ยามเช้าของโรงเรียนเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่เดินทางมาด้วยท่าทีแจ่มใส ยิ้มแย้ม และง่วงนอน ซึ่งจินคงจะเป็อย่างหลัง
“ง่วงชะมัด” จินอ้าปากหาวต้อนรับเช้านี้ ขณะเดินเข้าไปยังโรงเรียนเหมือนเช่นคนอื่น
“ไฮ้! เพื่อนจิน” เทนตะะโทักทายก่อนะโกอดคอจิน โดยข้างๆ เป็มาโคโตะที่ตามมาเงียบๆ
“อารมณ์ดีจังนะเทนตะ ไง! มาโคโตะ” จินตอบเสียงเอื้อนๆ และยกมือทักทายมาโคโตะซึ่งได้รับตอบกลับแบบเดียวกัน คือ การพยักหน้า
“ทำตัวให้สมกับเป็วัยรุ่นหน่อยสิ ยิ้มและหัวเราะให้มันสุดๆ ไปเลย ฮ่าๆๆ ” เทนตะร้องะโด้วยท่าทางแปลกๆ อยู่หน้าทางเข้าโรงเรียน
“ทำคนเดียวเถอะ”
เหล่านักเรียนหลากหลายชั้นปีต่างมองมายังเทนตะด้วยรอยยิ้มและเสียงซุบซิบอย่างสนุกสนาน
“รอฉันด้วย จิน มาโคโตะ!!!” เทนตะวิ่งตามเพื่อนที่ทิ้งตนเองไว้กับที่ ราวกับคนไม่รู้จักกัน
“มีอะไร...” จินหยุดมองสองบุรุษที่ยืนบังทางเดินเขา ชายคนหนึ่งเขาจำชื่อได้อีกคนไม่คุ้น
“ท่านหัวหน้ามีคำขอร้องมาถึงคุณ” จางพูดพร้อมยื่นจดหมายที่มีตราเสือหมอบให้จิน ทันทีที่เขารับจดหมายเสร็จ ทั้งสองก็เดินจากไป
ถึง แกเ้าจิน
สถานการณ์ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าจะสามารถปกป้องหนูน้อยของข้าได้ตลอดหรือไม่ ดังนั้นจึงส่งคำขอร้องมายังเ้า ที่ดูแล้วหน่วยก้านกำลังดี ช่วยปกป้องดูแลเรย์กะด้วย รับรองมีค่าตอบแทนให้ หวังว่าเ้าจะไม่ปฏิเสธคำขอนี้ หากปฏิเสธพวกเสือหมอบของพวกข้าจะกวนเ้าไปทุกที่ทุกเวลา ตอนเ้านอน ตอนเ้าเข้าห้องน้ำ ตอนเ้าเรียน หรือตอนเ้าทำอะไรพวกเราจะคอยขัดขวางทุกสิ่ง ขอบคุณและขอบใจสำหรับความช่วยเหลือ
ข้าเทโซ
“จดหมายขอร้องสินะ” จิน ขยี้กระดาษในมือจนยับยู่ยี่หมด รอบตัวเขาเกิดบรรยากาศอึมครึมชวนสะอิดสะเอียน
“หื้ม? อะไรเหรอ” เทนตะถามและมาโคโตะเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“นี่มันหมายความว่าไงเรย์กะ!” จินวางกระดาษกระทบกับโต๊ะเสียงดังต่อหน้าเรย์กะ
ทันทีที่ได้อ่านจดหมายเสร็จ จินก็รีบเดินมายังห้องเรียน และพบเรย์กะกำลังจัดการข้าวของตัวเองเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนวันนี้
“อะไรเหรอ?” เรย์กะทำหน้างง
“พ่อของเธอส่งจดหมายมาให้ฉันดูแลเธอ มันหมายความว่าไง!” จินแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“เขาบอกจะดูแลเธอด้วยล่ะ” เด็กสาวคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนในห้อง
“ฉันอยากให้เขามาดูแลฉันบ้างจังเลย” เด็กสาวอีกคนกล่าวพลางจินตนาการฉากโรแมนติก
“เจ้ว่าง มาดูแลเจ้มั้ยฮ๊า อยากได้เท่าไหร่บอกเจ้ได้เลยน---”
“แกนะหุบปากไปก่อน!” จินหันไปตวาดชายร่างั์
“ตอบมาเรย์กะ” จินหันกลับมามองเรย์กะ
