บทที่ 35 แอบรักษา
หลังลู่ฮ่าวกลับบ้าน เขาก็ตกลงยอมให้คุณปู่ทานยาจีนเพื่อรักษาร่างกาย
เวลานี้ผู้เฒ่าลู่กำลังถือหม้อดินเผาเข้ามาเพื่อจะต้มยา
ลู่ฮ่าวมองหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการเปลี่ยนถ่านหินรังผึ้ง เขาถามขึ้นว่า “ใบสั่งยานั่น หมอเท้าเปล่าในหมู่บ้านเธอเป็นคนออกให้จริง ๆ หรือ?”
“ใช่” เจียงหนานตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เขาพูดอีกว่า “ถ้ามีข้อห้ามอะไรก็เตือนคุณปู่ด้วย”
“ได้เลย”
ลู่ฮ่าวเปลี่ยนไปกะทันหันแบบนี้ เจียงหนานได้แต่ชำเลืองมองด้วยความสงสัย
เหมือนเขาจะเปลี่ยนทัศนคติไปหลังกลับมาจากข้างนอก
หรือเขายืนยันใบสั่งยาได้แล้วว่าสมุนไพรที่เธอจะให้คุณปู่ทานนั้นไม่มีปัญหา?
ไม่ว่าในกรณีใด ถ้าเขาสามารถดื่มยาจีนเหมือนกับคุณปู่ได้ ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ยามบ่าย ผู้เฒ่าลู่ไอค่อกแค่ก ทำท่าจะไปทำอาหาร
เจียงหนานคว้าตัวชายชราเอาไว้ก่อน “คุณปู่ หนูทำอาหารเองค่ะ คุณปู่พักผ่อนเถอะ”
มีคนรู้ความและเอาใจใส่เช่นนี้ หัวใจของชายชราอบอุ่นอย่างเหลือล้น
“งั้นฉันจะจุดไฟให้”
ผู้เฒ่าลู่หอบฟืนไปนั่งหน้าเตาเพื่อจุดไฟ
เจียงหนานล้างมือ ตั้งใจจะทำบะหมี่ “คุณปู่ จุดไฟเสร็จก็ไม่ต้องสนอย่างอื่นแล้วนะคะ สภาพร่างกายของคุณปู่จะสูดดมสารอันตรายอีกไม่ได้ แค่ล้างกุยช่ายให้ฉันก็พอ ก่อนหน้านี้คุณปู่ทำงานที่สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยใช่ไหมคะ?”
ผู้เฒ่าลู่นั่งอยู่หน้าเตา พยักหน้ารับ “ใช่ ที่นั่นค่าแรงจะสูงหน่อยน่ะ”
เจียงหนานพรูลมหายใจออกมา “ลำบากคุณปู่แล้วค่ะ”
เจียงหนานเทแป้งข้าวโพดครึ่งชาม ผสมกับน้ำร้อน จากนั้นใส่แป้งขาวลงไป ตั้งใจจะทำบะหมี่ข้าวโพด
อันที่จริงสิ่งที่เรียกว่าบะหมี่ข้าวโพดนั้นใส่แป้งข้าวโพดเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น หากใส่มากเกินจะไม่มีความนุ่ม รีดแป้งไม่ได้
เธอลูบหน้าเขียง พูดคุยกับคุณปู่ “ต่อไปต้องเลิกสูบบุหรี่ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้มาก ทานยาจีนควบคู่กันไป แล้วอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองค่ะ”
ผู้เฒ่าลู่ย่อมรับฟังคำแนะนำของหลานสะใภ้ “ฉันจะเชื่อฟังเธอนะ หนานหน่าน”
