ฉันไม่ตอบของขวัญแต่กดเข้าไปในแอปสีเขียวแทน
Line พี่ไนท์ evil : มาหาฉันที่คณะ
“มีอะไรหรือเปล่าพราว” ฉันเงยหน้ามองเวลาที่ขมวดคิ้วมองมาด้วยความสงสัย
“ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปคาเฟ่หรือเปล่า” จากนั้นก็โชว์แชทเ้าปัญหาให้เพื่อนตัวเองดู “อย่างมีตาทิพย์”
“พี่ไนท์รู้ได้ไง ว่าเราเลิกกี่โมง”
ฉันส่ายหน้าไปมาพร้อมกับมองแชทที่เปิดค้างไว้อยู่
ของขวัญเดินมายื่นอยู่ตรงหน้า “ไม่แปลกจ๊ะเพืี่อน” เธอยิ้มหวาน “เขาคือเทพเ้าแห่งไอที เรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ แฮ็คข้อมูลแค่นี้จิ๊บๆ”
O.O!! ถึงกับต้องแฮ็คข้อมูลฉันเลยหรอ ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนตัวเองและพลางคิดว่าจะเอายังไงดี แต่คือไม่อยากไปหาเขาอ่า
“สรุปยังไงจ๊ะ”
“เดี๋ยวบอกพี่ไนท์ก่อน” ตอบของขวังเสร็จก็กดไลน์ส่งกลับไปทันที
ติ๊ง!!
“ตอบกลับมาแล้ว”
“คนชวนตื่นเต้นกว่าคนขอซะอีก”
“คนติดธุระ ไม่มีสิทธิ์พูดยะ” ของขวัญเบะปากพร้อมกับเชิญหน้าส่งไปให้เวลา “พี่ไนท์ว่าไง”
“ยกยอดไปพรุ่งนี้” เฮ้อ! ฉันตอบของขวัญพร้อมกับถอนหายใจเซ็งๆ
“อ๊ายยยย พี่ไนท์ใจดีอะ”
“ใจดีจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือพรุ่งนี้วันหยุดกูไม่อยากมาอะ” ฉันตอบของขวัญพร้อมกับคว่ำปากด้วยความเซ็ง
“เอาน่า พรุ่งนี้ช่างมัน วันนี้ไปหาน้ำตาลกระแทกปากก่อนดีกว่า” ของขวัญเดินเข้ามากอดแขนฉันพูดขึ้นระหว่างที่เดินเข้าลิฟท์ “ส่วนคนมีธุระจะไปไหนก็ไป”
“เอ่อ อีผีบ้า” เวลาผลักหัวของขวัญจนเอนเอียง “ไปแล้วนะพราว เจอกันวันจันทร์” เวลาพูดขึ้นเป็จังหวะที่ลิฟท์เปิดพอดี ฉันส่งยิ้มบางๆไปให้เวลา จากนั้นเธอก็เดินแยกออกไป
“เราจะไปคาเฟ่ที่ไหน” ฉันเลิกคิ้วถามขึ้น
“แฮ่ๆ คาเฟ่หน้าตึกคณะวิศวะ”
“ฮะ!” ฉันร้องเสียงหลงดังลั่นโดยไม่สนใจใครจะมอง
“คนสวย อย่าโมโห อย่าโกรธ เพื่อนอยากไปแอ่วผู้”
“ถ้ามึงอยากแอ่วคณะนี้ ทำไมเมื่อเช้ามึงไม่เข้าไปหาพวกเขากลับกู”
ของขวัญส่ายหน้ารัวและสั่นตัวเองไปมา “กูกลัว” เฮ้อ! ได้ ใจมึงโคตรได้เลยเพื่อน ถุย!!!
