ฮวาเสี่ยวซียังคงจมอยู่ในห้วงแห่งความกังวลลึกซึ้งเกี่ยวกับสามีที่ไร้เงาหายไปหลายสัปดาห์ความระทึกใจและความหวั่นไหวราวกับคลื่นลมในใจทำให้นางแทบลืมไปว่ามียาบางอย่างถูกซ่อนไว้ในมืออย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดรับรู้นางนั่งเล่นอย่างอ่อนแรงเคียงข้างอ้วนน้อย บุตรชายผู้เติบโตอย่างรวดเร็วแข็งแรงขึ้นในทุกวัน
อ้วนน้อยเริ่มก้าวเดินได้คล่องแคล่วท่ามกลางเสียงอ้อแอ้และหัวเราะแผ่วเบา กลิ่นอบอุ่นของความรักแม่ลูกแผ่ซ่านทั่วห้องทว่าในจังหวะที่ฮวาเสี่ยวซีลุกขึ้นด้วยความพยายามที่จะยืนอย่างมั่นคงร่างบางกลับพลันหน้ามืดวูบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว สาวใช้รอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงรีบเข้ามาประคองและรีบเร่งส่งเสียงร้องเรียกหมอเข้ามาตรวจรักษา
เสียงเรียก “แม่! แม่!”จากอ้วนน้อยที่หวาดกลัวและกระวนกระวายดังก้องในห้องท่ามกลางความวุ่นวายนี้ยังคงสะท้อนความบริสุทธิ์และความรักลึกซึ้งในหัวใจของหญิงสาวผู้ไม่อาจละเลยภาระหน้าที่แม่ผู้ปกป้อง
ในอีกฟากหนึ่งของจักรวาลส่วนตัวสามีทั้งสามของฮวาเสี่ยวซียังคงจมปลักอยู่กับภารกิจราชการและความเครียดที่ทวีคูณข่าวการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากชายแดนแคว้นเหยียนส่งผลให้ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้นองค์รักษ์เว่ยได้รับคำสั่งให้สืบหาข่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมพร้อมต่อการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ทั้งสามต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดและผลข้างเคียงจากยาพิษลึกลับที่คืบคลานเข้าแทรกซึมในกายความต้องการ “การปลดปล่อย” ที่รุนแรงและไม่อาจควบคุม ยิ่งใกล้ฮวาเสี่ยวซียิ่งรุนแรงยากจะระงับ
ท่านหมอผู้ช่ำชองที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสุขภาพของท่านอ๋องทั้งสามได้เข้าตรวจอย่างละเอียดและเห็นสภาพที่ทรมานของพวกเขาอย่างชัดเจน ความห่วงใยจับใจท่านจึงแนะนำว่า ในสถานการณ์เช่นนี้การปลดปล่อยแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้อย่างเครียดคงมิอาจเลี่ยงได้ หากรีรอ ย่อมเกิดโทษมากกว่าประโยชน์
เสียงแนะนำนี้เหมือนเป็นดาบสองคมท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องนอนของสามีทั้งสามสงครามแห่งจิตใจระหว่างความรักและความเจ็บปวดได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง...
“ต้องทำพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทท่านอ๋องพระองค์ดูที่ร่างกายส่วนล่างของพระองค์ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกเราจะอดทน...ท่านหมอไม่ต้องพูดแล้วออกไปเถิด”
ในฐานะแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพของท่านอ๋องทั้งสามข้าพเจ้าได้ทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและตระหนักถึงความทุกข์ทรมานที่พวกท่านกำลังเผชิญอยู่แรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้นั้นกำลังสร้างความตึงเครียดอย่างรุนแรงและหากยังคงอดกลั้นต่อไป อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม
จากสภาพการณ์ที่ประจักษ์การปลดปล่อยแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน การเพิกเฉยหรือล่าช้าในสถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายและจิตใจของท่านอ๋อง
“ข้าน้อยเข้าใจถึงความรู้สึกของท่านอ๋องที่พยายามจะอดทนแต่ขอได้โปรดพิจารณาสุขภาพของพระองค์เป็นสำคัญที่สุดแรงตึงเครียดที่สะสมอยู่ภายในนั้นกำลังบั่นทอนสุขภาพของพระองค์อย่างเห็นได้ชัด”
"ยังอีก! ข้าบอกว่าไม่อย่างไรเล่า!" เสียงของท่านชินอ๋องแหบแห้งร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงกองกับพื้นหินเย็นเฉียบในที่สุดความอดทนที่ถูกบีบคั้นมานานนับแรมปีถึงจุดสิ้นสุดสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการกักเก็บแรงปรารถนาที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยกำลังพรากเรี่ยวแรงไปจากพระองค์ทีละน้อย
หมอหลวงผู้เฒ่ารีบรุดเข้าไปประคองกลิ่นหอมฉุนของยาสมุนไพรที่อบอวลอยู่ในห้องนอนของสามอ๋องดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดภายในไม่ไหว
"ท่านอ๋อง...โปรดทรงเห็นแก่สุขภาพของพระองค์ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ" หมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"การปลดปล่อยในครานี้ มิได้เป็นการทำร้ายผู้ใดมีแต่จะช่วยบรรเทาทุกข์ และฟื้นคืนความแข็งแกร่งให้แก่พระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ"
หมอหลวงผู้เฒ่ารีบรุดเข้าไปประคองกลิ่นหอมฉุนของยาสมุนไพรที่อบอวลอยู่ในห้องนอนของสามอ๋องดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดภายในไม่ไหว"ท่านอ๋อง... โปรดทรงเห็นแก่สุขภาพของพระองค์ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"หมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "การปลดปล่อยในครานี้มิได้เป็นการทำร้ายผู้ใด มีแต่จะช่วยบรรเทาทุกข์และฟื้นคืนความแข็งแกร่งให้แก่พระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ"