พอเจียงหนานรีดแป้งเสร็จ ผู้เฒ่าลู่ก็ล้างกุยช่ายเรียบร้อยแล้ว
เจียงหนานจัดการดองกุยช่าย เด็ดพริกแห้งที่แขวนอยู่บนผนังด้านนอกมาจำนวนหนึ่ง
เธอแช่ในน้ำให้พองตัว แล้วหั่นเป็นเส้น ๆ ก่อนจะนำไปผัดกับมันฝรั่ง
ผู้เฒ่าลู่กับลู่ฮ่าวกินเผ็ดไม่ได้ แต่เธอเป็นคนที่ชอบกินเผ็ด ถ้าจะให้กินบะหมี่ข้าวโพดโดยไม่ใส่พริก เธอทำไม่ได้จริง ๆ
“คุณปู่ หนูรีดแป้งเสร็จแล้ว ให้หนูผัดเถอะค่ะ คุณปู่ลองไปดูยาจีนว่าเป็นอย่างไรบ้างดีกว่า”
“ได้ ฉันจะไปดู”
ในบ้านร้อนเหลือเกิน เตาถ่านวางอยู่ในลาน ตอนชายชราออกไป เขาก็เห็นลู่ฮ่าวนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเตา ในมือกำลังถือตะเกียบคนยา
หลานชายคนโตที่ตอนแรกไม่เห็นด้วยกับการให้เขาดื่มยาจีน ตอนนี้กำลังต้มยาให้เขา ผู้เฒ่าลู่ปลื้มใจมาก
ชายชรานั่งลงข้างเตา เอ่ยเสียงต่ำว่า “เสี่ยวฮ่าว แกดูสิว่าหนานหน่านดีแค่ไหน ทั้งขยันทั้งร่าเริง แถมยังไม่เมินเฉยต่อครอบครัวเรา แกต้องทำดีกับหล่อนบ้าง รู้ใช่ไหม?”
ลู่ฮ่าวไม่ตอบรับคำ คนยาแล้วลุกขึ้น “คุณปู่ ถ้ากินยานี้แล้วผลออกมาไม่ดี ผมจะพาปู่ไปรักษาที่โรงพยาบาลของเรา ถึงตอนนั้นปู่อย่าทำผลักไสหาข้ออ้างนะครับ ส่วนเรื่องเงิน ปู่ไม่ต้องห่วง ช่วงหลายปีมานี้ผมไม่ได้ทำงานเสียเปล่า ไม่อย่างนั้นผมจะโกรธจริง ๆ ด้วย”
ได้ยินหลานชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้ว ชายชราก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำ “ได้ กินเสร็จค่อยว่ากัน”
บะหมี่ข้าวโพดของเจียงหนานทำเสร็จอย่างรวดเร็ว เธอออกมาพร้อมกับมันฝรั่งเส้นผัดพริกแห้งกับกุยช่ายดอง เจียงหนานวางจานทั้งหลายลงบนโต๊ะหน้าปูนในลานบ้าน
“คุณปู่ ลู่ฮ่าว กินข้าวค่ะ”
เจียงหนานยกจานออกมาอย่างคล่องแคล่วฉับไว
“นั่งลงกินข้าวเถอะ”
พอในบ้านมีผู้หญิงก็เหมือนมีดอกไม้ไฟ
เจียงหนานมีชีวิตชีวา ในบ้านมักจะได้ยินเสียงพูดคุยของเธอเสมอ บ้านเก่าที่เงียบสงัดมาตลอดครึกครื้นขึ้นเสียที
ผู้เฒ่าลู่กินบะหมี่ข้าวโพดไปหนึ่งคำก็ชมเปราะว่า “บะหมี่ที่หนานหน่านทำอร่อยจริง ๆ”
ชายชราทานอาหารอย่างเอาจริงเอาจัง
เจียงหนานเห็นพวกเขากินอย่าพึงพอใจแล้ว รอยยิ้มโล่งใจก็ปรากฏบนใบหน้า
เธอคีบมันฝรั่งเส้นใส่ในชามแล้วกินบะหมี่อีกสองคำ อืม... อร่อยจริง