คาเฟ่คณะวิศวะกรรมศาสตร์
เราสองคนเดินทางด้วยรถรางของมหา’ลัย ใช้เวลาเดินทางประมาณสิบนาทีก็มาถึง พวกเรานั่งที่โต๊ะด้านในมุมที่เป็ส่วนตัวเพราะว่าอายที่มีเพื่อนบ้าผู้ชาย
“สวัสดีค่ะรับอะไรดีค่ะ”
ฉันส่งยิ้มไปให้และก้มมองเมนูที่อยู่ในมือ “เอาเครปเค้ก แล้วก็มัทฉะเย็น”
“ส่วนฉันเอาเค้กสตอเบอรี่ แล้วก็สตอเบอรี่ปั่น”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
คาเฟ่ที่นี้ตกแต่งด้วยโทนสีขาวเรียบๆสไตล์มินิมอลที่สำคัญนักศึกษามอ M นิยมมาถ่ายรูปสุดๆ ไม่แน่ใจว่าร้านตกแต่งน่ารักหรือมาดูหนุ่มหล่อคณะนี้กันแน่ หลังจากนั้นไม่นานเสียงกรุ่งกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นทำให้ฉันและของขวัญมองหน้าร้านพร้อมกัน
“มึง นั้นน้องกร” ของขวัญเขย่าแขนฉันจนสั่นคอน
“น้องกรไหน ไม่รู้จัก”
“นิ ยัยพราวนั้นน้องกรวิศวะปีหนึ่งพ่วงด้วยตำแหน่งเดือนคณะ ตัวจริงหล่อกว่าในรูปซะอีก” ของขวัญพูดขึ้นด้วยสายตาเหม่อลอย เฮ้อ เอาที่มึงสบายใจเลย
“ขออนุญาตเสิร์ฟค่ะ”
ฉันเงยหน้ามองพนักงานและส่งยิ้มบางๆไปให้พร้อมกับขยับให้เธอ “ขอบคุณค่ะ” พูดจบก็ส่งยิ้มบางๆให้เธออีกครั้ง ‘อืม อร่อยอะ’
“พราว มึงกินก่อนกูได้ไง”
“ก็นึกว่ามองน้องเขาจนอิ่มแล้ว” ฉันลอยหน้าลอยตาตอบออกไป ส่วนของขวัญทำปากขมุบขมิบและก้มหน้ากินเค้กที่อยู่ตรงหน้า พวกเราสองคนกินไปด้วยเม้ามอยไปด้วยตามปะสาผู้หญิง
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงประตูคาเฟ่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ฉันไม่ได้สนใจนั้นกินเค้กและไถไอจีอย่างสบายใจ
“พราว”
“ฮึ!” ฉันตอบของขวัญทั้งๆที่สายตาจับจ้องอุปป้าอยู่
“พราว มึงเงยหน้าขึ้นมาก่อน”
“อะไรของมึงขวัญ สะกิดอยู่ได้” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้ามองเพืี่อนตัวเองด้วยความรำคาญ
O.O!!!!
“ไง”
ฉันส่งยิ้มแห้งๆไปให้พี่ไนท์ที่เข้ามาใหม่พร้อมกับเพื่อนของเขา “ทำไมมึงไม่บอกกู” ขยับเข้าไปกระซิบกับของขวัญในขณะที่สายตากำลังจับจ้องสี่หนุ่มแก๊งค์อีเวิลอยู่
“แฮ่ๆ สวัสดีค่ะพี่ๆ” ฉันและของขวัญพูดขึ้นพร้อมกัน
“หวัดดีสาวๆ” พี่แทนพูดขึ้น พี่ขุนส่งยิ้มมาให้ ส่วนพี่ไนท์และพี่สิงพยักหน้าให้เท่านั้น “พวกพี่ขอนั่งด้วยคนนะครับ”
“มันจะ…”
“นั่งเลยค่ะ นั่งเลย” ในขณะที่ฉันกำลังพูดของขวัญก็พูดแทรกขึ้น
“ขอบคุณนะครับ” หลังจากพี่ขุนพูดจบ เหล่าบอยแบรนด์ทั้งสี่ก็นั่งลงทันที
“พวกพี่มาทำอะไรที่นี้ค่ะ” ของขวัญพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า
“พอดี มีเด็กผิดนัดมัน”
ฉันมองพี่สิงห์อย่างตกตะลึงเมื่อเขาพูดขึ้น นี้คงเป็ประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่รู้จักเขา
“มองมันขนาดนั้น เดี๋ยวมันก็จับหักคอ”
ฉันละสายตาจากพี่สิงห์มามองคนที่นั่งข้างๆ “เวอร์” ตอบพี่ไนท์พร้อมกับมุ่ยหน้าส่งไปให้ เขาไม่ตอบอะไรเพียงไหวไหล่มาให้แค่นั้น