บทที่ 6 เซียวเหยาอ๋องอีกแล้ว!
สถานที่ประทับของกุ้ยเฟยได้รับการขนานนามว่าวังจิ่งซิ่ว
ตอนที่กู้อวี้มาถึง กุ้ยเฟยผู้เป็พี่สาวของนางก็แต่งกายเต็มยศรอคอยอยู่ก่อนแล้ว ครั้นเห็นอีกฝ่าย นางก็รีบสาวเท้าเร็ว ๆ เข้ามาหา
มีคนนอกอยู่ด้วย กู้อวี้กลั้นน้ำตาเอาไว้ขณะแสดงคารวะต่อพี่สาว
กุ้ยเฟยกุมมือน้องสาว แล้วพานางตรงไปยังตำหนักหลักของวังจิ่งซิ่ว
เมื่อนางกำนัลปิดประตู นางก็ถูกพี่สาวสวมกอดเอาไว้ทันที “อวี้เอ๋อร์คนดี พี่สาวเป็ห่วงเ้าแทบตายแล้ว พิษขจัดออกไปหมดหรือยัง แขนหายดีแล้วหรือ? มีอาการข้างเคียงหลงเหลืออยู่หรือไม่?”
กู้อวี้ยิ้มตอบ “พี่สาววางใจได้ ข้าหายดีแล้ว ไม่มีอาการข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้น”
หลังจากทะลุมิติมาที่นี่ แม่ใหญ่เข้มงวด แม่เล็กก็ลำเอียงรักกู้ฉยงน้องสาวที่ชุบเลี้ยงใกล้ชิดอยู่ข้างกาย มีเพียงพี่สาวที่แทบจะควักหัวใจทั้งดวงออกมาให้นาง
แม้ว่าหลังจากพี่สาวเข้าวังไปแล้ว พวกนางจะมีโอกาสพบหน้ากันน้อยครั้ง แต่สายสัมพันธ์ยังคงสนิทแน่นแฟ้น
กุ้ยเฟยขอบตาแดงก่ำอย่างอดไม่อยู่ “เป็ความผิดของพี่สาวที่ไม่ได้ปกป้องเ้าเอาไว้ให้ดี”
คงเพราะได้ความสูงมาจากซูอี๋เหนียง กู้อวี้จึงสูงกว่าพี่สาวครึ่ง่ศีรษะ ด้วยเหตุนี้ยามอยู่ท่ามกลางบุรุษจึงไม่ได้ดูตัวเตี้ยจนสะดุดตา
นางโอบไหล่พี่สาวพลางปลอบว่า “เป็เพราะข้าประมาทเองต่างหาก โชคดีที่องค์ชายหกไม่ทันได้กินขนมพวกนั้น”
กุ้ยเฟยทุบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “โชคดีอะไรกัน ถ้าเ้าเป็อะไรไป นั่นมิเท่ากับควักหัวใจข้าออกไปทั้งดวงเลยหรือ”
กู้อวี้แสร้งกล่าวอย่างผ่อนคลาย “ข้าก็ไม่เป็อะไรแล้วนี่นา ทางด้านพี่สาวสืบได้ความอย่างไรบ้าง?”
อีกฝ่ายเช็ดน้ำตาพลางตอบว่า “เื่ยาพิษนั้นสืบรู้ความแล้ว หลิงหลานนางกำนัลในวังข้าแอบคบหากับขันทีข้างกายโจวเป่าหลิน แล้วถูกขันทีผู้นั้นชักจูงจึงทำเื่นี้ลงไป”
น่าเสียดายที่ข้าอยากตีหนูแต่ก็เกรงว่าภาชนะจะเสียหาย*[1] ถึงมีพยานหลักฐานพรักพร้อมก็ไม่อาจไปทวงถามเอาผิดอย่างเปิดเผย มิฉะนั้นถ้าฝ่าาส่งหมอหลวงมาตรวจอาการเ้า เื่ที่เ้าหลอกลวงเบื้องสูงปลอมตัวเป็ชายก็คงจะปิดเอาไว้ไม่ได้แล้ว”
กู้อวี้มุ่นคิ้ว เอ่ยเป็นัยคำถาม “โจวเป่าหลิน?”
