‘ติ๊ด ติ๊ด’ พวกเราคุยกันอยู่สักพักเสียงสัญญาณเปิดประตูก็ดังขึ้นทำให้รู้ว่าน้องกับนุ่มนิ่มคงกลับมาแล้ว
“นุ่มนิ่มโดนฉุด”น้องเดินหน้าบึ้งเข้ามาในครัวพร้อมกับวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะ
“ดิฟ!” ฉันกับหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกัน
“หนึ่งบอกแล้วว่านุ่มนิ่มต้องโดนดิฟฉุดเข้าสักวัน”หนึ่งพูดขึ้นเซ็งๆ
“ตอนนี้นุ่มนิ่มอยู่ที่ไหนทำไมน้องไม่อยู่เป็เพื่อนนุ่มนิ่มล่ะ” ฉันถามน้องที่กำลังนำอาหารออกจากกล่อง
“อยู่ล็อบบี้หน่ะสินุ่มนิ่มบอกให้น้องขึ้นมาก่อน บอกขอเคลียร์กับดิฟก่อนแล้วจะตามขึ้นมา”
“ให้มันได้แบบนี้สิ เป็แบบนี้ประจำเลยดิฟจะคลั่งรักนุ่มนิ่มมากไปแล้วนะน้ำว่า”
“แต่นุ่มนิ่มก็ไม่ได้เดือดร้อนนะถึงจะไม่ได้ตอบรับดิฟ แต่ก็ไม่ได้ให้โอกาสใคร หนึ่งว่านุ่มนิ่มก็คงมีใจแต่ยังไม่มั่นใจในตัวดิฟ เหมือนที่พวกเราไม่มั่นใจในตัวพวกหนุ่มๆ แต่ก็ยังยอมให้เขาวนเวียนอยู่ข้างๆล่ะมั้ง”
“ใช้คำว่า ‘วนเวียน’ เหมือนิญญาเลยนะหนึ่งแฮ่ๆ” น้องทำท่าผีหลอกล้อเลียนหนึ่ง ทำให้พวกเราอดขำไม่ได้
“น้ำคิดว่าพวกเขาคงดูออกว่าเรามีใจ”
“หนึ่งก็คิดว่าเขารู้แต่ถ้าเราไม่มั่นใจความรู้สึกของเขาว่ามั่นคงกับเรา มันก็ไม่น่าเสี่ยงนะ พวกเพลย์บอยเล่นด้วยไม่คุ้มหรอก”
“นั่นสินะ” ฉันคิดถึงหลายๆสิ่งที่ดินทำให้ฉันแล้วก็ได้แต่ปลง เขาดีกับฉันแต่ก็ยังไม่เลิกเ้าชู้ฉันไม่อยากเสียใจถ้าเข้าไม่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเราจริงๆ
‘ติ่งต่อง ติ่งต่อง’ นุ่มนิ่มคงจะมาแล้ว
“เดี๋ยวหนึ่งไปเปิดเอง”
“มีอะไรเหลือให้นิ่มกินบ้างหรือเปล่า”นุ่มนิ่มเดินน่าเศร้าเข้ามาในครัวแต่ก็แสร้งทำว่าไม่มีอะไร
“เป็อะไรหรือเปล่านุ่มนิ่ม สีหน้าไม่ดีเลย”ฉันถามเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้
“ฮือ ฮือ ฮือ นิ่มไล่เค้าไปแล้ว” นุ่มนิ่มเอามือปิดหน้าพร้อมกับร้องสะอื้นออกมา
“โถ่ นุ่มนิ่มน้องน่าจะอยู่เป็เพื่อนนุ่มนิ่ม ไม่น่าขึ้นมาก่อนเลย” น้องเข้ามากอดปลอบเพื่อน
“นิ่มไม่อยากรักเค้าเลย ไม่น่ารักเค้าเลย”นุ่มนิ่มยังคงร้องไห้ไม่หยุด
“นี่มันเื่อะไรกันเนี๊ยะ”หนึ่งเข้ามากอดปลอบนุ่มนิ่มอีกคน
“ไว้ให้นุ่มนิ่มสบายใจแล้วค่อยเล่าแล้วกันนะ”ฉันเข้าไปกอดปลอบเพื่อนอีกคน กลายเป็ว่าตอนนี้พวกเรากอดปลอบนุ่มนิ่มกันกลมเลยนุ่มนิ่มพยักหน้ารับพวกเราพานุ่มนิ่มมานั่งที่โซฟาและให้เวลานุ่มนิ่มได้ปรับอารมณ์ไม่นานนุ่มนิ่มก็เล่าเื่ที่ทำให้เสียน้ำตาให้เราฟังเพราะเราเป็เพื่อนที่สนิทกันมานานเราจึงแบ่งปันความสุขปลอบโยนเมื่อเพื่อนทุกข์ใจและเป็ที่ปรึกษาให้กันและกันเสมอ
