วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินเดินจูงม้าที่บรรทุกสาวงามอย่างหงลู่เสียนการเดินทางล่วงเลยมาถึงวันที่สามแล้วอีกเพียงแค่สองวันก็จะบรรลุถึงตำหนักสุรางคนางค์ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาพยัคฆ์หมอบสถานที่ที่เต็มไปด้วยมือกระบี่สตรีนับพันยอดฝีมือลึกลับมากมายที่เดินทางมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย ณ ที่สวยงามแห่งนี้นอกจากนี้ยังมีเสียงเล่าลือว่าแม้แต่ชาวนาที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เป็มือกระบี่กันทุกคนนับเป็สถานที่ชุมนุมชาวยุทธ์อย่างแท้จริง
หลังจากที่แยกทางกับยมทูตน้อยหานหนี่ว์และหูเทียนฉินพวกเขาก็ออกเดินทางไปทางเหนือที่เป็ดินแดนอันสงบสุขระหว่างทางวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินได้ซื้อม้าตัวหนึ่งสำหรับให้หงลู่เสียนขี่การเดินทางด้วยวิชาตัวเบาไม่ใช่ความปรารถนาของทั้งสองเขาชอบการเดินทางด้วยสองเท้าอย่างเชื่องช้าเสมอมาเป็การเดินทางที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับชื่นชมสิ่งซึ่งธรรมชาติสรรค์สร้างครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อหงลู่เสียนที่งดงามไม่ขัดข้อง การเดินทางพลางท่องเที่ยวพลางก็ดำเนินไป
นับั้แ่ที่ได้ดาบวายุสลาตันเขารู้สึกว่าลักษณะนิสัยของตนเองเปลี่ยนไปกลายเป็คนเ้าสำราญที่สนใจในเพศตรงข้ามมากขึ้น ตลอดหนึ่งร้อยสิบแปดปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยพาตัวใกล้ชิดกับสตรีมากหน้าหลายตาเช่นนี้มาก่อนนอกจากพลังลมปราณที่ถูกบรรจุเข้าไปในตัวดาบแล้วยังมีลักษณะนิสัยความรู้สึกนึกคิดของผู้ใช้ดาบคนก่อนอยู่ด้วยไม่แปลกที่หวงหยางหลิวไม่ยอมให้มันตกอยู่กับผู้อื่นและไม่เคยใช้ดาบเล่มนี้ในการต่อสู้เหมือนกับศัสตราเทพชิ้นอื่น
“เ้าหิวหรือไม่ข้างหน้าเหมือนจะมีร้านขายสุราอยู่ กับแกล้มก็น่าจะพอมีบ้าง”
“แวะพักสักหน่อยก็ดีเหมือนกันให้ม้าตัวนี้ได้พักผ่อนสักหน่อย เดินทางมาหลายชั่วยามแล้ว”
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินจูงม้าไปยังร้ายขายสุราข้างทางนี่เป็ร้านขนาดเล็กที่มีลูกค้าเพียงสามคนร้านมีลักษณะโล่งกว้างไม่ได้สร้างผนังแต่อย่างใดเมื่อพวกเขามาถึงเ้าของร้านรีบเดินมาต้อนรับด้วยอัธยาศัยอันดีมันจูงม้าไปผูกไว้ในจุดที่ทำน้ำดื่มไว้สำหรับม้า มีหญ้าแห้งกองอยู่ใกล้ ๆ กัน เป็ร้านสุราในป่าเขาที่ใส่ใจบริการลูกค้าได้ดีเยี่ยมถึงกับดีกว่าร้านใหญ่โตในเมืองเสียอีก
“นายท่านจะรับอะไรดีเรามีสุราอุ่นอย่างดีแบ่งขายตามความ้าของลูกค้า กับแกล้มเป็เนื้อกวางผักกาดดอง และถั่วคั่วชั้นดี”
