ตอนที่ 19 ใครเป็คนลักเด็ก
ชีเยวี่ยเห็นคนกลุ่มนั้นโกรธเคืองแล้วกำลังจะรุมจับหญิงสาว จึงรู้สึกว่าเื่นี้ต้องมีเงื่อนงำเหตุใดภาพตรงหน้าถึงได้ดูเหมือนฉากที่เธอเคยเห็นพวกค้ามนุษย์ลักเด็กตอนที่ยังเป็ิญญาเร่ร่อน?
เมื่อหญิงชราได้รับการสนับสนุนจากคนมากมายเช่นนี้แววตาตื่นเต้นเปล่งประกายยินดียิ่ง ในทางตรงกันข้ามหญิงสาวประคองกอดลูกไว้แน่นอยู่ในอ้อมแขน จนนิ้วมือค่อยๆ เริ่มซีดขาวเนื้อตัวสั่นเทิ้ม
“ไม่ ไม่ใช่นะคะ อย่าไปเชื่อเธอฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า ปากบ่นพึมพำซ้ำไปซ้ำมาแต่ดูเหมือนว่าเธอรู้ว่าวันนี้ตัวเองคงไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมนี้ได้
ชีเยวี่ยส่ายหน้าเห็นได้ชัดว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะหวังพึ่งผู้หญิงคนนี้ให้ช่วยเหลือตัวเธอเธอต้องช่วยผู้หญิงคนนี้ หากเธอตกไปอยู่ในมือของหญิงชราคนนี้จริงๆผู้หญิงคนนี้คงมีแต่ตายเท่านั้น
หานชีเยวี่ยกลอกตาพลันเดินเข้าไปดึงแขนเสื้อของหญิงสาวเอาไว้
“พี่ตงเหมย ทำไมพี่ยังอยู่ที่นี่อีกคะ?พี่เขยรออยู่ที่ทางเข้าแล้วนะ เอ๊ะ คุณยายคนนี้ใครเหรอคะมาขอทานพี่หรือเปล่า?”
ชีเยวี่ยทำท่าทางงุนงงสับสนราวกับไม่รู้เื่ราวใดๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แถมการกระทำยังดูเป็ธรรมชาติมาก
คนที่อยู่บริเวณนั้นโดยรอบเกือบจะเชื่อคำพูดของหญิงชราแล้วกำลังจะช่วยหญิงชราจับตัวหญิงสาว แต่ทันใดนั้นก็มีคนโผล่ออกมาพูดในสิ่งที่แตกต่างจากหญิงชราอย่างสิ้นเชิง ทุกคนต่างสับสน
หานชีเยวี่ยไม่รอให้คนอื่นเอ่ยปากถามรีบพูดต่อทันทีราวกับรัวะุ
“พี่ตงเหมย นี่ฉันไม่ได้จะว่าพี่นะแต่พี่ใจดีเกินไป ใครมาหลอกลวงอะไรก็ยอมให้เขาหมดเลยแบบนี้ พี่นี่นะถูกหลอกมาตั้งกี่ครั้งแล้ว จำไม่ได้แล้วหรือไง? ครั้งที่แล้วเจอขอทานพอให้เงินไปก็ถูกเขาฉกกระเป๋าไปด้วย ลืมไปแล้วเหรอคะ?”
“แล้วยังมีครั้งก่อนหน้านู้นอีกพี่มัวแต่ยุ่งกับการช่วยเหลือคนอื่น ลูกชายเกือบจะถูกคนอุ้มเอาไปด้วยพี่ลืมไปแล้วหรือไง? ทำไมพี่ถึงได้ใจกว้างขนาดนี้เนี่ย?โชคดีนะที่ฉันมาหาพี่พอดี!แล้วก็โชคดีอีกที่ครั้งนี้พี่เขยออกมาด้วยกัน ถ้าพี่มาคนเดียว ฉันคงเป็ห่วงแย่”
หานชีเยวี่ยพูดพล่ามไม่หยุดมือก็ออกแรงเล็กน้อย ดึงมือของหญิงชราออกจากชายเสื้อของหญิงสาวตอนนี้ความคิดของคนที่อยู่รอบๆ เริ่มสั่นคลอนแล้วพวกเขาเริ่มพิจารณาทุกคนอย่างละเอียด
“ฉันได้ยินผิดไปหรือเปล่า? เมื่อกี้คุณยายคนนี้เรียกหญิงสาวว่าซิ่วฟางแต่เด็กสาวคนนี้เรียกหญิงสาวว่าพี่ตงเหมย”
“ในสองคนนี้ต้องมีคนหนึ่งโกหกแน่ๆ”
“คุณยายดูน่าสงสารขนาดนี้คงไม่ได้โกหกหรอกมั้ง?”
