เสียงประตูรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันหรูที่จอดอยู่ด้านล่างเพนท์เฮาส์ปิดดังปัง! แว่วขึ้นมาถึงห้องโถงกว้างขวาง ร่างสูงสง่าของคิรินในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่เพิ่งเดินก้าวออกจากห้องไปพร้อมไอสังหารมืดมนยังคงทิ้งความกดดันหนักอึ้งเอาไว้ในอากาศจนฉันแทบหายใจไม่ออก ฉันยืนตัวสั่นระริกสะท้านกอดข้อมือขวาที่บวมช้ำของตัวเองแน่น ความรู้สึกเ็ปแล่นริ้วเป็ระยะ แต่ทว่าหัวใจของฉันกลับเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นยิ่งกว่า
*บ้าจริง! นี่เขาจะไปซ้อมคนจริง ๆ เหรอ?! ถึงตาแฟนเก่าสารเลวอย่างไอ้กรมันจะทำตัวน่าโดนกระทืบขนาดไหน แต่ถ้าคุณบอสหน้าั์หวงก้างคนนั้นฟิวส์ขาดจนเผลอพลั้งมือฆ่ามันตายขึ้นมาล่ะ? แล้วถ้าเกิดเื่ใหญ่ระดับที่ตำรวจต้องเข้ามาเกี่ยวขึ้นมา ฉันจะทำยังไง?! อีกอย่าง... ถ้าไอ้กรมันดันปากสว่างหลุดปากแฉเื่ที่มันขู่บังคับให้ฉันขโมยแฟลชไดรฟ์ข้อมูลการเงินลับของบริษัทขึ้นมา คิรินจะหันกลับมาตราหน้าว่าฉันเป็คนทรยศหักหลังเขาไหม?! ขืนฉันนอนกอดเข่ารอเงียบ ๆ อยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ในกรงทองเพนท์เฮาส์หรูนี่ ฉันคงอกแตกตายก่อนพอดี ยัยเกลเอ๊ย!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องฟุ้งซ่านอย่างบ้าคลั่ง ความกังวลตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนทนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป
ฉันรีบก้าวเท้าฉับ ๆ เดินกะเผลกตามลงลิฟต์ส่วนตัวมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่หัวขบวนรถสปอร์ตสีดำของคิรินเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ฉันหันไปเห็นขบวนรถบอดี้การ์ดคันที่สามซึ่งเป็รถเอสยูวีคันใหญ่กำลังเตรียมจะออกเดินทางตามไปติด ๆ พวกบอดี้การ์ดกำลังวุ่นวายกับการยกอุปกรณ์สื่อสารและของบางอย่างขึ้นรถ ฉันจึงอาศัยความมืดและความชำนาญในการหลบหลีกแฝงตัวเข้าไปแอบอยู่ที่เบาะหลังสุดของรถเอสยูวีคันนั้น ซุกตัวเข้าใต้กองผ้าห่มและเสื้อโค้ตหนาสำหรับบอดี้การ์ดอย่างแเี
*ขอบคุณ์ที่พวกการ์ดหน้าั์พวกนี้มัวแต่เคร่งเครียดจนไม่ได้หันมาตรวจเบาะหลังสุด! กลิ่นเสื้อโค้ตพวกนี้มีแต่กลิ่นเหงื่อปนน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาถูก แตกต่างจากกลิ่นหอมหรูอโรมาของคิรินลิบลับเลยค่ะคุณผู้ช๊ม... แต่เอาเถอะ วินาทีนี้ต้องเอาชีวิตรอดและตามไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาจะทำอะไรบ้า ๆ ลงไปหรือเปล่า!* ฉันคิดพลางกลั้นหายใจขณะที่รถเริ่มเคลื่อนตัวมุ่งหน้าออกสู่ถนนใหญ่