“ขอสุราสองชั่งกับแกล้มเอามาทุกอย่าง ขอน้ำดื่มให้กับสุภาพสตรีท่านนี้ด้วย”
เ้าของร้านรีบรับคำแล้ววิ่งเข้าไปในห้องครัวทันทีครู่เดียวมันกลับออกมาพร้อมกับสุราและน้ำดื่ม มันหงายถ้วยสุราแล้วรินสุราลงไปในถ้วยอย่างชำนิชำนาญไม่มีสุรากระเด็นออกนอกถ้ายแม้แต่หยดเดียวคนผู้นี้นับเป็มืออาชีพในการค้าขายอย่างแท้จริง
มันสามารถทำกับแกล้มได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่นานกับแกล้มก็ทยอยมาวางอยู่บนโต๊ะ เนื้อกวางทอดน้ำมัน ผักกาดดองผัดและถั่วคั่วที่มาหลังสุด ทั้งสองลงมือรับประทานอย่างแช่มช้าสำหรับวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินแล้วกับแกล้มไม่ควรกินมากไปหากกินมากไปจะทำให้ฤทธิ์สุราเบาบางลง แต่หงลู่เสียนนั้นเป็คนที่รับประทานอย่างละเอียดลออและรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารมาตลอด
หนึ่งดื่มสุราอย่างเงียบงันหนึ่งคีบกินกับแกล้มอย่างพิถีพิถัน หนึ่งหล่อเหลาหนึ่งงดงามน่าเสียดายที่พวกเขาอยู่ผิดที่ ลูกค้าในร้านนี้มีเพียงสามคนนอกจากพวกเขาแต่ละคนมุ่งอยู่แต่กับการดื่มกิน มีคนหนึ่งเมามายจนสลบเหมือดไปแล้วอีกสองคนกำลังดื่มกินอย่างหนักไม่มีเวลาหันมาสนใจคนรอบข้าง
ท่ามกลางเสียงมีดทำครัวกำลังสับเนื้อบนเขียงในห้องครัวมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมามันเป็เสียงอาวุธประเภทดาบกระบี่กระทบกัน ทุกสายตาในร้านหันไปยังต้นเสียง ปรากฏภาพของจอมยุทธ์สองคนกำลังต่อสู้กันคนหนึ่งเปลือยร่างท่อนบนใช้ดาบเป็อาวุธรอยสักพยัคฆ์บนหลังของมันแลดูน่าเกรงขามไม่น้อยอีกคนแต่งกายเฉกเช่นนักศึกษาใช้กระบี่ยาวเป็อาวุธ ทั้งคู่ผลัดกับรุกผลัดกันรับแค่มองดูก็รู้ว่าฝีมือของทั้งสองนั้นคู่คี่สูสีกัน ในสายตาของวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินคนทั้งสองคล้ายยังเก็บงำฝีมือที่แท้จริงไว้อยู่ไม่ได้ทุ่มเทอย่างสุดฝีมือเพื่อเร่งพิชิตชัยหงลู่เสียนกลับมองว่าทั้งสองกำลังรอคอยโอกาสเผด็จศึกใครพลาดพลั้งก่อนจะถูกจู่โจมจนถึงแก่ชีวิต
เป็อย่างที่หงลู่เสียนคิดจริงๆ บุรุษแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาทิ่มแทงกระบี่ใส่แขนชายที่เปลือยร่างท่อนบนจนเืพุ่งกระจายทำให้ดาบในมือของมันร่วงหล่นไปทันทีเมื่อไม่มีอาวุธอยู่ในมือคนก็เกิดอาการหวาดกลัว มันพุ่งตัววิ่งหนีมาทางร้านสุราวิ่งไปยังจุดที่ม้ากำลังกินหญ้าแห้งอยู่
คนแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาพุ่งกระบี่ใส่ศัตรูที่หลบหนีอยู่กระบี่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณพุ่งมาอย่างรวดเร็วแต่ชายเปลือยร่างท่อนบนกลับยอดเยี่ยมยิ่งสามารถเบี่ยงกายหลบกระบี่ที่พุ่งมาได้อย่างฉิวเฉียดกระบี่เล่มนั้นยังคงพุ่งต่อไปจุดหมายปลายทางของมันกลับเป็ม้าที่กำลังกินหญ้าแห้งอย่างสบายใจอยู่
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินแม้จะเป็ยอดยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่แต่เขาเป็คนที่หวงแหนในสิ่งที่ตนเองเป็เ้าของยิ่งม้าตัวนี้เป็สมบัติที่ตนเองเพิ่งซื้อมาใหม่ย่อมไม่ให้มันตกตายในสภาพเช่นนี้จึงดีดตัวออกไปยังนอกร้านพร้อมกับพุ่งตัวไปด้วยท่าร่างที่รวดเร็วดุจลมหอบหนึ่งเขาใช้สองนิ้วคีบด้ามกระบี่เอาไว้ปลายกระบี่ห่างจากลำคอของม้าเพียงหนึ่งคืบเท่านั้นในขณะที่เขากำลังทิ้งตัวลงพื้นอยู่นั้น ก็ปรากฏคลื่นพลังสองกลุ่มบุกจู่โจมเข้ามามันเป็หมัดที่จู่โจมมาจากชายเปลือยร่างท่อนบนและพัดเหล็กจากชายแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาและเขายังสังเกตเห็นลูกค้าในร้านอีกสามคนบุกจู่โจมใส่หงลู่เสียนที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
นี่เป็แผนของศัตรูที่ล่อลวงให้เขาออกห่างจากหงลู่เสียนเป้าหมายของพวกมันคงเป็ศัสตราเทพอย่างแน่นอน
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินคิดวางแผนรับมือคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วเขาฟาดฝ่ามือไปต้านรับหมัดของคนเปลือยร่างท่อนบนจากนั้นใช้สันมือฟาดฟันปราณดาบออกไปรับมือพัดเหล็กผลจากการปะทะทำให้เขาต้องลอบตื่นตระหนกในใจ แม้เขาจะจู่โจมออกไปอย่างกะทันหันแต่ด้วยพลังการฝึกปรือนับร้อยปีของตนเอง สมควรกระแทกคนทั้งสองให้กระเด็นออกไปได้แต่มันมิได้เป็เช่นนั้นสองคนนั้นเพียงแค่หยุดชะงักไปครู่เดียวก็ตั้งท่าจู่โจมเข้ามาใหม่เขายิ่งเป็ห่วงหงลู่เสียนมากกว่าเดิมแต่ไม่สามารถปลีกตัวไปช่วยนางได้หากไม่กำจัดสองคนนี้ก่อนจึงสลัดทิ้งความกังวลไปจากใจ รวมรั้งพลังลมปราณให้ไหลเวียนภายในร่างอย่างบ้าคลั่ง
หงลู่เสียนหยิบกระบี่สุรางคนางค์ออกมาทิ่มแทงใส่ขวานั์ที่จามใส่อย่างหนักหน่วงแรงกระแทกจากขวานทำให้นางต้องเซถลาถอยหลังไปสามก้าวยังไม่ทันที่จะยืนหยัดมั่นคงก็มีดาบเล่มหนึ่งฟาดฟันลงมาจาก้าหล่อนไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะคิดหาวิธีต้านรับ ทำได้เพียงฟาดฟันกระบี่ออกไปต้านรับดาบที่ฟันใส่แฝงพลังปราณกระแทกใส่ชีพจรของนางจนต้องกระอักเืออกมาคราหนึ่งคนต้องเซถอยหลังหนักหน่วงกว่าเดิมแต่หล่อนยังสามารถใช้กระบี่ยันพื้นเอาไว้พยุงร่างกายไม่ให้ล้มลงฝ่ามือจากคนที่เคยนอนหลับฟุบไปบนโต๊ะในร้านสุราก็จู่โจมมาเกือบถึงแล้ว