คนรอบข้างซุบซิบนินทาชีเยวี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เธอแค่ทำให้ทุกคนไขว้เขวก็พอ
ชีเยวี่ยปกป้องหญิงสาวอย่างแเีก่อนจะหันไปทางหญิงชรา ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ท่าทางของหานชีเยวี่ยดูน่าเกรงขามมาก
“คุณยายคะ ต่อให้ฐานะที่บ้านลำบากแค่ไหนก็ไม่ควรดึงรั้งคนอื่นไว้แบบนี้ รู้ๆ กันอยู่ว่าคุณยายมาขอทาน แต่ถ้าคนไม่รู้ล่ะก็คงคิดว่าคนอื่นรังแกคุณยาย”
“สมัยนี้เป็สมัยใหม่แล้วไม่ควรทำแบบนี้หรอกนะคะ ถ้าคนอื่นเห็นเข้าพวกเขาจะไม่หาว่าคุณยายหัวโบราณแบบนั้นหรอกเหรอคะ? แล้วอีกอย่างคนอื่นจะช่วยหรือไม่ช่วย ก็เป็สิทธิ์ของเขา ชีวิตใครก็ลำบากเหมือนกันหมดไม่มีใครดีกว่าใครหรอกค่ะ”
“พี่สาวฉันก็แค่แต่งตัวดีขึ้นหน่อยแต่นี่ไม่ใช่ว่าจะไปเยี่ยมญาติหรอกหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ถูกต้อง ถ้าเป็การไปเยี่ยมญาติแต่งกายให้ดูดีหน่อยก็ไม่แปลก ไม่งั้นคงขายหน้าไปถึงบ้านญาติส่วนหญิงสาวในตอนนี้ก็ได้สติกลับมาแล้ว เธอรู้ว่าหานชีเยวี่ยกำลังช่วยเหลือเธออยู่
“น้องสาวพี่ว่าคุณยายคนนี้อาจจะไม่ค่อยปกติสักเท่าไร น้องไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นเธอคว้าตัวพี่ไว้แล้วบอกว่าพี่เป็ลูกสะใภ้ของเธอแล้วบอกว่าเสี่ยวเป่าเป็หลานของเธอด้วย! ทำพี่ใแทบแย่”หญิงสาวพูดพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม
คำพูดเ่าั้เป็เื่โกหกแต่การร้องไห้ของเธอเป็เื่จริง ถ้าไม่มีหญิงสาวผู้กล้าหาญคนนี้อยู่ตรงหน้าเธอคงถูกพวกนั้นลากไปแล้ว
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโลกภายนอกจะอันตรายขนาดนี้
“แบบนี้นี่เอง พี่สาวพี่ลืมไปแล้วหรือไงว่า แถวๆ บ้านเราก็มีคนแก่แบบนี้ ป้าเ้าไงทั้งลูกชายทั้งหลานชายเสียชีวิตหมด เลยเสียใจจนสติฟั่นเฟือนพอเจอใครก็เรียกว่าลูกบ้างหลานบ้าง ฉันว่าคุณยายก็น่าจะเจอเื่คล้ายๆป้าเ้าแหละ น่าสงสารจัง” หานชีเยวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยสีหน้าดูเหมือนเื่ราวทั้งหมดเป็เื่จริง
คนโดยรอบเห็นท่าทางจริงจังหนักแน่นของหานชีเยวี่ยต่างก็เชื่อไปครึ่งหนึ่งก็เคยได้ยินว่ามีคนที่เสียทั้งลูกชายทั้งหลานชายไปจนสติฟั่นเฟือนจริงๆพอนึกถึงคำพูดของหานชีเยวี่ยพวกเขาก็รู้สึกว่าหญิงชราคนนี้ดูเหมือนคนสติฟั่นเฟือนจริงๆ
“ถึงจะน่าสงสารแต่ก็ไม่ควรออกมาทำให้คนอื่นใแบบนี้สิคะ ดูเสียวเป่าสิใจนไม่กล้าพูดอะไรเลย”หญิงสาวเออออตามคำพูดของหานชีเยวี่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“รถไฟใกล้จะออกแล้ว พี่เขยรออยู่รีบไปกันเถอะ”
หญิงชราถูกการกระทำของหานชีเยวี่ยเล่นงานจนมึนงงพอเห็นว่าเหยื่อกำลังจะจากไปก็รู้สึกตัว เธอไม่ยอมวางมือง่ายๆจึงรีบคว้าชายกางเกงของหญิงสาวเอาไว้ทันที
“แกต้องเป็คนที่ซิ่วฟางเรียกตัวมาช่วยแน่ๆเลยใช่ไหม? ซิ่วฟาง แม่ขอร้องลูกล่ะคืนหลานชายของแม่กลับมาเถอะนะ” หญิงชราไม่ยอมวางมือจากแกะอ้วน[1] รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“คุณยายคะต่อให้ลูกหลานของคุณยายจะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ควรมาเอาลูกหลานคนอื่นไปแบบนี้สิคะลองดูเสี่ยวเป่าสิคะ น่ารักขนาดนี้ เหมือนคุณยายตรงไหนบ้างหรือเปล่า? อย่ามาบอกนะว่าคุณยายเก็บเด็กคนนี้มา เลยหน้าตาไม่เหมือน”
คนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะมองตามคำพูดของหานชีเยวี่ยมองไปมองมาก็พบว่า เด็กคนนี้กับหญิงชราไม่ได้มีส่วนคล้ายกันเลยจริงๆ
“ฉันดูแล้ว คุณยายคนนี้อาจจะไม่ค่อยปกติรบกวนทุกคนช่วยพาคุณยายไปส่งที่สถานีตำรวจทีนะคะ”หานชีเยวี่ยเห็นท่าทางไม่สำนึกผิดของหญิงชรา จึงแสร้งทำเป็ใจบุญสุนทานเอ่ยปากให้คนอื่นพาหล่อนไปส่งที่สถานีตำรวจ
การกระทำเช่นนี้ของเธอทำให้ผู้คนโดยรอบต่างก็เชื่อในสิ่งที่เธอพูดมากขึ้นประกอบกับบทสนทนาระหว่างหานชีเยวี่ยและหญิงสาวก่อนหน้านี้ดูเข้าขากันแถมทั้งคู่ยังหน้าตาสะสวย จึงทำให้ผู้คนเชื่อว่าทั้งสองเป็พี่น้องกันจริงๆ
เมื่อได้ยินหานชีเยวี่ยบอกว่าจะให้คนพาตัวเองไปส่งที่สถานีตำรวจใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราพลันเผยแววตื่นตระหนกทำไมเื่มันถึงไม่เป็ไปตามแผนแบบนี้? ไม่ใช่ว่าพวกนั้นควรจะรีบอธิบายว่าตนเองกับเด็กคนนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันหรอกหรือ?ทำไมถึงกลายเป็การส่งตัวเธอไปสถานีตำรวจได้?
“พอดีผมว่างพอดีเดี๋ยวผมช่วยพาไปส่งเองครับ”
ตอนที่หานชีเยวี่ยกำลังคิดว่าเธอควรจะเสียเวลาพาหญิงชราไปส่งที่สถานีตำรวจเองเลยดีไหมทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้น
ชายหนุ่มหน้าคมเข้มรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วยิ้มให้หานชีเยวี่ยคนๆ นี้ หานชีเยวี่ยรู้จัก เขาเป็หนุ่มยุวชนผู้รู้ [2]ของชุมชนเรา ชื่อว่าฉู่เจี้ยนกั๋ว
พูดถึงฉู่เจี้ยนกั๋ว เขาเป็คนมีความสามารถได้ยินมาว่าเขาค่อนข้างเก่งด้านการเกษตรเคยพาคนหนุ่มสาวในชุมชนกลุ่มหนึ่งมาทดลองปลูกข้าว และผลลัพธ์ก็ไม่เลว ในชาติก่อนฉู่เจี้ยนกั๋วเป็กลุ่มแรกที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และออกจากชนบทไปได้ข่าวว่าเขาสอบติดมหาวิทยาลัยการเกษตร ส่วนเื่ราวหลังจากนั้นหานชีเยวี่ยก็ไม่ทราบ แต่คิดว่าชีวิตเขาก็คงจะดีหรือเปล่า?
“ฉันไม่ไปสถานีตำรวจ ช่วยด้วยพวกคนเลวพวกนี้จะมาทำร้ายฉัน! พวกมันร่วมมือกัน!”หญิงชราเห็นฉู่เจี้ยนกั๋วยื่นมือออกมาหมายจะจับแขนตัวเองก็รีบโวยวายกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นทันที
“คุณยาย หาญาติไม่เจอก็ต้องไปสถานีตำรวจให้ตำรวจช่วย พวกเขาจะต้องพาคุณยายกลับบ้านได้แน่นอนครับ”ฉู่เจี้ยนกั๋วพูดเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจัง
“ใครจะไปรู้ว่าแกคิดอะไรอยู่พวกแกต้องเป็พวกเดียวกันแน่ๆ เลย พวกแกเป็พวกค้ามนุษย์!”
เชิงอรรถ
【1】胖羊แกะอ้วนหมายถึง คนมีเงินที่ดูหลอกง่ายและไม่สู้คน
【2】知青ยุวชนชื่อเต็มมาจากคำว่า 知识青年(เยาวชนที่มีการศึกษา)ซึ่งในบริบทของประวัติศาสตร์จีนคำนี้มักจะใช้เพื่อหมายถึงเยาวชนใน่การปฏิวัติวัฒนธรรม ที่ ถูกส่งไปทำงานในชนบทภายใต้คำสั่งของรัฐบาลจีนใน่ การปฏิวัติวัฒนธรรม (CulturalRevolution)