ในขณะที่หยางกวงกำลังวางแผนแก้ไขความพลาดพลั้งของตนเองฉู่ิอวี้ก็กำลังต้อนรับแขกที่นางรู้สึกเกลียดชังมากที่สุดอย่างรุ่ยอ๋องและสองพี่น้องสกุลหลัว
“พอพี่ได้ยินว่าน้องหญิงได้สติแล้วพี่กับหลัวจิ้งและหลัวจิ่งโหรวก็รีบเข้าวังมาเพื่อเยี่ยมเยียนน้องหญิงในทันที”รุ่ยอ๋องเป็คนพูดขึ้นมาก่อนเมื่อเข้ามาในตำหนักของนางแล้ว
“หม่อมฉันต้องขอขอบพระทัยองค์หญิงมากเลยเพคะที่ทรงช่วยหม่อมฉันขึ้นมาจากน้ำ”เมื่อหลัวจิ่งโหรวเอ่ยเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็พลันยิ้มเย็นออกมานางจ้องมองหลัวจิ่งโหรวแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“หากข้าไม่ออกหน้าะโลงไปช่วยเ้าเสด็จพี่รองของข้าก็คงจะต้องช่วยเหลือเ้าเป็คนแรกแน่น่าเสียดายที่ข้า่ชิงโอกาสที่จะได้เป็พระชายาของเ้าไปก็เลยทำให้เ้าคิดแค้นเคืองข้าในเื่นี้ใช่หรือไม่”ฉู่ิอวี้เอ่ยออกมาพลางจ้องมองหลัวจิ่งโหรวด้วยสายตาเ็าในชาติก่อนนางเคยคิดว่าการที่ตนเองทุ่มเทชีวิตะโลงไปในสระเพื่อช่วยหลัวจิ่งโหรวขึ้นมาจากสระคือการแสดงความจริงใจที่มีต่อสหายรักหารู้ไม่ว่ากลับเป็การสร้างปมความแค้นกับสหายของนางด้วยตนเองหลัวจิ่งโหรวคาดหวังตำแหน่งพระชายาเอกของรุ่ยอ๋อง แต่เพราะนางเสนอหน้าไปช่วยทำให้หลัวจิ่งโหรวไม่มีข้ออ้างที่จะบีบบังคับให้รุ่ยอ๋องแต่งกับนาง
“เหตุใดองค์หญิงจึงได้ทรงตรัสออกมาเช่นนี้กันเล่าเพคะหม่อมฉันไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยนะเพคะ”เมื่อหลัวจิ่งโหรวเอ่ยเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็พยักหน้า
“เ้าไม่มีความคิดเช่นนั้นก็ดีจิ่งโหรวในฐานะที่พวกเราเคยเป็สหายกันข้าขอเตือนเ้าเอาไว้ว่าคนอย่างเสด็จพี่รองหากอยากจะแต่งเ้าเข้าจวนอ๋องย่อมสามารถทำได้อย่างง่ายดายแต่การที่เขาเหนี่ยวรั้งเื่การแต่งงานกับเ้ามานานถึงขั้นนี้น่าจะเป็เพราะในสายตาของเขาเ้ายังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะผลักดันเขาขึ้นไปในจุดที่เขาคาดหวังมาโดยตลอดต่างหาก”ฉู่ิอวี้พูดพลางหันไปทางรุ่ยอ๋องแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“ที่หม่อมฉันเอ่ยออกมาเป็ความจริงไหมเพคะเสด็จพี่ยามนี้คนที่เสด็จพี่หมายพระทัยเอาไว้น่าจะเป็หยางเยว่ซิน น้องสาวเพียงคนเดียวของว่าที่สามีของหม่อมฉันกระมัง”คำถามของฉู่ิอวี้ทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของรุ่ยอ๋องฉู่ิรุ่ยพลันดูจอมปลอมขึ้นมาในทันทีเขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาที่กำลังใช้สายตาเ็าจ้องมองเขาอยู่แล้วจึงได้เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“น้องหญิงเ้าคงจะรู้สึกว่าตอนที่เ้าล้มป่วยไม่ได้สติในบรรดาพวกเราไม่ได้มีผู้ใดมาเยี่ยมเยียนคอยดูแลเ้าเลยกระมังแต่เ้าอย่าได้ลืมนะว่าด้วยฐานะของเ้าแค่จะเข้าวังมาหาเ้าในแต่ละครั้งก็เป็เื่ที่ยากลำบากมากแล้วต่อให้มีความใส่ใจต่อเ้ามากเพียงใดก็ทำได้แค่เพียงรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วจึงพากันเข้าวังมาหาเ้าได้”คