“บัดซบ! คนขุดเหมืองเนี่ยนะ! ”
เซนที่มีสีหน้าสงบนิ่งมาตลอดบัดนี้สีหน้าของชายหนุ่มได้แสดงออกถึงอารมณ์โกรธออกมาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อไม่รู้ว่าตนเองควรจะเอาความโกรธที่มีนี้ไปลงกับใครดี ชายหนุ่มจึงต้องรีบควบคุมตนเองอย่างรวดเร็ว เมื่อชายหนุ่มได้สงบลงแล้วเสียงในหัวก็ได้ดังขึ้นต่อมีใจความว่า
【คลาสรองของท่านเปลี่ยนเป็คนขุดเหมือง…ได้รับทักษะขุดเหมือง เนื่องจากท่านเป็คนแรกที่ทำตามเงื่อนไขคลาสรองคนขุดเหมืองผ่าน เราจึงขอมอบรางวัลสุดพิเศษให้ท่าน! 】
“วิ้ง! ”
เกิดแสงกะพริบแวบหนึ่งเบื้องหน้าเซน ก่อนที่จะปรากฏรูปร่างของมันเหมือนจอบสองหัว หรือที่เรียกว่าพิกแอ็ก มันส่องประกายสีทองอร่ามราวกับอุปกรณ์ของเหล่าทวยเทพ หากมันไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับทำเหมือง
“จึก”
พิกแอ็กร่วงหล่นลงสู่พื้นส่วนด้านที่แหลมของมันปักลงไปในดินจนมิดด้ามแสดงให้เห็นว่ามันมีความคมเป็อย่างมาก เซนเหมือนจะดูไม่ได้ประหลาดใจอะไรกับการปรากฏขึ้นของมันเลย ตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียอยู่ และพยายามกล่อมตนเองในความคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ได้รางวัลเป็อุปกรณ์ขุดแร่อันใหม่ ซึ่งเป็อุปกรณ์ที่ใช้ขุดแร่จริงๆ ไม่ใช่พลั่วที่ใช้ขุดดิน แถมพลั่วอันเก่าที่เขาเจอภายในถ้ำก็ดูเหมือนจะใกล้พังอยู่เต็มที
“มันอาจจะดีมากก็ได้…”
เซนส่ายหัวเล็กน้อยไล่ความคิดผิดหวังของตนออกไป ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจนสุดและดึงพิกแอ็กขึ้นมา ด้วยการที่มันมีสีทองอร่ามนั้นทำให้มันดูสะดุดตาและโดดเด่นอย่างมาก แม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม เมื่อชายหนุ่มได้หยิบมันขึ้นมาข้อมูลรายละเอียดก็ได้แสดงออกมาเบื้องหน้าชายหนุ่มเหมือนกับภาพโฮโรแกรมอย่างไงอย่างนั้น
【พิกแอ็กของนักขุดเหมืองในตำนาน : ระดับ ตำนาน】
เป็อีกครั้งที่เซนได้รับรู้ข้อมูลของสิ่งของที่มีระดับบ่งบอกอยู่เหมือนกับมุก์อนันตกาลที่ฝังอยู่ภายในร่างกาย อย่างไรก็ตามชายหนุ่มว่ามุก์นั้นน่าจะมีระดับที่สูงกว่าเพราะระดับ ์ นั้นดูจะสูงกว่าตำนานแค่ชื่อก็รับรู้ได้แล้ว
“อย่างน้อยระดับตำนานก็ไม่น่าจะต่ำต้อย ชื่อของมันเหมือนกับไอเท็มที่หายากมากๆ ด้วย…”
เซนกล่าวขึ้นก่อนที่จะมองหารายละเอียดอื่นๆ ของพิกแอ็กอันนี้ และยิ่งชายหนุ่มยิ่งอ่านก็ยิ่งตลกตะลึงจนกรามค้าง
【พลังโจมตี 20 – 45】
【ความทนทาน : ไม่มี】
【ทักษะพิเศษ แร่แห่งโชคชะตา : มีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะขุดแร่ได้เพิ่มสองเท่า,โอกาส 30 เปอร์เซ็นต์ที่จะขุดแร่ได้เพิ่มสามเท่า,โอกาส 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะขุดแร่ได้เพิ่มห้าเท่า และมีโอกาส 1 เปอร์เซ็นต์ขุดแร่ได้เพิ่มสิบเท่า】