รถแล่นลัดเลาะข้ามฝั่งแม่น้ำเ้าพระยามายังเขตรอยต่อชานเมืองฝั่งธนบุรี บรรยากาศรอบข้างค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงกลายเป็ทิวทัศน์รกร้างและเงียบสงัด จนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทภายในพื้นที่ของโกดังเก็บของเก่าร้างขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ เสียงบอดี้การ์ดดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถทำให้ฉันรีบรอจังหวะให้พวกเขาก้าวเดินนำออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ คลานออกจากที่ซ่อนและเปิดประตูรถแอบย่องตามเงาร่างของพวกเขาไปในความมืดสลัว
ลมแม่น้ำพัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้าพาเอากลิ่นอับชื้น กลิ่นสนิมเหล็ก และกลิ่นดินโคลนลอยเข้ามาแตะจมูก บรรยากาศชวนให้เสียวสันหลังวาบจนฉันต้องยกมือลูบแขนตัวเอง ฉันค่อย ๆ คืบคลานเข้าใกล้กำแพงสังกะสีหนาของโกดังร้าง เดินลัดเลาะหลบมุมหลอดไฟสลัวจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงช่องว่างระหว่างบานประตูสังกะสีบานใหญ่ที่ปิดไม่สนิท มีแสงสว่างสีเหลืองนวลจากสปอตไลท์ดวงเดียวส่องสว่างอยู่กลางโกดัง
เมื่อฉันแอบชะโงกหน้ามองผ่านรอยแยกของประตู ภาพตรงหน้าก็ทำให้ฉันเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกทันที!
กร แฟนเก่าของฉันในสภาพเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่นกำลังถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้เหล็กขึ้นสนิมตัวหนึ่งใบหน้าของมันบวมเป่งและอาบไปด้วยเืสด ๆ ที่ไหลซึมจากาแเหนือคิ้วและมุมปาก มันสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัวลนลานส่งเสียงร้องวิงวอนขอชีวิตสะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ
และคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้ามันก็คือ คิริน!
ในเวลานี้ คิรินได้ถอดเสื้อสูทตัวนอกราคาแพงทิ้งไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเืปูดโปน ใบหน้าคมคายสลักเสลาของเขาในยามนี้เรียบนิ่งสนิทดุจรูปสลักน้ำแข็ง ไม่มีร่องรอยของความโกรธเกี้ยวบ้าคลั่ง ไม่มีเสียงตะคอกดุดัน ทว่าแววตาคู่คมกริบของเขากลับดำมืดสนิทและเย็นเยียบไร้ก้นบึ้งดุจเหวลึก มันเต็มไปด้วยกระแสจิตฆาตกรรมที่แผ่กระจายออกมาจนคนมองรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ผมจะถามแกเป็ครั้งสุดท้าย..." คิรินเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานและเฉียบขาดเย็นะเืสะกดอารมณ์คนฟัง "เอกสารและแฟลชไดรฟ์ที่แกใช้ข่มขู่เกลิตาอยู่ที่ไหน?"