“ท่านพ่ออยากจ้างนายให้มาเป็บอดิ้การ์ด หากนายไม่้าฉันจะบอกท่านพ่อให้” เรย์กะตอบหันหน้าไปทางหน้าต่างแบบหลบสายตา
“ไม่ใช่แบบนั้น ทำไมต้องเป็ฉัน” จินจับหัวเรย์กะให้หันมามองตน และยื่นหน้าเข้าไปใกล้
การกระทำของจินทำให้สรรพเสียงในห้องเงียบกริบไปทันที บางคนนิ่งค้างขณะกำลังกินขนมปัง บางคนนิ่งค้างขณะกำลังดูดนมกล่องอยู่
ความนิ่งเงียบทำให้เรย์กะได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจตัวเองที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอััได้ถึงใบหน้าของตัวเองเริ่มร้อน
“เอ่อ… เป็อะไรไป ไม่สบายเหรอ หรือเมื่อกี้แรงไป ขอโทษที” จินที่อารมณ์โกรธจากตอนแรกก็ต้องตกฮวบลงไป
“ท่านพ่อบอกว่าจะให้เหล่าลูกน้องติดตามฉันตลอดเวลา เพราะสถานการณ์ตอนนี้เริ่มรุนแรงมากขึ้น แต่ฉันไม่้าให้คนมากๆ มาติดตาม อีกอย่างแต่ละคนของท่านพ่อก็ดูน่ากลัวอีก ฉันก็เลย...เลยบอกขอให้เป็นายคนเดียวได้ไหม ท่านพ่อเลยตกลง” เรย์กะอธิบายให้จินฟังโดยจ้องมองตา่แรก พอถึง่ท้ายก็ก้มหน้าพูดเสียงเบา แต่ไหนเลยจินจะไม่ได้ยิน
“เฮ้อ... หาเื่ให้ตัวเองอีกแล้วจิน แล้วต้องทำยังไงติดตามเธอไปทุกที่ อย่างนี้เหรอ?” จินถอนหายใจพูด
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่เวลาไปกินข้าว หรือตอนไปช่วยงานคณะกรรมการนักเรียน นายแค่ไปด้วยก็พอ เวลาอื่นเราเรียนด้วยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว” เรย์กะยังก้มหน้า
ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงเงินในโลกนี้เราก็ไม่มี จะเอาทองที่มีไปขายอย่างเดิมกลัวจะดูสะดุดตาไป เอาไงก็เอาวะ!
“งั้นเก็บไอ้นี่ไว้กับตัวตลอดเวลา อย่าทำหาย” จินตกลงในความคิดเสร็จก็เอามือล้วงกางเกง อัดแน่นพลังเวทมนตร์ให้เกิดสัญลักษณ์ขนาดเล็กเป็รูปสายฟ้าสีเหลืองออกมา ยื่นให้เรย์กะ
“มันคืออะไร?” เรย์กะรับมาอย่างสงสัย เธอมองว่ามันสวยดี หากทำเป็ที่ติดผมอะไรสักอย่างคงเข้าท่า
“แค่เรียกชื่อฉันออกมาเวลาเจออันตราย หากเราคลาดกันก็พอ ฉันจะรีบไปหาเธอ” จินพูดเสร็จก็นั่งลงข้างๆ เรย์กะ แล้วฟุบตัวลงนอนกับโต๊ะ
“ขอบใจนะ” เรย์กะหยิบขึ้นมาดู มันมีขนาดเล็กหากเทียบสิ่งของได้น่าจะเท่ากับจี้สร้อยคอน้ำหนักก็เบา ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม
“มีสิ่งแทนความรักให้กันด้วยเว้ย” ชายคนหนึ่งแซวด้วยท่าทีหัวเราะ
“ฉันอยากได้แบบนั้น อยากได้แบบนั้น” เด็กสาวคนหนึ่งชักดิ้นชักงออยู่กับที่
“ลองไปขอเขาสิ เผื่อได้” อีกคนก็คะยั้นคะยอเพื่อนตัวเอง
ทุกคนต่างพูดถึงจินกับเรย์กะและเสียงแซวก็ดังขึ้นอย่างไม่หยุด ทำเอาหน้าเรย์กะที่เย็นลงแล้วเริ่มร้อนขึ้นมาอีก
“แฮ่ก… แฮ่ก… จิน!!! อาเระ?”
