ตอนที่ 7 ความสะพรึงยามค่ำคืน (1)
คำเตือน : เนื้อหาในตอนนี้มีเนื้อเื่เกี่ยวกับการลักหลับและการขืนใจ
หูจื้อวิ่งกลับบ้านด้วยอาการลุกลี้ลุกลนตลอดทางตอนนี้เขางงไปหมดแล้ว
วันนี้หม่าเสี่ยวเฟิ่งนัดพบเขาตอนกลางคืนบอกว่ายินดีตกเป็ของเขาเพื่อตอบแทนความรักอันมากล้นที่เขามีให้วันมะรืนก็จะเป็วันที่สกุลเซวียมารับตัว นางต้องแต่งเข้าไปเป็ม่ายไม่สู้ทำให้หัวใจที่คลั่งไคล้ของหูจื้อสมปรารถนา คุณชายขี้โรคของสกุลเซวียนอนป่วยอยู่บนเตียงทำอะไรไม่ได้อย่างไรเสียก็ไม่มีทางมีคนรู้ เขากระสับกระส่ายทั้งวัน ราวกับอยู่ในห้วงความฝันพอเข้าสู่เวลากลางคืนก็วิ่งมาหาหม่าเสี่ยวเฟิ่งด้วยความว้าวุ่นใจตื่นเต้นเสียจนคอแห้ง ไม่กล้าทำตัวกระโตกกระตากหลบอยู่ใต้หน้าต่างพลางทำเสียงแมวไม่หยุด
พอมีก้อนหินเล็กๆโยนออกมาจากในห้องกระทบตัวเขา เขาก็รู้ได้ทันทีวิ่งไปที่หน้าต่างบานนั้นพลางกระซิบ จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงกระซิบตอบเขา “เข้ามา”
ขณะนั้นเขาตื่นเต้นเสียจนใบหน้าร้อนผ่าว
เดิมทีหูจื้อเข้าไปในห้องของอู่เย่ว์คลำทางในความมืดจนเจอเตียง ทว่าบนเตียงมีคนที่ไหนกัน ในใจยังคิดอยู่ว่าเข้าผิดห้องขณะที่กำลังร้อนใจอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงแว่วจากนอกห้อง เขาค่อยๆแอบย่องตามเสียงนั้นไป เวลานี้เขาเหงื่อแตกเต็มศีรษะ เห็นมีร่างคนถูกห่อด้วยผ้าห่มนอนอยู่บนเตียงเขายื่นมือเข้าไปลูบคลำก็พบว่าเปลือยเปล่า สมองคิดอะไรไม่ออก รีบปีนขึ้นเตียงทันที
ตอนนั้นเดิมทีเขาตื่นเต้นมากพยายามปรับอารมณ์อยู่สักพัก กอปรกับอาการร้อนตัวที่ทำผิดจึงคิดเพียงว่าตรงหน้านี้คือคนรักที่เขาเฝ้าคิดถึงอีกทั้งร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็ไม่ได้สวมใส่อะไร แม้จะรู้สึกว่าหม่าเสี่ยวเฟิ่งดูนิ่งเฉยเกินไปทว่าความหื่นกระหายได้เข้าครอบงำเขาเข้าไปอีกขั้น หลังเสร็จกิจหูจื้อใจเย็นลงถึงได้รู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลเขาจึงจุดตะเกียงแล้วยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นก็ใจนขวัญหนีดีฝ่อล้มลุกคลุกคลานรีบปีนหนีออกไปทางหน้าต่าง
เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงจากเดิมที่หน้าตาเลอโฉมตอนนี้กลับอัปลักษณ์ดุจยักษา มิน่าเล่าอยู่ๆ นางถึงได้นัดพบเขากลางดึกที่แท้ก็อยากใช้โอกาสนี้รวบรัดเขา เขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโกรธคิดในใจว่าหากหม่าเสี่ยวเฟิ่งกล้ามาเรียกร้อง ได้เห็นดีกับเขาแน่!
