ที่สุดเหล่าองครักษ์เงาก็อดรนทนไม่ไหวดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบทั่วใบหน้า
นายท่านของพวกเขาแม้จะเป็นถึงองค์รัชทายาท แต่พระองค์ก็ยังคงเป็นคนธรรมดา
มีความเกลียดชังพยาบาทอันใดจึงใช้พิษหนอนกู่ทำร้ายกันเช่นนี้?
ฮวาเหยียนรู้สึกว่าหน้าอกของนางอึดอัดจนหายใจไม่ออกดวงตาของมู่เอ้าเทียนเองก็เป็นสีแดงโลหิต เขาเป็นคนตรงไปตรงมาความเลวทรามสกปรกเช่นนี้ล้วนไม่เคยพบเห็น ราตรีนี้ได้พลิกเส้นที่เขาขีดเอาไว้แล้ว
ตี้หลิงหานองค์รัชทายาทของอาณาจักรต้าโจว ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์อันน่าทึ่งทว่ากลับต้องใช้ชีวิตอย่างอยุติธรรมหรือ?
“หนอนกู่เพลิงเย็นเป็นหนอนกู่ที่เพาะเลี้ยงด้วยพิษเพลิงเย็นหากกระหม่อมคาดเดาไม่ผิด หนอนกู่ที่อยู่ในพระวรกายของพระองค์คงเป็นตัวลูก ส่วนแม่หนอนย่อมอยู่ในมือของผู้วางยาเพียงคนผู้นั้นให้พิษเพลิงเย็นเป็นอาหารแก่แม่หนอนตามเวลาที่กำหนดเช่นนั้นลูกหนอนก็จะไม่มีวันตาย แต่หากคนผู้นั้นฆ่าแม่หนอน ลูกหนอนก็จะตายตามเช่นกันทว่าคนที่ถูกพิษก็จะร่างระเบิดตายตามทันที
กล่าวคือคนที่ทำให้องค์รัชทายาทต้องพิษ มิได้ต้องการให้พระองค์ตายแต่ต้องการให้พระองค์อยู่มิสู้ตาย!”
จนกระทั่งคำพูดสุดท้ายของหยวนเป่าจบลงสรรพสัตว์ในภูเขาด้านหลังล้วนเงียบเสียงสนิท
อนาถ...ช่างอเนจอนาถเกินไปแล้ว!
เจ็บ...ยิ่งเจ็บร้าวเหลือเกิน
เขาเป็นถึงโอรสสวรรค์ผู้แสนภาคภูมิแต่กลับมีชีวิตดั่งหุ่นเชิด เขาเคยกล่าวว่า ‘เป็นตายฟ้าลิขิตรวยจนสวรรค์บันดาล’ ทว่าในความเป็นจริงแม้แต่ชีวิตของตนเองก็มิได้อยู่ในมือตน กลับอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่น
ตกลงแล้วนี่เป็นความเกลียดชังที่ลึกล้ำเพียงใดกันถึงได้ปฏิบัติต่อเด็กผู้หนึ่งที่มีอายุแค่สี่ขวบเยี่ยงนี้
ทุกคนในที่นี้พลันรู้สึกเย็นยะเยือก
ไม่เว้นแม้กระทั่งตี้หลิงหาน...
ฮวาเหยียนไม่เคยเห็นตี้หลิงหานมีท่าทีเช่นนี้มาก่อนราวกับเขาสูญเสียจิตวิญญาณของตนเองไปแล้ว หากกล่าวว่าเขาคือบุปผางามเป็นหนึ่งในใต้หล้าเวลานี้ก็นับว่าเหี่ยวเฉาโรยรามิงดงาม
หัวใจของฮวาเหยียนมีความรู้สึกมิอาจทนไหววาบผ่าน
หยวนเป่าที่กำลังอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของฮวาเหยียนก็รู้สึกว่าตี้หลิงหานช่างน่าสงสารนักตัวเขาเองก็เป็นเด็กที่ถูกพิษ ความรู้สึกเช่นนี้...เขาย่อมเข้าใจดี
ทั้งยังรู้สึกว่าองค์รัชทายาทผู้นี้น่าอนาถกว่าเขาเป็นอย่างยิ่ง!