ชาติก่อนเจียงหนานเคยชินกับการกินอาหารประเภทปลากับเนื้อ ตอนนี้พวกอาหารที่ทำจากข้าวโพด นับว่าแปลกสำหรับเธอจริง ๆ
ผู้เฒ่าลู่เห็นหลานชายสนใจแต่จะกิน ไม่มีคำชมใด ๆ เปล่งออกมาจากปากเลยสักคำ เขาก็ถลึงตามองลู่ฮ่าว ส่งสายตาให้พูดอะไรสักอย่าง “อย่าเอาแต่กินสิ รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง? แกก็พูดสักหน่อยสิ”
“อร่อยมาก”
ลู่ฮ่าวไม่ได้เงยหน้าขึ้น เขากินบะหมี่อย่างช้า ๆ ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “อร่อยเหมือนที่อาหญิงเคยทำเมื่อก่อนเลย”
ทันทีที่เปล่งถ้อยคำเหล่านี้ออกมา สีหน้าของผู้เฒ่าลู่ก็ทะมึนลงอย่างเห็นได้ชัด
ชายชราหยุดชะงักแน่นิ่งไม่ไหวติง
ลู่ฮ่าวเหลือบมองชายชราที่เพิ่งอารมณ์ฉุนเฉียวแล้วกล่าวว่า
“คุณปู่ อย่าอารมณ์เสียเลยครับ อะไรที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถอะ ขืนเป็นแบบนี้ ตัวปู่เองจะทุกข์ใจ คุณอาเองก็จะเสียใจ”
โดยเฉพาะวันนี้ที่รู้ว่าคุณปู่ป่วย ลู่ฮ่าวหวังว่าชายชราจะให้อภัยอาหญิง ทะนุถนอมช่วงเวลานี้ไว้
“ฉันมีอะไรให้ต้องทุกข์ใจ? กินบะหมี่ของแกไปเถอะ”
ผู้เฒ่าลู่ตัดบท ไม่อยากให้เอ่ยถึงชื่อของลู่ฮุ่ยฟางอีก ลู่ฮ่าวกลัวว่าอารมณ์ของชายชราจะส่งผลต่อร่างกาย เขาจึงจำต้องยอมแพ้
หลังอาหารเย็น
ลู่ฮ่าวก็ออกไปข้างนอก
เจียงหนานพาผู้เฒ่าลู่ไปออกกำลังกายในลาน จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์และถือโอกาสจัดเก็บเครื่องมือการเกษตรในโรงเก็บของไปด้วยเลย
เธอต้องเก็บรวบรวมสมุนไพร ผู้เฒ่าลู่ยังคิดว่าเธอคิดเพ้อฝัน แต่พอได้ยินว่าเถ้าแก่ร้านยาสมุนไพรจะมาตรวจสอบวันพรุ่งนี้ ชายชราจึงให้ความสนใจขึ้นมา
ตราบใดที่อีกฝ่ายให้เงินมัดจำ เรื่องนี้ก็สามารถทำได้
หลังรู้ว่านี่เป็นความคิดของหลานสะใภ้ ชายชราก็ภูมิอกภูมิใจ นึกในใจว่าเขาเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ อนาคตจะต้องมีชีวิตที่ดีแน่นอน
จนท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว ลู่ฮ่าวก็กลับมา
เจียงหนานรู้ว่าเขาคงไปบ้านของลู่ฮุ่ยฟางมา
ผู้เฒ่าลู่ไม่ได้สอบถามอะไรเขาอย่างเคย ทำแค่มองลู่ฮ่าวเข้ามาในบ้าน จากนั้นค่อยพึมพำกับเจียงหนานว่า “เริ่มตอนนี้เลยไหม?”
