ติดแน่นยิ่งกว่ากาวยี่ห้อไหนๆ
จอแสดงผลไซซ์ยักษ์ตามตึกรามหลายแห่งถูกแฟนคลับ(ร่วมด้วยคีเฟอร์และคนรู้จักเขาอีกหลายคนด้วย)ของเพเนียสหลายคนร่วมระดมทุนส่งข้อความแสดงความยินดีและเคาน์ดาวน์ถึงวันแต่งงานของเขานี่หมายความว่าแฟนคลับที่น่ารักของเขาสนับสนุนในการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ด้วยน่ะสิ เยี่ยม!!
และมันก็ตามมาด้วยแคมเปญมอบความสุขจากแฟนคลับสู่เพวิสขึ้นมาเพื่อเป็นการปลอบใจและดึงตัวชายหนุ่มออกจากบ้านมาให้เหล่าแฟนคลับได้เห็นหน้าตากันบ้างเพราะหลังจากที่กำหนดการแต่งงานของน้องชายออกมาอย่างเป็นทางการเพวิสก็รับงานเพลงน้อยลง เรียกได้ว่าน้อยมาก!! (ไม่นับงานด้านบริหาร)ไม่ค่อยได้ออกงานเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าตามติดชีวิตน้องชายทุกฝีก้าวเพวิสเอาแต่คิดว่าเวลา 5 เดือนนี้เขาต้องอยู่กับน้องชายให้คุ้มแล้วก็มากที่สุดให้ได้จนลืมคิดไปเลยว่าการเดินทางไปมาหาสู่กันไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลย
แต่แล้วยังไงล่ะ พอแต่งงานพวกเขาก็ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบเดิม แค่คิดหัวของเขาก็เริ่มปวดตุบๆ แล้ว
และเพราะหายหน้าไปแบบนี้นี่แหละแฟนคลับทั้งหลายถึงกับต้องตามตัว งานแฟนไซน์ของเพวิสก็เลยต้องเกิดขึ้นเป็นงานที่ทางบ้านแฟนคลับของเขาเสนอเข้ามาเองเลยทีเดียว จนผู้บริหารสูงสุดของบริษัท(เพวิส)เองก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องฟังเสียงส่วนมากที่เห็นด้วยกับงานครั้งนี้มากๆแต่ว่าเขาไม่อยากเดินทางไปไหนในช่วงนี้นี่นา และเพราะเหตุผลเล็กๆแค่นี้เองที่เขาเอามาเป็นปัญหาซึ่งมันย่อมหายไปเมื่อตกลงได้ว่างานจะถูกจัดในดาวทอลู
งานแฟนไซน์ที่จัดขึ้นกว่า 10รอบในเวลาห้าวัน ไม่รู้ว่ากำไรจะเป็นของบริษัทหรือแฟนคลับกันแน่แต่ที่แน่ๆ ทั้งสองฝ่ายก็ยิ้มกว้างกับงานที่จะจัดขึ้นกันถ้วนหน้า อ้อเว้นก็แต่แฟนคลับที่แย่งชิงบัตรเข้างานไม่ได้ไว้ด้วยนะที่ตอนนี้กำลังสร้างดราม่ากันกลุ่มใหญ่เลยล่ะ
“เหนื่อยแย่เลยนะครับพี่เพวิสมาๆ นั่งพักก่อน” หลังจากพี่ชายกลับมาจากงานแฟนไซน์รอบสุดท้ายเพเนียสที่ยืนรอรับพี่ชายอยู่รีบเข้ามาประชิดตัวรับกระเป๋าจากพี่ชายมาถือไว้เองแล้วพาเพวิสไปนั่งพักทันที
งานแฟนไซน์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร้องเพลงอย่างจัดเต็มต่อๆกันหลายเพลงเหมือนคอนเสิร์ต หากแต่ว่ามันก็มีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำให้ได้เล่นก็เอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่แค่เห็นรอยยิ้มมีความสุขของแฟนคลับที่มางานความเหนื่อยก็หายไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ
ไม่เหมือนพอกลับมาบ้าน...เห็นหน้าน้องชายก็ดีใจอยู่หรอก แต่พอในหัวคำนวณนับเวลาถอยหลังก่อนวันที่น้องชายจะต้องแต่งงานแล้วมันก็เฮ้อ... เหนื่อยใจอีกรอบอยู่ดี!!
เพเรน่าเห็นอาการเป็นหนักเข้าไปทุกของลูกชายคนโตแล้วก็ได้แต่เหนื่อยใจ...ตอนที่เธอแต่งงานน้องชายทั้งสองไม่เห็นมีอาการออกขนาดนี้เลยนี่นา หรือว่าสองคนนั้นจะดีใจมากกว่าที่เธอได้แต่งงาน?เลยไม่เผยอาการเศร้าสร้อยแบบนี้ออกมาเลย?