อย่างน้อยเขาก็ได้รับการปกป้องอย่างดีจากท่านแม่และตอนนี้ยังมีท่านตากับท่านลุง...
ทว่าองค์รัชทายาทเฮ้อ...หยวนเป่าส่ายหัวเงียบๆ
“ผู้ใดเป็นคนลงมือ?เป็นผู้ใดที่วางยาพิษเช่นนี้ให้องค์รัชทายาท? มันเป็นใคร?”
มู่เอ้าเทียนกัดฟันกรอดสำหรับคนที่แข็งกร้าวเช่นเขา ย่อมมิอาจอดกลั้นความขมขื่นในดวงตาเอาไว้ได้
ไม่มีผู้ใดส่งเสียงออกมา
ตี้หลิงหานเองก็เช่นกัน
ชายหนุ่มก้มศีรษะลงนัยน์ตาเหม่อลอยเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังมองสิ่งใดอยู่แต่เวลานี้กลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวออกมา ด้วยไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยอันใด
“ลูกรัก~”
มู่เอ้าเทียนมองฮวาเหยียนแล้วตะโกนออกมาคำหนึ่ง
บิดาจากตระกูลมู่คงรู้สึกว่ายามนี้ควรมีคนที่ออกหน้ากล่าวบางสิ่งกับองค์รัชทายาทเมื่อมองซ้ายขวารวมถึงรอบตัวแล้ว บุตรสาวของเขาย่อมเหมาะสมที่สุด
ในเมืองหลวงของต้าโจวไม่มีผู้ใดมิทราบว่าองค์รัชทายาทตี้หลิงหานจริงจังทั้งการกระทำและคำพูดไม่ใกล้ชิดอิสตรีทว่าความเคยชินทั้งสองกลับถูกบุตรสาวของเขาทำลายจนหมดสิ้น เขาเห็นกับตาว่าบุตรสาวของเขาสามารถทำให้องค์รัชทายาทบันดาลโทสะอย่างมิอาจควบคุมได้
เมื่อเขาเห็นองค์รัชทายาทมีท่าทีเลื่อนลอยดั่งไร้วิญญาณจึงคิดว่าบุตรสาวของเขาอาจทำอันใดได้บ้าง?
ทันทีที่มู่เอ้าเทียนกล่าวจบไม่รู้เพราะทุกคนเข้าใจความคิดของมู่เอ้าเทียนหรือไม่ แต่ทุกคนล้วนหันไปมองฮวาเหยียนสายตาของพวกเขาเปี่ยมด้วยการขอร้องและวิงวอน เป็นเหตุให้ฮวาเหยียนมิอาจปฏิเสธได้
อันใดเล่า?
ล้วนมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้!ข้าเองก็ปลอบใจคนไม่เป็นเช่นกัน!
ฮวาเหยียนไม่เต็มใจอย่างยิ่งทว่าท่าทางราวกับสูญสิ้นจิตวิญญาณของตี้หลิงหานเช่นนี้...ไอ้หยา เอาเถิด...
นางกระแอมไอเสียงเบาทำคอให้โล่งแล้วตะโกนว่า “ตี้หลิงหาน...ขะ ขอแสดงความเสียใจต่อพระองค์ด้วยนะเพคะ”
ทุกคน “...!”
ทันทีที่นางเปล่งเสียงความเป็นจริงช่างต่างจากที่ทุกคนคาดเดานัก
เดิมคิดว่าตี้หลิงหานจะไม่ตอบสนองแต่ไม่นึกว่าเมื่อคำพูดของฮวาเหยียนจบลง พลันเห็นขนตาของตี้หลิงหานสั่นไหวเขาเปิดปากพูดว่า “เปิ่นกงยังไม่ตาย”
ช่างเป็นคำกล่าวที่...
