่าช่วงเย็นจะไม่มีขายดังนั้นจึงบอกให้ข้าเก็บกลับไปสักหน่อย”

             

            “ซูเฉิง บอกท่านลุงหยางว่าจะขายเช่นนี้ไม่ได้ต้องตั้งจำนวนไว้จำนวนหนึ่ง ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่สามารถจัดหาให้ได้จำต้องรอให้ผักขึ้นมาเสียก่อน ยังต้องใช้เวลาอีกร่วมเดือน”เขาจะขายเช่นนี้ได้อย่างไร หากขายหมดจะเป็นอย่างไรเล่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็จะเกิดขึ้นอีก สู้จำกัดจำนวนขายไม่ได้หรอกการจำกัดจำนวนขายจะเป็นการแช่แข็งความต้องการผักของพวกเขาเอาไว้ยืดระยะเวลาออกไปก่อน เวลาหนึ่งเดือนไม่นานก็ผ่านไปแล้ว

             

            “ขอรับ ข้าจะนำคำพูดนี้กลับไป”

     

            “ไปกันเถอะ ข้าจะพาท่านไปเก็บ”

             

            ตะกร้าทั้งสองใบถูกเติมจนเต็มอีกครั้งครั้งนี้ซูเฉิงได้ให้เงินโดยตรงกับเฉียวซี 5 ตำลึงเงินซึ่งถือว่าเป็นค่าผักสองครั้ง

             

            “ท่านพี่ซู มันมากไปแล้ว 2-3ตำลึงก็พอแล้ว ส่วนที่เหลือท่านเอาคืนไปเถิด”

             

            “แม่นางเฉียว นี่คือสิ่งที่เถ้าแก่ให้เจ้าเจ้าเก็บไว้เถิด” เงินนี้เถ้าแก่กำชับมาว่า ไม่ว่าผักจะราคาเท่าไรก็ให้คิดเงินค่าผักสำหรับสองครั้งนี้เป็นเท่านี้“ข้าจะไม่พูดอะไรกับไปมากกว่านี้ ข้าต้องขอก่อน”เขากระโดดขึ้นรถม้าและจากไปอย่างรีบเร่ง

             

            เวลานี้นางจึงถือโอกาสไม่นอนเสียเลย  มาที่ดินอีกผืนหนึ่ง มองไปยังต้นอ่อนมะเขือเทศต้นอ่อนแตงโมและพริกที่กำลังเติบโต

             

            นางใช้พลั่วไม้ย้ายต้นอ่อนแตงโมส่วนใหญ่ออกและนำต้นอ่อนเหล่านี้ไปยังพื้นที่ที่ยังไม่ได้เพาะปลูกทางด้านทิศตะวันตกและเริ่มขุดหลุมเล็กๆหลังจากขุดหลุมแล้วจึงนำต้นแตงโมฝังในดินรดน้ำและใช้พลังเจิมเล็กน้อยสุดท้ายนางก็กลับบ้านพร้อมพลั่วไม้ จากนั้นนางจึงค่อยๆ เทน้ำให้เต็มแก้วและดื่มอย่างหิวกระหาย

     

            เมื่อดื่มน้ำแล้วนางก็กลับไปดูน้องชายที่ห้อง ก็พบว่าน้องชายได้หลับสนิทไปแล้วเฉียวซีจึงไม่รบกวนเขา ค่อยๆ ถอยออกมาจากห้องอย่างเงียบๆราวกับว่านางไม่เคยมาที่นี่มาก่อน

             

            นางกลับไปยังห้องของตนเอง และเย็บปักถักร้อยต่อ

             

            ซูเฉิงนำผักกลับไปในเมืองและนำคำพูดของเฉียวซีไปบอกกับเจ้าของร้านเจ้าของร้านจะรับฟังหรือไม่ไม่สำคัญสำหรับเขาเขาจึงออกจากห้องและไปทำงานของตัวเองต่อ

             

            และเป็นเพราะผ้าเช็ดหน้าปักหลายที่เฉียวนำไปให้กิจการของหลิงเฉี่ยวเก๋อในเมืองจึงรุ่งเรืองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

             

            เมื่อลูกสาวตัวน้อยผู้ซึ่งถูกนายท่านจูเอ็นดูมากที่สุดในบรรดาคุณหนูตระกูลจูได้รับผ้าเช็ดหน้าปักลายนางจึงรีบไปหาคุณหนูตระกูลหลานผู้ซึ่งนางสนิทสนมทันทีที่คุณหนูตระกูลหลานได้เห็นผ้าเช็ดหน้าในมือของนาง ดวงตาก็เกือบจะส่องประกายทั้งยังทำเรื่องโง่ๆ โดยอยู่ๆนางก็ยื่นสองมือออกไปสัมผัสหยาดน้ำค้างบนผ้าเช็ดหน้าปักลาย ปล่อยไก่ไปเสียแล้วโชคดีที่อยู่ในจวนของตนเอง ผู้ที่เห็นมีเพียงผู้รับใช้ที่คอยรับใช้นางเคาะเล็กน้อยเรื่องนี้ก็ไม่ถูกแพร่งพรายออกไปแล้ว

