แสงจันทร์นวลตาที่ลอดผ่านม่านสีอ่อนมาพร้อมกับความเงียบสงัดของยามค่ำคืนเข้ามาในห้องนอนแต่สำหรับน้ำในค่ำคืนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนเธอกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุข
ในหัวของเธอตอนนี้มีเพียงท่วงทำนองเพลงรักจากยุค90เสียงกีตาร์โปร่งที่กรีดลงบนสายอย่างไพเราะกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของไข่เจียว...เพลง“เราเคยรักกันบ้างไหม?” ที่ยังคงดังกึกก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอยังคงติดอยู่ในห้วงเวลาแห่งความประทับใจราวกับพยายามจะกักเก็บกลิ่นอายของความสุขจากร้านFWB เอาไว้ให้ได้นานที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น...ในอีกฟากหนึ่งของเมืองบรรยากาศกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงภายในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและดูเคร่งขรึมนัทยังคงนั่งทำงานั้แ่่เช้าจมอยู่เอกสารกองโตบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สมาธิของนัทไม่ได้อยู่กับข้อมูลบนหน้าจอคอมแม้แต่น้อยแต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่รูปถ่ายใบเดิมที่วางอยู่ข้างกองเอกสาร นัทใช้นิ้วลูบบนขอบรูปถ่ายนั้นอย่างแ่เบาด้วยรอยยิ้มจู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมา สายเรียกเข้า...อร กำลังติดต่อเข้ามา
ในขณะเดียวกันที่หน้าบ้านของอรเธอนั่งมองออกไปที่ลานหน้าบ้านด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะมีความสุข แต่ลึกๆในแววตานั้นกลับมีความคาดหวั่นใจบางอย่างซ่อนอยู่เธอรวบรวมความกล้าแล้วกดโทรออกหาชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงตลอดเวลา เสียงสัญญาณดังอยู่เพียงไม่กี่ครั้งปลายสายก็กดรับ
“พี่นัทวันนี้ว่างไหมคะ?” อรถามด้วยน้ำเสียงสดใส “อรอยากชวนพี่นัทไปหาอะไรทานกันค่ะ”
“วันนี้พี่ไม่ว่างวันนี้พี่ติดประชุมจริงๆ” เสียงของนัทตอบกลับมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและดูเหนื่อยล้าจากการทำงาน
คำตอบของพี่นัทให้ความสดใสบนใบหน้าของอรวูบไหวไปเพียงเสี้ยววินาทีแต่เธอก็รีบปรับเปลี่ยนน้ำเสียงทันที “อ้าวเหรอคะพี่! น่าเสียดายจัง ถ้างั้นอรขอไปหาพี่นัทที่บริษัทนะคะอรอยากกินข้าวกลางวันกับพี่ค่ะ”
นัทนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งความอึดอัดในใจแสดงผ่านทางน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก “เอ่อ... พี่ว่า...”เขาพยายามจะหาเหตุผลมาปฏิเสธ แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
“คือ...คะ...คือพี่...พี่...”
อรััได้ทันทีว่าพี่นัทลังเลที่จะพูดออกมาตรงๆกับเธอ ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “วันนี้พี่นัทไม่สะดวก...ใช่ไหมคะ?”