“พี่ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอกแต่ก็ขอบใจนะ” เพวิสตอบน้องชายพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ส่งไปให้ ก่อนจะดื่มน้ำหวานจากแก้วที่น้องชายยื่นมาให้อย่างเอาใจใส่
“ลูกดูโทรมๆ นะตรวจร่างกายหน่อยไหมลูก” เพเรน่าเองที่เห็นสารรูปของลูกชายตอนนี้ถึงกลับอยากเรียกให้รถโรงพยาบาลมารับตัวไปเลยทีเดียวเบื้องหน้าบนเวทีต้องขอบคุณเครื่องสำอางแล้วก็การแต่งเนื้อแต่งตัวที่กลบความเหนื่อยล้าของเพวิสได้ดีพอสมควรหากแต่ว่าตอนนี้นั้น... หน้าที่ไร้เมคอัพใดๆ มันช่างซีดเซียวอะไรเอาขนาดนี้!!
“นั่นสิครับ”เพเนียสรีบพยักหน้าเห็นด้วยกับคนเป็นแม่พร้อมกับเตรียมสั่งให้คอนโทรลแบรนด์ของตนเองเข้าแอปพลิเคชันเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อสแกนดูร่างกายพี่ชาย
“ไม่ต้องๆพี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่นอนพักหน่อยก็พอแล้ว” แต่ก่อนที่เพเนียสได้สั่งให้สแกนร่างพี่ชายก็ถูกคนเป็นพี่คว้าแขนห้ามไว้ก่อนเพราะเขารู้ตัวดี ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นหนักอะไรขนาดนั้น ไม่ได้มีโรคร้ายแรงหากแต่ว่าเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาหลายวันเลยทำให้เขาอยู่ในสภาพแบบนี้เพราะเอาจริงๆ ในช่วงนี้ไม่ใช่งานแฟนไซน์ที่เขาต้องทำ แต่งานอื่นๆที่เขารับผิดชอบอยู่ เขาก็ต้องจัดการอยู่เช่นกัน
“เอางั้นเหรอลูก?ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักเถอะ เพเนียสพาพี่เขาขึ้นไปพักบนห้องเถอะลูก” เพเรน่าพยักหน้าว่าเอาตามที่ลูกชายว่าก่อนจะฝากฝังลูกชายคนเล็กให้ช่วยดูแลพี่ชายอีกแรง
“ได้เลยครับแม่”เพเนียสพยักหน้าก่อนที่จะช่วยประคองพี่ชายค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปส่งบนห้องนอน
ระหว่างนอนพักอยู่บ้าน...เพวิสก็ลอบยิ้มอ่อนเลยล่ะเพราะน้องชายเป็นห่วงเขามากๆ เพราะถึงกับมานอนเฝ้าเขาเลยทีเดียวเวลาที่เหลือน้อยนิดของเขา... ต้องใช้ให้คุ้ม!!
ถ้าหากคนอื่นรู้ความคิดนี้ของเพวิสแล้วล่ะก็...คงได้แต่ส่ายหน้าให้อย่างระอาใจซะแล้วล่ะมั้ง คุณพี่ชายจะอะไรขนาดนั้นเพราะอย่าลืมนะว่าแพลนในอนาคตของเพเนียสหลังจากแต่งงานไปก็ยังต้องทำงานกับที่บ้านอยู่ไม่ได้หนีหายจากชีวิตเขาไปอยู่ที่อื่นถาวรจนไม่ได้พบหน้ากันเสียเมื่อไหร่
แต่เอาเป็นว่าวันข้างหน้าก็ให้เป็นวันข้างหน้าไปช่วงนี้ขอแค่ให้เขาได้เกาะติดกับน้องชายก่อนก็แล้วกัน ติดแน่นหนึบยิ่งกว่ากาวยี่ห้อไหนๆเลยล่ะ
“นี่คุณช่วงนี้ไม่ออกจากบ้านเลยนะ เนี่ย ถ้าผมไม่ว่างมาหาก็คือไม่เห็นหน้ากันเลย”วันนี้ออสตินว่างจากงานที่รัดตัวแน่นมาหาคนรักได้สักวันเขาก็ตรงปรี่มาที่บ้านของเพวิสเลยทันที ถึงแม้ว่าจะได้รับสายตาไม่เป็นมิตรเป็นการต้อนรับการมาถึงของเขาจากคนรักก็เถอะเรื่องนั้นเขาไม่ถือสาหรอก