“สบายใจแล้วก็ไปกินข้าวกันเถอะเื่นี้คงต้องให้เวลานุ่มนิ่มกับดิฟคิดกันเองแล้วนะ” ฉันบอกเพื่อนเพราะเื่ความสัมพันธ์ของคนสองคนควรให้เ้าตัวได้เป็คนตัดสินใจเอง
“มันคงจะดีกว่านี้ถ้านิ่มกับดิฟเป็แฟนกันแต่เราไม่ได้เป็อะไรกัน ดิฟก็เ้าชู้จนนิ่มกลัวว่าถ้านิ่มบอกรักดิฟดิฟจะทำให้นิ่มเสียใจ นิ่มไม่อยากเป็เหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่พอเบื่อเค้าก็ทิ้งนิ่มก็เลยให้เค้าไป” นุ่มนิ่มพูดด้วยสีหน้าเ็ป
“พวกเราเนี๊ยะเป็คนสวยที่ถูกสาปให้มาหลงรักพวกเ้าชายสายดาร์กหรือยังไงนะ”หนึ่งบ่นถึงความรู้สึกที่พวกเรามีต่อพวกหนุ่มๆที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็ความรักโดยที่เราไม่รู้ตัวมารู้อีกทีก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้วสิ่งที่ทำได้คือการรักษาระยะห่างไม่ทำให้ตัวเองตกไปเป็ของเล่นของคนที่ตัวเองรัก
“บางทีน้องก็เหนื่อยกับการรักแดนเหมือนกันนะเราต้องทนเห็นเค้ามีคนอื่นอีกนานแค่ไหน น้องอยากยอมแพ้แล้วเหมือนกัน”
“มันเหนื่อยมากจริงๆ ใช่ไหมน้อง ฮือ ฮือ ฮือ”นุ่มนิ่มกอดน้องแล้วร้องไห้อีกครั้ง
“น้องว่าคงถึงเวลาที่จะต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้หรือก้าวออกมารักษาเยียวยาหัวใจตัวเอง”
“นิ่มตัดสินใจก้าวออกมาแล้ว มันเจ็บมากๆ เลยฮือ ฮือ ฮือ”
“จากนี้ไปก็ต้องเข้มแข็งนะนุ่มนิ่มยังไงพวกเราก็อยู่ข้างนุ่มนิ่มเสมอนะ” หนึ่งกุมมือให้กำลังใจเพื่อน
“ไม่ร้องแล้วนะ ไปล้างหน้าแล้วไปกินข้าวกันเถอะอีกเดี๋ยวเราต้องไปหาพี่หลินที่วีคลับ”ฉันเช็ดน้ำตาให้เพื่อนก่อนจะดึงตัวให้เพื่อนไปล้างหน้า
“เป็ครั้งแรกที่นิ่มไม่อยากไปวีคลับมากขนาดนี้มาก่อน”
“กินข้าวเสร็จก็ไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆให้ผู้ชายเ้าชู้รู้ไปเลยว่าผู้หญิงสวยอย่างเราไม่เอา ไม่ทนคนเ้าชู้แล้ว”หนึ่งพูดปลุกใจเพื่อนให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
“วันนี้ก็แต่งตัวให้สวยจนผู้ชายทั้งวีคลับตะลึงไปเลยก็แล้วกัน”ฉันพูดสมทบและก็เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน เรานิ่งเงียบกันมานานจนผู้ชายพวกนั้นคิดว่าเรายอมรับกับความสัมพันธ์ที่ไร้ซึ่งสถานะมานานเกินไปแล้ว ถ้าความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีการพัฒนาระยะเวลาที่เราห่างกันหลายเดือนคงอาจจะทำให้เราลืมพวกเขาได้ในสักวัน
21.00 น.
“ขอมุมเงียบๆ นะครับพี่ชาติ”ผมบอกพี่ชาติพนักงานต้อนรับคนเก่าแก่ของวีคลับ พี่ชาติก็นำผมกับไอ้เดียวมาที่โต๊ะมุมในสุดติดห้องทำงานของพี่โจ้
“วันนี้มาแต่หัววันเลยนะครับรับเหมือนเดิมนะครับ” พี่ชาติพูดกับพวกผมอย่างเป็กันเอง
“ครับพี่ วันนี้ผมเบื่อครับพี่ อยากเมา”ผมพูดกับพี่ชาติเซ็งๆ
“กูก็อยากเมา” ไอ้แดนที่เดินหน้าบึ้งมาตามหลังมันคงเพิ่งมาถึง
“วันนี้อยากกินเพียวไม่เอาโซดาครับพี่ชาติ”ไอ้เดียวพูดกับพี่ชาติที่เดินถือเครื่องดื่มเข้ามาวางที่โต๊ะ
“วันนี้เป็อะไรกันครับเนี๊ยะจะรีบเมารีบกลับกันหรอครับพวกคุณ” พี่ชาติพูดกับพวกผมยิ้มๆ
“วันนี้จะอยู่ช่วยพี่ชาติเก็บของเลยครับ”ไอ้ดิฟที่มาถึงช้าสุดพูดก่อนนั่งลงบนโซฟาที่ว่างตัวสุดท้าย
“แล้วผมจะรอดูครับ”พี่ชาติยังคุยกับพวกผมด้วยหน้ายิ้มคงคอนเซ็ปต์บริการด้วยรอยยิ้มของพนักงานประจำคลับ
“กูเพิ่งรู้ว่าวันนี้เค้าจะไปทำโปรเจคที่เชียงใหม่”ผมเอนหลังพิงโซฟาแล้วหลับตาพูดอย่างข่มอารมณ์
“น้องเพิ่งบอกกูเมื่อไม่กี่ชั่วโมง”ไอ้แดนพูดนิ่งๆ
“ทะเลาะกันเหมือนเดิม แม่งไม่เคยพูดกันดีดีไม่รู้ทำไมต้องทะเลาะกันตลอด” ไอ้เดียวพิงโซฟาพูดอย่างหงุดหงิด
“นุ่มนิ่มบอกกูว่ากลับไปทำโปรเจคที่รีสอร์ตของที่บ้านแถวดอยอินทนนท์แล้วก็บอกว่าขอห่างกันสักพักแล้วก็ไล่กูมา”ไอ้ดิฟพูดเหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่าจะบอกอะไรพวกผม
“คงไม่มีอะไรหรอกมั้งแล้วเค้าบอกมึงหรือเปล่าว่าไปกี่วัน” ผมถามไอ้ดิฟที่ดูเหมือนจะมีข้อมูลมากกว่าใคร
“บอกว่าจะอยู่จนส่งโปรเจคจบ”
“ไปนานขนาดนั้นเลย” ไอ้แดนพูดเสียงเบาเหมือนคุยกับตัวเอง
“กูถามเค้าว่าทำไมรีบไปเค้าบอกอยากพาเพื่อนไปเที่ยวก่อนลงมือทำโปรเจค” ไอ้ดิฟให้ข้อมูลพวกผมเพิ่ม
“ไปไหนบ้าง” ไอ้เดียวถามอย่างสนใจ
“เห็นว่าจะไปเที่ยวแม่กำปองกับม่อนแจ่มแล้วก็จะไปเชียงรายด้วย แผนเยอะไปหมด”
“วันนี้สาวๆ จะเข้ามาหาพี่หลินบอกว่าจะรีบมารีบกลับ” ผมบอกเพื่อนๆอย่างหงุดหงิดให้รับรู้ว่าพวกเธอจะมาคลับแน่นอน แต่ไม่ได้มาหาพวกผมนะเธอมาหาพี่หลินแฟนพี่โจ้ต่างหาก