แต่ถึงอย่างไรการพูดออกมาย่อมดีกว่าเก็บงำเอาไว้ในใจ
“แค่กๆ ตี้หลิงหาน พระองค์อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไร้ทางแก้หากพระองค์อยู่ในสภาพล้มแล้วมิอาจลุกเช่นนี้ มิรู้ว่าคนที่ทำร้ายท่านลับหลังจะภูมิใจเพียงใดอย่างที่หยวนเป่าพูด คนผู้นั้นมิได้ต้องการให้พระองค์สิ้นพระชนม์ในตอนนี้ เขาแค่อยากให้พระองค์มีชีวิตอยู่มิสู้ตาย ดังนั้นก่อนตาย พระองค์ต้องรีบค้นหาว่าเป็นผู้ใดจ้องจะเอาชีวิตท่านถึงยามนั้นท่านก็บีบบังคับให้เขากำจัดแม่หนอนกู่ แล้วฆ่าเขาทิ้งเสีย เพียงเท่านี้พระองค์ก็จะเป็นอิสระเพคะ!”
คำพูดปลอบโยนนี้ช่างแทงใจเสียจริงแต่ก็มิอาจมิพูดว่าสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
“ลองคิดดูสิเพคะ พระองค์ทรงทุกข์ทรมานมานานกว่ายี่สิบปีได้รับความเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ พระองค์เต็มใจหรืออย่างไร?”
ฮวาเหยียนเอ่ยถามอีกครั้ง
นางรู้สึกว่าตนเองเป็นคนดีมากขึ้นเรื่อยๆกระทั่งสามารถไม่ยกเรื่องคิดเล็กคิดน้อยในอดีตขึ้นมากล่าว
“ข้ามิเป็นอันใด”
ฮวาเหยียนกล่าวเสียตั้งมากมายแต่ตี้หลิงหานกลับตอบมาแค่นี้ ทว่าสำหรับคนเช่นตี้หลิงหานแล้ว หากเขากล่าวว่ามิเป็นอันใดย่อมหมายความว่ามิเป็นอันใดจริงๆ
“คุณชายน้อยตระกูลมู่เจ้าสามารถช่วยเปิ่นกงได้หรือไม่?”
จู่ๆ ตี้หลิงหานก็ส่งเสียงถามออกมา
ราตรีนี้ เป็นคราแรกที่ตี้หลิงหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ฟังคล้ายสงบนิ่ง ทว่าแฝงการขอร้องไว้ถึงสามส่วน
หยวนเป่าเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกของฮวาเหยียน “กระหม่อมมีวิธีที่จะระงับหนอนกู่ ทั้งยังเข้าใจพิษเพลิงเย็นในพระวรกายของพระองค์สามารถช่วยให้ท่านพ้นจากความทุกข์ได้ ทว่าหากพระองค์ต้องการหลุดพ้นจากการควบคุมของหนอนกู่อย่างสมบูรณ์ย่อมมีเพียงวิธีเดียวคือต้องตามหาแม่หนอนให้พบ ใช้แม่หนอนหลอกล่อลูกหนอนในร่างจากนั้นก็เผาทำลายพวกมันทิ้งเสีย มีเพียงวิธีนี้พ่ะย่ะค่ะ”
หยวนเป่าพูดด้วยใบหน้าจริงจัง
“ได้”
ตี้หลิงหานพยักหน้าใบหน้าของเขาก็จริงจังไม่แพ้กัน
จีอู๋ซวงที่อยู่อีกด้านทั้งเจ็บปวดและตื่นเต้นเจ็บปวดกับสิ่งที่ตี้หลิงหานต้องเผชิญ ตื่นเต้นกับคำที่หยวนเป่ากล่าว แม้เขาจะไม่ทราบว่าหยวนเป่าใช้วิธีใดในการวินิจฉัยหนอนกู่เพลิงเย็นในร่างของอาหานทว่าหากเขาเดามิผิด ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการใช้เข็มเงินเจาะเลือดที่นิ้วของอาหานเป็นแน่!