“แล้วผมจะอยู่บ้านไม่ได้เลยหรือไง?”แถมยังได้รับคำถามกลับมาพร้อมหน้ามึนๆ ทันที ตอนนี้เพวิสหายเป็นปกติดีแล้วหน้าตาก็กลับมาเปล่งปลั่งแจ่มใสดูดีดังเดิมเพิ่มเติมคือฝีปากที่มักจะเก่งกับแฟนตัวเองอยู่ตลอด ยิ่งมีเรื่องน้องชายจะแต่งงานออสตินก็คือสนามอารมณ์ของเขาดีๆ นี่เอง แต่ดีที่ออสตินเข้าใจแล้วก็แค่ขบขำกับท่าทางหงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นบางครั้งของเพวิสได้เพราะเอาจริงๆ ถ้าตัดเรื่องพวกนี้ออกไป เพวิสก็เป็นคนมีเหตุผลคนหนึ่งแล้วเขายังมีข้อดีอีกมากมาหักล้างกันได้
แต่เอาจริงๆถ้าคนที่เรารักจะมีแค่ข้อเสีย... เพราะถ้ารักใครสักคนแล้วเราก็รับได้และเตรียมพร้อมจะรับมือกับมันอยู่แล้ว
“ไม่ใช่ว่าไม่ได้แต่นี่เล่นกักตัวน้องชายคุณไว้ด้วยแบบนี้อีกกะจะไม่ปล่อยให้คุณคีเฟอร์ได้อยู่กับน้องชายคุณสองต่อสองบ้างเลยหรือไงกัน?”
“ฮึ ไม่อะ”เขาจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นไปง่ายๆ อย่างแน่นอน เขาจะจับตาอยู่ตลอดไม่ให้ไอ้คุณคีเฟอร์ถือเอาเวลาช่วงนี้มาล่วงเกินหรือหาเศษหาเลยกับน้องชายเขาได้เด็ดขาดเลย!!
“แต่วันนี้คุณก็งดไปสักวันเถอะน่า”
“ทำไม?”
“ไปเดตกัน”ออสตินเอ่ยชวนพร้อมกับสีหน้าอ้อนวอนอยู่หน่อยๆ
“เดต?”
“ใช่นี่ผมวางแพลนไว้พร้อมแล้วนะ เหลือแต่มาพาคุณไปนี่แหละ”
“นี่คุณจะมาลักพาตัวผมเหรอไงไม่เห็นถามก่อนหน้านี้เลย”
“เถอะน่า นานๆเราจะได้อยู่ด้วยกันสักวัน คุณปล่อยน้องชายเป็นอิสระ เอ๊ยไว้บ้านคนเดียวสักวันจะเป็นอะไรไปล่ะ อีกอย่างที่บ้านก็ยังมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยนี่นาจริงไหม?” โน้มน้าวอย่างเต็มที่ ส่งสายตาปริบๆ เป็นการอ้อนวอนส่งไปให้อย่างเต็มที่
“เอ่อ... ก็ได้ๆผมไปด้วยก็ได้”
“เยส!!” คำเชิญชวนของเขาวันนี้สำเร็จด้วยเวลาไม่นาน นอกจากเขาจะได้อยู่กับคนรักแค่สองต่อสองแล้ววันนี้ก็จะเป็นอีกวันที่คีเฟอร์จะได้อยู่กับเพเนียสตามลำพังบ้างหลังจากที่ช่วงนี้โดนจับตามองอย่างเขม็งจากพี่ชายของคนรักมาตลอด...
“ถ้างั้นก็ไปกันเลยคุณไปๆๆ เดี๋ยวเวลาเดทของเราจะเหลือน้อยลงไปเปล่าๆ”
เหตุการณ์วันนี้จะนับว่าเป็นแผนการที่ออสตินวางขึ้นมาช่วยคีเฟอร์ก็พูดไม่ได้เต็มปากนักเพราะมันเป็นก็ตรงกับแพลนที่เขาอยากไปเดทกับเพวิสจริงๆ อยู่แล้วแค่แผนของเขามันเอื้อประโยชน์แก่อีกคนก็เท่านั้นเอง จริงจริ๊งงงง
“พี่แย่มากเลยนะครับรู้ไหมที่ขอให้พี่ออสตินช่วยให้พาพี่เพวิสออกไปข้างนอกแบบนี้เนี่ย”หลังจากที่ออสตินพาตัวเพวิสออกไปที่ไหนสักแห่งไม่กี่นาที แต่คาดว่าน่าจะไปได้ไกลแล้วคีเฟอร์ที่เหมือนรอเวลาอยู่เข้าก็มารับตัวเพเนียสถึงบ้านเพื่อออกไปเดตหรืออยู่ด้วยกันสองต่อสองเช่นกัน
และเรื่องนี้เพเนียสเองก็รู้สึกตงิดๆอยู่ไม่น้อย พอคิดๆ ดูแล้ว คนพี่ที่อยู่กับเขาตรงนี้เวลานี้ต้องรู้เรื่องนี้ด้วยอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นแล้วจะมาได้ถูกเวลาแบบนี้เหรอ?