ตำแหน่งเป่าหลินต่ำต้อยอย่างยิ่ง ทั้งยังไม่มีโอรส จะลงมือกับองค์ชายหกไปเพื่ออะไร?
กุ้ยเฟยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าว “ตามหลักแล้วข้าไม่มีความจำเป็ต้องสนใจนาง แต่นางมีดวงตาคล้ายคลึงกับอดีตฮองเฮาอยู่หลายส่วน ฝ่าาจึงทรงใส่พระทัยนางเป็พิเศษ”
“นอกจากนี้ นางที่เป็แค่เป่าหลินตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งย่อมไม่มีความสามารถกระทำการได้ราบรื่นเพียงนี้ นกปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน แล้วใครเป็คนหาปลาที่ได้รับประโยชน์ผู้นั้นกันเล่า?”*[2]
“อวี้เอ๋อร์ เ้าทนรออีกสักนิด คอยดูเถอะ อีกไม่นาน ข้าจะต้องลากตัวการที่แท้จริงออกมา แล้วทวงคืนความยุติธรรมให้เ้า”
กู้อวี้กุมมือของพี่สาว ไม่ได้ตอบรับแต่กล่าวว่า “พี่สาว ข้าตั้งใจว่าจะทูลขอรับบรรดาศักดิ์จากฝ่าาในวันคล้ายวันพระราชสมภพที่จะถึงนี้”
กุ้ยเฟยถูกคำกล่าวนั้นทำให้ใจนลุกพรวดขึ้นมา “อะไรนะ? เ้าจะทูลขอรับบรรดาศักดิ์? ข้าไม่เห็นด้วย”
ปฏิกิริยาตอบสนองของพี่สาวอยู่ในความคาดหมายของกู้อวี้ นางกล่าวว่า “พี่สาว สถานการณ์ครอบครัวของพวกเราในตอนนี้ หากไม่ยอมเสี่ยงก็คงได้แต่รอวันเสื่อมโทรม ในฐานะที่ข้าเป็ซื่อจื่อ ถ้าปล่อยทุกอย่างให้เป็ไปตามยถากรรม เกรงว่าผ่านไปอีกไม่กี่ปี ใครต่อใครก็คงสามารถย่ำยีพวกเราตามใจชอบได้แล้ว”
กู้อวี้เว้น่ไปเล็กน้อยค่อยกระซิบว่า “องค์ชายทั้งสามพระองค์ที่อยู่รอดปลอดภัยในวังหลวงจนโตมาได้ องค์ชายห้าซึ่งเป็โอรสของฮองเฮาเสี้ยวิ่ที่ล่วงลับไปแล้วไม่เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ แต่เื้ัมีองค์หญิงใหญ่คอยสนับสนุน”
“องค์ชายเก้าซึ่งเป็โอรสของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน แม้จะเยาว์ชันษา แต่ก็อยู่ในฐานะได้เปรียบ”
“องค์ชายหกมีพื้นเพไม่โดดเด่น มีพี่สาวสนับสนุนเพียงลำพัง ถ้าข้าเข้ารับราชการในราชสำนัก อย่างน้อยก็น่าจะช่วยอะไรพี่สาวได้บ้าง”
กุ้ยเฟยกุมมือของกู้อวี้แน่น “แต่… แต่เ้าเป็เพียงสตรี แผนการทั้งในที่ลับและที่แจ้งเ่าั้ของพวกบุรุษโเี้อันตรายกว่าวังหลังมากนัก ข้าจะวางใจให้เ้าเข้าสู่ราชสำนักเพื่อที่บ้านได้อย่างไรกัน”
กู้อวี้รีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อน นางกล่าวว่า “ั้แ่เล็กจนโต แม่ใหญ่ก็เลี้ยงดูข้าเสมือนลูกชายมาโดยตลอด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพราะหวังว่าข้าจะสามารถฟื้นฟูจวนเจิ้นกั๋วกงขึ้นมาได้อีกครั้งในสักวัน เรียนวิชาความรู้ฝึกฝนวิทยายุทธมาหลายปี ข้าย่อมต้องสร้างผลงานให้เป็ที่ประจักษ์ ใช้ชีวิตไปอย่างเลอะเลือนเช่นนี้มีความหมายตรงไหน? พี่สาวจะสนับสนุนข้า ใช่ไหม?”