แต่ที่คุณชายน้อยตระกูลมู่กล่าวว่าตนสามารถรักษาพิษเพลิงเย็นของอาหานได้นะ นี่เป็นไปได้อย่างไร?
พิษเพลิงเย็นนับว่าเป็นพิษที่ถอนยากที่สุดหลายปีมานี้เขามิอาจค้นพบวิธีถอนพิษและทำได้เพียงระงับมันไว้ ทว่าคุณชายน้อยตระกูลมู่กลับบอกว่าสามารถทำได้!แม้ในใจของเขาจะตื่นตระหนก ทว่าจีอู๋ซวงกลับไม่มีความสงสัยเลยสักนิด กล่าวคือความรู้สึกในตอนนี้ที่เขามีต่อเด็กอายุห้าขวบผู้นี้ล้วนมีความชื่นชมเต็มเปี่ยม!
“คุณชายน้อยตระกูลมู่ ทำอย่างไรจึงจะจัดการกับพิษเพลิงเย็นในร่างของอาหานได้? ต้องเตรียมสมุนไพรหรือโอสถใด ขอเพียงเจ้าเอ่ยปากข้าจะรีบส่งคนไปจัดเตรียมทันที!”
จีอู๋ซวงก้าวไปข้างหน้าและพูดอย่างตื่นเต้น
ทว่ากลับเห็นหยวนเป่าเม้มริมฝีปากราวกับมีบางสิ่งยากจะเอ่ย
“มะ มีอันใดหรือ?”
จีอู๋ซวงเอ่ยถาม
หัวใจของเหล่าองครักษ์เงาก็กังวลขึ้นมาเช่นกัน
“พิษเพลิงเย็นในพระวรกายขององค์รัชทายาทอยู่ในระดับที่เข้มข้นมากแล้วมิอาจรักษาได้ในคราเดียว ต้องใช้เวลาหลายครั้ง”
“มิเป็นไรสิ่งที่พวกเรามีคือเส้นสาย ไม่ว่าคุณชายน้อยหยวนเป่าต้องการสมุนไพรใดพวกเราล้วนหามาให้เจ้าได้”
จีอู๋ซวงรีบตบหน้าอกแสดงความมั่นใจ
ทว่ากลับเห็นหยวนเป่าส่ายหน้าไปมา“มิใช่ ไม่เกี่ยวกับส่วนผสมของโอสถ”
“หืม?”
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจ
“เช่นนั้นต้องใช้สิ่งใดเล่า?”
มีคนถามขึ้น
พริบตาต่อมาพลันได้ยินหยวนเป่าพูดว่า“โลหิตของข้า”
“ว่าอย่างไรนะ?”
“ไม่ได้”
จีอู๋ซวงไม่เข้าใจดังนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทว่ากลับได้ยินเสียงเย็นชาและเห็นใบหน้าราวกับน้ำแข็งของฮวาเหยียน
“ลูกรัก มานี่เถิด เมื่อครู่เจ้าพูดอันใดออกมา?”
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วถาม
เห็นเพียงหยวนเป่าที่เดินเข้าไปตรงหน้าฮวาเหยียนอย่างเชื่อฟังก่อนจับมือของนาง “ท่านแม่ พิษเพลิงเย็นอำมหิตนักหากต้องการรักษาองค์รัชทายาท พวกเราทำได้เพียงใช้วิธีพิษต้านพิษอีกทั้งร่างกายของหยวนเป่ามีพิษหยิน ซึ่งร้ายแรงกว่าพิษเพลิงเย็นมิรู้กี่เท่าดังนั้นวิธีเดียวที่จะช่วยองค์รัชทายาทได้ จึงมีเพียงโลหิตของข้าเท่านั้นขอรับ!”