ท่ามกลางความทุรนทุรายและคำแนะนำของหมอหลวงบุรุษทั้งสามต่างมองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและกลืนไม่เข้าคายไม่ออกการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายแต่พวกเขาไม่อาจปล่อยให้ฮวาเสี่ยวซีรู้เรื่องพิษร้ายนี้เด็ดขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่นางกำลังตั้งครรภ์
อี้หานเฟิง ผู้เป็นผู้นำตัดสินใจที่จะรับความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียวเขาให้หมอหลวงเตรียมยาและวิธีการบรรเทาอาการโดยไม่ต้องพึ่งฮวาเสี่ยวซีสิ่งนี้หมายถึงการที่พวกเขาจะต้องทนทุกข์กับผลข้างเคียงของพิษต่อไปอย่างลับๆพยายามหาวิธีบรรเทาด้วยตัวเองในมุมที่ลับตา และต้องหาทางถอนพิษนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุดก่อนที่ฮวาเสี่ยวซีจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่มากขึ้น
พวกเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในค่ายทหารหรือห้องทำงานส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฮวาเสี่ยวซีและจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ เพื่อปกป้องจิตใจของนางและที่สำคัญที่สุดคือทายาทตัวน้อยในครรภ์ ที่ต้องเติบโตมาโดยปราศจากความกังวลใดๆ
ความห่างเหินที่จำเป็นนี้ยิ่งทำให้หัวใจของพวกเขาเจ็บปวดราวถูกกรีดแทงแต่มันคือทางเลือกเดียวที่จะปกป้องคนที่พวกเขารักที่สุดจากความจริงอันโหดร้ายนี้...จนกว่าพวกเขาจะหาทางกำจัดไป๋หลิงและพิษร้ายนี้ไปได้สำเร็จ
ในท้องพระโรงอันเงียบสงัดของแคว้นเหยียน หยวนอ๋องผู้ทรงอำนาจนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์หยกฉลองพระองค์สีดำสนิทขับเน้นให้เห็นใบหน้าคมคายที่บัดนี้ฉายแววกังวลพระหัตถ์เรียวยาวกุมตำราพิชัยสงครามเล่มหนาแต่พระเนตรกลับจับจ้องไปที่รายงานลับในมือรายงานนั้นถูกส่งมาจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นต้าเหลียง มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของอ๋องต้าเหลียง หรือก็คือสองอ๋องผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นนั้นเอง
ข่าวคราวที่ได้รับนั้นสร้างความฉงนสนเท่ห์แก่หยวนอ๋องยิ่งนักแม้จะระบุถึงการเคลื่อนไหวของเหล่าอ๋องแห่งต้าเหลียงแต่กลับขาดรายละเอียดที่ชัดเจน รายงานกล่าวถึง "อ๋องแต้" และ "สองอ๋องผู้ยิ่งใหญ่" ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นฉายาของ อี้หานเฟิง อี้จงเหวิน และ อี้เฟยหลงผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความสามารถทางการปกครองและพิชัยสงคราม
"เป็นไปได้อย่างไรที่รายละเอียดจะคลุมเครือถึงเพียงนี้?"หยวนอ๋องตรัสถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ
ขันทีคนสนิทค้อมกายลงกราบทูลด้วยความเคารพ"เรียนฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะสายลับรายงานว่าการเคลื่อนไหวของอ๋องทั้งสามเป็นไปอย่างลึกลับยิ่งนักพวกเขามักจะใช้เวลาอยู่ในจวนมากกว่าปกติ และเมื่อออกไปปฏิบัติภารกิจก็จะมีการคุ้มกันที่หนาแน่นเป็นพิเศษ ทำให้ยากต่อการสืบข่าวเชิงลึกพ่ะย่ะค่ะ"
หยวนอ๋องลูบเคราอย่างครุ่นคิด "ลึกลับ?หรือว่ามีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นภายในแคว้นต้าเหลียงกันแน่"
ความไม่ชัดเจนของรายงานทำให้หยวนอ๋องไม่อาจประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการทำศึก การฟื้นฟูบ้านเมืองหรือแม้แต่ปัญหาภายในที่ไม่พึงประสงค์รายงานที่ระบุเพียงว่าอ๋องทั้งสามมีการเคลื่อนไหวแต่ไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้นั้น ยิ่งทำให้ความกังวลของหยวนอ๋องเพิ่มมากขึ้น
หยวนอ๋องรู้ดีว่าอ๋องทั้งสามแห่งต้าเหลียงนั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดาพวกเขามีความสามารถเป็นที่ประจักษ์และการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเช่นนี้ย่อมต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่สำคัญการที่ข่าวกรองไม่สามารถเจาะลึกได้ถึงแก่นแท้ของสถานการณ์บ่งบอกถึงความระมัดระวังของต้าเหลียงที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"สั่งการให้สายลับเพิ่มความเข้มงวดในการสืบข่าวส่งคนเก่งกาจที่สุดเข้าไปในต้าเหลียง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามข้าต้องการทราบรายละเอียดทั้งหมดของความเคลื่อนไหวเหล่านี้"หยวนอ๋องออกคำสั่งเสียงเข้ม แววตาฉายประกายแห่งความเด็ดขาด"หากพวกเขาเตรียมการสิ่งใด เราต้องรู้ล่วงหน้า!"
ในขณะที่หยวนอ๋องยังคงนั่งตรึกตรองถึงข่าวสารที่ได้รับแผนการในพระทัยก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันปริศนาเกี่ยวกับอ๋องทั้งสามแห่งต้าเหลียงจะต้องถูกคลี่คลายไม่ว่าจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากเพียงใด เพื่อความมั่นคงของแคว้น เหยียน