"มึงได้กลิ่นอะไรไหม้ๆไหม" คุณหญิงพูดพร้อมกับทำจมูกฟุดฟัด
เชิดเดินตามกลิ่นไปที่ครัวก็พบที่มาของกลิ่น
"คุณหญิงครับผมเจอที่มาของกลิ่นเเล้ว"
กานต์เก็บของเสร็จก็เดินลงมาจากบันไดแบบงงๆเหมือนผมจะลืมอะไรที่สำคัญบางอย่างไปเเต่ผมพยายามนึกแล้วก็ยังนึกไม่ออกจึงปล่อยผ่านไปรีบคุณหญิงจะได้เข้าไปรับใช้อีกวันนี้เขาจะตั้งไม่มีปัญหา เเต่คุณเขา
ก็ไม่ได้อยู่ที่โซฟา คุณเขาไปไหนนะ
"เห้ยยย แย่แล้ว..." เเต่ในขณะที่เดินลงมาถึงห้องโถงผมด้กลิ่นอะไรบางอย่างเหมือนไหม้ๆจึงนึกขึ้นได้ว่าผมนั้นต้มข้าวต้มกุ้งของโปรดคุณหญิงไว้จึงรีบวิ่งลงไปที่ครัวด้วยความรวดเร็ว ซวยเเล้ว
"แกมาแล้วหรอไอ้เด็กเวร"
"คะ คุณหญิงคือผมอธิบายได้นะครับคือผม.."
"แกจะแก้ตัวอะไรห้ะ!"
"ผมไม่ได้จะแก้ตัวนะครับ แต่คุณหญิงเรียกให้ผมช่วยเอาของคุณหญิงไปเก็บผมก็เลยรีบเอาไปเก็บ ทำให้ผมลืมไปว่าผมต้มข้าวไว้"
.
.
นวลเดินกลับมาพร้อมเค้กในมือ
" กานต์ป้าเข้าไปนะ "
"เข้ามาเลยฮ่ะ" นวลจึงใช้มืออีกข้างเปิดประตูและรีบล็อคไว้เผื่อใครที่ผ่านมาจะได้ไม่สงสัย
"สุขสันต์วันเกิดนะน้องกานต์ปีนี้อายุสิบหกแล้ว ป้าขอให้เราออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ป้าไม่มีอะไรจะให้เราเป็ของขวัญเป็ชิ้นเป็อันเลย มีเพียงแค่แผนนี้แผนเดียวเท่านั้นที่ป้าพอจะให้เป็ของขวัญเราได้"
"ไม่เป็ไรฮ่ะเเค่ป้ายังอยู่กับผมนั่นคือคำแวยพรที่ดีที่สุดของผมเเล้วนะ"
"ป้ารู้จ้ะ เเต่ก่อนอื่นเราอยากอธิฐานอะไรอธิฐานแล้วเป่าเลยจ้ะ" สายตาผมไปหยุดอยู่ที่เค้กในมือของผู้เป็ป้า ภาพตรงหน้าตอนนี้ผมถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผมไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มาสองปีแล้วสินะั้แ่ที่พ่อแม่ผมท่านจากไป
"อึก ขอบคุณนะฮ่ะ ผมลืมวันเกิดตัวเองไปเลย"
"เอาเถอะ เราเป่าสิเดี๋ยวป้าจะได้ให้ของขวัญเรา" กานต์กุมมือประสานกันยกขึ้นแนบอกแล้วหลับตาขอพร ผมไม่ขออะไรมากกว่าที่จะขอให้ทุกอย่างดีขึ้นมากกว่านี้หรือขอแค่หลุดพ้นจากที่นี้เท่านั้น ก่อนจะลืมตาเป่าเทียน
" ว่าเเต่เเผนคือยังไงหรอฮ่ะ"
"ป้าขออะไรเราได้ไหม"
"ได้สิฮ่ะป้านวลมีอะไรหรือเปล่า"
"ป้าขอร้องเราเถอะถือว่าเป็คำขอสุดท้ายของป้า เราหนีไปจากที่นี่ได้ไหมป้าจะช่วยเราเอง ถ้าเราไม่หนีวันนี้เราจะไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ ถือว่าทำเพื่อป้าได้ไหมป้าทนเห็นเราโดนทำร้ายจนป้ารับไม่ได้แล้ว มันหนักเกินไปสำหรับเด็กอายุเท่าเราอนาคตเรายังอีกไกลนะ ทำเพื่อตัวเองเเละทำเพื่อป้าได้ไหม"