หม่าเสี่ยวเฟิ่งร้องไห้อย่างน่าเวทนากวนซื่อรู้สึกเสียใจยิ่งกว่า หูจื้อแอบเข้ามาในห้องของหม่าเสี่ยวเฟิ่งได้อย่างไรหม่าเสี่ยวเฟิ่งกำลังเสียใจมาก นางเองก็ไม่กล้าถามรายละเอียดตอนแรกก็เกิดเื่ขึ้นกับใบหน้า ตอนนี้...นางครุ่นคิดก็ยิ่งอึดอัดใจกอดหม่าเสี่ยวเฟิ่งไว้พลางร้องไห้ด้วยความสงสาร
“ท่านแม่ อู่เย่ว์ทำร้ายข้า เป็นางที่ทำร้ายข้า!” นางร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง รอยแดงบนใบหน้ายิ่งทวีความน่ากลัวเพราะความโกรธ“ท่านแม่...ข้าจะทำอย่างไร...ข้าจะทำอย่างไรดี...”
หม่าเสี่ยวเฟิ่งเกลียดอู่เย่ว์เข้าไส้นางถูกอู่เย่ว์ทำร้ายจนใบหน้าเป็แบบนี้ต่อให้อู่เย่ว์แต่งเข้าสกุลเซวียไปก็ไม่ทำให้นางหายแค้นมีอะไรที่สำคัญยิ่งกว่าความบริสุทธิ์ของผู้หญิงอีก! คืนนี้ท่านแม่ของนางวางยานางมั่นใจแล้วว่าอู่เย่ว์สลบไปเดิมที้าล่อหูจื้อมาเพื่อทำให้อู่เย่ว์สูญเสียความบริสุทธิ์นางเห็นกับตาว่าหูจื้อเปิดประตูห้องอู่เย่ว์นางถึงได้กลับห้องอย่างวางใจรอเวลาที่หูจื้อเสร็จเื่ นาง้าให้อู่เย่ว์สูญเสียความบริสุทธิ์ตายทั้งเป็!
อย่างไรเสียอู่เย่ว์ก็ต้องแต่งเข้าไปเป็ม่ายในสกุลเซวียแทนนางจึงถือโอกาสนั้นให้นอนกับหูจื้อแทนนางหนึ่งคืน ถ้านางมีจุดอ่อนของอู่เย่ว์ที่สูญเสียความบริสุทธิ์อยู่ในกำมือต่อไปนางก็จะกุมชีวิตของอู่เย่ว์ได้ สกุลเซวียให้ของมาเท่าไรก็จะเป็ของนางทั้งหมดทั้งที่เดิมทีมันก็ควรเป็ของนางอยู่แล้ว
แต่ทำไมทำไมคนที่โชคร้ายกลับเป็นาง!
นางคิดไม่ออกว่ายังจะมีใครทำร้ายนางได้แบบนี้อีกนอกจากอู่เย่ว์นาง้าให้อู่เย่ว์ตาย ขอแค่อู่เย่ว์ตาย ความเคียดแค้นภายในใจถึงจะบรรเทาลงได้! “ท่านแม่ ข้าอยากให้นางตาย ข้าอยากให้นางตาย!”
กวนซื่อเริ่มโมโหหัวร้อนในใจโกรธแค้นขั้นสุด นางชักนำหมาป่าเข้าบ้านช่วยชีวิตหมาป่าตาขาวที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ วันนี้ถึงได้ทำร้ายพวกนางสองแม่ลูกจนถึงขั้นนี้
นางหยิบกรรไกรในกระบอกแล้วลุกขึ้นตรงไปที่ห้องของอู่เย่ว์วันนี้นางจะยอมสู้สุดตัวเพื่อทวงความยุติธรรมให้หม่าเสี่ยวเฟิ่ง
การรับมือกับหญิงชนบทแบบนี้พูดเหตุผลไปก็ไร้ประโยชน์ นางร้ายกาจ เรายิ่งต้องร้ายกาจกว่าพอกวนซื่อก้าวเข้าห้องของอู่เย่ว์ นางก็รู้สึกเจ็บตรงท้ายทอยอย่างแรงพอหันกลับไปดูก็เห็นอู่เย่ว์ถือไม้กระบองมองมาที่นางอย่างไม่สะทกสะท้านรอยยิ้มนั้นแฝงความโกรธอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้นางมึนหัวมากเอามือกุมหัวล้มลงไปกองกับพื้น