             

            “น้องเซียนเอ๋อร์ผ้าผืนนี้เจ้าได้มาจากที่ใด น่าอัศจรรย์เหลือเกิน”หลานเตี๋ยอีจับแขนของจูเซียนเอ๋อร์พร้อมเอ่ยถาม 

             

            “สวยมากใช่ไหม น่าอัศจรรย์ใช่ไหมมีแค่ที่หลิงเฉี่ยวเก๋อของท่านแม่ข้ากระมังที่มี”หลิงเฉี่ยวเก๋อเป็นร้านที่แม่ของนางเปิด แน่นอนว่านางต้องพยายามช่วยโฆษณาสักหน่อยนางรู้ว่ายังมีอีกร้านที่ชื่อหรูอี้ฝาง ซึ่งร้านนี้แข่งกับร้านของแม่นางเสมอครั้งนี้มีเจ้าสิ่งนี้แล้ว จะต้องไม่แพ้แน่นอน

             

            “น้องเซียนเอ๋อร์ เจ้านี่แย่เสียจริงมีของดีๆ เช่นนี้เหตุใดไม่รีบบอกข้าให้รู้บ้าง” หลานเตี๋ยอีคร่ำครวญ

             

            “อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเถิดนี่ข้าก็รีบมาหาท่านแต่เช้าแล้วนะ ท่านแม่ของข้าก็เพิ่งได้มาเมื่อวานจึงนำกลับมาให้ข้า”จูเซียนเอ๋อร์ อธิบายพร้อมทำปากที่ขมุบขมิบ

             

            “เช่นนั้นหรือ ข้าผิดไปแล้วที่ว่าเจ้าเช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเกินไป”หลานเตี๋ยอีดึงจูเซียนเอ๋อร์ออกไปข้างนอก

             

            “ท่านพี่หลาน ใจเย็นๆ” จูเซียนเอ๋อร์ถูกหลานเตี๋ยอีลากไปแต่ดูเหมือนหลานเตี๋ยอีจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของจูเซียนเอ๋อร์เลย

             

            จูเซียนเอ๋อร์และหลานเตี๋ยอีคนหนึ่งเป็นลูกสาวเศรษฐีผู้ร่ำรวย อีกคนหนึ่งเป็นบุตรีของข้าหลวงทั้งสองถือเป็นสตรีชั้นสูงแห่งเมืองฟู่หยาง

               

            ในฟู่หยาง แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักพวกนางทั้งสองถึงแม้ว่าทั้งสองนางจะเกิดมาครอบครัวที่มีเงินมาก แต่กลับไม่มีความโอ้อวดเย่อหยิ่งต่อผู้อื่นเลย ยังปฏิบัติตนต่อชาวบ้านด้วยความสุภาพ อ่อนโยนที่ฟู่หยางชื่อเสียงของทั้งสองนั้นเป็นที่รู้จักอย่างมาก

             

            “คุณหนู คุณหนูหลาน”เอ้อร์จื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นคุณหนูของร้านตนและลูกสาวข้าหลวงจึงรีบเดินออกมาเพื่อต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

             

            “เอ้อร์จื่อผ้าเช็ดหน้าปักลายที่เหมือนกับที่ท่านแม่นำกลับไปให้ข้ายังมีอยู่หรือไม่”จูเซียนเอ๋อร์ถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม

             

            “ยังมีอยู่ขอรับข้าน้อยนำออกมาวางไว้เพียงผืนเดียว คุณหนูอยากได้ หรือคุณหนูหลานอยากได้ขอรับ”เอ้อร์จื่อมองไปมองมาระหว่างทั้งสองคน

             

            “ข้าอยากได้ นำออกมาทั้งหมดได้หรือไม่ประเดี๋ยวข้าจะเลือกเอง” หลานเตี๋ยอีกล่าว

             

            “ได้ขอรับๆคุณหนูทั้งสองท่านเข้ามานั่งข้างในก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปนำมาให้”

             

            “ไม่ต้องหรอก รอที่นี่แหละ เจ้ารีบไปรีบมาเถิด”ต้องช่วยแม่ของนางดึงดูดลูกค้า เช่นนั้นจำต้องรอข้างนอก หากเห็นคนมากๆก็จะถูกเล่าปากต่อปาก จากคนเป็นสิบคน จากสิบคนเป็นร้อยคน หากคนมาดูมากก็จะมีคนซื้อมาก

             

            “ขอรับ ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่”เอ้อร์จื่อไม่รอช้า รีบหยิบผ้าออกมาจากข้างใน

             

            “ทั้งสองท่าน ผ้าเช็ดหน้าปักลายอยู่ที่นี่พวกท่านค่อยๆ ดู ค่อยๆ เลือกนะขอรับ”ยังมีคนที่ตามจูเซียนเอ๋อร์และหลานเตี๋ยอีมาอีก บางคนเป็นอริกันแต่พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา

             