หงลู่เสียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฟาดฝ่ามือออกไปต้านรับหนึ่งจู่โจมสุดความสามารถ หนึ่งต้านรับฉุกละหุก ผลการประมือย่อมคาดเดาได้ไม่ยากพลังลมปราณจำนวนมหาศาลกระแทกใส่พลังป้องกันกายของนางจนพังทลายไม่มีชิ้นดีคนกระอักเืพวยพุ่งเป็ฟูฝอย ก่อนที่นางจะสิ้นสติไปยังใช้แรงเฮือกสุดท้ายดีดกระบี่จนตัวลอยไปทางวายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินกระบี่สุรางคนางค์หลุดจากมือของนางที่กลายเป็ร่างไร้สติ
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินผนึกเคล็ดวาตะจนถึงขั้นสูงสุดก็เคลื่อนกายขยับร่างด้วยความเร็วสุดยอดหมัดของเขาต่อยออกไปไม่รู้กี่หมัดต่อกี่หมัด ในชั่วอึดใจเดียวรอบกายของเขาก็ปรากฏเงาหมัดครอบคลุมทุกอาณาบริเวณยอดฝีมือลึกลับทั้งสองคนล้วนมีอาการตื่นตระหนกจนคิดหลบหนี แต่คนเมื่อคิดได้มักชักช้าไปก้าวหนึ่งเสมอยอดฝีมือที่เปลือยร่างท่อนบนเห็นเงาร่างอันรวดเร็วพุ่งมาถึง มันพยายามจะฟันดาบในมือใส่เงาร่างนั้นแต่ทั้งคนทั้งดาบก็ไม่อาจต้านทานหมัดที่มาถึงได้ ดาบหักสะบั้นไม่มีชิ้นดีคนกลับสาหัสยิ่งกว่า หมัดอันแข็งแกร่งต่อยทะลุหน้าอกของมันจนเป็รูโหว่ช่องหนึ่งคนสิ้นใจตายคาที่
ยอดฝีมือที่แต่งกายคล้ายชุดนักศึกษาเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งตัวเข้าไปในร้านขายสุรามันมั่นใจว่าวิชาตัวเบาของตนเองดีพอจะหลบหนีได้ บนโต๊ะยังมีดาบวายุสลาตันวางอยู่อีกด้านหนึ่งพวกพ้องของมันได้ดาบสุรางคนางค์ไปแล้วร่างของหงลู่เสียนลอยข้ามศีรษะของมันไปคนผู้นี้เร่งความเร็วพาร่างไปยังโต๊ะที่มีดาบวิเศษวางอยู่พวกมันมาเพราะดาบกับกระบี่ เมื่อได้กระบี่ก็ต้องได้ดาบไปด้วยเมื่อมันใช้มื้อหยิบดาบขึ้นมาต้องบังเกิดความตื่นตระหนกจนหน้าขาวซีดพลังลมปราณสองสายในตัวดาบวายุสลาตันจู่โจมใส่ชีพจรของมันจนปั่นป่วนไปหมดมันต้องใช้ลมปราณมหาศาลเพื่อขับไล่พลังทั้งสองสายที่ชำแรกเข้าร่างกายโดยมิได้ตั้งตัวยังไม่ทันที่จะทำสำเร็จ มัจจุราชก็ตามมาถึงแล้ว
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินใช้มือซ้ายต่อยใส่คนผู้นั้นด้วยความโกรธยิ่งกว่าครั้งใดในขณะที่มือขวากำลังโอบอุ้มร่างไร้สติของหงลู่เสียนเอาไว้คนแต่งชายชุดนักศึกษาหันกลับมาป้องกันด้วยดาบวายุสลาตันในมือแต่เมื่อดาบไม่ยินยอมให้ควบคุมไหนเลยจะใช้การได้หมัดของเทพวายุกระแทกใส่ใบหน้าของมันจนแหลกเละไม่มีชิ้นดียังไม่ทันที่จะได้ศัสตราเทพ คนก็กลายเป็ร่างไร้ิญญาไปแล้ว