เสียงของเทนตะะโมาแต่ไกล ทันทีที่เขาวิ่งมาถึงที่ห้องก็เจอบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักแบบแปลกๆ เมื่อหันไปที่นั่งของจินก็พบเ้าฟุบตัวนอนกับโต๊ะอยู่
เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า? เทนตะก็ได้แต่คิดในใจ แต่ก็แอบแปลกใจอยู่นิดๆ ทั้งๆ ที่จินเดินมายังห้องอย่างสบายๆ ทำไมเขากับมาโคโตะถึงตามไม่ทัน ขนาดวิ่งแทบตายมาตลอดทางก็ตามไม่ทัน และสุดท้ายมาโคโตะก็มาถึง ตามด้วยครูประจำห้อง คาบโฮมรูปจึงบังเกิดและเริ่มการเรียนในคาบต่อไป
“เอาละ! ยังไงวันนี้เรามาวัดระดับสมรรถภาพร่างกายกัน คนที่ผ่านเกณฑ์จะได้พัก ส่วนคนที่ไม่ผ่านต้องวิ่งรอบสนาม 1 รอบต่อ 1 รายการที่ไม่ผ่าน” เสียงของครูสอนวิชาพละสั่งเสียงดัง ภายใต้แสงแดดที่ร้อนจัดในยามบ่าย
นักเรียน ม.ปลาย ชั้นปีที่ 3 ห้อง A ที่อยู่ในชุดกีฬาสีน้ำเงินขาว ซึ่งเป็เสื้อยืดแขนสั้น กับการเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ตั้งแถวกันอยู่ต่อหน้าครูพละอย่างเรียบร้อย หน้าตาทุกคนต่างแสดงอาการเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัดกันทุกคน บางคนยังเอามือเปล่าพัดเพื่อสร้างลมเรียกความเย็น โดยทั้งหมดของรายการวัดระดับสมรรถภาพร่างกายวันนี้ มีด้วยกัน 10 รายการ ดังนั้นหากใครพลาดทั้ง 10 ก็ต้องวิ่ง 10 รอบ
“เอาละ ทุกคนทราบ!” ครูพละสั่งออกมาราวกับสั่งนายทหาร
“ทราบ”
“ไม่ได้ยินเลย! เอาใหม่ ทราบ!” ถึงแม้เสียงจะดังแค่ไหนยังไงครูพละก็ต้องถามอีกรอบ
“ทราบ!!!” ทุกคนขานรับด้วยเสียงดังกว่าเดิม
“รายการแรก ยืนะโไกล คามิยะ ทาจิ ออกมา!” ครูพละถือกระดานกระดาษในมือเอ่ย
“ครับ!” เด็กหนุ่มเ้าของชื่อเดินออกมา
เกณฑ์การวัดจะแบ่งตามเพศชายและหญิง เพื่อความเหมาะสมของร่างกายทำให้ไม่เกิดการเอาเปรียบกันเกินไป
“ไม่ผ่าน! คนต่อไป....”