            “โอ้โห พี่หลานท่านดูนี่สิ... ผืนนี้อีก”จูเซียนเอ๋อร์และหลานเตี๋ยอีทั้งเลือกไปพลางร้องออกมาด้วยความตกตะลึงทำให้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ไม่น้อย

             

            เมื่อพวกนางเห็นลายปักที่ดูสดใสสวยงามก็ต่างร้องออกมา อันนี้ก็ดูดี อันนี้ก็น่าทึ่งน่าสนใจ

             

            “เสี่ยวเอ้อร์ ข้าต้องการผืนนี้”หนึ่งในนั้นคือคุณหนูหม่าซึ่งเป็นอริของจูเซียนเอ๋อร์ เวลานี้ไม่สนใจอะไรแล้ว ลงมือก่อนค่อยว่ากันอย่าให้เรื่องอื่นมาทำให้พลาดผ้าเช็ดหน้าปักลายที่งดงามถึงเพียงนี้

             

            “เสี่ยวเอ้อร์ ข้าต้องการผืนนี้”เมื่อคุณหนูหม่ายื่นมือออกไป คนจำนวนมากก็พากันยื่นมือออกมาแย่งชิงผ้าจนคุณหนูหลานิยากกระโดดถีบ โชคดีที่ในมือของนางยังมีอีกผืนไม่เช่นนั้นอาจจะถูกชิงไปหมด เช่นนั้นนางคงต้องร้องไห้เป็นแน่

     

            “ข้าต้องการสองผืนนี้”ท้ายที่สุดหลานเตี๋ยอีก็เลือกได้สองผืน ผืนอื่นๆ ถูกนำกลับไปไว้ที่ถาด

             

            หลังจากถูกนำกลับไปไว้ไม่ถึงสามวินาทีก็ถูกแย่งจนหมด เหลือเพียงถาดเปล่าที่วางอยู่บนชั้นวาง

             

            เรื่องที่เกิดขึ้นที่หลิงเฉี่ยวเก๋อได้แพร่กะจายไปถึงหรูอี้ฟางในไม่ช้าเถ้าแก่เนี้ยของหรูอี้ฟางได้ส่งคนมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นและคนที่ถูกส่งมาสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้นนั้นบังเอิญเป็นเสี่ยวเอ้อร์ที่เฉียวซีจะขายผ้าปักให้ในวันนั้น

             

            เสี่ยวเอ้อร์ออกไปไม่นานก็กลับมาทั้งยังพาคนกลับมาด้วยหนึ่งตนเมื่อเถ้าแก่เนี้ยของหรูอี้ฝางเห็นผ้าปักลายในมือของคนคนนั้นก็ตกใจมากคนคนนั้นคว้าผ้าปักหลายที่ตัวเองแย่งซื้อมาได้กลับไปแล้ววิ่งออกจากหรูอี้ฝางไปในทันที

             

            เถ้าแก่เนี้ยร้านหรูอี้ฝางรู้จักคู่แข่งของนางเป็นอย่างดีรู้จักช่างปักทั้งหมดที่ท่านผู้หญิงจูมีอยู่ในมือคนเหล่านี้ไม่สามารถปักสิ่งเหล่านี้ออกมาได้เลยดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวนั่นคือมีคนนำมาขายให้ร้านของนาง

             

            ดวงตาของเถ้าแก่เนี้ยเฉินเปลี่ยนไปด้วยหากมีการใช้งานปักแบบนี้ไปตลอด และมีขายเฉพาะที่หลิงเฉี่ยวเก๋อกิจการหรูอี้ฝางของนางต้องได้รับความเสียหายไม่น้อย ธุรกิจจะตกต่ำอย่างแน่นอนนางต่อสู้กับท่านผู้หญิงจูมาตลอดชีวิต จะยอมให้นางกดได้อย่างไร

             

            ในเมื่อมีคนนำมาขายให้นางเช่นนั้นนางก็สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อมาได้ และนำมาขายในร้านของตัวเอง ใช่ต้องทำเช่นนี้ ว่าแล้วเถ้าแก่เนี้ยเฉินจึงให้คนไปจับตาดูหลิงเฉี่ยวเก๋อหากพบคนน่าสงสัยให้รีบพาคนผู้นั้นมาพบนาง นางไม่เชื่อว่าตนจะจับไว้ไม่ได้ขายของที่ดีถึงเพียงนี้ออกมาได้ครอบครัวคงต้องมีปัญหาด้านการเงินเป็นแน่เช่นนั้นขอเพียงนางให้ราคาสูงๆ เข้าไว้ จะกลัวว่าของจะหลุดมือได้อย่างไร

             

            ในเวลานี้เถ้าแก่เนี้ยเฉินเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับไม่รู้เลยว่าเสี่ยวเอ้อร์ของตนเองเคยทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองใจและยังบอกปัดไปว่าจะนำมาขายให้หรูอี้ฟางได้อย่างไร



    สามารถซื้อที่เว็ปหลักเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ ตอนละ 3 บาท ที่เว็ป>> www.bookcatcat.com

    คล้ายกับเรื่องสาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女) ที่คุณอ่าน