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้ฉู่ิอวี้จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนแต่เมื่อคิดได้ว่าหากอยากจะเล่นงานคนเหล่านี้นางจะต้องใจเย็นมากกว่านี้แม้จะล่วงรู้ว่าพวกเขาไร้ซึ่งความจริงใจแต่ฉู่ิอวี้ก็ยังคิดว่าไม่ควรจะตั้งตนเป็ศัตรูกับคนเหล่านี้อย่างออกนอกหน้านางจึงทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ข้ารู้ดีว่าสถานะของข้ามันทำให้ทุกคนรู้สึกลำบากใจเช่นนั้นพวกท่านกลับกันไปก่อนเถิดเอาไว้ให้ข้าอารมณ์ดีกว่านี้ข้าค่อยให้คนไปเชิญพวกท่านมาก็แล้วกัน”เมื่อฉู่ิอวี้เอ่ยเช่นนี้ทั้งฉู่ิรุ่ยหลัวจิ้งและหลัวจิ่งโหรวต่างก็หันไปมองหน้ากัน แล้วสุดท้ายก็เป็หลัวจิ้งที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พวกกระหม่อมหาได้รู้สึกลำบากใจเพียงแต่การจะเข้าวังในแต่ละครั้งหาได้ง่ายดายต่อให้รู้สึกเป็ห่วงองค์หญิงมากเพียงใดก็ไม่อาจจะเข้าวังมาเยี่ยมเยียนได้อีกทั้งโหรวเอ๋อร์เองก็ล้มป่วยเช่นกันแม้กระนั้นครั้งแรกที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่นางถามถึงก็คือเื่สุขภาพร่างกายขององค์หญิง”คำพูดของหลัวจิ้งทำให้หลัวจิ่งโหรวพลันพยักหน้าในทันที
“หม่อมฉันเป็ห่วงองค์หญิงจากใจจริงนะเพคะหากไม่เพราะล้มป่วยต่อให้ต้องคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูวังหม่อมฉันก็จะทำเพคะ”คำพูดของหลัวจิ่งโหรวทำให้ฉู่ิอวี้พลันยิ้มออกมาอย่างเ็าในทันที
“เช่นนั้นวันนี้เ้าลองออกไปคุกเข่าที่หน้าประตูให้ข้าดูเป็บุญตาทีข้าเองก็อยากจะรู้ว่าหากเ้าต้องคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูวังเสด็จพี่รองจะออกหน้าช่วยเหลือเ้าหรือไม่” เมื่อฉู่ิอวี้เอ่ยเช่นนี้หลัวจิ่งโหรวก็เม้มปากแน่นนั่งคุกเข่าลงไปบนพื้นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือในทันที
“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะขอองค์หญิงทรงประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยต่อไปหม่อมฉันจะไม่สร้างความไม่พอพระทัยให้กับองค์หญิงอีกแล้ว” คำพูดของหลัวจิ่งโหรวหากมองเพียงผิวเผินก็จะคิดว่านางคุกเข่าลงเพื่อขอให้ฉู่ิอวี้อภัยให้นางแต่ฉู่ิอวี้รู้ดีว่าท่าทีเช่นนี้หลัวจิ่งโหรวทำเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากทุกคนโดยเฉพาะฉู่ิรุ่ยผู้เป็พี่ชายต่างมารดาของนางเพียงเท่านั้น
“เ้าลุกขึ้นมาเถิดทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้น้องหญิงเจ็ดยิ่งไม่พอใจเ้ามากยิ่งขึ้นนะ”คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้ฉู่ิอวี้พลันพยายามเก็บงำสีหน้าของตนเองเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเฉกเช่นเดิม