“อะไรกันเนี่ยพี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” คีเฟอร์ที่โอบไหล่บางของคนรักเพื่อพากันเดินไปข้างหน้าว่าออกมาอย่างไม่ยินยอมรับข้อกล่าวหาที่ว่ามาแต่อย่างใดแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวได้ปลอมมากๆ
“ขอให้มันจริงเถอะ”ยังไงเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดีเอื้อมมือไปบิดเอวคนรักไปอีกหนึ่งทีเป็นการลงโทษที่บังอาจร่วมมือกันกับออสตินสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาถ้าพี่ชายเขารู้เข้า ต้องโมโหและโวยวายอย่างแน่นอน
“โอ๊ยๆๆพี่ยอมแล้วๆๆ” คีเฟอร์ถึงกับเอียงตัวหลบหนีแทบไม่ทันด้วยแรงบิดของเพเนียสมันมาพร้อมแรงของความหมั่นไส้ มันถึงไม่ได้แค่แสบๆ คันๆเสียแล้วล่ะมั้ง
“งั้นก็บอกมาครับ”มือของเขายังวางอยู่แถวๆ ของเอวคนรักตัวสูงไม่ห่าง เหมือนขู่อยู่กลายๆว่าถ้าไม่พูดมา โดนเขาบิดอีกรอบแน่
“ก็พี่ชายเราน่ะสิไม่ยอมไม่พี่ได้อยู่กับเราแบบส่วนตัวบ้างเลย เรารู้ไหมว่าสายตาของเพวิสน่ะจ้องพี่อย่างกับจ้องแมลงที่มาแอบแทะผลไม้ยังไงยังนั้นเลยนะ”คีเฟอร์เล่าออกมาพร้อมน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ อยากจะอยู่กับคนรักที่อยู่ในฐานะว่าที่คนที่กำลังจะแต่งงานด้วยแบบสองต่อสองหรือส่วนตัวบ้างแต่ก็ต้องมีพี่ชายคนรักเฝ้าอยู่ตลอดเลย
ใช่อยู่เขาก็รู้ว่าเพวิสรักน้องชายมากๆแต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเป็นตัวเขาเองคงไม่มีทางทำแบบนั้นกับพี่น้องแน่ๆ แค่คิดมาถึงตรงนี้เขาก็ขนลุกขนพองแล้ว
“อีกอย่างพอพี่เอาเรื่องนี้ไปคุยกับออสตินอีกฝ่ายก็ดูจะเข้าใจพี่อยู่เหมือนกันเพราะดูเหมือนช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้อยูกับเพวิสเลย”เรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหากับแค่เขาเท่านั้น มันยังเกี่ยวเนื่องไปถึงชีวิตรักของเพวิสกับออสตินด้วยเล่นได้ว่า ถ้าคีเฟอร์อยากเจอเพเนียสก็มีตัวแถมอย่างเพวิสอยู่ด้วยอย่างไรพอออสตินอยากใช้เวลากับคนรักอย่างเพวิสบ้างก็ต้องมีเพเนียสเป็นก้างมองพวกเขาตาแป๋วอยู่ด้วยเสมอไป
ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วทั้งคีเฟอร์และออสตินจะเข้าใจสองพี่น้องคู่นี้ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอเวลาส่วนบ้างสักหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะ!!!
“ก็เข้าใจพี่เขาหน่อยเถอะครับ”
“เอาจริงๆพี่ก็เข้าใจ แต่ดูเหมือนออสตินเองก็ดูเหมือนอยากจะอยู่กับพี่ชายของเราแค่สองต่อสองบ้างเห็นว่าเตรียมอะไรๆ ไว้รอเซอร์ไพรส์ด้วยนะ”
“เซอร์ไพรส์อะไรเหรอครับ?”เพเนียสหยุดเท้าที่กำลังจะเดินไปยังกลางสวนสงบๆ เพื่อหาที่เหมาะๆ สำหรับการปิกนิกของพวกเขาไว้ทันทีเมื่อคนรักหลุดปากเรื่องอะไรที่ดูจะสำคัญออกมา
“ไม่บอกหรอก”
“พี่คีฟ!!!”
“โอ๊ยๆๆๆ”สงสัยอยากให้เขาฝากรอยบิดแดงๆ ไว้ข้างเอวของตัวเองจริงๆ เสียแล้วล่ะมั้ง