“พี่จะไม่โกหกอรนะ....ใช่จ๊ะพี่ต้องขอโทษอรด้วย พี่ไม่สะดวกจริงๆ”
“ถ้างั้นอร...อรไม่รบกวนพี่นัทละกันค่ะ”อรตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูปกติที่สุด ก่อนจะกดวางสาย
หลังจากสัญญาณตัดไปนัททิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาก้มลงมองรูปของน้ำอีกครั้งความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจเขายังคงไม่จางหายไป
“พี่กำลังทำผิดต่ออรหรือเปล่า?พี่กำลังทำร้ายผู้หญิงอีกคนเหรอ? พี่ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของอร...กับของตัวเอง”
ตัดมาที่ฝั่งของอรหลังจากวางสายจากนัท เธอก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแสงไฟสลัวจากหัวเตียงส่องให้เห็นรูปถ่ายของนัทที่เธอวางไว้เคียงข้างรูปของเธอเองอรลูบไล้ใบหน้าของชายหนุ่มในรูปด้วยความรู้สึกที่ปนเปไปด้วยความรักและความเ็ป
“พี่นัท...จะใจร้ายกับอรไปถึงไหนกันคะ?” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างยิ่ง น้ำตาเริ่มคลอที่เบ้าตา“พี่นัทเห็นใจหนูบ้างเถอะ ห้าปีแล้วนะคะห้าปีที่หนูไม่เคยหนีเงาพี่แม้แต่วินาทีเดียว หนู...นะ...หนูไม่ดีตรงไหนคะพี่นัท”
น้ำลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียยังไม่รู้สึกตัวดีเท่าใดนักเสียงโทรศัพท์ดังลั่นทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาแต่เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น…พี่นัท
เธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งความลังเลตีรวนอยู่ในอกความทรงจำอันขมขื่นและาแที่เขาทิ้งไว้ยังคงสดใหม่เกินกว่าจะรับมือได้ง่ายๆเธอจ้องมองหน้าจอนั้นอยู่นานจนกระทั่งความกดดันเริ่มทำให้เธอหายใจลำบากสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจกดรับสาย แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา
“พี่นัท...”เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พี่ดีใจมากที่น้ำรับสายพี่ในวันนี้”เสียงของนัทที่ปลายสายสั่นเครือเล็กน้อยความดีใจนั้นฟังดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย
“พี่นัทมีอะไรเหรอคะ?”น้ำถามกลับไปอย่างไร้อารมณ์
“พี่เพิ่งรู้ว่าออมจะเรียนจบอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า...พี่ขอไปแสดงความยินดีด้วยได้ไหม?”
คำขอของเขาทำให้น้ำตกอยู่ในอาการนิ่งความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็เพียงการหยุดคิดแต่มันคือความอึดอัดที่อธิบายไม่ได้นัทที่ััได้ถึงความเงียบจึงรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่น “ความจริง...ความจริงพี่อยากเจอน้ำด้วย อยากขอโอกาสกับน้ำอีกครั้งพี่รู้ตัวว่าพี่ทำผิดกับน้ำ...”
น้ำเม้มปากแน่นความรู้สึกเก่าๆ พุ่งพล่านขึ้นมา แต่เธอยังคงรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง
“ค่ะ พี่นัท”
คำตอบสั้นๆที่ดูเหมือนการอนุญาตแต่กลับแฝงไปด้วยการปฏิเสธทางอารมณ์ทำให้นัทไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์นี้จะไปในทิศทางใด แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้“ถ้างั้น... ใน่ที่พี่ออกมาจากห้องประชุมพี่ขอไปมอบดอกไม้แสดงความยินดีกับออมนะ”
“แค่นี้นะคะพี่นัท”น้ำตัดบทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดวางสายเพื่อหลบหนีจากความรู้สึกที่กำลังถาโถม
“...”
เช้าวันต่อมาน้ำตัดสินใจโทรหาพี่ออมเพื่อบอกเื่ที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากให้อารมณ์ความรู้สึกของเธอไปกระทบกับคนอื่น
ออมที่กำลังเตรียมตัวเปิดร้านอยู่ถึงกับชะงัก“พี่นัทโทรหาน้ำบ่อยป่ะ?”ออมถามด้วยความประหลาดใจ
“เพิ่งโทรวันนี้ค่ะพี่ออม”น้ำตอบพลางก้มหน้า “แต่ในแชท... พี่นัทจะส่งข้อความมาทุกวัน แต่หนูไม่ได้ตอบอะไรหนูแค่อ่านอย่างเดียว”
คำสารภาพของน้ำทำให้ออมนิ่งไปครู่หนึ่งออมรู้ดีว่าความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยความรู้สึกค้างคาใจไม่ได้ส่งผลดีกับใครทั้งนั้น
“น้ำยังตัดใจจากพี่นัทไม่ได้จริงๆแหละ...” ออมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่น“น้ำไม่ต้องโกหกตัวเองหรอก ความรู้สึกตัวเองชัดเจนขนาดนี้ น้ำรู้ดีที่สุดว่าหัวใจของน้ำอยู่ที่ไหน”
น้ำไม่ได้ตอบอะไรความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนเป็คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ แม้ความเ็ปจะยังคงอยู่ในใจของน้ำแต่เธอก็ยังไม่เคยเดินออกจากความทรงจำที่มีต่อเขาไปได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว