อำพรางรัก จอมอสุรา อนิรุจ+สิรินทรา ดราม่า

    ตอนพิเศษ​ อ่าน​ฟรี​จนกว่า​ไรท์​จะ​อยาก​ติด​เหรียญ​


            5ปีต่อมา....

            อนิรุจยืนมองน้องอาทิตย์ลูกชายของเขาที่กำลังวิ่งเล่นกับน้องพิมพ์ลูกสาวของสินธุและอรวรรณอยู่ด้านล่างของงาน

            วันนี้เป็นวันเกิดของเขา สิรินทราภรรยาสุดที่รักเป็นคนจัดงานให้และบอกว่ามีของขวัญจะเซอร์ไพร์เขา ชายหนุ่มก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าปีนี้เธอจะเซอร์ไพร์อะไรเขาอีกจนกระทั่งสายตาคมแอบเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มจึงแสร้งทำไม่รู้ตัวให้ภรรยาของเขาเสียหน่อยเพื่อไม่ให้แผนของเธอล่ม

            "ทายซิใครเอ่ย"

            เธอเอามือทั้งสองข้างปิดตาเขาแล้วเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

            "เอ้...ใครกันนะ"

            "ไม่รู้เลยจริงๆว่าใคร"

            ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับจับมือบางไว้แล้วเลื่อนลงไปเรื่อยๆ เพื่อแกล้งหญิงสาว

            "คงต้องพิสูจน์หน่อยแล้วล่ะว่าเป็นใคร"

            "อุ๊ย!" สิรินทราอุทานขึ้นเมื่อเสียหลักให้เขา

            มือหนาเลื่อนไปไขว้หลังแล้วจับเอวบางไว้จากนั้นก็พลิกตัวเธอมาอยู่ในอ้อมกอดเขา

            "จับได้แล้ว เมียสุดที่รักของฉันนี่เอง" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับจุมพิตแก้มนวลเบาๆ

            "เบาๆ สิคะ" เธอดุเขาอย่างไม่จริงจังนัก

            "ขอโทษนะ เธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า" เขาสำรวจตัวเธอด้วยความกังวล

            "เปล่าค่ะ สิยังไม่ได้ให้ของขวัญคุณเลย" เธอบอกเขา

            "ที่จริงไม่ต้องก็ได้ แค่มีเธอกับลูกอยู่ทุกวันนี้มันก็เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉันแล้ว" เขาบอกหญิงสาว

            "หลับตาสิคะ"

            เธอบอกเขา แน่นอนว่าอนิรุจทำตามคำสั่งของเมียอย่างว่าง่ายอยู่แล้วและทันทีที่ชายหนุ่มหลับตาเธอก็วางบางอย่างลงในมือของเขา

            "ลืมตาได้ค่ะ" เธอกระซิบข้างหูเขา

            "สิ นะ...นี่มัน!"

            อนิรุจมองสบตาเมียรักด้วยความตื่นเต้นและขอบคุณเธอเป็นอย่างมากที่ได้มอบของขวัญที่มีค่าที่สุดอีกหนึ่งชีวิตให้แก่เขา

            ใช่แล้วล่ะ! สิรินทราวางแท่งตรวจครรภ์ที่ขึ้นสองขีดสีแดงใส่ในมือให้แก่เขา เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองให้แก่ชายหนุ่มเป็นของขวัญวันเกิดในปีนี้

            "ขอบคุณเธอมากนะสิ"

            อนิรุจดึงเมียรักมากอดไว้ ตอนนี้เขากำลังจะเป็นคุณพ่อลูกสองแล้ว

            "ฉันก็มีของขวัญจะให้เธอเหมือนกันนะ" เขาบอกหญิงสาว

            "คะ?"

            สิรินทราขมวดคิ้วเป็นปม นี่มันวันเกิดของเขานะ...ไม่ใช่วันเกิดของเธอซะหน่อย?

            "เธอจากรู้ตัวตนของผู้ให้กำเนิดไม่ใช่หรอ" เขาย้อนถามเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

            "คะ...คุณรุจ"

            "หมายความว่าสิจะได้เจอพ่อกับแม่แท้ๆ ของสิเร็วๆนี้หรอคะ?"

            เธอถามเขาด้วยความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตพอๆกับตอนที่ได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรกเลยล่ะ!


            ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน...อนิรุจรู้ว่ายังมีบางอย่างที่สิรินทราคาใจและต้องการมาตลอดนั่นคือพ่อกับแม่ผู้ให้กำเนิดที่ทิ้งเธอไปนั้นเป็นใคร เขาจึงอยากให้เธอได้สมหวัง

            การตามหาผู้ให้กำเนิดของสิรินทราจึงเริ่มขึ้นโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการตามหา ในการทำ DNA test ไปเทียบหาคู่กับธนาคารดีเอ็นเอทั่วโลกเพื่อหาคนที่ดีเอ็นเอตรงกันกับเธอ ซึ่งคนที่นำดีเอ็นเอไปฝากก็คือคนที่ต้องการติดตามหาญาติเช่นกัน...แม้ความหวังจะน้อยนิดแต่นั่นคือทางเลือกเดียวที่จะช่วยต่อเติมฝันให้เมียรักได้...เธออาจจะโชคดีได้เจอญาติที่มีดีเอ็นเอคล้ายกันก็เป็นได้


            และในที่สุดวันนี้ชายหนุ่มก็ได้รับโทรศัพท์จากทางธนาคารดีเอ็นเอจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ได้ติดต่อกลับมาว่าแจ้งข่าวดีว่าตอนนี้ได้ตรวจพบดีเอ็นเอที่ตรงกันแล้ว นั่นหมายความว่าอาจจะเป็นญาติของสิรินทราที่ต้องการตามหาญาติพี่น้องหรือไม่ก็เป็นผู้ให้กำเนิดของเธอโดยตรงก็ได้...ถึงแม้ทุกอย่างจะยังไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยสิรินทราก็จะได้รู้จักญาติของเธอจริงแล้ว การสืบหาผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรอีกต่อไป

            "อาทิตย์หน้าเราจะไปนิวซีแลนด์กัน" อนิรุจบอกกับเมียรักของเขา

            "ขอบคุณนะคะคุณรุจ สิขอบคุณจริงๆ" เธอขอบคุณสามีด้วยความซาบซึ้งใจ

            .

            .

            .

            @ประเทศนิวซีแลนด์

            อนิรุจพาสิรินทราและน้องอาทิตย์เดินทางมาถึงนิวซีแลนด์แล้ว สายตาคมทอดมองเมียรักที่กล่อมลูกให้นอนจนเผลอหลับไปอีกคน เธอคงเพลียกับการเดินทางครั้งแรกสินะ แล้วไหนจะอาการแพ้ท้องเจ้าตัวเล็กอีก

            ส่วนลูกชายของเขานั้นกลับตื่นเต้นกับการได้เดินทางโดยเครื่องเป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมง เขาต้องเลื่อนเวลาเดินทางก่อนกำหนดเพราะสิรินทราตื่นเต้นอยากมาที่นี่ไวๆ ชายหนุ่มจึงยอมตามใจเมียและเดินทางมาที่นี่เลยในต่อมา

            "ครับ อนิรุจครับ"

            ชายหนุ่มรับสายพร้อมกับมองไปที่ร่างบางที่ยังคงหลับไหลอยู่อย่างหนักใจกับข่าวใหม่ที่รู้มา...เขาไม่มั่นใจว่าสิรินทราจะเสียใจมากน้อยแค่ไหนหากได้รับรู้ความจริงบางอย่าง...

            .

            .

            .

            "เราจะไปไหนกันหรอครับคุณพ่อ" น้องอาทิตย์ถามผู้เป็นพ่อในระหว่างเดินทางบนรถ

            "เราจะไปพบคนสำคัญกันครับลูก"

            สิรินทราบอกกับลูกชายอย่างอารมณ์ดีโดยมีอนิรุจฟังอยู่เงียบๆ

            "ถึงแล้วล่ะ"

            อนิรุจบอกกับหญิงสาวเมื่อถึงบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง

            "รบกวนช่วยพาน้องอาทิตย์ไปเล่นรอบๆบ้านหน่อยนะครับ"

            อนิรุจบอกกับพี่เลี้ยงของลูกที่พามาด้วยเพื่อผ่อนแรงเมียที่กำลังแพ้ท้องอยู่ จากนั้นก็จูงมือเมียรักเข้าไปในบ้าน

            "สิ" จู่ๆ อนิรุจก็หยุดเดินเอาดื้อๆ

            "มีอะไรหรอคะ?" หญิงสาวแปลกใจเมื่อเห็นสามีสบตาเธอด้วยแววตาที่เคร่งเครียด

            "ฉันไม่อยากให้เธอคาดหวังมากเกินไป"

            "ถ้าเกิดคนที่เรากำลังเข้าไปพบ ไม่ใช่..."

            "สิเข้าใจค่ะ สิรู้ว่าคุณจะพูดอะไร"

            เธอส่งยิ้มให้เขา นี่สินะคือเหตุผลที่ทำให้อนิรุจหน้าเคร่งเครียดมาตลอดทาง

            "เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ" เธอบีบมือเขา

            "อืม ไปกัน"

            อนิรุจพยักหน้าแล้วจูงมือสิรินทราเข้าไปข้างในและได้พบกับชายหญิงสาวดูอายุน้อยกว่าเขาและเธอหลายปีอยู่

            อนิรุจหันมามองภรรยาสาวอีกครั้ง สิรินทรามีสีหน้าผิดหวังไม่น้อยนั่นเพราะว่าเธอคาดหวังจะได้เจอพ่อหรือแม่ผู้ให้กำเนิดมากกว่า...แต่ในบ้านหลังนี้มันไม่มีใครอายุมากกว่านั้นเลยสักคน...