"ป้านวลผม" สิ่งที่ผมได้ยินตอนนี้ทำให้สมองผมประมวลผลไม่ทันคล้ายว่าจิตใจผมล่องลอยออกไปเเล้วผมเเทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง
"ได้ไหมกานต์เราไปจากที่นี่เถอะไม่ต้องห่วงป้า ทำเพื่อป้าได้ไหม"
"อึก ได้ฮ่ะขอบคุณป้ามากนะฮ่ะเเละขอบคุณทุกสิ่งที่ผ่านมา" กานต์โผลเข้ากอดป้านวลด้วยความรัก ถึงแม้ที่นี่จะโหดร้ายมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีความรักจากป้านวลที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อมันเหมือนเขาได้แม่กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
"งั้นเราฟังป้านะ"
"ให้หลังจากฟังป้าจบเเล้วเราจะเอาอะไรติดตัวไปบ้างเก็บใส่กระเป๋าได้เลย ส่วนแผนเดี๋ยวป้ามาบอก"
"แต่ป้านวล"
"เชื่อป้าเถอะนะ แล้วเดี๋ยวป้าออกไปเตรียมการทุกอย่าง ถึงเวลาป้าจะมาเรียกเรานะ เราเก็บของให้เสร็จอย่าออกไปไหนเข้าใจใช่ไหม"
"ฮ่ะ" เมื่อคุยทุกอย่างกันจบแล้วผมเก็บเสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยนิดเเละรีบหยิบของที่สำคัญเท่านั้น ผมจึงหยิบตุ๊กตาหมีสีฟ้าที่ผมถนอมมันโดยตลอด จากคนที่ผมไม่แม้แต่จะคิดว่าจะได้เจอเขาคนนั้นอีกไหมในชีวิตนี้ และกล่องที่มีความสำคัญกับผมมากกล่องนี้
เมื่อเก็บของใส่กระเป๋าแล้วผมจึงก็นั่งรอเวลาซึ่งตอนนี้ก็ล่วงเลยมาจนเริ่มค่ำแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก.
"กานต์ป้าเข้าไปนะ"
"เราเก็บของทุกอย่างเสร็จแล้วใช่ไหม" เสียงกระซิบกระซาบออกจากปากหญิงวัย บ่งบอกว่าเขาไม่อยากให้ใครได้ยินในสิ่งที่กำลังจะพูดบทสนทนากับเด็กน้อยตรงหน้า
"กานต์ฟังป้าให้ดีนะเรามีเวลาไม่มากเเล้ว บ้านนี้มีทางเข้าออกรอบบ้านที่เดียวคือทางหน้าบ้านเท่านั้น แต่ป้ามีทางลับคือ ให้เราปีนออกทางกำแพงหลังบ้านแล้วเลาะไปตามกำแพงบ้านข้างๆ ป้าไปดูเส้นทางให้เราแล้วแต่ในเมื่อทางที่เราไปเราต้องเดินออกไปที่ถนนหน้าบ้านข้างๆพอดี เดี๋ยวป้าจะล่อคนที่อยู่หน้าประตูรั้วบ้านทั้งสองคนให้" หญิงสูงวัยตรงหน้ายังคงเล่าเเผนการช่วยเหลือเขาอย่างมุ่งมั่นจริงจัง