และแล้วมหกรรมการคัดเลือกทหาร เอ่อ… การวัดระดับสมรรถภาพของร่างกายก็ดำเนินไปเรื่อยๆ
ซึ่งจินผ่านการวัดทั้งหมด โดยเขาตั้งใจให้ผ่านระดับมาตรฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทุกรายการ
ส่วนเทนตะ ผ่าน 7 วิ่งรอบสนาม 3 รอบ
มาโคโตะ ผ่าน 8 วิ่งรอบสนาม 2 รอบ
เรย์กะผ่านทั้งหมดอย่างไม่น่าเชื่อจึงไม่ได้วิ่ง เลยมานั่งใต้เงาต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ กับจิน ซึ่งก็มีคนที่ผ่านทั้งหมดนั่งอยู่ด้วยอย่างประปราย
สุดท้ายเด็กสาวหน้าสวยหน้าอกอึ๋ม อากิโนะ ผ่าน 6 วิ่ง 4 รอบ เธอเป็คนทำให้การวิ่งนี้ดูน่าดูมากยิ่งขึ้น นักเรียนชายต่างจ้องมองกันอย่างไม่วางตา จินมองพวกเทนตะ มาโคโตะและอากิโนะวิ่งด้วยใบหน้าเหม่อลอย ซึ่งเขาก็คิดว่านี่แหละ ชีวิตม.ปลายธรรมดาแสนสงบสุข
แต่เรย์กะที่นั่งข้างจิน กลับมองไฟหน้าที่กระเด้งขึ้นลงตามแรงโน้มถ่วง และก้มมองของตัวเองพลางถอนหายใจ คิดไปเองว่าจินคงคิดเหมือนกับเธอ
“ชอบเหรอ?” เรย์กะถามออกไป จินหันกลับมามองเรย์กะเห็นสายตาเรย์กะจ้องไปยังสนาม
“ชอบสิ แล้วชกฉันทำไม!” ทันทีที่จินตอบก็ถูกหมัดขวาของเรย์กะต่อยท้อง
“เปล่า...” เรย์กะทำหน้าเรียบเฉย เรียกได้ว่าเฉยเอามากๆ
“เปล่าแล้ว ชกฉันทำไมละเนี้ย” จินลูบแขนตัวเองทำหน้างงๆ
“แฮ่กๆๆ ขอนะ--- ขอน้ำหน่อย” เทนตะวิ่งโซซัดโซเซมาของน้ำด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน
จินยื่นน้ำข้างตัวเองให้ทั้งเทนตะและมาโคโตะที่มาพร้อมกัน มาโคโตะน่าจะวิ่งช้าๆ ให้เทนตะวิ่งน็อครอบเพื่อจะได้วิ่งเสร็จพร้อมกัน เนื้อตัวเสื้อผ้าของเทนตะเต็มไปด้วยเหงื่อ และมาโคโตะก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
“ร้อนก็ร้อน ให้วิ่งรอบสนามกว้างๆ แบบนี้ คิดจะฆ่ากันชัดๆ” เทนตะกระดกน้ำเกือบหมดขวดบ่นออกมา
“....” มาโคโตะนิ่งเงียบ
“แม่เ้าโว้ย!!!” เทนตะเหลือบไปบอกที่สนามก็เห็นอากิโนะวิ่งอยู่
“ค่อยหายเหนื่อยหน่อย” เทนตะยิ้มกรุ้มกริ่มและเอาชกกระทุ้งจิน
“อะไร?” จินถามเมื่อโดนสะกิด
“ข้ารู้เอ็งก็มองไอ้หนุ่ม อึก!” เทนตะทำน้ำเสียงทะลึ่งให้จิน และต้องชะงักเมื่อเจอรังสีแปลกประหลาดด้านข้างของจิน
“เอ่อ...แต่นายก็เก่งเนอะ ผ่านหมดเลย” เทนตะเปลี่ยนเื่
“สงสัยเพราะออกกำลังกายบ่อย” แหงล่ะผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วนแค่นี้คณามืออะไรจิน
“เธอเองก็เหมือนกันเรย์กะ เห็นตัวเล็กแบบนี้ผ่านหมดได้ไง เอาแรงมาจากไหน” เทนตะเบนไปถามเรย์กะ
“ฝึกต่อสู้กับทางบ้าน” เธอตอบเพียงแค่นั้นโดยไม่หันมามองเขาด้วยซ้ำ
“....”