กุ้ยเฟยมองดวงตาที่มีประกายเร่าร้อนของกู้อวี้ ทันใดนั้นน้ำตาก็พลันไหลอาบหน้า “เป็เพราะพี่สาวพึ่งพาไม่ได้ ทำให้เ้าต้องปลอมตัวเป็ชาย ทั้งยังต้องเข้าราชสำนักไปเสี่ยงอันตราย”
กู้อวี้ทราบว่าพี่สาวยอมประนีประนอมแล้วจึงกล่าวว่า “พี่สาวอย่าร้องไห้ไปเลย รอจนข้าได้เข้ารับราชการ พวกเราพี่น้องก็จะมีโอกาสพบหน้ากันมากกว่าเดิมแล้ว”
นางกำนัลจากสำนักพระราชวังมาเร่งรัดอยู่นอกประตู เวลาที่อนุญาตให้เ้านายสตรีในวังพบหน้าคนในครอบครัวแสนจำกัดจำเขี่ย พูดคุยกันได้ไม่ทันไรก็จวนครบกำหนดเวลาแล้ว
จัดการปรับความรู้สึกให้เป็ปกติ กู้อวี้กล่าวลากับพี่สาวอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วไปจากวังจิ่งซิ่วท่ามกลางดวงตารื้นน้ำตาของพี่สาว
ผู้ใดจะคาดว่าครั้นเดินตามนางกำนัลไปจนถึงประตูเฉียนชิงแล้วกลับถูกขันทีคนหนึ่งขวางทางเอาไว้
ขันทีผู้นั้นแสดงคารวะต่อนาง “คารวะกู้ซื่อจื่อ ฝ่าามีรับสั่งให้บ่าวมารับกู้ซื่อจื่อไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักฉินเจิ้งขอรับ”
กู้อวี้หันมากล่าวกับนางกำนัลจากสำนักพระราชวังผู้นั้นว่า “ขอบคุณกูกู*[3] ที่มาส่ง” จากนั้นก็ตามขันทีผู้นั้นไป
ระหว่างทาง นางแอบยัดทองใบ*[4] ใส่มือขันทีผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “กงกงท่านนี้ ฝ่าามีรับสั่งให้เข้าเฝ้ากะทันหัน ข้าไม่สบายใจจริง ๆ กงกงทราบหรือไม่ว่าเป็เื่ราวใด?”
ขันทีผู้นั้นรับทองใบไปเก็บไว้ ยิ้มตอบว่า “ก่อนหน้านี้รถม้าของเซียวเหยาอ๋องชนท่านจนได้รับาเ็ ภายหลังเซียวเหยาอ๋องก็ไปขอโทษท่านไม่ใช่หรือ ท่านน่าจะทราบนิสัยของท่านอ๋องผู้นั้นดี พอฝ่าาทราบเื่ก็ทรงคิดว่าท่านที่ได้รับคำขอโทษจากท่านอ๋องจะต้องมีดีกว่าคนอื่นเป็แน่แท้ ยามนี้ท่านเข้าวังมาพอดี จึงอยากพบท่านสักครั้ง”
กู้อวี้ะเิอารมณ์จากภายใน
เซียวเหยาอ๋องอีกแล้ว!