【อุปกรณ์ขุดแร่ของนักขุดแร่ในตำนานนามว่า กรีซ ที่ได้รับคำอวยพรจากเทพเ้า ด้วยความมานะพยายามที่ไม่มีที่สิ้นสุดจนเข้าตาของผู้อยู่เบื้องบน และกลายมาเป็หนึ่งในตำนานที่ยิ่งใหญ่】
“มันเจ๋งดีจริงๆ โดยเฉพาะทักษะแฝงที่ติดมากับมัน ถ้าเราขุดแร่เกรดเทวะมาได้ แล้วเกิดผลสิบเท่าขึ้นมาก็สุดยอดไปเลย! ”
สีหน้าของเซนกลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากที่ขุดแร่มากว่าหลายชั่วโมงแต่กลับไม่สามารถขุดได้สักชิ้น จริงๆ แล้วหากชายหนุ่มเลือกได้ ชายหนุ่มจะใช้มือตนเองควักแร่ออกมา อย่างไรก็ตามดูเหมือนในโลกนี้จะมีกฎอันแปลกประหลาดซึ่งชายหนุ่มไม่สามารถแหกกฎนั้นได้ มันเหมือนกับระบบของเกมแนว MMORPG
นั่นคือการขุดเหมืองหรือขุดแร่นั้นจำเป็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้อง หากพยายามจะใช้มือของตนเองจะทำให้เกิดผลตรงข้ามนั่นก็คือจากแร่ที่ล้ำค่าจะกลายเป็สิ่งด้อยค่าไม่ต่างกับก่อนหินทันที นี่อาจจะเป็บทลงโทษของพระเ้าที่มนุษย์พยายามแหกกฎ
“กฎบ้าบอ! ”
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มยังพูดเช่นนี้อยู่ แต่ในตอนนี้ชายหนุ่มกลับกลืนคำพูดนั้นลงไปหลังจากได้อุปกรณ์ขุดเหมืองระดับตำนานมา
ชายหนุ่มจึงลงมือขุดเหมืองด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเขาได้รับแร่เกรดทองแดงจำนวนมาก และในที่สุดเขาก็ได้เลื่อนระดับเสียที…
…..
ในขณะที่ผู้ที่แข็งแกร่งสุดๆ อย่างเซนนั้นกำลังขุดเหมืองเพื่อหาเงินอยู่ ผู้แข็งแกร่งของประเทศต่างๆ ก้ได้เข้าสู้ประตูสู่แกนโลกกันอย่างพร้อมเพรียง
กองทัพของประเทศเซนทอร์นั้นเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่และมีจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์เท่าที่พวกเขาจะเคยส่งเข้าไปในประตูสู่แกนโลก เนื่องจากความโลภของกษัตริย์องค์ปัจจุบันที่้าจะสมบัติวิเศษ เพื่อที่จะเพิ่มอำนาจของตนให้มากยิ่งขึ้น
เอลลี่และเพื่อนๆ จากโรงเรียนมัธยมทั้งหลายหลังจากผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ตอนนี้พวกเขาแต่ละคนก็มีระดับเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมากแล้ว โดยเฉพาะเอลลี่และหัวหน้าห้องที่มีนามว่าคริส ทั้งสองต่างมีระดับอยู่ในระดับสิบซึ่งการที่สามารถก้าวถึงระดับสิบได้นับว่าคนผู้นั้นมีพร์และความแข็งแกร่งอยู่พอตัว เนื่องจากการเลื่อนระดับแต่ละระดับนั้นเป็เื่ยากอย่างมาก ซึ่งคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเอวายังมีระดับอยู่เพียงแค่ระดับยี่สิบเท่านั้น เนื่องจากการฆ่ามอนสเตอร์แต่ละตัวเพื่อรับฆ่าประสบการณ์ไม่ได้ทำง่ายๆ แถมยังได้ค่าประสบการณ์ที่น้อยอย่างมากและไม่ค่อยคุ้มค่ากับการเสี่ยงตาย
