เกาะแห่งตำนาน
แสงอรุณสาดลงบนผิวน้ำทะเลสีเงินคล้ายกระจกสะท้อนเมื่อเรือเหล็กเก่า ๆ ของพวกเดวิดแล่นฝ่าคลื่นกระทบฝั่ง พวกเขาก็ได้เห็นเงาร่างของ เกาะเอลีเซีย ชัดขึ้นทีละน้อยเกาะนี้มีรูปร่างประหนึ่งพระจันทร์เสี้ยวกลางทะเลกว้างรายล้อมด้วยแนวหินสีดำเหมือนกำแพงธรรมชาติ น้ำทะเลรอบเกาะกลับนิ่งผิดปกติคลื่นซัดมาแล้วดับหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกสนามพลังบางอย่างกลืนลง
เมื่อก้าวขึ้นฝั่งพวกเขาพบชายหาดที่ทรายขาวสะท้อนแดดระยิบระยับเสียงนกทะเลร้องก้องอยู่เหนือท้องฟ้าสีหม่น แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปสภาพแวดล้อมกลับเปลี่ยนเป็อีกโลก—ซากสิ่งก่อสร้างคอนกรีตผุพัง โผล่ขึ้นจากพื้นทรายบางแห่งมีสัญลักษณ์ตรารัฐอัสฟาลิสเลือนราง พืชเถาวัลย์เลื้อยพันกรอบหน้าต่างแตกหักเหมือนสถานที่แห่งนี้เคยถูกทอดทิ้งมาเนิ่นนาน
“นี่มันไม่ใช่เกาะร้างธรรมดา…”ลูซี่กระซิบ น้ำเสียงเคร่งเครียด “ที่นี่เคยเป็…คลังเก็บเด็กจากโครงการ Pop Mom”
ทุกคนชะงักแมรี่ยกมือปิดปากด้วยความสยดสยอง มาร์คอสกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดเดวิดเดินนำเข้าไปในอาคารร้างขนาดใหญ่ที่คล้ายโรงเก็บสินค้ากลิ่นอับและสนิมคละคลุ้ง เมื่อไฟฉายกวาดผ่านผนัง พวกเขาพบ กองเตียงเหล็กขนาดเล็กนับร้อยเรียงชั้นกัน ฝุ่นและคราบสนิมจับจนดำคล้ำทว่าโครงสร้างยังคงอยู่—หลักฐานเงียบ ๆ ว่าเด็กหลายพันเคยถูกขังไว้ ณ ที่แห่งนี้
เอกสารลับและความจริงที่ถูกฝัง
ลูซี่คุ้ยหาในลิ้นชักเก่าและกล่องเหล็กที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นสุดท้ายก็พบแฟ้มเอกสารที่ยังไม่ถูกทำลาย แม้กระดาษจะเปื่อยยุ่ยไปมากแต่บางหน้าก็ยังพออ่านออก เธอกางแฟ้มออกต่อหน้าทุกคน
ตัวอักษรบันทึกด้วยรหัสและภาษาเทคนิคแต่เนื้อหาชัดเจนพอ—แผนผังเส้นทางลักลอบเด็ก จากเอลีเซียไปยังทวีปอื่น และแม้กระทั่ง“จุดส่งออกสู่อวกาศ” ที่ชี้ว่าเด็ก 80% ถูกส่งไปขายนอกโลก
แมรี่ทรุดนั่งลงร่างสั่นเทา “พระเ้า…พวกเขาทำกับเด็ก ๆ แบบนี้จริง ๆ”
หล่อนกัดริมฝีปากแน่นน้ำตาคลอ “แล้วฉัน…ฉันเคยฝันว่าอยากมีลูก แต่ไม่ใช่ให้พวกมันขายเหมือนสินค้า”
เดวิดฉีกแผนที่ออกแล้วกำหมัดไฟลุกในใจ“เราต้องเปิดโปงเื่นี้ต่อทั้งโลก แต่ก่อนอื่นเราต้องอยู่รอดก่อน”
มาร์คอสสังเกตเห็นกล้องวงจรปิดเก่าๆ บนเพดาน แม้มันจะไม่ทำงานแล้ว แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครมองอยู่สัญชาตญาณของเขาเตือนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนเกาะแห่งนี้
เสียงคลื่นซัดเบาๆ จากนอกฐานใต้ดินดังลอดเข้ามา ลูซี่ยังคงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปพักผ่อนแม้แต่วินาทีเดียว บนโต๊ะข้าง ๆ มีถ้วยน้ำซุปที่เธอต้มเองทั้งที่นี่แทบไม่มีวัตถุดิบอะไรเหลือ
“เคน…นายจำได้ไหมว่าเราฝันอยากไปใช้ชีวิตเงียบๆ ด้วยกันสักที่ ไม่ต้องอยู่ใต้คำสั่งใคร ไม่ต้องมีา”เธอพูดทั้งที่รู้ว่าเขายังไม่ได้สติ
ดวงตาเคนขยับเล็กน้อยริมฝีปากสั่นเบา ๆ ราวกับพยายามตอบ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาลูซี่รีบกุมมือเขาแน่นขึ้น หัวใจเต้นแรงเหมือนกลัวว่าเขาจะหลุดลอยไป
“ฉันจะรอวันที่นายลุกขึ้นมาอีกครั้ง…และถ้าวันนั้นไม่เคยมีอยู่จริงอย่างน้อย…ขอให้ฉันอยู่ข้าง ๆ นายจนวินาทีสุดท้าย” น้ำตาของเธอไหลเงียบ ๆท่ามกลางเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
เงามืดในหมู่พวกเขา