            "สวัสดีค่ะ"

            สิรินทราเอ่ยทักทายทุกคนด้วยความประหม่าเล็กน้อยและแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่เหือดแห้งซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น

            "เชิญนั่งก่อนสิคะ"

            ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟาชื่อนิดา เธอบอกกับสิรินทราและอนิรุจพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกับแนะนำตัวเอง สามีชาวเนเธอร์แลนด์และลูกๆ ของเธอให้อนิรุจและสิรินทรารู้จัก

            "คุณคงเป็นเจ้าของดีเอ็นเอนั่น...ใช่มั้ยคะ?" นิดาถามเธอ

            "ใช่ค่ะ"

            "คุณคือ...เจ้าของดีเอ็นเอเหมือนกันหรอคะ" สิรินทราถามกลับไป

            "ใช่ค่ะ ในที่สุดเราสองคนพี่น้องก็ได้เจอกันสักที" นิดาบอกกับเธอ

            "พี่น้องหรอคะ?" สิรินทราเอ่ยถามนิดาโดยมีอนิรุจคอยบีบมือให้กำลังใจเมียรักอยู่ตลอดเวลา

            "ฉันรู้นะคะว่าพี่กำลังผิดหวังเพราะคุณอยากเจอแม่ แต่ว่าตอนนี้..." นิดาถอนใจแล้วเดินไปหยิบฉากรูปถ่ายแม่ของเธอออกมา

            "นี่แม่ของเราค่ะ" นิดาส่งรูปถ่ายให้สิรินทรา

            "มะ...แม่หรอคะ"

            สิรินทรารับรูปมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ข้อความในรูประบุชื่อแม่ของเธอพร้อมกับวันเดือนปีเกิดและวันที่เสียชีวิต แม่ของเธอชื่อนารี ท่านเสียชีวิตไปแล้ว...หญิงสาวมองภาพของผู้ให้กำเนิดน้ำตาคลอ

            "ท่านจากไปเมื่อปีก่อนค่ะ"

            "จากไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาตลอดเวลาหลายปี"

            นิดากล่าวถึงแม่ของเธอพร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างให้สิรินทราฟัง

            ย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นารีในวัยนักศึกษาเกิดตั้งท้องขี้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กเพราะคืนนั้นเธอถูกมอมเหล้าแล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศ

            นารีได้แต่เก็บความขื่นขมและความอับอายนี้ไว้ไม่กล้าบอกกับใครจนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองตั้งท้องขึ้นมาแล้ว ด้วยความที่ครอบครัวของเธอนั้นเป็นครูบาอาจารย์ที่เคร่งครัดและเข้มงวดด้วยกันทั้งคู่ นารีจึงปิดบังเรื่องที่กำลังท้องไม่ให้พ่อกับแม่รับรู้มาตลอดจนกระทั่งคลอดสิรินทราออกมา

            นารีไม่มีทางเลือก เธอหวาดกลัวและไม่อยากทำให้พ่อแม่ต้องอับอาย นอกจากจะท้องในวัยเรียนแล้วยังท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของเด็กอีก มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเธอและครอบครัว...

            อีกทั้งตอนนั้นความกดดันทุกอย่างบีบคั้นให้นารีคิดว่าลูกที่เกิดมาเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทุกอย่าง...สิรินทรากลายเป็นลูกที่ไม่มีใครต้องการในตอนนั้น นารีจึงตัดสินใจเอาทารกน้อยมาทิ้งที่ใต้สะพานลอย

            สิรินทราร้องไห้อย่างหนักเมื่อรู้ว่าตัวเองเกิดมาเป็นตัวปัญหาทำลายชีวิตผู้ให้กำเนิดและทำให้แม่ไม่ต้องการเธอมากขนาดนี้...อีกอย่างถ้าตากับยายไม่มาเจอเข้าเธอก็คงจะตายอยู่ตรงนั้นก็ได้

            "ฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่ค่ะ".นิดาปลอบใจหญิงสาว

            "แต่พี่รู้มั้ยคะว่าหลังจากนั้นแม่ไม่เคยมีความสุขเลย"

            "คืนนั้นแม่กลับไปที่สะพานลอยค่ะ แม่กลับไปตามหาพี่ที่นั่น แต่ท่านก็ไม่พบพี่แล้ว"

            "ท่านเสียใจมากค่ะ แม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานมาตลอดยี่สิบกว่าปี"

            "ตั้งแต่จำความได้ฉันไม่เคยเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมแม่ต้องเป็นแบบนี้ ทำไมท่านดูเหมือนคนอมทุกข์อยู่ตลอดเวลา"