เจียงหนานพยักหน้า “อื้ม หนูไปก่อนนะคะ”
เธอถือแก้วน้ำเอาไปให้ลู่ฮ่าวอย่างเอาใจใส่
ลู่ฮ่าวกำลังอ่านหนังสือ เห็นเจียงหนานเอาน้ำมาให้ก็ปรายตามองแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวขอบคุณ
ดื่มน้ำเสร็จเขาก็อ่านหนังสือต่อ
เจียงหนานอยู่ข้างหลังเขา สังเกตการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มอย่างเงียบเชียบ
ไม่นาน ลู่ฮ่าวก็หาวหวอด
เธอพูดอย่างเอาอกเอาใจ “วันนี้คุณเหนื่อยแล้ว พักผ่อนให้ไวหน่อยเถอะนะ”
ลู่ฮ่าวเหลียวหน้ามอง เห็นหญิงสาวยืนอยู่ข้างเตียงเตา
เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนเลย
มีสาวอ้วนคนนี้อยู่ด้วย เขากลัวว่าจะพักผ่อนไม่เต็มอิ่ม
“ฉันจะไปออกกำลังกาย คุณหลับแล้วฉันค่อยนอน ไม่งั้นเดี๋ยวรบกวนคุณอีก”
นับว่ายัยหมูน้อยยังรู้สึกตัว วันนี้เขาเหนื่อยมากจริง ๆ ชายหนุ่มเห็นเจียงหนานออกไปแล้วก็ขึ้นบนเตียงเตา วางหมอนไว้ตรงกลางแล้วเอนกายนอนลง
นอกบ้าน
เจียงหนานและผู้เฒ่าลู่แอบยืนอยู่นอกหน้าต่าง เขย่งเท้ามองส่องเข้ามาในห้อง
ชายชราถามเสียงเบา “หนานหน่าน เป็นอย่างไรบ้าง หลับแล้วหรือยัง?”
เจียงหนานยืนตัวตรง ดึงตัวผู้เฒ่าลู่ไปอีกด้าน “ไม่ต้องรีบร้อนค่ะคุณปู่ รอเขาผล็อยหลับแล้วค่อยว่ากัน”
ใช่แล้ว น้ำที่เธอเอาให้ลู่ฮ่าวผสมยานอนหลับเอาไว้
เธอตั้งใจซื้อมาจากร้านขายยาวันนี้โดยเฉพาะ
ในฐานะแพทย์แผนจีน การฝังเข็มสามารถทำให้คนหลับได้
แต่เจียงหนานไม่มีเข็มเงิน ถึงมีเข็มก็เข้าใกล้ตัวลู่ฮ่าวไม่ได้
เธอจึงทำได้เพียงวางอุบายแบบนี้เท่านั้น
อาศัยช่วงลู่ฮ่าวกำลังนอนหลับ เจียงหนานก็ไปต้มยาน้ำ ในบ้านไม่มีขวดสเปรย์ เธอจึงใส่ยาน้ำลงในขวดพลาสติกแล้วเจาะรูเล็ก ๆ สองสามรูบนฝาขวด จะได้ฉีดได้ตรง ๆ โดยไม่สิ้นเปลือง
ประมาณยี่สิบนาทีให้หลัง เจียงหนานก็ย่องเข้ามาในห้องอย่างเบามือเบาเท้า
ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงเตาตัวสูงขายาว เท้าของเขาเกือบแตะผนัง ลมหายใจสม่ำเสมอ กำลังหลับสบายเลยทีเดียว
เจียงหนานผงกศีรษะให้ผู้เฒ่าลู่ที่กำลังมองเข้ามาอยู่หน้าประตู
ชายชราเอาผงยาที่เจียงหนานให้เขาในวันนี้เข้ามา
ต้องโรยผงยานี้ลงบนบาดแผล จากนั้นต้องฉีดพ่นยาน้ำที่เตรียมไว้ทุก ๆ สองชั่วโมงเพื่อไม่ให้ผงยาบนแผลแห้ง ยาถึงจะออกฤทธิ์ต่อเนื่อง
ยาผงใช้ทุก ๆ สามวัน แต่ยาน้ำต้องฉีดพ่นต่อเนื่องถึงจะดี
เธอออกไปล้างมือ ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ที่ลู่ฮ่าวเก็บไว้ในบ้าน
จากนั้นแกะเอาผ้าก๊อซออก เสร็จแล้วเจียงหนานก็กระซิบบอกผู้เฒ่าลู่ “คุณปู่ไปนอนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูทำเอง”
เจียงหนานไม่กล้าให้ชายชราเห็นบาดแผลน่ากลัวบนใบหน้าของลู่ฮ่าวจริง ๆ
เธอกลัวว่าชายชราจะสะเทือนจิตใจไปเสียก่อน