“ลืมถามเมื่อตอนนั้น นายเล่นเครื่องดนตรีอะไรจิน” เทนตะหันกลับมาถามจินใหม่
“พอเล่นกีตาร์กับเบสเป็”
“งั้นพอดีเลย นายเล่นกีตาร์ ฉันเล่นกลอง มาโคโตะเล่นเบส และอากิโนะนักร้องหลัก” เทนตะไล่บทบาทให้ฟัง
“แต่ไม่ถึงกับเก่งอะไรมากมายหรอกนะ อย่าคาดหวังเยอะละ” จินหันมาตอบ
“เฮ้ๆ ดนตรีไม่ได้มองกันที่ความเก่งอย่างเดียวสักหน่อย แค่เล่นด้วยกันสนุกและเดินทางไปพร้อมกันตามเสียงเพลงก็พอแล้ว ใช่ไหม! มาโคโตะ” เทนตะหันไปขอความเห็นมาโคโตะ ที่พยักหน้าให้พวกเขาอย่างเห็นด้วย
“นั้นสินะ...” จินคิดถึงวันวานที่เคยเล่นดนตรี สาเหตุเพราะอะไรเขาย่อมรู้ดี
“แฮ่กๆๆ มะ ไม่ไหวแล้วว ขะ ขอน้ำหน่อยค้า...” เทนตะหันไปยังต้นเสียงที่วิ่งเข้ามา
“ว้าย!!!” อากิโนะสะดุดก้อนหิน แค่นิดเดียวก็จะถึงพวกจินอยู่แล้ว
อากิโนะล้มพุ่งตัวไปทางจิน ใบหน้าจินถูกไฟหน้าทั้งสองของอากิโนะปิดไว้และล้มไปพร้อมกัน โดยมีอากิโนะคล่อมทับอยู่บนตัว
“...อยากเป็ไอ้จินโว้ย!!!” เทนตะแผดเสียงดัง ผู้ชายในห้องต่างคิดเหมือนกันเขา
“หะ หายใจไม่ออก” จินพยายามส่งเสียงร้องออกมา
“ว้าย!! ขอโทษคะ ขอโทษค้า” อากิโนะรีบลุกและขอโทษจินด้วยสีหน้าแดงก่ำ
“อึก!” เทนตะมองผ่านทั้งสองไปสะดุดที่เรย์กะ ที่มีบรรยากาศน่ากลัวออกมาจากตัวของเธอ
ฉันไม่อยากเป็เหมือนนายแล้วจิน เทนตะหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้มาโคโตะ มาโคโตะพยักหน้าให้เหมือนรู้สิ่งที่คิดกันอยู่
“สุดท้าย! การวัดระดับของร่างกายทุกคนผ่านไปด้วยดี หากใครรู้ตัวว่าไม่แข็งแรง ก็ออกกำลังกายเยอะๆ ทานของมีประโยชน์ ทุกคนทราบ!” ครูพละยื่นหน้าแถวที่เรียงรายของนักเรียนกล่าวปิดพิธีของคาบนี้
“ทราบ!” ทุกคนพูดพร้อมกัน
“นักเรียนชายเก็บอุปกรณ์ไปยังห้องเก็บของให้เรียบร้อย และนักเรียนหญิงแยกย้ายจัดการตัวเองได้ แยกย้าย!”
“โห่! . . .” เสียงโห่ร้องประท้วงออกมาจากนักเรียนชาย
“หรือพวกแกอยากวิ่งสัก 10 รอบแล้วค่อยทำตาม!” เสียงของครูพละตวาดกลับอย่างแสบแก้วหู
“ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!!!” นักเรียนชายทุกคนต่างรีบวิ่งไปเก็บอุปกรณ์กันอย่างรวดเร็วด้วยความวุ่นวาย
จินหันไปมองเรย์กะ เรย์กะพยักหน้าว่าไม่เป็ไร และจินหันกลับมาเก็บของช่วยเพื่อน
“อิจฉานายวะจิน ได้อยู่ใกล้ชิดกับเรย์กะด้วย” เด็กชายหัวเกรียนคนหนึ่งพูดขณะพวกเขาเดินถืออุปกรณ์ต่างๆ ไปยังห้องเก็บอุปกรณ์
“ใช่ๆ นั่นเป็ตำแหน่งแห่งปีที่ทุกคน้าเลยนะเว้ย” เพื่อนในห้องอีกคนสนับสนุน
“นั่นสิ! จินนายนั่งข้างเรย์กะ ฉันยังอิจฉาเลย กลิ่นของเธอเป็ไงมั้งเมื่ออยู่ใกล้ หอมมะ?” เทนตะถามจินและทำตาเยิ้ม
“นายไม่รู้เหรอเทนตะ พ่อของเรย์กะขอร้องให้จินติดตามเรย์กะทุกฝีก้าว”
“ว่าไงนะ!” เทนตะเสียงหลงใ
“จินช่วยด้วย!” ทันใดนั้นเสียงของเรย์กะก็ร้องขึ้นมาภายในหัวของจิน เขาไม่ตอบพวกเทนตะ รีบวิ่งไปหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว จนพวกเทนตะได้แต่มองอย่างใ
สงสัยมันคงอายแน่ๆ นี่คิดสิ่งที่พวกเทนตะกำลังคิดมองตามหลังจินไปด้วย