กองทัพทั้งหมดได้เข้าสู้โลกใต้พิภพ โดยกลุ่มของเอลลี่นั้นมีผู้นำเป็หัวหน้าห้อง และคนอื่นๆ เป็ผู้ตาม อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะมีระดับที่สูงกว่าทหารทั่วๆ ไป พวกเขาก็ยังถูกคุ้มครองโดยเหล่าทหารมากฝีมมือที่มีระดับมากกว่าสิบห้า ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในระดับท็อปๆ ของทวีปเลยก็ว่าได้
“ถึงเวลาที่พวกเราจะล่ามอนสเตอร์และสมบัติ เพื่อที่จะกลายเป็ตำนานของโลกใบนี้แล้ว! ”
คริสได้ชูดาบขึ้นสูงพร้อมกับกล่าวกับกลุ่มเพื่อนร่วมห้องของตน ซึ่งปฏิกิริยาของแต่ละคนนั้นล้วนออกไปในทางตื่นเต้นทั้งหมด ยกเว้นเอลลี่ที่คิดต่างออกไป สีหน้าของเธอเห็นได้ชัดว่ากำลังแสดงอาการกังวลออกมา เนื่องจากหลังจากลงมาใต้ดินนั้นแสงสว่างจากข้างบนก็ส่องมาไม่ถึงทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆ ต่างมืดไปหมดจึงต้องใช้คบเพลิงและเวทมนตร์ที่ให้แสงสว่าง
ซึ่งในพื้นที่ที่แคบและเสียงที่ส่งออกไปจะเป็เสียงก้องสะท้อนเช่นนี้นั้น การที่คริสได้ะโเสียงดังอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตในโลกใต้พิภพแห่งนี้ตื่นขึ้นก็ได้ ซึ่งมันเป็เื่ที่ไม่ควรมองข้ามเลย
คริสที่สังเกตเห็นสีหน้าของเอลลี่เป็กังวลก็ได้เดินเข้าไปหาเธอ พร้อมกับพูดปลอบว่า
“เอลลี่เธอไม่สบายหรือเปล่า้าพักหน่อยไหม…พวกเราก็เดินทางกันมานานแล้ว”
ดูเหมือนว่าคริสนั้นจะฉลาดในเื่การเรียนรู้แต่ไม่ฉลาดในเื่การอ่านอารมณ์ของคนเอาเสียเลย เอลลี่ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า
“ฉันไม่ได้เป็อะไร เพียงแต่กังวลเท่านั้นที่พวกนายส่งเสียงดัง บางทีพวกมอนสเตอร์อาจจะตื่นตัวกันทำให้มันจัดการได้ยากขึ้น…”
“ไม่ต้องห่วงหรอก…พวกเรามีคนคุ้มกันเป็ถึงอัศวินที่แข็งแกร่งในทวีป ที่สำคัญยังมีแรงค์เกอร์อยู่กับเราด้วยหนึ่งคนนะ…”
คริสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าท่าทางที่มั่นใจ จากนั้นจึงเบนสายตาไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะสีแดงโลหิตที่ดูน่าเกรงขาม อย่างไรก็ตามรูปโฉมของเธอกลับงดงามราวกับนางฟ้า เทียบได้กับเอลลี่เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเอลลี่นั้นเป็ผู้หญิงที่มีบุคลิกเ็า แต่เธอคนนี้กลับมีบุคลิกที่สุดโต่ง และอำมหิตอย่างมากเธอมีชื่อว่ายูริ ครั้งหนึ่งคริสและเพือนร่วมห้องเคยมีโอกาสได้ไปทำภารกิจกับเธอ
ซึ่งภารกิจนั้นเป็ภารกิจให้สังหารกลุ่มโจรชั่วที่ซ้อนตัวอยู่ที่ลุ่มน้ำในป่าแห่งหนึ่งใกล้ๆ เขตของประเทศเซนทอร์ กลุ่มโจรนั้นมีมากกว่าหลายร้อยคนแต่กลับถูกไล่ฆ่าอย่างอำมหิตโดยแรงค์เกอร์หญิงผู้นี้ ซึ่งสีหน้าของเธอตอนที่ฆ่าคนนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียวนั่นแสดงให้เห็นว่าเธอคนนี้นั้นฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน
หญิงสาวคนนี้เรียกได้ว่าเป็อัศวินอันดับหนึ่งของเซนทอร์ และยังมีฐานะเป็กองกำลังพิเศษของโลกที่มุ่งเน้นในการออกสำรวจและพิชิตโลกใต้พิภพแห่งนี้ ซึ่งกองกำลังนี้มีชื่อว่าหน่วยรบโลหิต ซึ่งหน่วยรบนี้นั้นจะคัดสรรแต่เหล่าผู้มีความสามารถสูงส่งเข้าร่วมเท่านั้น ดังนั้นสถานะของเธอกับกษัตริย์ของประเทศเซนทอร์นั้นจึงมีความใกล้เคียงหรืออาจจะเรียกได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกันก็ได้
อีกอย่างที่เธอถูกเรียกว่าแรงค์เกอร์นั้นถือว่าเป็เกียรติยศอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ที่จะถูกเรียกว่าแรงค์เกอร์ต้องได้รับการยอมรับและได้รับการจัดอันดับโดยจักรพรรดิของประเทศแบเรี่ยน หรือประเทศระดับหนึ่งที่มีอำนาจสูงสุดในโลก ซึ่งอยู่ในทวีปที่ใหญ่กว่าทวีปเอวาหลายสิบเท่า ซึ่งเธอถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 114 ของโลกซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงอย่างมากและเป็ที่น่าประหลาดใจของผู้คนที่เธอมาจากทวีปเอวา
เธอยังมีชื่อเรียกอีกมากมายไม่ว่าจะเป็ตำนานหญิงที่มีชีวิตของทวีปเอวา หรือวีรสตรีของทวีปเอวา แต่ตอนนี้เธอได้กลายมาเป็ผู้คุ้มกันให้เหล่าวัยรุ่นที่อ่อนหัด แต่เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นจนมากพอที่จะเป็กระดูกสันหลังให้กับทวีปเอวาได้
“คะ…คุณยูริ พวกเขาจะไม่เสียงดังไปหน่อยหรือคะ? ”
หญิงสาวคนหนึ่งแต่งกายในชุดนักบวชได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนหวาดกลัว เธอคือนักบวชที่นับได้ว่ามีสถานะสูงส่งและมีพลังของคำอวยพรที่เป็ที่้าอย่างมากสำหรับการเดินทางครั้งนี้ เพราะเธอเปรียบเสมือนกับหมอที่สามารถรักษาผู้คนโดยใช้เวทย์อวยพรของเธอได้
“นั่นสินะ…แต่ว่านะ มาเรียเธอไม่ดูกลัวเกินไปหน่อยเหรอ เธอลงมาโลกใต้ดินรอบที่เท่าไหร่แล้วกัน เธอยังไม่ชินอีกเหรอ? ”
ยูริกล่าวขึ้นและยิ้มอย่างสดใส ซึ่งผิดกับบุคลิกปกติของเธออย่างมาก และมีน้อยคนนักที่จะเห็นด้านนี้ของเธอซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนักบวชสาวซึ่งเป็เพื่อนสมัยเด็กของเธอมาเรีย
“แต่นะคะ…คุณยูริฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเื่ไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้นยังไงไม่รู้…”
มาเรียกล่าวออกมาพร้อมกับหันไปมองซ้ายมองขวาบ่งบอกว่าเธอกังวลอย่างมาก ในขณะเดียวกันสีหน้าของยูริก็เปลี่ยนไปเป็ตึงเครียด เพราะมาเรียนั้นมีความรู้สึกต่ออันตรายที่รวดเร็วเหมือนกับมองเห็นอนาคตได้ั้แ่เด็ก ดังนั้นยูริเธอจึงคิดว่าบางอย่างที่อันตรายกำลังจะเกิดขึ้น
“ตูมมมมมมมมมมม! ”
ยังไม่ทันไรเกิดเสียงะเิอย่างรุนแรงดังสนั่นไปทั่วทั้งโลกใต้ดิน
“เกิดบ้าอะไรขึ้น”
คริสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเป็กังวล พื้นดินเริ่มสั่นะเืซึ่งเชื่อว่าเกิดมาจากเสียงะเิเมื่อครู่แน่ๆ มาเรียยืนสั่นกลัวไม่กล้าขยับไปไหนเพราะกลัวว่าหินจะถล่มใส่เธอ
ระดับการสั่นะเืนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เหล่าอดีตนักเรียนมัธยมต่างทำอะไรไม่ถูกและหมอบลงอย่างหวาดกลัว
“มาเรีย! ”
ยูริะโขึ้นทำให้คนอื่นๆ หันมาสนใจเธอทันที ตอนนี้เพื่อนสาวนักบวชคนเดียวของเธอกำลังยืนอยู่ตรงรอยแยกบนพื้นดินที่กำลังแยกออกเรื่อยๆ
“ยูริ…”
มาเรียกล่าวขึ้นก่อนที่จะยื่นมือออกไปทางเพื่อนของเธอแต่ดูเหมือนจะสายเกินไป เพราะในที่สุดหญิงสาวก็ได้ตกลงไปในรอยแยกที่เกิดจากแผ่นดินไหวนั้น ในระหว่างนั้นความเร็วของยูริได้เพิ่มขึ้นในพริบตา เธอพุ่งทะยานไปและะโกอดเพื่อนของเธอไว้พร้อมกับตรงลงไปในรอยแยกที่มืดมิดพร้อมกัน
“….”
ความเงียบถูกปกคลุมไปทั้งกองทัพเมื่ออยู่ๆ ดันเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น
…….
【ท่านได้ใช้สกิล ทลายภูผา ค่าพลังิญญาลดลงหนึ่งหน่วย…】
“ตูมมมมมมมมมมมม! ”
เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งถ้ำที่เซนอยู่ ก่อนที่จะมีเศษก้อนหินจำนวนมากถล่มลงมาและพื้นที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มเกิดเป็รูกว้างพร้อมกับมีแร่สีเงินจำนวนมากตกอยู่เต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ก้อนหน้านี้นั้นมันเป็กำแพงอยู่แท้ๆ การทำลายล้างนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากทักษะโดยตรงแต่เกิดจากกำลังมหาศาลของเซน และมันเกือบจะทำให้ใต้ดินแห่งนี้ถล่มลงมา
“สุดยอด…เรารวยแล้ว! ด้วยทักษะนี้…แต่ดูเหมือนเราจะออกแรงเกินไปหน่อย…”
เมื่อสักครู่เซนนั้นใจหายเช่นเดียวกันเพราะนึกว่าตนเองจะถูกหินถล่มและถูกฝังอยู่ใต้ดินเสียแล้ว ทักษะทลายภูผาเป็ทักษะของนักขุดแร่ทักษะเดียวที่เซนได้ติดตัวมาหลังจากอัพเลเวลเป็เลเวลหนึ่ง และปัจจุบันตอนนี้เขาเป็เลเวลสองแล้ว
【เซน : ระดับ 2 เผ่าพันธุ์ : มนุษย์】
【คลาส:ไม่มี】【คลาสรอง:คนขุดเหมือง】
【ค่าสถานะ : พลังชีวิต = 15,000,120 พลังป้องกัน = 25,020】
【พละกำลัง = 12,020 ความเร็ว = 10,020 】
เซนได้เดินเข้าไปเก็บแร่อย่างดีใจ แต่ในขณะเดียวกันเสียงในหัวของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
【ท่านได้เข้าสู่ดินแดนใต้พิภพชั้นที่ 1 ภารกิจ : จงจัดการผู้พิทักษ์ในชั้นที่ 1 และก้าวสู้ชั้นที่ 2】
【รางวัล : ดาบอัคคีแดนนรก ระดับ แรร์】
【มีเวลา 30 วัน เหลือเวลา : 29 วัน 1 ชั่วโมง 23 นาที 17 วินาที】
เป็ครั้งแรกที่เซนได้รับภารกิจจากเสียงในหัวั้แ่มาในโลกใบนี้ ในขณะที่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรเพื่อที่จะหาทางกลับโลกของตัวเอง ในที่สุดเสียงในหัวก็ได้บอกมา และชายหนุ่มเชื่อว่าหากทำตามเขาจะต้องกลับโลกได้แน่นอน