นางมีดีกว่าคนอื่นที่ไหนกัน!
นางเป็เพียงสะพานของเซียวเหยาอ๋องก็เท่านั้น!
นางเข้าใจถ่องแท้แล้ว เป็ไปได้ว่านางคงมีดวงชงกับเซียวเหยาอ๋องเป็แน่แท้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดเื่ทุกครั้งที่พบเขาได้อย่างไร
กู้อวี้เดินตามหลังขันทีผู้นั้นไปจนถึงตำหนักฉินเจิ้งด้วยความกระวนกระวายและปั่นป่วนใจในเวลาเดียวกัน
แต่กลับพบว่าประตูตำหนักปิดสนิท มีบานประตูสีแดงชาดคั่นกลาง กู้อวี้ได้ยินเสียงถกเถียงหารือกันดังมาจากข้างใน
นางจับต้นสายปลายเหตุได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าจะเกิดคดีทุจริตในการสอบรับราชการ จนนำไปสู่การลุกฮือของบัณฑิตในเจียงหนาน
ยามนั้นเอง ฝูไห่ขันทีขั้นหนึ่งซึ่งเป็คนสนิทของฮ่องเต้เดินออกมา เมื่อเห็นกู้อวี้ก็ค้อมกายคารวะ
“กู้ซื่อจื่อ ช่างบังเอิญจริง ๆ คนไปเชิญท่านเพิ่งจากไปก็มีรายงานด่วนจากเจียงหนานมาถึงพอดี ตอนนี้ฝ่าากำลังหารือกับขุนนางในราชสำนัก เกรงว่าคงยังไม่ได้ข้อยุติในเร็ว ๆ นี้ มิสู้ท่านกลับไปก่อน รอจนธุระทางนี้เสร็จสิ้น ฝ่าามีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าอีกครั้ง ถึงตอนนั้นบ่าวจะไปเชิญท่านด้วยตนเอง”
กู้อวี้ใจเต้นรัว
หากนางอยากขอเข้ารับราชการก่อนกำหนดก็ต้องสร้างผลงานเล็กน้อยเพื่อจะได้อยู่ในสายพระเนตรของฝ่าา นี่อาจเป็โอกาสก็เป็ได้
กู้อวี้รีบถามฝูไห่ทันที “ฝูไห่กงกง เกิดเื่ขึ้นระหว่างการสอบเคอจวี่ใช่หรือไม่?”
[1] อยากตีหนูแต่ก็เกรงว่าภาชนะจะเสียหาย (投鼠忌器) หมายถึง อยากกำจัดคนเลวแต่ก็กลัวว่าจะกระทบผู้บริสุทธิ์
[2] นกปากซ่อมกับหอยกาบทะเลาะกัน คนหาปลาได้รับประโยชน์ (鹬蚌相争,渔翁得利) หมายความว่า ทะเลาะกันจนได้รับความเสียหายทั้งสองฝ่าย สุดท้ายถูกมือที่สามฉวยโอกาสจากเื่นี้ มาจากนิทานสุภาษิตความว่า มีหอยตัวหนึ่งขึ้นมาอาบแดด นกปากซ่อมโฉบมาจิกหมายจะกินเนื้อหอย หอยหนีบปากนกเอาไว้ สองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายถูกคนหาปลาที่ผ่านมาเห็นจับไปทั้งคู่
[3] กูกู (姑姑) เป็คำเรียกนางกำนัลในวังอย่างให้เกียรติ
[4] ทองใบ (金叶子) เป็ทองคำบริสุทธิ์ที่นำมาตีเป็แผ่นจนบางเฉียบ สามารถพับงอได้ พกพาสะดวก บ้างมีลักษณะเหมือนใบไม้จึงเรียกว่า ใบไม้ทองคำ (金 = ทอง, 叶子 = ใบไม้) เรียกสั้น ๆ ว่าทองใบ