"ฉะ...ฉันไม่มีแล้ว! ฉันสาบาน! แฟลชไดรฟ์นั่นเป็แค่ของเปล่า ๆ ฉันแค่ขู่เธอเฉย ๆ!" กรละล่ำละลักตอบพลางสะอื้นไห้เนื้อตัวสั่นระริก "คุณคิริน... ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะไม่ยุ่งกับเกลอีกแล้ว ฉันกลัวแล้ว... ฮือออ"
คิรินจ้องมองกรด้วยสายตาสมเพชเดียดฉันท์ปานมองเศษขยะเปียกที่ไร้ค่า เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหวกับเสียงร้องไห้วิงวอนนั่นแม้แต่น้อย ร่างหนาแกร่งก้าวเท้าเข้าไปใกล้กรอีกหนึ่งก้าว ก่อนจะยกเท้าที่สวมรองเท้าหนังแบรนด์เนมสีดำขัดมันเงาเหยียบลงบนหน้าขาของกรแล้วกดน้ำหนักลงไปช้า ๆ ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของกรที่ดังลั่นโกดัง
*คุณพระช่วย... คิรินในเวอร์ชันนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้วค่ะคุณผู้ช๊ม! แววตาเขาไม่มีความสมเพชหรือความเป็มนุษย์เหลืออยู่เลยสักนิด มันเหมือนกับเขามองว่าการบดขยี้ไอ้กรเป็เพียงแค่การเหยียบแมลงสาบตัวหนึ่งเท่านั้น... นี่เหรอผู้ชายที่เคยนอนกอดฉัน ก้มลงขบเม้มซอกคอและกระซิบคำพูดเอาแต่ใจบนเตียงกว้างอย่างเร่าร้อนน่ะ?! ฉันเพิ่งรู้ซึ้งแก่ใจวันนี้เองว่าภายใต้หน้ากากคุณบอสมาเฟียการเงินจอมบงการที่ฉันคอยแซะในหัวทุกวัน แท้จริงแล้วเขาคือปีศาจร้ายกระหายเืตัวจริงเสียงจริงเลยต่างหาก!* ใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แข้งขาเริ่มอ่อนแรงจนเกือบพยุงตัวไม่อยู่
"แกบีบข้อมือของเธอใช่ไหม?" คิรินเอ่ยถามเสียงต่ำราบเรียบ แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่ข้อมือขวาของกรที่สั่นระริก
"มะ...ไม่ใช่... อ๊ากกก!"
ไม่รอให้กรได้แก้ตัว คิรินตวัดเท้าแตะขาเก้าอี้จนกรล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นปูนซีเมนต์หนาพร้อมเก้าอี้ จากนั้นคิรินก้าวเดินตามเข้าไปอย่างช้า ๆ และมั่นคง เขาเหยียบเท้าลงบนข้อมือขวาของกรข้างที่ใช้บีบทำร้ายข้อมือฉันอย่างรุนแรง แล้วออกแรงบดขยี้ส้นเท้าลงไปเต็มรักกระแทกน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไปอย่างไร้ความปรานี
*แคร่ก... กร๊อบ!*
เสียงกระดูกข้อมือของกรลั่นและร้าวแตกดังขึ้นมาชัดเจนก้องกังวานสะท้อนไปทั่วโกดังร้างร้างแห่งนั้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนแสนทรมานปานสัตว์ป่าโดนเชือดของกรที่ดังก้องจนแก้วหูแทบแตก มันดิ้นพล่านกู่ร้องด้วยความเ็ปสุดขีด น้ำตาและเหงื่อผสมปนเปกับเืไหลนองเต็มพื้นปูน
"อ๊ากกกก! ข้อมือฉัน! กระดูกฉันหักแล้ว! ได้โปรด... พอแล้ว! ยอมแล้ว!" กรครางครวญพร่ำขอความเมตตาอย่างน่าเวทนา
คิรินยังคงเหยียบเท้าค้างไว้บนข้อมือที่แหลกเหลวของกร โน้มตัวลงไปมองใบหน้าอาบเืของมัน แววตาคมกริบฉายจิตฆาตกรรมรุนแรงจนกรแทบจะหยุดหายใจด้วยความกลัวตาย "จำใส่หัวสมองเน่า ๆ ของแกไว้... เกลิตาเป็ของฉัน ใครก็ตามที่บังอาจแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย มันต้องชดใช้ด้วยชีวิต... ครั้งนี้ฉันจะไว้ชีวิตแกเพื่อไม่ให้มือของเธอต้องแปดเปื้อนความสกปรกของแก แต่ถ้าแกยังกล้าเสนอหน้ากลับมาเหยียบแผ่นดินไทยหรือเข้าใกล้เธออีกแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะส่งแกไปนอนเฝ้ายมบาลในนรกจริง ๆ แน่!"