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินมองดูร่างในอ้อมแขนที่หายใจรวยรินหัวใจของเขาเจ็บแปลบจนต้องกัดฟันกำหมัด นี่เป็เื่ที่เสื่อมเสียหน้ามากที่สุดของยอดฝีมือเช่นเขาสตรีที่ร่วมทางกลับรับาเ็เจียนตายโดยที่เขาไม่สามารถปกป้องคุ้มครองหากข่าวคราวนี้แพร่กระจายออกไปเขาไม่รู้ว่าจะเผชิญกับมันได้อย่างไร
เมื่อเขาปล่อยพลังลมปราณเข้าไปในตัวนางนางก็สามารถหายใจได้ตามปกติแต่พอถอนดึงพลังออกมาลมหายใจของนางก็รวยรินเช่นเดิมเขาไม่ทราบว่าต้องทำเช่นไรต่อไป เขาต้าซานของหมอเทวะก็ห่างไกลจากที่นี่มากนักหากใช้วิชาตัวเบาต้องใช้เวลาถึงห้าวัน นางคงไม่สามารถอดทนได้ถึงขนาดนั้นแล้วจะมีหนทางใดสามารถช่วยเหลือนางได้อีก
คนเมื่อนึกถึงหมอเทวะเซี่ยอวิ้นย่อมต้องนึกถึงประสบการณ์ที่เคยพบพานสนทนากันมีอยู่ครั้งหนึ่งทั้งสองเคยถกเื่สัมพันธ์ระหว่างบุรุษสตรีหมอเทวะเซี่ยอวิ้นกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่าสตรีและบุรุษล้วนมีพลังชีวิตที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันในอดีตมียอดวิชามากมายที่ฝึกฝนโดยการร่วมรักระหว่างชายหญิง หากคิดจะถ่ายเทพลังชีวิตของตนเองเพื่อยื้อชีวิตของอีกคนสามารถทำได้โดยการร่วมรักมีเพศสัมพันธ์แต่การนี้จะสำเร็จได้ฝ่ายหญิงต้องไม่เคยเสียพรหมจรรย์ ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องเนื่องด้วยกลีบพรหมจรรย์นั้นหากถูกทำลายไปนานแล้วจะสูญเสียคุณสมบัติในการดึงดูดธาตุพลังของฝ่ายชายไปแต่โอกาสที่จะสำเร็จนั้นมีเพียงครึ่งต่อครึ่งขึ้นอยู่กับพลังฝีมือและความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินก้มลงมองดูสตรีตรงหน้านางงดงามไม่แพ้ยอดหญิงในโลกหล้า หากปล่อยให้ตกตายไปเช่นนี้ก็เป็ที่น่าเสียดาย เขาถ่ายเทพลังเข้าสู่หัวใจของนางอย่างหนักหน่วงในที่สุดหงลู่เสียนก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย
“ข้ามีวิธีที่จะช่วยให้เ้ามีชีวิตรอดอยู่ต่อไปแต่นั่นก็ต้องแลกกับ.....กับ..สิ่งที่เ้าหวงแหนมากที่สุด เ้ายอมรับได้หรือไม่”
หงลู่เสียนมองดูใบหน้าของบุรุษในฝันนางยิ้มให้กับเขาพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบใบหน้าที่หล่อเหลาคราหนึ่ง กล่าวว่า
“หากว่าท่าน้าสิ่งใดข้าพร้อมเสมอ...เพื่อท่าน”
วายุเทพเซียวเหลิ่งเหวินก้มลงจูบหน้าผากนางคราหนึ่งความบริสุทธิ์ของตนเองที่รักษาเอาไว้ได้ถึงหนึ่งร้อยสิบแปดปีคงจบลงในวันนี้เขาบรรจงอุ้มหงลู่เสียนเข้าไปในห้องครัวที่ไร้ผู้คนเ้าของร้านหลบหนีไปั้แ่แรกแล้ว
ท่ามกลางเสียงนกเสียงสัตว์ป่าร่ำร้องบทเพลงแห่งรักกำลังจะเริ่มต้น