“ยังคงเป็พี่รองที่เข้าใจในความคิดของข้ามากที่สุดจิ่งโหรวเดิมทีข้าก็แค่รู้สึกไม่พอใจที่เ้าอยากจะอาศัยทางลัดขึ้นมาเป็พระชายาของเสด็จพี่รองโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตนเองแต่ยามนี้เมื่อข้าได้เห็นท่าทีเช่นนี้ของเ้าความไม่พอใจของข้าก็ยิ่งเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆดังนั้นวันนี้พวกเราก็พบกันเพียงเท่านี้เถิดต้องขอโทษพี่รองกับคุณชายหลัวด้วยที่ข้าเอาความไม่พอใจที่เดิมทีมีต่อจิ่งโหรวไปลงที่พวกท่านแต่่นี้นอกจากสุขภาพของข้าจะย่ำแย่แล้ว ข้ายังอารมณ์ไม่ดีเป็อย่างมากอีกด้วย”คำพูดของฉู่ิอวี้ทำให้แววตาของหลัวจิ่งโหรวพลันแปรเปลี่ยนไปในทันทีในใจก็ได้แต่คิดว่า
‘เหตุใดอยู่ๆ องค์หญิงเจ็ดจึงได้เฉลียวฉลาดขึ้นมาได้เช่นนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันที่นางสามารถพูดจาจนทำให้ข้ากลายเป็คนหน้าไม่อายใช้แผนตกน้ำจับผู้ชายโดยที่ข้าไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของนางได้เลยเช่นนี้’ หลัวจิ่งโหรวตั้งใจจะเอ่ยปากตอบโต้ฉู่ิอวี้เพื่อแก้ตัว แต่พี่ชายของนางกลับหันมาส่งสายตาให้นางเก็บงำคำพูดและท่าทีของตนเองเอาไว้ยามนี้สิ่งที่นางทำได้ก็มีแค่เพียงการหลั่งน้ำตาออกมาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเห็นใจว่า
“หม่อมฉันทำให้องค์หญิงทรงเข้าพระทัยหม่อมฉันผิดไปเสียแล้ว”คำพูดและท่าทีของนางทำให้หลัวจิ้งทอดถอนใจออกมาเขาเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนฉู่ิอวี้ที่จ้องมองน้องสาวของเขารวมไปถึงสายตาที่เริ่มจะเ็าของฉู่ิรุ่ยแล้วก็รีบเอ่ยออกมาในทันที
“น้องสาวของกระหม่อมไม่รู้ความต้องขอประทานอภัยแทนนางด้วยจิ่งโหรวเ้าอย่าได้พูดอะไรออกมาอีกเลย เ้ากับองค์หญิงเป็สหายกันมานานความเข้าใจผิดย่อมจะมี ทางที่ดี่นี้เ้าอย่าพึ่งมารบกวนพระทัยองค์หญิงเลย”เมื่อหลัวจิ้งเอ่ยเช่นนี้หลัวจิ่งโหรวก็พยักหน้า นางย่อกายถวายการคารวะแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมและสำนึกผิด
“หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยทั้งองค์หญิงเจ็ดและรุ่ยอ๋องด้วยนะเพคะหลังจากวันนี้ไปหม่อมฉันจะเก็บตัวสำนึกตนอยู่แต่ในจวนจะไม่ออกมาสร้างความลำบากพระทัยให้ทั้งสองพระองค์อีกเพคะ”คำพูดและท่าทีของหลัวจิ่งโหรวทำให้สายตาของฉู่ิรุ่ยพลันอ่อนลงแต่เมื่อเห็นว่าฉู่ิอวี้ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาเขาก็ทอดถอนใจแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดาย
“เอาไว้วันหน้าพวกเราค่อยมาเยี่ยมเยียนน้องหญิงเจ็ดอีกครั้งก็แล้วกัน”เมื่อเขาเอ่ยจบฉู่ิอวี้ก็พยักหน้าพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดีในทันที
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอไม่ส่งนะเพคะ”เมื่อเอ่ยจบนางก็ขยับตัวลุกขึ้นย่อกายเล็กน้อยเพื่อคารวะพี่ชายต่างมารดาตามธรรมเนียมแล้วจึงได้ส่งสัญญาณให้เหม่ยหลันมาประคองนางออกไปจากโถงกลางของตำหนักนางรู้ดีว่าคำพูดในวันนี้ของนางและแขกที่มาเยี่ยมเยียนจะต้องถูกถ่ายทอดให้ฉู่ิหรงฮ่องเต้ฟังทุกประโยคอย่างแน่นอนเมื่อก่อนนางรู้แต่ไม่เคยคิดจะสนใจแต่ยามนี้นางรู้แล้วว่าคนที่นางควรจะประจบเอาใจคือผู้ใดเพียงแต่นางจะต้องทำอย่างค่อยเป็ค่อยไปอย่าให้เป้าหมายของนางรู้ตัวรวมไปถึงคนที่นาง้าจะแก้แค้นเ่าั้ด้วย