            "จนกระทั่งก่อนท่านจะเสีย...แม่เล่าความลับนี้กับฉันค่ะ แม่บอกว่าฉันยังมีพี่สาวอีกคนแต่ไม่รู้ว่าพี่อยู่ที่ไหน แม่รักพี่มากนะคะ"

            "หลังจากท่านเสียฉันก็เลยตัดสินใจเอาดีเอ็นเอของตัวเองไปฝากไว้ที่ธนาคารเผื่อจะได้เจอกับพี่"

            "ฉันดีใจมากนะคะ ถึงจะช้าไปแต่อย่างน้อยฉันก็ทำให้ความหวังของแม่เป็นจริงแล้ว"

            นิดาบอกกับพี่สาวหมาดๆ ของเธอพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย สองพี่น้องตัดสินใจโผกอดและปลอบใจกันและกัน...อย่างน้อยสิรินทราก็ได้เข้าใจแล้วว่าแม่มีเหตุผลและดีใจมากที่รู้ว่าแม่ก็รักเธอเหมือนกัน

            .

            .

            .

            วันต่อมา...

            อนิรุจพาสิรินทรามาที่สุสานแม่ของเธอตามทางที่นิดาบอก นิดาบอกว่าแม่ย้ายมาอยู่กับหล่อนที่นิวซีแลนด์หลังจากที่ีพ่อสีย นิดาได้สามีเป็นชาวนิวซีแลนด์และย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร

            หญิงสาววางดอกไม้ไว้หน้าสุสานของแม่พร้อมกับมองรูปถ่ายของท่านอยู่นาน

            "แม่คะ หนูมาแล้วค่ะ" สิรินทราเอ่ยขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า

            "หนูเข้าใจแม่ทุกอย่างแล้ว หนูขอโทษนะคะที่โกรธแม่มาตลอด แล้วหนูก็ขอบคุณเหลือเกินค่ะที่แม่ไม่ได้ทำแท้งตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามีหนู"

            "หนูถึงได้มีวันนี้ ได้มีลูกชายที่น่ารักแล้วก็สามีที่รักหนูและทำเพื่อหนูทุกอย่าง"

            "ตอนนี้หนูมีหลานให้แม่สองคนแล้วนะ วันหลังหนูจะพาน้องอาทิตย์มาเยี่ยม ส่วนอีกคนอยู่ในท้องหนูค่ะ" สิรินทราบอกกับแม่ของเธอพร้อมกับแนะนำอนิรุจให้แม่ของเธอรู้จัก

            "นี่คุณรุจ ลูกเขยของแม่ค่ะ"

            "เอ่อ...สวัสดีครับแม่"

            อนิรุจเอ่ยทักทายสุสานของแม่ยายด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ สิรินทราก็เหมือนเขานั่นแหละ...ต่างคนต่างก็เคยโกรธแม่ที่ทอดทิ้งตัวเอง แม่เมื่อได้รู้เหตุผลของพวกท่านแล้วต่างก็โกรธเคืองผู้ให้กำเนิดไม่ลงเหมือนกัน

            "ลูกเขยของแม่เป็นคนดีค่ะ เขาเติมเต็มให้หนูทุกอย่างและทำให้หนูมีความสุขที่สุดในโลกเลยค่ะ" สิรินทราบอกแม่ของเธอ

            "ครับ คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ"

            "ผมจะดูแลลูกสาวของคุณแม่ให้ดีที่สุดให้สมกับที่คุณแม่สร้างเธอมาเพื่อผม"

            อนิรุจให้สัญญาต่อหน้าสุสานของแม่ยายโดยมีสิรินทรายืนฟังอยู่ด้วยรอยยิ้ม เธอเชื่อว่าอนิรุจทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ ที่ผ่านมาเขาก็พิสูจน์ให้เธอเห็นมาตลอด

            "ขอกอดหน่อยค่ะ"

            เธอบอกสามีพร้อมกับกอดเขา แล้วหอมแก้มอนิรุจต่อหน้าสุสานของแม่ เธออยากให้แม่และอนิรุจได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นรักเขามากเหมือนกัน

            "ฉันรักคุณนะคะ"



    .....จบบริบูรณ์.....



    จบแบบนี้พอได้มั้ยคะ ไรท์ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจนะคะที่มีให้และยังคงติดตามอ่านนิยายกากๆของไรท์อยู่


    สุดท้ายนี้ไรท์ขอฝากนิยายใหม่รุ่นลูกของไลลาและคิมหันต์ในนิยายใหม่เรื่อง 'BAD BOY รักหลอกลวง' ด้วยนะคะ





    คล้ายกับเรื่องอำพรางรัก จอมอสุรา อนิรุจ+สิรินทรา ดราม่า ที่คุณอ่าน