คิรินชักเท้ากลับและหันหลังเดินก้าวถอยออกมาอย่างไร้ใยดี เขาสั่งบอดี้การ์ดคนสนิทเสียงนิ่งขรึม "ลีโอ... ลากตัวมันไปปฐมพยาบาลลวก ๆ แล้วจับยัดใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกนอกประเทศคืนนี้ทันที... ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันจะไม่มีวันได้กลับเข้ามาในประเทศนี้อีกตลอดชีวิต"
"รับทราบครับบอส!" ลีโอและบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ ก้าวเข้าไปแก้เชือกและลากร่างอันสั่นเทาไร้เรี่ยวแรงของกรออกไปทันที
ฉันที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังประตูสังกะสีรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งคว้าง ความกลัวแล่นพล่านเกาะกินหัวใจจนเย็นะเืไปถึงกระดูก เสียงกระดูกแตกและเสียงกรีดร้องของกรยังคงดังก้องอยู่ในสมองไม่ยอมหาย... ผู้ชายคนนี้... คิริน รัตนวิเชียร เขาคือมัจจุราชร้ายในร่างมนุษย์ชัด ๆ ความป่าเถื่อนเหี้ยมโหดที่ฉันได้เห็นทำให้กำแพงความรู้สึกปลอดภัยที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความตื่นกลัวอย่างลึกซึ้ง
*น่ากลัว... เขาน่ากลัวเกินไปแล้ว... ถ้าวันหนึ่งฉันขัดใจเขา หรือถ้าสัญญาสามเดือนนี้สิ้นสุดลง... เขาจะทำกับฉันแบบนี้ไหม?* ความคิดหวาดระแวงแล่นเข้ามาจนสมองเบลอ ขาบางอ่อนเปลี้ยจนเผลอก้าวถอยหลังพลั้งพลาดไปชนเข้ากับถังเหล็กใบเก่าใกล้ประตูเสียงดัง *เคร้ง!*
ในความเงียบสงัดของโกดัง เสียงนั้นดังชัดเจนก้องกังวานดุจเสียงระฆัง คิรินชะงักฝีเท้าทันควัน แววตาคู่คมกริบหันขวับมามองทางต้นเสียงที่บานประตูสังกะสีบานใหญ่ที่ประตูสังกะสีทันที จิตสังหารที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัวและสัญชาตญาณร้องเตือนให้รีบหนี ทว่าขาของฉันกลับแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
คิรินก้าวเดินตรงมายังบานประตูอย่างรวดเร็วและมั่นคง มือหนาของเขาผลักบานประตูสังกะสีให้เปิดออกกว้างเผยให้เห็นร่างของฉันที่ยืนหน้าซีดสั่นเทาอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์รำไร
เมื่อเห็นหน้าฉัน แววตาดำมืดเยียบเย็นปานน้ำแข็งของคิรินพลันแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตะลึงและใวูบหนึ่ง ไอสังหารอันตรายรอบกายของเขาจางหายไปในพริบตาราวกับไม่เคยมีอยู่จริง คิรินขยับก้าวเดินเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็วพลางยื่นมือหนาออกมาหวังจะคว้ากุมมือของฉัน "เกล... คุณมาที่นี่ได้ยังไง?"
ทว่า สัญชาตญาณความกลัวที่กำลังพุ่งขึ้นสูงทำให้ฉันถดตัวหนีถอยหลังกรูดทันควัน ดวงตาทั้งสองข้างของฉันเบิกกว้างจ้องมองมือหนาของเขาที่เพิ่งใช้เหยียบบดขยี้กระดูกคนอื่นด้วยความระแวดระวังและหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของฉันสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้อย่างน่าสงสาร
มือของคิรินชะงักค้างอยู่กลางอากาศทันที แววตาคมกริบของเขาจ้องสบตากับฉันที่เต็มไปด้วยความตื่นกลัวและระแวงระวังอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบงันโรยตัวเข้าปกคลุมระหว่างเราสองคนอีกครั้ง ลมหายใจของคิรินสะดุดหยุดลง แววตาของบอสมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่สั่นสะท้านฉายแววเ็ปและตระหนกใอย่างรุนแรงเมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงคนเดียวที่เขาอยากปกป้องกำลังมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัวประดุจเห็นปีศาจร้ายกระหายเื...