คืนนั้นกลุ่มผู้รอดชีวิตก่อกองไฟเล็ก ๆ ใต้เพิงหินริมชายฝั่ง ลมทะเลพัดแรงแต่ความเย็นไม่อาจกลบความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยหลังจากลูซี่ตรวจสอบเอกสารเธอพบรายชื่อคู่รักที่ถูกคัดเลือกให้มาเอลีเซียในอดีต—และในรายชื่อเ่าั้ กลับมีชื่อที่ตรงกับหนึ่งในคู่รักที่มากับพวกเขา
“ไม่นะ…เป็ไปไม่ได้”แมรี่เอ่ยเสียงสั่น
เดวิดหันขวับดวงตาคมกริบ “แปลว่าเรามีสายลับจากรัฐแฝงตัวมากับเราั้แ่ต้น”
เสียงเถียงกันดังขึ้นทันทีความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีมาตลอดการหลบหนีกลับแตกร้าวราวแก้วบาง ๆ พังลงแต่ละคนเริ่มมองกันด้วยสายตาระแวงสงสัย บางคนกำลังคิดว่าคู่ของตนเองอาจไม่ใช่คนที่ควรเชื่อใจจริง ๆ
ลูซี่พูดด้วยเสียงหนักแน่น“ถ้าเราไม่หาตัวสายลับคนนั้นให้เจอ พวกเราทุกคนจะตายหมด”
กองไฟแตกประกายสะท้อนเงาบนใบหน้าแต่ละคนดวงตาทุกคู่เต็มไปด้วยความกลัวและความหวาดระแวงเกาะเอลีเซียที่ควรเป็์ของผู้หลบหนีกลับกลายเป็นรกที่เริ่มกลืนกินความเชื่อมั่นของพวกเขาอย่างช้า ๆ…
มายาคติในสภาโลก
ณกรุงเอเธอร์นัส ทำเนียบรัฐบาล องค์กรสหประชาชาติส่งสัญญาณภาพสดเข้ามายังห้องประชุมนายกรัฐมนตรีไดโอนีซัส วาเลนติสยืนกล่าวต่อที่ประชุมด้วยท่าทีสง่างาม
“เราประสบความสำเร็จในการกวาดล้างฏกลุ่มสุดท้ายแล้ว”เขากล่าวเสียงมั่นใจ “ไม่มีภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของโลกอีกต่อไปอัสฟาลิสจะยังคงเป็เสาหลักในการควบคุมประชากร เพื่อป้องกันวิกฤติล้นโลก”
ผู้แทน UN บางคนพยักหน้าตามโดยไม่กล้าตั้งคำถามขณะที่สื่อโลกเผยแพร่คำพูดนี้ไปทุกช่องทาง รัฐบาลอัสฟาลิสสร้างมายาคติได้อีกครั้งว่าพวกฏถูกทำลายสิ้นซากแล้ว
ทว่าความจริงตรงกันข้าม—สายลับที่แฝงตัวมากับเดวิดได้ส่งพิกัดเกาะเอลีเซียกลับไปเรียบร้อย รัฐกำลังเตรียม “เกมเื” รอบสุดท้าย…
เงาทัพและหุ่นเหล็ก
ค่ำคืนบนเอลีเซียพวกเดวิดยังคงเถียงกันถึงตัวสายลับ ทันใดนั้นพื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นะเืเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากทะเลด้านทิศตะวันออก แสงไฟสีแดงฉายวาบกลางหมอกหนา—กองเรือรบอัสฟาลิส กำลังเคลื่อนพลเข้ามา
บนฟ้าเสียงโลหะเสียดสีดังลั่น เมื่อ หุ่นสังเคราะห์รุ่นใหม่ รูปร่างสูงกว่าสองเมตระโลงจากยานขนส่งพร้อมเสียงกระแทกพื้นดังก้อง เกราะดำมันสะท้อนแสงไฟตะเกียงหัวกล้องตาเดี่ยวส่องกวาดหาศัตรูอย่างไร้ความปรานี
“พระเ้า…พวกมันส่งหุ่นรบรุ่น ไททัน-Ω มา” ลูซี่เสียงสั่น“นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจจับกุม…มันคือการล้างเผ่าพันธุ์”
เดวิดมองดูพวกพ้องที่เหลือน้อยนิดกำหมัดแน่น “งั้นเราก็ไม่มีทางเลือกอีกต่อไป—เราจะต้องสู้”
ศึกเพื่อศักดิ์ศรีมนุษย์
กองไฟบนเกาะถูกเหยียบดับคำสั่งแรกของหุ่นสังเคราะห์ดังออกมาผ่านลำโพงโลหะ:
“กำจัดสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยู่ในทะเบียนประชากรอัสฟาลิสทั้งหมด”
เสียงปืนกลอัตโนมัติะเิขึ้นทันทีพวกผู้รอดชีวิตกระโจนหลบ ะุเจาะหินจนแตกละเอียดมาร์คอสขว้างมีดสั้นใส่หุ่นหนึ่ง มันปักเข้าซอกข้อต่อจนเกิดประกายไฟก่อนที่แมรี่จะยิงปืนพกซ้ำจนหัวกล้องแตกกระจาย
เืมนุษย์สาดปะปนกับเศษเหล็กเด็กหนุ่มสาวที่เหลือรอดต่างะโก้องทั้งน้ำตา “เราไม่ใช่สินค้า! เราเป็มนุษย์!”
ในยามที่ท้องฟ้าเหนือเอลีเซียลุกเป็เพลิงศึกชี้ชะตาได้เริ่มต้นแล้ว—และมนุษย์ธรรมดาเหล่านี้ต้องพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคุณค่าของชีวิต ไม่อาจถูกแทนที่ด้วยโครงการใด ๆ ของรัฐได้
จบตอนที่ 9
( 26 ส.ค.68 )