เมื่อคืนเสียงแมวร้องแปลกๆนั่นทำให้อู่เย่ว์ใตื่น เดิมทีนางคิดว่าสองแม่ลูกคู่นี้แค่โลภมากนึกไม่ถึงว่าหม่าเสี่ยวเฟิ่งจะทำตัวหน้าไม่อายได้ถึงขั้นนี้ยังคิดจะให้คนมาทำลายความบริสุทธิ์ของนางชาติที่แล้วนางก็สูญเสียความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุดังนั้นนางถึงได้เตรียมพร้อมอย่างรัดกุมไว้ล่วงหน้า
หม่าเสี่ยวเฟิ่งร้องไห้ทั้งคืนยังไม่ได้สติกลับมานางได้ยินเสียงดังแปลกๆ จากนอกห้องจึงรีบวิ่งออกไป แล้วก็ต้องสะดุ้งใ นางเห็นอู่เย่ว์ที่อยู่ในชุดสีเรียบกำลังยืนพิงประตูรอยยิ้มนั้นน่ากลัวพิลึก “พวกเราจะมาคิดบัญชีให้จบๆ ไปได้หรือยัง”
ตอนนี้หม่าเสี่ยวเฟิ่งเข้าใจแล้วสติเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “นังคนชั้นต่ำเนรคุณถ้าไม่ได้ท่านแม่ข้าหวังดีช่วยชีวิตเ้าขึ้นมาจากน้ำ เ้าคงตายไปนานแล้ว ตอนนี้ยังจะมาทำร้ายข้าอย่างโเี้แบบนี้อีกตอนนั้นปล่อยให้เ้านอนตายขึ้นอืดอยู่ในน้ำเสียก็คงดี!”
อู่เย่ว์พูดอย่างเ็า“ดังนั้นที่พวกเ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ต่อให้เอาข้าไปขายก็สมควรแล้วอย่างนั้นรึ”
กวนซื่อได้สติขึ้นมาเล็กน้อยนางโต้ตอบทันที “แน่สิ ข้าช่วยเ้าไว้ ชีวิตของเ้าเป็ของข้าต่อให้ข้าสั่งให้เ้าไปตายเพื่อชดใช้ด้วยชีวิตก็เป็เื่ที่สมควร ข้าขายเ้าแล้วจะทำไมข้าไม่ได้ขายเ้าให้ซ่อง ก็แค่ขายเ้าให้ไปเสวยสุขอยู่ในสกุลเซวียข้าให้เ้ากินดีอยู่ดี แต่เ้ากลับเป็หมาป่าตาขาวทำตัวเนรคุณ”
“สกุลเซวียรึ”
กวนซื่อในางร้อนใจจนเผลอหลุดปากพูดชื่อสกุลเซวียออกไป ทว่าตอนนี้เผยธาตุแท้กันออกมาหมดแล้วตนเองก็ไม่จำเป็ต้องเสแสร้งแกล้งทำอีก “เ้าลองถามจิตใจส่วนดีของเ้าดูข้าเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเ้าไว้ เป็ดั่งพ่อแม่ที่ให้กำเนิดเ้าอีกครั้งแล้วข้าจะเอาสิ่งตอบแทนจากตัวเ้าสักนิดไม่ได้เลยเชียวรึ”
“เดิมทีข้าคิดว่าพวกเ้าสองแม่ลูกก็แค่โลภสมบัตินี่ยังคิดจะทำลายความบริสุทธิ์ของข้าอีก”
เสียความบริสุทธิ์ก่อนแต่งงานพอนางแต่งเข้าสกุลเซวียไปก็คือตายสถานเดียว ต่อให้สกุลเซวียไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นแต่จุดอ่อนเื่นี้ของนางก็จะอยู่ในกำมือของหม่าเสี่ยวเฟิ่งตลอดไปคงต้องถูกข่มขู่ไปทั้งชีวิต นางประเมินความโเี้ของสองคนนี้ต่ำไป
เพียงแต่เมื่อชาติก่อนกวนซื่อแค่ทำลายความบริสุทธิ์ของนางไม่ได้ให้นางแต่งเข้าสกุลเซวีย หรือว่าจะมีอะไรที่นางไม่รู้อีก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97