"ส่วนเรารีบวิ่งไปตามถนนแล้วเราจะเจอสี่แยกให้เราเลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆ จะเจอถนนใหญ่ให้เราข้ามไปอีกฝั่งจะมีป้ายที่รอรถอยู่ ให้เราขึ้นรถหนีไปได้เลยไปที่ไหนก็ได้ แต่ห้ามกลับไปบ้านเก่าเราเด็ดขาดคุณเขาไปตามเราแน่ ให้เราหนีไปไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก"
"นี่ค่ารถป้าให้เราเป็สิ่งสุดท้ายที่ป้าจะให้เราได้" ว่าจบผู้เป็ป้ายัดเเบงค์สีเทาสองใบเข้ามือผมทันที
"มันมากไปครับป้าผ.." กานต์ยังไม่ทันกล่าวจบป้าก็พูดตัดเพื่อไม่ให้เด็กตรงหน้าเเย้งได้ นวลรู้ว่าชีวิตหลังจากนี้เงินเเค่มันน้อยไปด้วยซ้ำ ได้เเต่ภาวนาว่าเด็กคนนี้จะเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายไปได้
"ไม่มากไปหรอก วันนี้เสี่ยไม่กลับคุณเพไนยก็ไม่อยู่คุณหญิงก็น่าจะกลับพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียวนะกานต์" ทันทีที่ร่างเล็กฟังแผนการที่ผู้หญิงสูงวัยที่ผมกล้าเรียกว่าป้าได้เต็มปากคนนี้ ที่แม้ผมไม่ใช่คนในครอบครัวของป้าจริงๆ แต่ป้านวลกลับปฏิบัติกับผมอย่างไม่นึกรังเกียจผม สิ่งที่ป้ามอบให้ผมแม้จะรู้ว่าถ้าผมทำแบบนี้ป้าจะโดนอะไรแต่นี้คือโอกาสสุดท้ายของผมแล้ว
"โชคดีนะกานต์ไปให้ไกลจากที่นี่แล้วอย่าหันหลังกลับมาที่นี่อีก ไปเถอะ" ป้านวลพูดจบจึงเดินนำผมไปตามแผน
ขณะที่ผมปีนกำแพงแล้วเดินหันหลังออกมาจากตรงที่นั้น ตรงที่มีทั้งความรู้สึกรัก ความรู้สึกเศร้า และความรู้สึกโกรธ ผมเดินหันหลังออกมาโดยที่ไม่รู้แม้จุดหมายว่าผมจะต้องไปที่ไหนต่อจากนี้ ไม่รู้แม้ว่าถ้าการหนีออกไปครั้งนี้ผมจะมีชีวิตรอดได้อีกกี่วัน กับการเดินทางที่ต้องเดินคนเดียว แต่ยิ่งไปกว่านั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะโดนจับได้หรือเปล่า
รู้ตัวอีกทีกานต์ก็มาอยู่ที่ป้ายรอรถแล้วแต่ในขณะนั้นเองผมหันหลังมาเพื่อจะหยิบของในกระเป๋าก็เหลือบตาไปเห็นกับอะไรบางอย่าง และนั้นคือสิ่งที่ผมกลัวที่สุด สายตาผมจึงหยุดที่ผู้ชายคนนั้น คนที่กำลังยืนซื้อของกับร้านข้าวต้มอยู่
สิ่งที่ผมกลัวกำลังจะเกิดขึ้นกานต์จึงรีบเก็บของแล้วแบกกระเป๋าขึ้นหลังทันทีแต่ไม่ทันที่ผมจะวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง สายตาเย็นเย็นของคนนั้นก็กลับมาสะดุดตาอยู่ที่ผมและเหมือนว่าคุณเพไนยจะจำผมได้เขาจึงทำท่าทางเหมือนว่ากำลังจะเดินมาหาผม
หมายเหตุ : ฉากนี้มีความรุนเเรงไรต์จะขอตัดไปอยู่ในE-bookนะคะ หากไรต์ลงเสี่ยงขะโดนเเบนมากเลยค่ะ